ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 514 เริ่มกวาดล้าง
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง
“นั่น ?”
“นั่น!”
ในตอนนั้นเอง คณะของหลี่เต่าได้มองเห็นกลุ่มคนจำนวนมากที่นำโดยถังซิน และเช่นเดียวกับถังซิน เขาเองก็มองเห็นพวกหลี่เต่าเช่นกัน
“สตรีศักดิ์สิทธิ์ ?”
ตอนที่ถังซินเห็นกลุ่มคนปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เขาก็ระแวดระวังอยู่ครู่หนึ่ง
แต่ไม่นานเขาก็เห็นพวกหลี่ชิงเอ๋อร์ในกลุ่มคนเหล่านั้น
ในฐานะทักษิณราชันของสำนักปราบสวรรค์ เขาย่อมรู้จักสตรีศักดิ์สิทธิ์
เขาจึงคิดวิเคราะห์ในใจอย่างรวดเร็วและได้ข้อสรุปออกมา
“สตรีศักดิ์สิทธิ์คงเพิ่งได้ของดีมาจากเขาเป่ยหมางและกำลังจะจากไป ดังนั้น…”
“ทุกท่าน สตรีศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้พบกันนาน ยังจำข้าได้หรือไม่ ข้าคือถังซิน ทักษิณราชัน”
ถังซินโบกมือและร้องทักทายเสียงดังจากระยะไกล
ในเวลาเดียวกัน คณะของหลี่เตาได้หยุดฝีเท้าลง
เมื่อเห็นถังซินที่ร้องทักทายเสียงดัง ทุกคนก็ต่างมองหน้ากันด้วยสายตาประหลาด
เหมือนกำลังพูดว่า นี่มันคนที่เสนอตัวมาให้ถึงที่งั้นหรือ ?
อย่างที่สุภาษิตว่าไว้ ในเมื่อมาถึงแล้ว หลี่เตาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ
เขาพลันยกมือขึ้น กองทัพหมาป่าฝูถูห้าร้อยนายที่ติดตามอยู่ด้านหลังก็กระจายตัวออกไปทันที
ฝั่งตรงข้าม
เมื่อเห็นกองทัพหมาป่าฝูถูเดินออกมาจากฝูงชน ดวงตาของถังซินก็เปล่งประกายสว่างวาบ
“ท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์ นี่เป็นกำลังพลที่ทางสำนักส่งมาให้ท่านหรือ ช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก !”
แม้จะยังไม่เข้าใจว่าถังซินเข้าใจเรื่องราวอย่างไร แต่หลี่ชิงเอ๋อร์ก็รีบตอบสนองและพูดต่อว่า “ทักษิณราชัน อยากได้งั้นหรือ ? หากต้องการข้าก็จะมอบให้ทั้งหมด”
“จริงหรือ !”
ทันใดนั้นถังซินพลันลุกขึ้นยืนบนรถม้าทั้งตัว
หลี่ชิงเอ๋อร์กล่าวด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ว่า “แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง”
ที่ด้านข้างของถังซิน ผู้ช่วยของเขามองดูกองทัพหมาป่าฝูถูที่กำลังเดินมุ่งหน้ามาทางขบวนด้วยสีหน้าประหลาดใจระคนสงสัย
เขากระซิบเสียงเบาว่า “ท่านราชันสวรรค์ ทหารพวกนี้ดูแปลกๆ อยู่บ้าง พวกเราควรระวังตัวไว้หน่อยจะดีกว่า”
ถังซินขมวดคิ้วพลางกล่าวอย่างหงุดหงิด “ระวังอะไรกัน ?”
“นั่นมันสตรีศักดิ์สิทธิ์นะ หรือเจ้าคิดว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์จะลงมือกับคนของเราเองงั้นรึ ?”
“แต่ว่า…”
“ไม่มีแต่ทั้งนั้น ถ้าสตรีศักดิ์สิทธิ์ได้ยินเข้า ดูสิว่าข้าจะจัดการเจ้ายังไง”
ถังซินตัดบทผู้ช่วยก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มต้อนรับหลี่ชิงเอ๋อร์อย่างมีความสุขต่อไป
ไม่นานนักกองทัพหมาป่าฝูถูทั้งห้าร้อยนายก็เข้าประจำที่เรียบร้อยแล้ว !
ไม่มีความลังเลใดๆ หยางเหยียนออกคำสั่งทันทีหลังจากที่ทุกคนพร้อมแล้ว
จางเมิ่งและเสวี่ยปิงทั้งสองคนก็เช่นกัน
กองทัพหมาป่าฝูถูห้าร้อยนายได้บุกโจมตีกองกำลังใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังถังซินทันที
เพียงชั่วลมหายใจไม่กี่ครั้ง เลือดสดก็สาดกระเซ็นเต็มรถม้า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้ถังซินตั้งตัวไม่ทัน
“เหตุใดสตรีศักดิ์สิทธิ์ถึงทำเช่นนี้ ?” ถังซินหันกลับมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทว่าในชั่วขณะถัดมาม่านตาของเขาก็พลันหดเล็กลง
ธนูสีเลือดดอกหนึ่งได้ขยายใหญ่ขึ้นในสายตาของเขา
ถังซินยกมือขึ้นคว้าธนูดอกนั้นโดยสัญชาตญาณและพบว่ามันสามารถจับได้ง่ายเกินคาด ทว่า…
ตู้ม !
จากนั้นแสงสีแดงระเบิดออกในมือของถังซินทันที
เมื่อแสงสีแดงสลายไป ก็เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณเท่านั้นที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าผู้คน
“ถังซิน ทักษิณราชันผู้นี้…” ไม่มีแม้แต่โอกาสดิ้นรน จบชีวิตลงในทันที
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธระดับปรมาจารย์และไม่ได้แข็งแกร่งนักในบรรดาผู้ที่อยู่ในระดับปรมาจารย์ด้วยกัน
“ท่านราชันสวรรค์ !!”
เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของถังซิน ผู้ช่วยของเขาก็ร้องตะโกนออกมา
แต่ทันใดนั้นลำแสงสีแดงก็ตกลงมาบนศีรษะของเขาเช่นกัน ทำให้เขาต้องตามรอยถังซินไป
หลี่เตาไม่ได้ลงมือสะเปะสะปะ เขาเพียงใช้ธนูที่สร้างจากพลังปราณโลหิตยิงใสยอดฝีมือในกลุ่มคนเหล่านั้น
เมื่อเห็นว่าพอสมควรแล้ว เขาก็หันไปมองเจ้าคังและเจ้าหยงที่อยู่ด้านข้าง
“องค์ชายทั้งสองไม่ได้ต้องการไถ่โทษด้วยการสร้างความดีหรอกหรือ ? ตอนนี้ก็ถึงโอกาสแล้ว”
เจ้าคังและเจ้าหยงสบตากัน พวกเขาเพียงแค่พูดไปอย่างนั้นเอง จุดประสงค์ที่แท้จริงคือต้องการติดตามหลี่เตาเพื่อฉกฉวยความดีความชอบ ไม่เคยคิดจะลงมือจริงๆ เลย
หลี่เตาไม่ให้โอกาสทั้งสองคนได้ตอบสนอง เขาปล่อยลำแสงสีแดงสองสายลงบนหลังม้าที่อีกฝ่ายกำลังขี่อยู่
ทันใดนั้นทั้งสองคนก็พุ่งออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อเห็นทั้งสองคนพุ่งเข้าไปในสนามรบที่เหมือนเครื่องบดเนื้อ หลี่ชิงเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างก็พลันเอ่ยขึ้นว่า “พี่ชายจะไม่เป็นปัญหาหรือ ?”
“จางใจเถิด พวกเขาจะไม่ตายหรอก”
แม้จะไม่ถึงตาย แต่ก็ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่บ้าง
อยากได้ลาภลอยงั้นหรือ มันจะง่ายดายได้อย่างไร
หนึ่งชั่วโมงให้หลัง แม้ว่ากองทัพหมาป่าฝูถูจะมีพลังแข็งแกร่งและไม่ใช่สิ่งที่สมาชิกสำนักปราบสวรรค์และพวกกบฏเหล่านี้จะรับมือได้ แต่ฝ่ายตรงข้ามมีข้อได้เปรียบด้านจำนวนมากกว่า
แม้จะแค่สังหารอย่างเดียว แต่ก็ต้องใช้เวลาสักพัก
หลังจากการสังหารสิ้นสุดลง เจ้าคังและเจ้าหยงก็ไม่มีปัญหาใด
เพียงแต่สภาพในตอนนี้ดูไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากวิธีการต่อสู้แบบบุกตะลุยของกองทัพหมาป่าฝูถู ทำให้ร่างของทั้งสองคนเต็มไปด้วยเลือดและเศษเนื้อที่กระเด็นมาใส่
“ไม่เป็นไรใช่หรือไม่ ?”
เมื่อเห็นสายตาเหม่อลอยของทั้งสองคน หลี่เตาก็ก้าวเข้าไปทักทาย
เมื่อได้ยินเสียงของหลี่เตา ทั้งสองคนจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาก็ค่อยๆ กลับมามีประกายอีกครั้ง
หลังครู่หนึ่งผ่านไป เจ้าคังก็เม้มริมฝีปากพูดด้วยเสียงแหบพร่าว่า “นี่คือสนามรบใช่หรือไม่ ?”
หลี่เตาส่ายหน้า “นี่เป็นเพียงการสังหารหมู่เท่านั้น สนามรบที่แท้จริงโหดร้ายยิ่งกว่านี้”
เจ้าคังและเจ้าหยงกลืนน้ำลายลงคอ
พวกเขาไม่เคยมีความคิดเช่นนี้มาก่อน เข้าใจแค่ว่าสนามรบคือการต่อสู้ระหว่างสองฝ่ายที่ผลัดกันรุกและรับแค่นั้น
แต่ความโหดร้ายของความเป็นจริงนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้มากนัก
โดยเฉพาะการได้เห็นภาพคนที่เมื่อครู่ยังมีลมหายใจอยู่ ถูกคมดาบฉีกร่างต่อหน้าต่อตา พวกเขารู้สึกว่าคืนนี้คงนอนไม่หลับเป็นแน
หลี่เตาไม่ได้รังเกียจแม้แต่อย่างใด เขาทำการปัดเศษเลือดและเนื้อที่เปรอะเปื้อนบนร่างของเจ้าคังและเจ้าหยงออกก่อนจะเอ่ยว่า “แค่ทำตัวให้คุ้นชินกับเรื่องพวกนี้ก็พอ รอให้เรื่องในทั้งโจวจบลง ฝ่าบาทจะต้องพอพระทัยในการเปลี่ยนแปลงของพวกท่านเป็นแน”
“คุ้นชิน ?”
เจ้าคังและเจ้าหยงคิดไม่ออกว่าจะชินกับภาพการฆ่าฟันเช่นนี้ได้อย่างไร
แต่ไม่นานนักพวกเขาก็เข้าใจ การลงมือของทักษิณราชันถังซินในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการชำระล้างสำนักปราบสวรรค์และพวกกบฏในทั้งโจวเท่านั้น
เป้าหมายของหลี่เตาคือการชำระล้างทั้งทั้งโจวให้หมดสิ้น
เพื่อความคิดนี้ หลังจากที่ปราบถังซินได้แล้ว หลี่เตาก็รีบใช้เหยี่ยวติดต่อคนที่เถี่ยซานเหนียงจัดวางไว้ที่ทั้งโจว
ด้วยการใช้เหยี่ยวและคนเหล่านั้น ไม่นานหลี่เตาก็สามารถควบคุมความเคลื่อนไหวทั้งหมดของสมาชิกสำนักปราบสวรรค์และพวกกบฏในทั้งโจวได้
หลังจากที่ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว หลี่เตาก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
เขานำกองทัพหมาป่าฝูถูห้าร้อยนายออกกวาดล้างอย่างไม่ไว้หน้า ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสำนักปราบสวรรค์หรือพวกกบฏ พอเจอหน้าแล้วก็ไม่ต้องมีวาจาใด ทำการสังหารทันที
เพราะคนพวกนี้ทุกคนล้วนแต่เคยก่อความเดือดร้อนให้ผู้อื่นไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ดังนั้นจึงไม่มีความปรานีใดๆ ให้เลย
ในระหว่างนั้น หลายคนทนต่อการสังหารอันน่าสะพรึงกลัวไม่ไหว จึงเลือกที่จะยอมจำนน
พวกที่ยอมแพ้เหล่านี้คิดว่าพอทำเช่นนี้แล้วจะสามารถรักษาชีวิตไว้ได้
แต่พวกเขาประเมินวิธีการอันเฉียบขาดของหลี่เตาผิดไป
ไม่มีทาง
ทำผิดก็ต้องรับโทษ และการลงโทษของคนพวกนี้ก็คือการตามคนที่พวกเขาเคยสร้างความเดือดร้อนให้ลงนรกไปซะ
เจ้าคังและเจ้าหยงก็อยู่ในกองกำลังที่ออกปฏิบัติการทุกครั้ง
เมื่อผ่านการสังหารครั้งแล้วครั้งเล่าจนชาชิน ทั้งสองคนที่เคยรู้สึกไม่คุ้นชินในตอนแรก ก็เริ่มชินชาขึ้นมา
จนกระทั่งเริ่มเรียนรู้ที่จะดื่มด่ำกับบรรยากาศเช่นนี้