ท่านประธานที่รัก - บทที่ 508 หึง
เธอปฏิเสธไม่ได้ ทำได้แค่รับกล่องข้าวเอาไว้ เอ่ยขอบคุณเบาๆ
“เมื่อวานถ่ายเสร็จดึกมาก กลัวจะรบกวนเธอก็เลยไม่ได้โทรไป” เขาอธิบาย กลัวซังอี๋คิดมากด้วยเหตุนี้ ถึงแม้จะประโยคนี้อาจจะไม่จำเป็นเท่าไร
ซังอี๋ยิ้ม “ไม่เป็นไร รู้สึกการแสดงพวกคุณดีมากจริงๆ มีสุภาษิตที่ว่าซึมลึกเข้าเนื้อไม้ เห็นการแสดงของคุณแล้ว รู้สึกเข้าถึงบทบาทมาก”
ถูกซังอี๋ชมแบบนี้ หลี่เจี้ยนเฮ่าก็ถูกชมจนหน้าแดงในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มันอบอุ่นและมีพลังมากกว่าคำใดๆ บนโลกใบนี้
“จริงๆ แล้วเธอก็แสดงดีมาก” หลี่เจี้ยนเฮ่าบ่งบอกให้ซังอี๋นั่งลง “มา รีบมาชิมข้าวดีกว่าว่าอร่อยไหม เดี๋ยวมันจะเย็น”
เขาจงใจให้คนไปจอร้านอาหารดังที่สุดล่วงหน้า ยังไงแล้วอาหารซิกเนเจอร์นี้ไม่ต่อแถวก็ไม่ได้มาง่ายๆ ทุกวันมีจำนวนจำกัด เขาจงใจใช้ความสัมพันธ์กว่าจะซื้อมันได้ กลัวว่าซังอี๋จะคิดมาก เลยให้ใช้การบรรจุธรรมดา และไม่กล้าพูดความจริงกับเธอ
เมื่อซังอี๋เปิดกล่องข้าว กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาแตะจมูก
เธอเอาตะเกียบเล็กคีบเข้าปาก นอกจากมีสีสัน กลิ่นหอม กินแล้วก็มีรสชาติอร่อย
“อร่อยมากจริงๆ ” เธอหรี่ตาเพลิดเพลินกับทุกอย่าง มีความสุขเหมือนเด็กได้ขนม ทุกอย่างอยู่ในสายตาหลี่เจี้ยนเฮ่า มันทำให้เขาพอใจอย่างยิ่ง
ชู่จี้แอบมองฉากนี้อยู่ไกลๆ หรี่ดวงตาอันตราย นักแสดงชายคนนั้นเขารู้จัก มีชื่อเสียงดีมาตลอด ความนิยมก็ดีมากเช่นกัน เห็นแบบนี้ ก็ไม่เหมือนแค่อยากเป็นเพื่อนกับซังอี๋ง่ายๆ แบบนั้น
เขาเดินทีละก้าวอย่างสง่างามและมั่นคง เสียงทุ้มต่ำดึงดูดดังขึ้นแผ่วเบาด้านหลังซังอี๋ “อร่อยไหม? ”
ซังอี๋รู้สึกเย็นชาจากด้านหลังโดยไม่มีเหตุผล ร่างแข็งทื่อ คีบอาหารเมื่อครู่นี้ชะงัก “คุณมาแล้วสินะ”
หลี่เจี้ยนเฮ่าเห็นสองคนไม่ค่อยธรรมดา บอกว่าเป็นมิตรภาพก็บอกไม่ได้ บอกว่าเป็นศัตรู ก็ไม่ได้มีการแสดงออกมากนัก
เขารีบยืนปกป้องซังอี๋ “ประธานชู่ คุณมีธุระอะไรให้คุณซังกินข้าวเสร็จก่อนค่อยคุยดีกว่า”
ชู่จี้หรี่ตาเรียว กลิ่นอายอันตรายพุ่งออกมา ดูเหมือนเจ้าเด็กนี่จะปกป้องซังอี๋เก่งจริงๆ เมื่อเขาเหลือบมองอาหารบนโต๊ะซังอี๋ ทุกอย่างก็ชัดเจน
อาหารซิกเนเจอร์นี้มีแค่ร้านเดียวในเมือง จำกัดการขาย หาได้ยาก
เขาให้ลูกน้องไปเตรียมอาหารกลางวันเปล่าประโยชน์แล้ว “นายไม่รู้เหรอว่าเธอไม่กินผักชี? ”
สีหน้าหลี่เจี้ยนเฮ่าแข็งทื่อ เรื่องนี้เขาไม่ได้สนใจจริงๆ การทำให้ลำบากใจกะทันหันของชู่จี้เหมือนเขารู้สึกโดนตบหน้า
ชู่จี้ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก ให้อวี้เฟิงแจกจ่ายอาหารกลางวันที่เขาเอามาให้ลูกทีมคนอื่นๆ ทาน ส่วนตัวเองนั่งตรงข้ามซังอี๋ เปิดกล่องใช้ตะเกียบใช้ครั้งเดียวทิ้งคีบผักชีออกไปอย่างระมัดระวัง ฉากนี้ดูกลมกลืนเป็นพิเศษ
ผู้ชายสูงใหญ่หล่อเท่ ผู้หญิงก็สวยสง่างามโดดเด่น อยู่ด้วยกันแล้วลงตัวมาก ทำไมมีคู่ที่ลงตัวแบบนี้นะ?
ชู่จี้คีบผักชีออก ขณะตักอาหารใส่ชามซังอี๋ ทั้งหมดนี้ไม่สนใจหลี่เจี้ยนเฮ่าที่ยืนข้างๆ เลย
ไอ้อ่อน คิดจะแย่งผู้หญิงของตนงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!
ชู่จี้แสดงอำนาจความเป็นเจ้าของ สายตาก็เหลือบไปมองหลี่เจี้ยนเฮ่าโดยบังเอิญ มองดูว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
หลี่เจี้ยนเฮ่าไม่เข้าใจว่าทั้งสองเป็นอะไรกัน แต่เดาได้รางๆ ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ธรรมดา
“ฉัน……เธอค่อยๆ กินไปก่อน เดี๋ยวฉันมีการถ่าย ไปก่อนนะ” หลี่เจี้ยนเฮ่ารู้สึกถึงบรรยากาศแปลกประหลาดของทั้งสามคน ก็รู้ว่าตัวเองพูดแทรกไม่ได้ จึงทำได้แค่ลุกขึ้นจากไป
เห็นหลี่เจี้ยนเฮ่าออกไปอย่างมีไหวพริบ ชู่จี้ก็มุมปากกระตุกเล็กน้อย ยืดแขนยาวออกไป กอดซังอี๋เข้ามาในอ้อมแขน “พวกเธอสองคนสนิทกันมากเหรอ? หืม? ”
เขาทนไม่ได้ที่จะเห็นผู้ชายคนอื่นใกล้กับผู้หญิงของตนขนาดนี้ แม้คุยเรื่องงานก็ไม่ได้
“หึงเหรอ? ” ซังอี๋มองเขาติดตลก ลูบใบหน้าหล่อของเขา “เอาล่ะๆ เขาไม่ได้มีความอาฆาต ฉันก็ไล่เขาไปไม่ได้” เธอเขย่าปลายเสื้อเขา พูดอย่างออดอ้อน
ชู่จี้เข้าใกล้ปลายจมูกเธอ จ้องมองใบหน้าสวยของเธอ ผิวขาวหิมะแค่เป่าก็ปลิว ขาวจนเห็นเส้นเลือดใต้ผิวหนัง ขนตายาวหนาทำให้รู้สึกคันใจ เขาอดไม่ได้ที่จะจูบขนตาเธอ มองแววตาใสแจ๋วราวกับคริสทัล มันส่องประกายระยิบระยับน่าหลงใหล
นิ้วหยาบกร้านลูบใบหน้าเนียนของเธอ รู้สึกถึงผิวเนียนสวย ราวกับมีกระแสไฟฟ้าผ่านไป มันจั๊กจี้
“ฉันแค่ไม่อยากเห็น ผู้ชายคนอื่นอยู่ข้างๆ เธอ” เขาอยากจัดการผู้ชายคนนั้นทันที ไม่คิดว่าจะกล้าปรารถนาในตัวผู้หญิงของตน รนหาที่ตาย!
หลี่เจียซินนัดซังอี๋มาเจอกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งเวลาสองทุ่มครึ่ง
“เธอมาแล้วสินะ” หลี่เจียซินอารมณ์ซับซ้อน ไม่สามารถพูดคำว่า “ยัยอี๋” ได้อีกต่อไป
ร่างซังอี๋สวมเสื้อคลุมสีเบจ ท่อนล่างสวมกางเกงรัดรูปสีดำ ทั้งร่างดูสูงสง่า รูปร่างเพรียว
ซังอี๋ไม่เข้าใจอะไรเลย ทุกครั้งเจียซินจะทักทายพูดคุยอย่างสนิทสนมกับตน ทำไมวันนี้กลายเป็นแบบนี้? เธอถามอย่างเป็นห่วง “อารมณ์ไม่ดีเหรอ? ใครทำให้เจียซินฉันโกรธ? ”
นิ้วมือหลี่เจียซินประสานเข้าด้วยกัน ใบหน้าเหมือนดึงเข้าหากัน ในที่สุดก็ตัดสินใจ เธอเงยหน้าขึ้นราวกับโดนโทษประหาร จ้องมองซังอี๋อย่างจริงจัง “ฉันถามเธอหน่อย เธอคบกับเทพบุตรชู่ใช่ไหม? ”
ซังอี๋ประหลาดใจ ไม่คิดว่าเรื่องมันฉับพลันแบบนี้ เธอจับมือหลี่เจียซินทันที “เธอฟังฉันนะ ไม่ใช่ฉันตั้งใจจะไม่บอกเธอ ฉันหาโอกาสเหมาะสมมาตลอด จริงๆ ……” เธอยิ่งไม่สบายใจ เจียซินในวันนี้แปลกมากจริงๆ
เธอกลัวว่าเจียซินที่ไร้เดียงสาจะถูกคนอื่นหลอกใช้
หลี่เจียซินผลุบตาลง “ที่แท้ก็จริงๆ ด้วย ทำไมต้องหลอกฉันด้วยล่ะ? หรือว่าเราไม่ใช่เพื่อสนิทกันเหรอ? ” เธอพูดหัวเราะเยาะตัวเอง
“เธอมองฉันนะ” ซังอี๋จับมือเธอแน่น ในดวงตาจริงจังอย่างไม่เคยมีมาก่อน “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกเธอ ฉันบังเอิญเจอกับชู่จี้ ถึงจะบังเอิญ แต่ระหว่างนี้มันก็เกิดเรื่องขึ้นไม่น้อย ฉันไม่อยากให้ความสัมพันธ์เราได้รับผลกระทบอะไรเพราะเขา เราสองคนรู้จักกันมานานมาก เธอน่าจะรู้จักฉันนะ” น้ำเสียงเธอจริงใจ
“แต่……ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าควรเผชิญหน้ากับเธอยังไง” หลี่เจียซินรู้ว่าซังอี๋โดดเด่นกว่าตน ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ที่ชู่จี้จะชอบ ยิ่งไปกว่านั้นสองคนก็เหมาะสมกันจริงๆ ซังอี๋ก็มีผู้ชายตามจีบเธอไม่น้อยมาตลอด แต่เธอก็ไม่เคยตอบตกลง
เธอก้มหน้า ค่อยๆ คนแก้วกาแฟในมือ ดื่มหนึ่งอึก ความขมเต็มคอ เหมือนกับอารมณ์ในตอนนี้