สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว / พิศวาสรัก...สามีเก่า - บทที่ 798 ผมมาทำให้คุณได้
บทที่ 798 ผมมาทำให้คุณได้
พอสวี่วานรู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว ก็ยื่นมือออกไปผลักเขาออก
หร่วนเฉินกลับเหมือนกับว่ารู้สึกได้ยังไงอย่างงั้น แล้วจับข้อมือของเธอที่ยกขึ้นมากลางอากาศได้อย่างง่ายดาย
เรียวปากของเขาเคลื่อนมาถึงกระดูกไหปลาร้าของเธอ แล้วจูบอย่างดูดดื่มไป
สวี่วานหยุดหายใจไปนาทีหนึ่งทันที ขนตาก็สั่นไหวเล็กน้อย
นี่มันก้าวหน้าเร็วเกินไปแล้วมั้ง?
เธอเปิดปากพูดขึ้นอย่างยากลำบาก น้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อย “หยุด……หยุดเถอะ……”
หร่วนเฉินเงยหน้าขึ้นมามองเธอใหม่อีกครั้ง สายตาลึกซึ้งและปั่นป่วน แล้วพูดขึ้นทีละตัวทีละตัวว่า “ตอนนี้ยังรู้สึกว่า ผมเป็นเด็กอีกหรือเปล่า?”
สวี่วานสบเข้ากับสายตาของเขา และรู้สึกเสียใจขึ้นมาอย่างแท้จริง
ทำไมเธอถึงได้คิดไม่ตกมากขนาดนี้นะ ถึงได้ไปยั่วยุเขาในที่แบบนั้นได้?
ถึงแม้ว่าหร่วนเฉินจะอายุแค่ยี่สิบ แต่ในขณะเดียวกัน ก็คือผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกัน
กำลังเป็นช่วงอายุที่เลือดลมร้อนแรงเลย
สวี่วานไม่ได้ตอบ แต่ว่าความร้อนรนที่อยู่ในดวงตากลับได้ทรยศเธอแล้ว
และในตอนนี้เอง ก็เหมือนกับว่าจะได้ยินเสียงกริ่งประตูดังออกมาจากข้างนอก
ครั้งแล้วครั้งเล่า เต็มไปด้วยการเร่งรัด
ทำลายความครุมเครือในห้องน้ำไป
สวี่วานหลบสายตาไปแล้วก็พูดขึ้นว่า “น่า……น่าจะเป็นคนที่นิติบุคคลส่งมา เดี๋ยวฉันไปเปิดประตู……”
เธอเพิ่งจะอยากหาข้ออ้างสักอันมาหลบหนีไป หร่วนเฉินก็พูดขึ้นว่า “คุณอยู่ที่นี่ เดี๋ยวผมไปเอง”
พูดจบ เขาก็ก้าวเท้าเดินออกไปจากห้องน้ำ
ในที่สุดสวี่วานก็โล่งอกได้เปลาะหนึ่ง
แล้วในตอนที่เธอหมุนตัวไปนั้น ก็เห็นเงาตัวเองในกระจกขึ้นมา
ผมเผ้ายุ่งเหยิง ลิปสติกที่อยู่บนริมฝีปากปากได้หายไปหมดแล้ว แถมยังบวมแดงเล็กน้อย
ในดวงตาทั้งคู่เป็นประกายน้ำแวววาว
ตรงลำคอกับกระดูกไหปลาร้า มีรอยแดงอยู่หลายจุด
ไม่มีหน้ามองแล้วจริง ๆ
เธอโน้มตัวลงไปเอามือวักน้ำเย็นขึ้นมาล้างหน้ารอบหนึ่ง เพื่อลองให้ตัวเองตื่นตัวขึ้นมาเล็กน้อย
พอผ่านไปครู่หนึ่งแล้ว เธอก็ดึงกระดาษออกมาแผ่นหนึ่ง มาเช็ดน้ำที่อยู่บนหน้าออก
ภาพเมื่อกี้ปรากฏขึ้นมาในหัวสมองขึ้นอีกครั้ง
เธอไม่อยากเชื่อเลย อารมณ์ที่เธอแอบซ่อนมาอย่างดีตลอด กลับมาโดนเขาพบเข้า……อย่างง่ายดายแบบนี้
ที่ด้านนอก พอหร่วนเฉินบอกกันคนของนิติบุคคลว่าท่อน้ำทิ้งซ่อมเสร็จแล้ว ก็ปิดประตูไปเลย
พอเขาย้อนกลับมา ในห้องน้ำก็ไม่มีใครแล้ว
น้ำเสียงของสวี่วานดังลอยออกมาจากห้องนอน “ฉันจะนอนแล้ว! คุณนอนโซฟาไปละกัน!”
ประตูที่อยู่ด้านข้างหร่วนเฉินปิดแน่นสนิทอยู่
แล้วก็คลี่ยิ้มขึ้นมา แล้วพูดเสียงต่ำขึ้นว่า
“ได้”
ในห้องนอน สวี่วานนั่งอยู่บนเตียง
แล้วใช้ผ้าห่มห่อตัวเองไว้แน่นทั้งตัว แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งภาพที่กะพริบขึ้นมาในหัวสมองไม่หยุดได้
รวมทั้งความรู้สึกบวมตึงที่มาส่งมาจากเรียวปากได้
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็ใช้ผ้าห่มคลุมหัวไว้ แล้วก็กลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง
พอหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ด้านนอกก็มีเสียงฟ้าร้องก้องดังลอยมาหลายที
แล้วเสียงฝนเปาะแปะก็ดังลอยตามมา
ถึงแม้ว่าสวี่วานจะยังอยู่ในผ้าห่ม แต่ก็รู้สึกได้ว่าอุณหภูมิลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เธอปิดแอร์ไป แล้วเปิดหน้าต่างออก เสียงฝนตกก็ยิ่งดังชัดเจนขึ้นมา
สวี่วานใช้มือข้างหนึ่งเชยอยู่ตรงหน้าต่าง จ้องมองค่ำคืนที่มืดมิดแล้วก็ถอนหายใจยาว ๆ ไปทีหนึ่ง
มีน้ำฝนหลายหยดโดนลมพัดมาตกกระทบลงบนมือเธอ
ความรู้สึกเย็น ๆ หลายเสี้ยว
สวี่วานเก็บสายตากลับมา หรี่ตามองหยาดน้ำฝนบนมือ
พอผ่านไปสองนาทีแล้ว เธอก็เปิดประตูห้องนอนออก แล้วอุ้มผ้าห่มไว้ผืนหนึ่งออกไป
ในห้องรับแขก มีโคมไฟติดผนังเปิดอยู่ดวงเดียว หร่วนเฉินนั่งอยู่บนโซฟา ในมือถือหนังสือพจนานุกรมภาษาอังกฤษอยู่เล่มหนึ่ง
สวี่วานนึกไม่ถึงว่าในเวลาแบบนี้แล้ว เขาจะยังไม่นอนอีก
แต่ว่ายังไงก็ออกมาแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ต้องเผชิญหน้าอยู่ดี
เธอเอาผ้าห่มวางไว้ข้าง ๆ เขา “ยังไม่นอนอีกเหรอ?”
หร่วนเฉินเงยหน้าขึ้นมามองเธอ “นอนไม่หลับ”
สวี่วานพูดขึ้นมาสงสาร “อายุยังน้อยขนาดนี้ ก็นอนไม่หลับแล้วเหรอ?”
หร่วนเฉินตอบอืมไปคำหนึ่ง “อายุน้อยร้อนแรง”
สวี่วาน “……”
เธอนี่อะไรไม่ควรพูดถึงก็พูดอยู่นั่นแหละ
สวี่วานกระแอมไอขึ้นมาทีหนึ่ง “งั้นคุณเชิญต่อเลย เดี๋ยวฉันไปนอนก่อนนะ”
หร่วนเฉิน “ได้”
พอกลับมาในห้องนอนอีกครั้ง สวี่วานก็ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นโครมครามขึ้นมาอีกครั้ง เธอเอามือวางลงบนหน้าอก พยายามผ่อนลมหายใจของตัวเองไป
ไม่ใช่เด็กสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปดแล้วสักหน่อย ทำไมถึงได้ตื่นเต้นแบบนี้ได้
พอล้มตัวลงบนเตียง แล้วก็นอนไม่หลับทั้งคืนเหมือนกัน
เช้าวันที่สอง
อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงดังลอยมาจากด้านนอกชุดหนึ่ง
ในตอนที่สมองของสวี่วานกำลังมึน ๆ งง ๆ
เธอเกาหัวตัวเองเล็กน้อย แล้วก็ชิดเข้าไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง มองดูขอบตาดำของตัวเองเล็กน้อย แล้วก็แอบเฮ้อออกมาคำหนึ่ง
ว่าแล้วว่าอายุเยอะแล้วจริง ๆ
พอใช้เครื่องสำอางบดบังขอบตาดำแล้ว เธอก็เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดหนึ่ง แล้วก็ใช้ผ้าพันคอบังรอยแดงบนคอไว้
ตอนที่เธอออกมา หร่วนเฉินกำลังยกไข่ที่นึ่งเสร็จแล้วออกมาพอดี
เขาพูดขึ้นว่า “ในตู้เย็นของคุณเหลือแต่ไข่แล้ว กินรองท้องไปก่อนเถอะ”
สวี่วานรู้สึกดีใจ ที่ในตู้เย็นเธอยังมีไข่เหลืออยู่
ไม่งั้นจะต้องอับอายเป็นอย่างมากแน่
เธอ”อ๋อ”ออกมาคำหนึ่ง
แล้วก็นั่งลงตรงโต๊ะกินข้าว พอมองเห็นอาหารเช้าที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ก็ไม่รู้ว่านึกถึงเรื่องอะไรขึ้นมา แล้วก็ยิ้มจาง ๆ
ขึ้นมาทีหนึ่ง
หร่วนเฉินพูดขึ้น “ทำไมเหรอ”
“ไม่มีอะไร” สวี่วานหยิบช้อนขึ้นมา “ฝีมือการทำอาหารของคุณนี่ เรียนมาจากพี่สาวคุณเหรอ?”
“ไม่ใช่”
สวี่วานรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “ฝีมือการทำอาหารของพี่สาวคุณดีมากเลยนี่ ฉันก็นึกว่าคุณเรียนมาจากเธอซะอีก”
หร่วนเฉินดึงเก้าอี้ออกมานั่งลงตรงหน้าเธอ แล้วก็เปิดปากพูดขึ้นเรียบ ๆ
ว่า “ตอนเด็ก ๆ หร่วนจุนแทบจะไม่สนใจพวกเราเลย เวลาส่วนใหญ่เธอก็เป็นคนทำอาหารให้ผม แต่ว่าตอนที่เธอไม่อยู่
ผมก็ต้องทำไปเรื่อยเองคนเดียว”
“ทำไปเรื่อย……ดูท่าคุณจะมีพรสวรรค์ในการทำอาหารมากเลยนะ”
“ไม่มีหรอก
ในช่วงแรกของที่ทำออกมากินแล้วก็อวกเลย ถ้าอยากกินเข้าไปได้ ตัวเองก็ต้องค่อย ๆ
ขัดเกลาไป”
สวี่วานเข้าใจดี สำหรับปัญหาทุกอย่างเกี่ยวกับพ่อของเขา ที่จริงสำหรับหร่วนเฉินแล้วค่อนข้างที่จะเป็นข้อห้าม เขาไม่เคยอยากจะเอ่ยถึงเรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาก่อน
แต่ตอนนี้ กลับคิดไม่ถึง ว่าเขาจะเป็นฝ่ายพูดถึงหร่วนจุนขึ้นมาก่อนเอง
สวี่วานยิ้มจาง
ๆ ขึ้นมา และพยายามพูดหัวข้อให้ผ่อนคลาย “แต่ว่าพวกคุณก็เก่งมากเลยนี่คะ ฉันแยกจากกับพ่อแม่ตั้งแต่ตอนมัธยมปลายแล้ว แต่ปรากฏว่าจนถึงตอนนี้ แม้แต่อาหารที่ครบถ้วนสักมื้อก็ยังทำไม่ได้เลย วัน
ๆ ส่วนใหญ่ก็สั่งอาหารทั้งนั้น ถ้ามีเวลาฉันก็อยากจะเรียนทำอาหารเหมือนกัน สั่งอาหารก็สั่งจนไม่รู้ว่าจะกินอะไรแล้ว”
หร่วนเฉินนิ่งไปครู่หนึ่ง “คุณไม่ต้องเรียนทำอาหารหรอก ผมมาทำให้คุณได้”
สวี่วาน “……”
หัวข้อสนทนานี้ทำไมถึงได้เบี่ยงเบนไปได้ล่ะ
เธอก้มหน้าลง
ไหนคุณยังจะต้องไปเรียนหนังสืออีกไม่ใช่เหรอ? รีบกินได้แล้ว”
“กินข้าวเถอะ กินข้าวกันเถอะ
พอกินข้าวเสร็จแล้ว หร่วนเฉินก็เก็บข้าวของขึ้นมา แล้วก็เตรียมจะออกจากบ้าน
สวี่วานยืนลังเลอยู่ที่นั่นไปครู่หนึ่ง จ้องมองฝนที่ยังตกไม่หยุดด้านนอก ในที่สุดก็พูดขึ้นมาว่า “ฉันไปส่งคุณดีกว่า”
แน่นอนว่าหร่วนเฉินไม่มีทางปฏิเสธอยู่แล้ว
พอมาถึงชั้นใต้ดิน หร่วนเฉินก็รับกุญแจมาจากมือของเธอ “ผมขับเอง”
สวี่วานอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็พูดขึ้นว่า “ได้ค่ะ”
พอขึ้นรถแล้ว สวี่วานก็เปิดเพลงในรถถึงมา เสียงเพลงไพเราะและอ่อนโยน
เธอพิงอยู่บนที่นั่งข้างคนขับแล้วก็หาวขึ้นมาทีหนึ่ง
ตื่นเต้นไปคืนหนึ่งในที่สุดประสาทสัมผัสก็สงบนิ่งลงมา ความง่วงก็ค่อย ๆ พุ่งทะยานออกมา
หร่วนเฉินขับรถนิ่งมาก ผ่านไปไม่นานสวี่วานก็นอนหลับไปเลย
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว พอสวี่วานตื่นขึ้นมานั้น รถก็จอดลงแล้ว
จอดอยู่ตรงเส้นปากทางสี่แยกด้านข้างมหาลัย
สวี่วานบิดขี้เกียจทีหนึ่ง “ถึงแล้วเหรอ? ทำไมคุณไม่ปลุกฉันล่ะ?”
ในระหว่างที่พูด สายตาของเธอก็ไปตกอยู่ที่นาฬิกาบอกเวลาในรถ
นี่มันเป็นเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว
หร่วนเฉินพูดขึ้น “ก็คุณนอนหลับสนิทมาก”
สวี่วานตกตะลึงขึ้นมา “งั้นคุณก็ไปเข้าเรียนสายแล้วนะซิ……”
หร่วนเฉินตอบ”อืม”ไปคำหนึ่ง แล้วก็หันหน้ามามองเธอ “ชดใช้ให้ผมเลย?”