สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว / พิศวาสรัก...สามีเก่า - บทที่ 794 เป็นวิธีการอย่างหนึ่งจริง ๆ
- Home
- สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว / พิศวาสรัก...สามีเก่า
- บทที่ 794 เป็นวิธีการอย่างหนึ่งจริง ๆ
แต่ว่าไม่นานก็มีคนพบจุดที่ทำให้คนตื่นตะลึงอีกจุดหนึ่งในวิดีโอภาพโฆษณานี้
ถึงแม้ว่าจะมีมุมกล้องสั้น ๆ อยู่แค่ไม่กี่วินาที แต่ว่าพวกเขาก็ยังสามารถมองออกมาได้ว่า คนที่สวี่วานร่วมแสดงด้วย คือหร่วนเฉิน
ในวิดีโอภาพโฆษณา หร่วนเฉินสวมใส่ชุดสูทสีดำอยู่ ท่าทียังคงเย็นชาอยู่อย่างเดิม ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผลของมุมกล้องหรือเปล่า ในตอนที่เขามองไปที่สวี่วานนั้น ที่หัวคิ้วก็มีความห่างเหินหายไปหลายเสี้ยว และยังมีความรู้สึกเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน
พอภาพมุมนี้ถูกคนขุดออกมาอย่างรวดเร็วแล้ว ก็อาจจะติดฮิตขึ้นมาด้วยเลย
“อะไรกันเนี่ย สามีฉันหล่อเกินไปแล้วมั้ง เอาชุดสูทบนตัวจนอยู่หมัดไปเลย!”
“หร่วนเฉินนี่จริง ๆ เลย พอใส่ชุดสูทเข้าไปก็เป็นคุณชายตระกูลผู้ดี พอถอดชุดสูทออก ก็เป็นหนุ่มหน้าใสเด็กเรียนดี ขอถามหน่อยใครจะไปเอาอยู่ได้เนี่ย?”
“ไม่รู้ว่าสวี่วานจะเอาอยู่ได้หรือเปล่า แต่ว่าฉันไม่มีทางเอาอยู่แน่นอน!”
“หร่วนเฉินกับRuanพี่น้องคู่นี้นี่สุดยอดจริง ๆ คนบ้านนี้นี่มันพันธุกรรมอะไรเนี่ย เอามาแบ่งให้ฉันสักเศษหนึ่งส่วนพันก็ยังดี”
“พอพูดขึ้นมาแล้ว พวกคุณไม่มีใครจิ้นหร่วนเฉินกับสวี่วานคู่จิ้นคู่นี้บ้างเหรอ? ฉันเห็นพวกเขาร่วมงานกันมาหลายครั้งแล้ว ทุกครั้งก็รู้สึกว่าเคมีเข้ากันมากเลย”
“ใช่ ใช่ ใช่! ทีแรกฉันก็นึกว่าฉันคิดมากไปเอง แล้วก็รู้สึกว่าเป็นแค่การร่วมงานธรรมดาเท่านั้น แต่ตอนนี้มาดูแล้ว ที่พวกเขาร่วมงานกันก็ส่วนร่วมงาน ถ้าพูดตามหลักแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสวี่วานที่เป็นดาราเจ้าบทบาท หรือว่าหร่วนเฉินที่เป็นดาราหน้าใหม่แบบนี้ ก็ควรจะต้องหลีกเลี่ยงซึ่งกันและกัน แต่ว่า! พวกเขาไม่เพียงไม่หลีกเลี่ยงกัน! ที่สำคัญยังร่วมเฟลมกันมากขนาดนี้ด้วย!”
“ฉันจำได้ว่าหร่วนซิงหว่านกับสวี่วานเหมือนจะเป็นเพื่อนกันนะ หร่วนเฉินกับสวี่วานจะต้องรู้จักกันเป็นส่วนตัวแน่ ทั้งสองคนเป็นคนจิตใจดี น่าจะไม่มีอะไรให้ต้องหลีกเลี่ยงกัน ที่สำคัญสวี่วานก็อายุมากกว่าเขาหกปีด้วย……”
“มากกว่าหกปีแล้วจะทำไม คู่รักแบบพี่สาวน้องชายก็น่ารักจะตายไป เด็กหนุ่มหน้าใสที่อายุน้อยกว่าแบบนี้ ใครจะไปปฏิเสธได้?”
“โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ จู่ ๆ ฉันก็อยากจะเข้าไปสิงร่างRuanแล้ว ความรู้สึกที่ได้นำทีมจิ้นนี่มันดีมากจริง ๆ”
“ฮา ฮา ฮาความคิดเห็นข้างบนนี้ ถ้าคุณจะเข้าสิงร่างRuan ประธานโจวต้องไม่เห็นด้วยเป็นคนแรกแน่”
“รบกวนแล้ว รบกวนแล้ว ฉันไม่คู่ควรเอง”
ในตอนที่โลกอินเทอร์เน็ตกำลังถกเถียงกันเต็มไปหมด เพ้ยซานซานนั่งอยู่ในห้องทำงานหร่วนซิงหว่าน กำลังชื่นชมสิ่งที่ตัวเองถ่ายออกมา และค่อย ๆ พร่ำบ่นไปด้วยว่า “ไม่อยากเชื่อจริง ๆ ว่านี่จะเป็นสิ่งที่ฉันถ่ายออกมาจริง ๆ มันสวยเกินไปแล้ว”
หร่วนซิงหว่านเองก็กำลังดูอยู่ เมื่อห้านาทีก่อน สวี่วานยังรีโพสต์ประกาศเวยป๋อของสำนักงานไปด้วย ถือว่าเป็นการยอมรับสถานะพรีเซนเตอร์แล้ว
แต่ในอินเทอร์เน็ตกลับมีความคิดเห็นหลากหลายไม่ตรงกันเกี่ยวกับเรื่องนี้
มีบางส่วนบอกว่า สวี่วานมารับงานกับแบรนด์ของพวกเธอนั้นทำให้ค่าตัวตกเกินไปแล้ว เมื่อก่อนเธอรับแต่สินค้าแบรนด์หรูชั้นนำทั้งนั้น เป็นทรัพยากรชั้นสูงที่ดาราดังในปัจจุบันมากมายต้องแย่งกันแทบตายก็ยังเอามาไม่ได้
ดูท่าตั้งแต่ที่เธอออกจากโจวซื่อกรุ๊ปไป ยิ่งอยู่ก็ยิ่งพัฒนาต่อไปไม่ไหวเลย
แล้วก็มีบางส่วนพูดว่า แบรนด์”ดาวเต็มฟ้า”นี้ ช่วงสองปีมานี้ เป็นแบรนด์ในประเทศที่ทำให้คนตาเป็นประกายขึ้นมามากที่สุด
และอีกอย่างนักออกแบบอย่างRuanก็เป็นนักออกแบบที่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศระดับสากลมาแล้ว ต่อไปจะต้องพัฒนาต่อไปได้ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ แน่ ๆ สวี่วานเลือกแบรนด์นี้เป็นการตัดสินใจที่ฉลาดมากแล้ว
ทั้งสองฝ่ายต่างก็ถกเถียงกันเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน ทะเลาะกันจนยุ่งเหยิงไปหมด
แต่ว่าตั้งแต่ที่รูปภาพของหร่วนเฉินโดนตัดออกมาแล้ว ก็พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับแรก จำนวนคนที่ถกเถียงกันก็พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่นานก็เบียดพวกเทรนฮิตที่ไม่สำคัญ ตกลงไปหมดเลย
หร่วนซิงหว่านเปิดดูคอมเม้นต์ในแฮชแท็กฮิตอันนี้ไป แล้วอยู่ ๆ ก็เปิดปากถามเพ้ยซานซานขึ้นว่า “ซานซาน เธอว่า เรื่องที่พวกเราจับคู่สวี่วานกับเสี่ยวเฉิน มันไม่ค่อยจะ……ถูกต้องหรือเปล่า?”
ก่อนหน้านี้เป็นเพราะว่าเรื่องของหร่วนจุนคอยแกะเกี่ยวพวกเธออยู่ราวกับฝันร้าย หร่วนซิงหว่านก็เลยไม่อยากให้เสี่ยวเฉินมักจะกลุ้มใจกับเรื่องของเขา ถึงได้เปลี่ยนไปบอกให้เขาไปมีความรักดูเพื่อจะได้เบี่ยงเบนความสนใจ แต่ว่าต่อมา……
เธอพบว่าเสี่ยวเฉินชอบสวี่วาน
ตั้งแต่เด็ก ๆ เสี่ยวเฉินก็ไม่ค่อยที่จะชอบของอะไรเท่าไหร่ และที่สำคัญการชอบคนคนหนึ่ง ก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีอะไร
เรื่องที่อายุมากกว่าหกปี สำหรับเธอแล้วมันก็ไม่ได้มีอะไร ขอแค่เสี่ยวเฉินชอบก็พอแล้ว
แต่ดูเหมือนกับว่ามีคนบางส่วนจะยอมรับไม่ได้
เพ้ยซานซานชิดเข้าไปดูด้วย แล้ว”เฮ้อ”ออกมาคำหนึ่ง “เธอจะไปสนใจเรื่องพวกนี้ทำไม นั่นเป็นเรื่องความรู้สึกของตัวเสี่ยวเฉินเอง พวกเรา อย่างมากก็เป็นแค่ตัวช่วยออกสตาร์ทก็เท่านั้น และทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
พูดแล้ว เพ้ยซานซานก็หยุดนิ่งไป “และอีกอย่างฉันรู้สึกว่าสวี่วานก็ชอบเสี่ยวเฉินด้วยเหมือนกัน”
หร่วนซิงหว่านปิดโทรศัพท์ไป แล้ววางไว้ลงบนโต๊ะ และถอนหายใจเบา ๆ ออกมาทีหนึ่ง “คนสองคนนี้ คนหนึ่งก็ดื้อด้านกว่าอีกคน ไม่มีใครยอมเปิดปากพูดสักคน”
เพ้ยซานซานเองก็ถอนหายใจตามด้วย “เสี่ยวเฉินเป็นเพราะว่าพ่อที่ไม่เอาไหนคนนั้น สวี่วานก็เป็นเพราะว่าอายุ…… จากที่พวกเราดูกันแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ถ้ามาเจอกับตัวเอง ยังไงก็ต้องมีความกังวลไม่มากก็น้อยแหละ”
“ใช่”
ชอบคนคนหนึ่ง มันก็คือความรู้สึกต่ำต้อยกับถอยหนีอย่างไม่มีที่สิ้นสุดไม่ใช่เหรอ?
เพ้ยซานซานพูดขึ้น “อ๋อ ใช่แล้วซิงซิง เรื่องพรีเซนเตอร์ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่วงนี้ในสำนักงานก็ไม่ได้มีเรื่องสำคัญอะไรแล้ว เธอจะไปลอนดอนสักเที่ยวไหม? จะได้ไปยืนยันเรื่องการตรวจดีเอ็นเอให้เรียบร้อยซะ”
หร่วนซิงหว่านส่ายหน้าขึ้นมาเล็กน้อย “ฉันยังไปไม่ได้ และที่สำคัญ……”
อยู่ ๆ เธอก็วิ่งล่อไปแบบนี้ มันดูกะทันหันเกินไปหน่อยนะ ถ้าเกิดทำให้Williamเกิดความสงสัยขึ้นมา ก็จะต้องอธิบายยุ่งยากมากแน่
เพ้ยซานซานครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง อยู่ ๆ ก็จุดประกายความคิดขึ้นมา “หรือไม่เอาแบบนี้กันไหม อีกไม่กี่วันที่ลอนดอนจะมีงานนิทรรศการภาพถ่ายงานหนึ่ง เดี๋ยวฉันใช้โอกาสนี้ แล้วก็ใช้ชื่อเธอ ส่งของขวัญอะไรไปที่บ้านพ่อเธอสักหน่อย ตัวฉันก็ไปถึงที่นั่นแล้ว ยังไงเขาก็ต้องเชิญฉันไปกินข้าวบ้างแหละ เมื่อเป็นแบบนี้แล้วการจะเอาตัวอย่างดีเอ็นเอของเขามา ก็ง่ายอย่างกับปอกกล้วยเข้าไปเลยไม่ไหม?”
หร่วนซิงหว่านนิ่งอึ้งไปไม่ได้พูดอะไร แบบนี้เหมือนกับว่า……จะเป็นทางออกอย่างหนึ่งเหมือนกัน
แต่ว่าเธอกลับสงบนิ่งมากกว่าเพ้ยซานซานอยู่เล็กน้อย และเงียบไปครู่หนึ่งแล้วถึงพูดขึ้นว่า “เธอจะไปลอนดอนจริง ๆ เหรอ?”
“ก็แน่นะซิ งานนิทรรศการภาพถ่ายงานนั่น ฉันอยากไปดูมากเลยนะ แล้วอีกอย่างก่อนหน้านี้ก็บอกว่าจะไปท่องเที่ยวอยู่ตลอด ครั้งนี้ก็พอดีเลย ฉัน……”
พอพูดไปได้ครึ่งหนึ่ง อยู่ ๆ เพ้ยซานซานก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
ถ้าเธอจะไปหาพ่อของหร่วนซิงหว่านที่ลอนดอนละก็ งั้นก็อาจจะได้……พบกับDanielด้วยใช่ไหม?
พอเห็นว่าเพ้ยซานซานยึกยักไปแล้ว หร่วนซิงหว่านก็พูดขึ้นว่า “ไม่ต้องรีบร้อน รอให้ผ่านไปอีกช่วงหนึ่งค่อยว่ากันเถอะ”
เพ้ยซานซานเกาหัวเล็กน้อย และไม่ได้ตอบกลับไปชั่วขณะ
เรื่องนี้เธอขาดการไตร่ตรองไปจริง ๆ……
ผ่านไปครู่หนึ่ง เพ้ยซานซานก็พูดอย่างจริงจังขึ้นว่า “ซิงซิง ฉันคิดถี่ถ้วนดีแล้ว เรื่องนี้มอบให้ฉันไปจัดการเอง ฉันจะต้องจัดการให้เรียบร้อยแน่นอน”
หร่วนซิงหว่านพูดขึ้น “เธอ……คิดดีแล้วจริง ๆ เหรอ?”
เพ้ยซานซานพยักหน้าขึ้น “ที่อยากไปดูงานนิทรรศการภาพถ่ายนั้นเป็นเรื่องจริง ๆ ในงานมีผลงานของช่างภาพที่ฉันชอบมากมาย ถ้าไม่ไปละก็ ฉันจะต้องเสียใจแน่ ๆ”
พูดแล้ว เธอก็หัวเราะขึ้นมาเล็กน้อย “อยู่ที่หนานเฉิงก็เคยเห็นมาแล้ว ไปดูที่ลอนดอนอีกก็คงจะไม่ต่างกันเท่าไหร่ ไม่แน่อาจจะได้กินข้าวฟรีด้วยสักมื้อก็ได้”
“ซานซาน……”
พอรู้ว่าเธออยากจะพูดอะไร เพ้ยซานซานก็พูดขึ้นว่า “วางใจเถอะ ฉันไตร่ตรองถี่ถ้วนดีแล้ว คนเรายังไงก็มองเดินไปข้างหน้าอยู่แล้ว”
บ่ายวันนั้น เพ้ยซานซานก็จองตั๋วเครื่องบินที่จะไปลอนดอนเลย และจะออกเดินทางสามวันให้หลังเลย
ทางหร่วนซิงหว่านเอง ก็ได้เตรียมของที่จะให้เธอเอาไปมอบให้กับWilliam
ในขณะเดียวกัน ก็ถือโอกาสวันหยุดสุดสัปดาห์เรียกหร่วนเฉินกลับมากินข้าวด้วย