สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว / พิศวาสรัก...สามีเก่า - บทที่ 776 ครั้งนี้ผ่านไปก่อน
หลังจากหร่วนซิงหว่านกลับมา ท้องฟ้าก็มืดลงแล้ว
เพ้ยซานซานหยิบภาพเงาที่จัดการเสร็จแล้ว มาให้หร่วนซิงหว่านยืนยันเวลาแถลงและเนื้อหาของคดี แต่เมื่อเธอได้กลิ่นบุหรี่บนตัวหร่วนซิงหว่าน ก็อดที่จะถามไม่ได้ว่า “ซิงซิง เธอไปไหนมาเหรอ?”
หร่วนซิงหว่านพูด “ฉันไปหาเซ่หรงมาน่ะ”
“ไปหาเซ่หรง?”
หร่วนซิงหว่านพยักหน้าเบาๆ “ฉันอยากให้เขาหาคนคนหนึ่งให้”
เพ้ยซานซานรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย “ที่ที่เซ่หรงอยู่ไม่ใช่สถานที่ที่ดีเท่าไหร่ เธอไปหาเขา เธอไม่กลัวบ้างเหรอ?”
หร่วนซิงหว่านหัวเราะ “ไม่กลัวหรอก ตอนฉันยังเด็ก ฉันก็โตมากับสถานที่อย่างนั้นแหละ”
สถานที่ที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่มาก่อน และถนนละแวกใกล้เคียง ต่างก็พอๆ กันกับตอนนี้
ทุกครั้งที่โรงเรียนเลิก ก็หลีกเลี่ยงให้ผ่านเส้นทางนี้ไม่ได้
เธอเคยถูกผู้หญิงบนท้องถนนหยอกล้อ และเคยถูกพวกอันธพาลขู่คุกคามมาไม่น้อย
แต่เมื่อเธอถูกพวกขี้เมาขวาง ผู้หญิงที่หยอกเย้าเธอ ก็ช่วยขับไล่และก่นด่าพวกขี้เมานั่น
พวกอันธพาลที่คุกคาม เมื่อเธอหกล้ม ก็เข็นเธอใส่รถเข็นไปส่งเธอที่บ้านให้
หลังมัธยมศึกษาตอนต้น ที่นั่นถึงได้ถูกบูรณะพื้นที่
ดังนั้นเธอจึงรู้ดี ถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อการดำรงชีพละก็ คงไม่มีใครเต็มใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานๆแน่
เพ้ยซานซานได้ยิน ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนจะหัวเราะฮาฮาและเปลี่ยนเรื่องทันที “ฉันเช็คสภาพอากาศของพรุ่งนี้แล้ว แดดดีมาก รูปออกมาต้องสวยแน่เลย”
หร่วนซิงหว่านพูด “พรุ่งนี้ฉันไม่ไปนะ ตอนเย็นฉันต้องรีบเข้าครัวทำอาหาร เสิ่นจื่อซีบ่นมาหลายวันแล้ว พวกเธอเสร็จแล้ว ก็มาพร้อมกันกับสวี่วานสิ มีอะไรก็โทรหาฉันนะ”
“OK” เพ้ยซานซานชะงัก “งั้น……ต้องเรียกเสี่ยวเฉินไหม?”
หร่วนซิงหว่านเงียบไปนิด “ครั้งนี้ผ่านไปก่อนเถอะ”
สถานการณ์ของเสี่ยวเฉินกับสวี่วาน เป็นการดีกว่าที่จะไม่พบเจอหน้าร่วมกัน
เรื่องระหว่างสองคนนั้น ก็คงรอให้พวกเขาจัดการกันเอง
หร่วนซิงหว่านพูดอีกว่า “ติดต่อนางแบบไว้หรือยัง?”
เพ้ยซานซานพูด “เรียบร้อยแล้วจ้า ฉันติดต่อตัวสำรองอีกสองคนไว้แล้วด้วย ครั้งนี้ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน”
ในตอนนี้เอง ที่มีคนเคาะประตูห้องทำงาน
สาวน้อยในสตูดิโอพูดว่า “พี่ซานซาน แฟนพี่มารับค่ะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเพ้ยซานซานจางลงเล็กน้อย เธอหันไปพูดว่า “รู้แล้วจ้ะ เธอให้เขารอฉันข้างนอกสักครู่นะ”
สาวน้อยรับคำก่อนจากไป
หร่วนซิงหว่านพลิกเปิดสมุดร่างแบบตรงหน้า “เอาล่ะ ดึกมากแล้ว ไปกินข้าวเถอะ”
เพ้ยซานซานพูด “แล้วเธอล่ะ จะกลับตอนไหน?”
หร่วนซิงหว่านดมกลิ่นบุหรี่บนตัว กลิ่นมันติดทนจริงๆ
ถ้าโจวฉือเซินกลับมาและได้กลิ่น เขาต้องถามแน่
เธอพูด “เดี๋ยวฉันแก้ภาพร่างนี้สักพักก็เตรียมกลับแล้วล่ะ”
“โอเค” เพ้ยซานซานพูด “งั้นฉันไปก่อนนะ”
หร่วนซิงหว่านพยักหน้า “จ้า”
หลังจากเพ้ยซานซานกลับไปเอากระเป๋าที่ห้องทำงาน เธอก็ออกจากสตูดิโอไป
โจงเหวินป๋อยืนรออยู่ไม่ไกล พร้อมช่อดอกไม้ในมือ
เพ้ยซานซานเดินไปหาเขา “ขอโทษทีนะคะ เพิ่งเสร็จงานน่ะ เลยทำให้คุณต้องรอนานเลย”
โจงเหวินป๋อยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ”
เขาพูดพลางยื่นช่อดอกไม้ไปให้เธอ “ผมให้คุณครับ”
เพ้ยซานซานตะลึงไปนิด ไม่รับไปชั่วขณะ ก่อนพูดอย่างลังเล “เนื่องในวันอะไรเหรอคะ?”
โจงเหวินป๋อพูด “ไม่ใช่หรอกครับ ผมเห็นช่อดอกไม้นี้บนถนน เห็นมันสวยดี ก็เลยคิดว่าคุณน่าจะชอบมัน แน่นอนว่า เพื่อมาขอโทษด้วยน่ะครับ”
เพ้ยซานซานไม่เข้าใจ “ขอโทษ?”
โจงเหวินป๋อพูด “เมื่อคืนวานบริษัทผมทำโอที ก็เลยไม่ได้มารับคุณ”
เพ้ยซานซานหัวเราะ “อย่างนี้เองเหรอคะ จริงๆเมื่อวานฉันก็ทำโอทีเพื่อถ่ายภาพเหมือนกันค่ะ แล้วก็ไม่ได้อยู่ที่สตูดิโอด้วย โชคดีแล้วค่ะที่คุณไม่ได้มา มาก็คงเสียเที่ยวเปล่าๆ”
ทันทีที่พูดออกมา ทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก
ความเงียบและความอึดอัดแผ่ซ่านโดยไร้เสียงอย่างฉับพลัน
ผ่านไปครู่หนึ่ง เพ้ยซานซานก็ยื่นมือไปรับดอกไม้ “ขอบคุณนะคะ สวยมากจริงๆ ฉันชอบมากค่ะ”
โจงเหวินป๋อยิ้ม “ชอบก็ดีแล้วครับ”
เพ้ยซานซานพูดพลางเดินไปด้วย “วันนี้พวกเราไปกินอะไรกันดีคะ?”
“เพื่อนของผมแนะนำร้านอาหารญี่ปุ่นมา บอกว่าร้านนี้รสชาติดีมาก แถมพวกวัตถุดิบก็ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นเลยด้วย ไปลองชิมกันไหมครับ?”
เพ้ยซานซานพูด “คงค่อนข้างแพงเลยใช่ไหมคะ?”
โจงเหวินป๋อทำงานในองค์กรของรัฐ แม้ว่างานของเขาจะมั่นคง แต่เงินเดือนของเขาก็ไม่นับว่าสูงมากนัก
ช่วงนี้เขาจ่ายเงินเวลากินข้าวเสมอ เพ้ยซานซานเองก็เกรงใจมากพออยู่แล้ว
ดังนั้นเธอก็เลยเสนอว่า ให้พวกเขาผลัดกันจ่ายค่าอาหาร
แต่โจงเหวินป๋อบอกว่าไม่เป็นไร ก็แค่ทานข้าว ไม่ได้จ่ายเงินอะไรมากขนาดนั้น
เธอก็เลยไม่พูดอะไรอีก เธอเลยทำได้เพียงให้ของขวัญในราคาใกล้เคียงกันกับโจงเหวินป๋อ
แต่ถ้าหากวัตถุดิบส่งตรงมาจากญี่ปุ่นโดยเครื่องบิน อาหารมื้อนั้นก็คงราคาหลายพันแน่ ๆ
โจงเหวินป๋อพูด “ไม่เป็นไรครับ เพื่อนของผมเป็นลูกค้าประจำของที่นั่น เขาลดราคาให้เราได้”
เมื่อเพ้ยซานซานเห็นว่าเขาอยากไปกินจริงๆ ก็เลยพยักหน้าตอบรับ “ได้ค่ะ งั้นเราไปที่นั่นกัน”
ถ้าถึงเวลามันแพงจริงๆ ก็ค่อยหารค่าอาหารกันกับโจงเหวินป๋อ
เมื่อมาถึงร้านอาหารญี่ปุ่นที่โจงเหวินป๋อพูดถึง เพ้ยซานซานก็วางดอกไม้ในมือลง “คุณไปสั่งอาหารก่อนเถอะค่ะ ฉันขอเข้าห้องน้ำก่อน”
โจงเหวินป๋อพูด “ครับ”
เมื่อเพ้ยซานซานออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังทาลิปสติก
ผู้หญิงคนนั้นสวมชุดเดรสรัดรูปสีแดงก่ำ หน้าอกหน้าใจอวบอึ๋ม แต่งหน้าจัดสวยสดงดงาม
เพ้ยซานซานสบตากับเธอผ่านกระจกเงา ก่อนจะยิ้มเล็กน้อยให้อย่างสุภาพ
แต่หญิงสาวกลับทำเสียงในลำคออย่างไม่พอใจ เก็บลิปสติกก่อนจะออกไป
เพ้ยซานซานพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว
คนอะไรนี่
น่าขยะแขยงเสียยิ่งกว่าเฉินหว่านลู่
เพ้ยซานซานเดินกลับไปพลางส่งข้อความเสียงหาหร่วนซิงหว่าน “……เธอทำเสียงเชอะใส่ฉัน? นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเจอคนที่ไม่มีมารยาทและน่ารังเกียจเสียยิ่งกว่าเฉินหว่านลู่ล่ะ สาบานเลยว่า ครั้งหน้าฉันจะไม่พูดไม่ดีกับเฉินหว่านลู่อีก!”
หลังจากส่งข้อความเสียงไปแล้ว เพ้ยซานซานเองก็กลับมายังที่นั่งตรงโต๊ะ
หลังจากนั่งลง โจงเหวินป๋อก็พูดว่า “ผมสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว คุณอยากดื่มอะไรไหม?”
เพ้ยซานซานสั่งเครื่องดื่มเย็นๆหนึ่งแก้ว
พนักงานรับคำก่อนจากไป
โจงเหวินป๋อหาเรื่องคุย “ก่อนหน้าคุณพูดกับผมว่า สตูดิโอของพวกคุณกำลังเฟ้นหาแอมบาสเดอร์ เมื่อวานคุณกำลังถ่ายภาพใช่ไหมครับ?”
เพ้ยซานซานพยักหน้า “ใช่ค่ะ เดิมทีวันนี้ก็ต้องถ่าย แต่เพราะว่าฝนตก ก็เลยเลื่อนไปวันพรุ่งนี้แทนน่ะค่ะ”
“ถ้างั้นพรุ่งนี้……”
โจงเหวินป๋อพูดไปได้ครึ่งเดียว ก็ได้มีร่างร่างหนึ่งมายืนอยู่ข้างพวกเขา
เพ้ยซานซานเงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนจะเห็นว่าเป็นหญิงสาวในห้องน้ำเมื่อสักครู่นี้
เมื่อเห็นเธอ สีหน้าของโจงเหวินป๋อก็เปลี่ยนไปทันที
หญิงสาวคนนั้นกลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พูดกับโจงหวินป๋อว่า “นี่คือแฟนคุณเหรอคะ?”
ในน้ำเสียงมีความเหยียดหยามและเหน็บแนมอยู่หลายส่วน
น้ำเสียงของโจงเหวินป๋อเคร่งขรึมลง “คุณมีธุระอะไร?”
“ไม่มีอะไรค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นหยิบปากกาออกมาจากกระเป๋าของเธอ “เมื่อวานคุณทำนี่หล่นลงที่บ้านของฉัน”