สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว / พิศวาสรัก...สามีเก่า - บทที่ 777 เพียง 0.1 เปอร์เซ็นต์
ทันทีที่พูดจบ บนโต๊ะอาหารก็เกิดความเงียบสงัด
สีหน้าของโจงเหวินป๋อดูแข็งทื่อและน่าเกลียดดูด้วยตาเปล่าก็สามารถเห็นได้
หญิงสาวคนนั้นเหลือบมองไปที่เพ้ยซานซาน ด้วยรอยยิ้มและสายตาเจือไปด้วยความยั่วยุ ก่อนจะหมุนกายเดินจากไป
หลังจากเธอไปแล้ว โจงเหวินป๋อก็พูดว่า “ซานซาน……”
เพ้ยซานซานยิ้ม “เพื่อนเหรอคะ?”
โจงเหวินป๋อหยิบน้ำขึ้นมาจิบ เห็นได้ชัดว่าเพื่อบรรเทาความตึงเครียดและทำอะไรไม่ถูกของตัวเอง
เขาพูดอธิบายว่า “คุณอย่าเข้าใจผิดนะครับ เมื่อวานผมแค่เข้าไปในบ้านเพื่อส่งของให้เธอ ปากกาผมแค่ตกลงมาโดยบังเอิญ ไม่มีอะไรระหว่างเราสองคนครับ”
เพ้ยซานซานหยิบตะเกียบขึ้นมา “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจ กินข้าวเถอะค่ะ”
โจงเหวินป๋ออ้าปากเหวอ เดิมทีเขาคิดอยากพูดอะไรต่อ แต่เมื่อเห็นทีท่าราวกับว่าเธอไม่สนใจที่จะฟัง เขาเลยไม่พูดอะไรอีก
หลังจากนั้น ทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก
ทานข้าวเสร็จ เมื่อกำลังออกมาจากร้านอาหาร เสียงโทรศัพท์ของโจงเหวินป๋อก็ดังขึ้น
โจงเหวินป๋อมองไปยังเบอร์ที่โชว์บนโทรศัพท์ เขาขมวดคิ้วอย่างรุนแรง ก่อนจะเอาซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อ
เขาพูด “ซานซาน เดี๋ยวผมไปส่งคุณนะ”
เมื่อโจงเหวินป๋อพูดจบ หญิงสาวที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเขาก็ปรากฏตัวขึ้น มือของเธอจับโทรศัพท์ราวกับกำลังโทรศัพท์อยู่
และโทรศัพท์ของโจงเหวินป๋อ ก็กำลังสั่นอย่างต่อเนื่อง
เพ้ยซานซานเหลือบมองจากระยะไกล “ดูท่าคุณน่าจะกำลังยุ่งนะคะ งั้นฉันไม่รบกวนคุณแล้ว ฉันไปก่อนนะคะ บ๊ายบาย”
“ซานซาน”
เพ้ยซานซานเดินไปไม่กี่ก้าว ก็ถูกโจงเหวินป๋อคว้าแขนของเธอเอาไว้
โจงเหวินป๋อพูด “เรื่องวันนี้ผมขอโทษ ผม……”
เพ้ยซานซานหันกลับมา มองไปยังท่าทางลังเลของเขา ก่อนตอบ “วางใจเถอะค่ะ ฉันไม่เอาเรื่องของวันนี้ไปบอกพ่อแม่ของคุณแน่”
เมื่อโจงเหวินป๋อได้ยิน เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะปล่อยมือของเธอ “ผมจะจัดการให้เรียบร้อย และจะให้คำอธิบายกับคุณครับ”
เพ้ยซานซานทำเพียงแค่ยิ้ม โบกมือให้เขา และเรียกแท็กซี่กลับ
เธอนั่งมองโจงเหวินป๋อเดินไปทางผู้หญิงคนนั้น และใบหน้าของหญิงสาวก็ปรากฏรอยยิ้มภาคภูมิใจ
เพ้ยซานซานพ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะเก็บสายตากลับมา
เรื่องราวคาราคาซังระหว่างโจงเหวินป๋อกับอดีตแฟนสาวของเขานั้น เธอรู้ดีอยู่แก่ใจ
แต่ในด้านอารมณ์ความรู้สึกของเธอเองก็เละเทะ พวกเธอทั้งสองก็ไม่ได้ต่างอะไรกันนัก ผูกสัมพันธ์กันก็เพื่อให้พ่อแม่ได้สบายใจ
ดังนั้นเธอเลยไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องนี้มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว
แต่สถานการณ์ในวันนี้นั้น เห็นได้ชัดว่าอดีตแฟนสาวของโจงเหวินป๋อที่ต้องการมาทานอาหารที่ร้านนี้ ไม่รู้ว่ามาเพื่อรำลึกความหลังของความรักครั้งเก่าของพวกเขา หรือมาเพื่อสนองความเสียใจ คาดไม่ถึงว่าจะพาเธอมา
นี่มันก็รู้สึกลำบากใจไปหน่อย
เธอรับได้ถ้าทั้งสองค่อยๆ คบค้าสมาคมกัน โดยปราศจากความรู้สึกต่อกันแล้ว
แต่เธอรับไม่ได้ ที่จะเป็นตัวแทนของใครบางคนโดยไม่รู้ตัว
มันเหมือนถูกหยามเกียรติ
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เพ้ยซานซานลงไปซื้อปิ้งย่างจำนวนมากเพื่อระบายอารมณ์
เดิมทีเธอกะจะเรียกหร่วนซิงหว่านให้มาดื่มและทานกับแกล้มไปด้วยกัน แต่ก่อนที่จะเคาะประตู เธอก็พลันนึกถึงสีหน้าไร้อารมณ์ของโจวฉือเซิน ก็เลยตัดสินใจไม่ไปรบกวนโลกของพวกเขาสองคน
แต่ผลจากการดื่มเบียร์และปิ้งย่างคนเดียวก็คือ ลำไส้อักเสบตอนกลางดึก ทั้งอ้วกทั้งท้องเสีย
เพื่อไม่ให้การถ่ายภาพในวันรุ่งขึ้นล่าช้า เพ้ยซานซานเลยพยายามลุกขึ้น และเรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาล
เมื่อคนขับรถถามว่าเธอจะไปโรงพยาบาลไหน เพ้ยซานซานก็ปวดจนไม่สามารถพูดได้แล้ว สมองขาวโพลนไปหมด
ไม่นานนัก รถแท็กซี่ก็จอดที่ทางเข้าโรงพยาบาล
เพ้ยซานซานเงยหน้าขึ้นมอง ทันใดก็รู้สึกว่ามีเหงื่อออกที่ศีรษะมาก ใบหน้าของเธอที่ซีดขาวเปล่งเสียงว่า “คุณคะ รบกวนเปลี่ยนโรงพยาบาลให้หน่อยค่ะ”
คนขับแท็กซี่พูดว่า “เปลี่ยนไม่ได้แล้วล่ะครับ คุณดูอาการหนักนะครับ รีบเข้าไปตรวจเถอะ”
“ฉัน……”
เพ้ยซานซานยังไม่ทันได้พูดอะไรอีก คนขับรถแท็กซี่ก็ได้ประคองเธอลงจากรถ และเข้าไปส่งในโรงพยาบาลแล้ว เมื่อส่งถึงมือของนางพยาบาล เขาจึงออกไปอย่างผู้ที่ปิดทองหลังพระ
นางพยาบาลสอบถามอาการของเพ้ยซานซาน ก่อนจะรีบให้น้ำเกลือเธอ และถามอีกว่า “กลางดึกอย่างนี้ ทางที่ดีบอกคนในครอบครัวให้มาอยู่เป็นเพื่อนจะดีที่สุดนะคะ”
เพ้ยซานซานโบกไม้โบกมืออย่างไร้เรี่ยวแรง “ไม่เป็นไรค่ะ จริงๆก็ไม่ได้อาการหนักเท่าไหร่นัก ฉันรู้สึกว่าหลังจากได้น้ำเกลือก็ดีขึ้นโขแล้วค่ะ”
นางพยาบาล “……”
เพ้ยซานซานพูดว่า “จะให้น้ำเกลือเสร็จเมื่อไหร่เหรอคะ พรุ่งนี้ฉันยังมีงาน……”
นางพยาบาลพูด “ราวสี่ถึงห้าชั่วโมงโดยประมาณค่ะ คงเกือบจะเช้า แต่คุณควรลาหยุดนะคะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ เป็นงานที่เตรียมไว้เรียบแล้ว เป็นเพราะฉันเป็นต้นเหตุ ก็ต้อง……” เพ้ยซานซานพูดพลางเสียใจ “ขอบคุณนะคะ ไปทำธุระของคุณต่อเถอะค่ะ ฉันอยู่คนเดียวได้ค่ะ”
นางพยาบาลพยักหน้า “ต้องการอะไรก็เรียกนะคะ”
“ค่ะ”
หลังจากนางพยาบาลออกไปแล้ว เพ้ยซานซานก็เอนหลังนั่งพิงเก้าอี้ พลางถอนหายใจยาว
ถ้าพรุ่งนี้การถ่ายวิดีโอล่าช้าเพราะเธอละก็ เธอคงอยากเฆี่ยนตีตัวเองให้ตาย
เพ้ยซานซานมองซ้ายมองขวา ในขณะนี้ห้องโถงที่ให้น้ำเกลือคนน้อยมากแล้ว แผนกผู้ป่วยในก็ไม่ได้อยู่ที่นี่
โอกาสที่จะเจอDanielมีเพียง 0.1%
0.1นั่น มีไว้เพื่อเตือนสติตัวเองให้ตื่นตัวเข้าไว้
ในความเป็นจริง มีความเป็นไปได้แค่0%เท่านั้น
เพ้ยซานซานทำใจให้สบาย มองไปยังหยดน้ำเกลือบนเหนือศีรษะ อดทนต่ออาการเสียดท้องที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ก่อนจะค่อยๆหลับตาลงพักผ่อน
ไม่นานนัก ยาก็ค่อยๆออกฤทธิ์
เพ้ยซานซานรู้สึกผ่อนคลายไม่น้อย
เธอกะเวลาประมาณคร่าวๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาและตั้งนาฬิกาปลุกให้ดัง ทุกๆครึ่งชั่วโมง ก่อนจะหลับตาลง
ในขณะที่กำลังอยู่ในภวังค์ เพ้ยซานซานรู้สึกว่ามีคนมานั่งข้างเธอ
และบนตัวเธอ ก็เหมือนถูกปกคลุมด้วยบางสิ่งบางอย่าง
เพ้ยซานซานเกาใบหน้า เอียงศีรษะไปอีกด้านหนึ่ง
มีมือหนึ่งรองที่ศีรษะของเธอ และค่อยๆจับย้ายให้หันมา
จากนั้น เธอก็พิงลงยังไหล่กว้างของชายหนุ่ม
ไม่รู้ว่าเพราะเหนื่อยล้ามาทั้งคืนหรือเปล่า เพ้ยซานซานหลับลึกมากจนสุดท้ายพยาบาลต้องเข้ามาปลุกให้เธอตื่น
เธอลืมตา ก่อนจะมองไปรอบๆอย่างงุนงง ข้างหูก็ได้ยินเสียงของนางพยาบาลพูดว่า “ให้น้ำเกลือเสร็จแล้วค่ะ ถ้ารู้สึกสบายดีแล้ว ก็กลับบ้านได้เลยค่ะ”
ในที่สุดเพ้ยซานซานก็ดึงสติกลับมาได้ ก่อนจะหาว “ขอบคุณค่ะ”
นางพยาบาลพูดว่า “ไม่เป็นไรค่ะ สองวันนี้ก็ทานอาหารรสอ่อนไว้นะคะ อย่าทานของเผ็ดของมัน แล้วก็อย่าดื่มเหล้า นี่ยาของคุณค่ะ ถ้ารู้สึกไม่สบายท้องก็ทานหนึ่งเม็ดนะคะ”
เพ้ยซานซานพยักหน้า “ค่ะ”
หลังจากออกจากโรงพยาบาล เพ้ยซานซานมองไปยังดวงอาทิตย์ที่ขึ้นมาบนท้องฟ้าจากไกลๆ เธอบิดขี้เกียจ รู้สึกปวดเมื่อยที่คอ
เธอเกือบจะเดินไปแล้ว แต่จู่ๆก็พลันตระหนักได้ว่า นาฬิกาปลุกของเธอไม่ส่งเสียง……
เพ้ยซานซานรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เมื่อมองไปยังนาฬิกาปลุกที่ถูกปิดเอาไว้ ก็ยิ่งสับสนมากกว่าเดิม