Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย - ตอนที่ 1384 เครื่องใหม่
ตอนที่ 1384 เครื่องใหม่
เลาเสี่ยวเสียวหายไป!
ซางจิงมีผู้นำคนใหม่!
มีแต่เรื่องน่าตกใจเกิดขึ้นไม่หยุดจนทุกคนไม่ทันได้หายตกใจเลย ในห้องเงียบสนิทราวกับเวลาหยุดนิ่ง เสียงทุกอย่างหายไปเหลือเพียงแต่เสียงหัวใจดังตุบตุบให้ได้ยิน
”พ้ะ!”
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ก่อนที่ซางจิ่วตี้จะทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้และพึมพำกับตัวเอง “เลาเสี่ยวเสียวหายไป? เธอไปไหน…ทำไม? แล้วผู้บัญชาการมู๋กับเลาหมิงละ? เกิดอะไรขึ้น?”
การกระทำของสี่ตระกูลลึกลับเริ่มชัดเจนขึ้น พวกเขาเริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และตั้งแต่นั้นมาชูฮันก็เตรียมแผนการป้องกันเอาไว้ เขามีรายชื่อของคนที่จำเป็นต้องปกป้องในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมากะทันหัน โดยหน่วยข่าวกรองลับที่แฝงอยู่ตามจุดต่างๆจะต้องทำสุดฝีมือเพื่อช่วยคนเหล่านี้ให้ได้
และเลาเสี่ยวเสียวก็เป็นหนึ่งในรายชื่อนั้น!
และครั้งนี้การได้รับแจ้งข้อมูลการหายตัวไปของเลาเสี่ยวเสียวก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของแผนการที่ชูฮันวางไว้แล้ว
ทว่าคำถามที่ใหญ่ที่สุดในใตจทุกคนตอนนี้คือ..ตอนนี้พวกเขาควรทำยังไงดี?
แถมตอนนี้ชูฮันก็ไม่อยู่ที่นี้ พวกเขาควรจะทำยังไงต่อดี?
”ทุกคนใจเย็นก่อน” หลูอี๋พูดปลอบใจทุกคน แม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะสั่นก็ตามที
หยางเทียนเองก็รู้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันน่าตกใจขนาดไหน จู่ๆก็เขาก็ผุดขึ้นยืนและพูดขึ้นมา “ฉันเป็นระยะ 8”
ทุกคนมองมาที่หยางเทียนด้วยสายตาอึ้งและงุนงง ระยะ 8 แล้วยังไง?
จะบอกว่ามีหยางเทียนอยู่ด้วย ไม่ต้องกลัวอะไรงั้นเหรอ?
หลูอี๋มองไปที่หยางเทียน ยกนิ้วให้ ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อ “ทุกคนสงบสติลงกันรึยัง? ถ้างั้นตอนนี้มาคุยกันว่าจะทำยังไงต่อ?”
ทันใดนั้นบรรยากาศในห้องประชุมก็เข้าสู้บรรยากาศเร่งด่วน ทุกคนวางอารมณ์วิตกกังวลออกไปและต่างพุ่งเป้าไปที่การหาทางแก้ไข
”ก่อนอื่น เจ้าหน้าที่เวรยามทั้งหลายจะขยับไปไหนไม่ได้เพราะมันอาจจะมีอันตรายจากข้างนอกค่ายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ดังนั้นเจ้าหน้าที่เวรยามจะต้องประจำการอยู่ที่นี้ตลอด” หลูอี๋สรุป
หยางเทียนมีท่าทางกลุ้มใจ “นอกจากหัวหน้าจะเป็นคนสั่งย้ายด้วยตัวเอง เจ้าหน้าที่เวรยามของเขี้ยวหมาป่าห้ามออกนอกเขตพื้นที่ และห้ามให้คนนอกเข้ามาเช่นกัน!” หลูเหวินเชิงถอนหายใจ “เอาล่ะ สิ่งที่ต้องทำสองอย่างตอนนี้คือ หาทางติดต่อเหมิงชีเหว่ยให้ได้ และเริ่มทำการค้นหาเลาเสี่ยวเสียว รวมถึงส่งเฮลิคอปเตอร์ไปยังเส้นทางจากค่ายเขี้ยวหมาป่าถึงเมืองหยินเพื่อจะหากองทัพเขี้ยวหมาป่าระหว่างทาง”
ในการประชุมที่ผ่านมาสามหัวล้านจากแผนกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่เคยเข้าร่วมและไม่เคยเอ่ยปากใดๆเลย ทว่าครั้งนี้พวกเขากลับเข้าร่วมประชุมด้วย มันแสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มันร้ายแรงขนาดไหน
”จะให้ส่งเฮลิคอปเตอร์ออกไปตามหาชูฮันและกองทัพเขี้ยวหมาป่าเวลานี้เนี่ยนะ?” ซางจิ่วตี้เป็นกังวล “เจ้าหน้าที่เวรยามจะออกไปจากค่ายไม่ได้ แล้วเจ้าหน้าที่ที่เหลือก็ต่างต้องทำตามหน้าที่ของพวกเขา มีแค่ฉันที่ไปได้!”
คำพูดของซางจิ่วตี้ทำให้ทุกคนเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่หยางเทียนจะค้านขึ้นมมา “ไม่ มันอันตรายเกินไป!” ”ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างการเดินทาง” หลูเหวินเชิงเองก็เป็นกังวลเกี่ยวกับกองทัพเขี้ยวหมาป่า
”เหอซาง!” จู่ๆซางจิ่วตี้ก็หันขวับไปที่หัวหน้าแผนกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “Amaterasu 3000ละ?”
ทันทีที่ชื่อ Amaterasu 3000 หลุดออกมา ตาของทุกคนในห้องก็โตทันที…ถ้าใช้ Amaterasu 3000 ละก็พวกเขาสามารถตามหากองทัพเขี้ยวหมาป่าได้ภายในเวลาแค่ครึ่งวันเท่านั้น
เหอเฟิงมีสีหน้าเครียด “ฉันคืนมันให้เกาช้าวฮุ่ยไปแล้วตามคำสั่งของหัวหน้า”
แววตาของซางจิ่วตี้หม่นลงทันที เช่นเดียวกับหลูอี๋และคนอื่นที่มีสีหน้าผิดหวังที่ได้ยินคำตอบนี้
”ถ้าไม่มี Amaterasu 3000 ซางจิ่วตี้ห้ามไปไหนทั้งนั้น” หลูอี๋พูดขึ้น “ก่อนอื่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ไปเช็คตามเส้นทางก่อน” ”คงเหลือแค่ทางเดียว” หลูเหวินเชิงพยักหน้า
เหอซางลูบหัวล้านตัวเอง ก่อนจะยืนขึ้น “ฉันจะกลับไปทดลองผลิตชิ้นส่วนที่ดัดแปลงตามโครงสร้างของ Amaterasu 3000 ต่อ มันไม่มีทางเทียบกับ Amaterasu 3000 ของจริงได้ แต่ก็ดีกว่าเฮลิคอปเตอร์ทั่วไป ฉันขอเวลาสามวัน!”
หลูเหวินเชิงยิ้มฝืด “หวังว่านายจะเร่งมือได้เร็วกว่านั้น เพราะพวกเรามีเวลาไม่มากแล้ว”
”อืม ถ้างั้นเรามาจัดวางกำลังคนสำหรับปฏิบัติการกันก่อน!” หลูอี๋สรุป
หลังจากนั้นหนึ่งในเฮลิคอปเตอร์ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ก็ถูกส่งขึ้นอากาศทันทีหลังจากประชุมจบลง เจ้าหน้าที่ทั้งหลายพกอาวุธครบคันและขึ้นเฮลิคอปเตอร์ออกไปเพื่อสำรวจเมืองหยิน
การตามหาเลาเสี่ยวเสียวเป็นหน้าที่ของหน่วยข่าวกรองลับที่ก็เริ่มดำเนินสืบสวนทันทีเช่นกัน