Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย - ตอนที่ 1385 นายโตขึ้นแล้วเจียงเทียนชิง
ตอนที่ 1385 นายโตขึ้นแล้วเจียงเทียนชิง
ที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองหยินเหลือเพียงซากปรักหักพัง ในเวลานี้มันไม่มีสงครามมหลงเหลือแล้ว ไม่มีกองกำลังลูกผสมนับหมื่นหรือมนุษย์จำนวนมากที่ถูกคุมขังไว้เป็นอาหาร ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆหลงเหลืออยู่ในเมืองหยินอีกแล้ว
เหลือเพียงแต่พื้นถนนแตกเป็นทาง ดินโคลนเหนอะหนะและฝนสีดำที่ยังคงตกลงมาไม่หยุด
ตั้งแต่ที่เกิดแผ่นดินไหว ชูฮันและพลเอกทั้งหลายก็ติดอยู่ที่นี่มาเป็นเวลาสองวัน โดยกองกำลังพันธมิตรทั้งหลายที่โดนฝนพิษอยู่ด้านนอกก็เริ่มเกิดเหตุโกลาหลไม่หยุด แต่ก็ได้ทีมนักฆ่าขนนกคอยสยบความวุ่นวายเอาไว้
นอกจากชูฮันและตวนเจียงเหว่ย พลเอกที่เหลืออีกสี่คนไม่ออกจากบ้านพักเลย ชูฮันมักจะออกมาตรวจสอบสถานการณ์และพื้นที่อยู่เป็นระยะๆ ส่วนตวนเจียงเหว่ยเคยออกมาเพียงครั้งเดียวและก็ไม่ออกมาอีกเลย
เสียงของฝนตกที่ไม่หยุดตกมักจะกลบเสียงโกลาหลอยู่เสมอ หากมันก็มีเสียงดังชัดให้ได้ยินอยู่บ้างเป็นครั้งคราว อย่างเช่นเสียงคำรามของซอมบี้ที่ค่อนข้างจะชัดเจน
พลเอกทั้งหลายรู้ดีแก่ใจว่าเวลานี้คงมีคนติดเชื้อและกลายร่างเป็นซอมบี้แล้วไม่น้อย!
พลเอกหลายคนไม่สามารถทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เป็นเวลาพักใหญ่ มันจึงกลายเป็นหน้าที่ของกองทัพเขี้ยวหมาป่าที่ต้องมองดูเพื่อนพ้องทหารในกองกำลังพันธมิตรกลายเป็นซอมบี้และต้องฆ่าพวกเขาทิ้ง ในใจหลายคนเต็มไปด้วยความทุกข์และโศกเศร้าจนแทบทนไม่ไหว
แต่การจะเป็นผู้นำคือการคิดถึงภาพรวม!
ตวนเจียงเหว่ยยอมแพ้ความคิดที่จะเอาชนะชูฮันไปแล้ว เพราะอย่างน้อยเขาก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถเข้มแข็งและใจเด็ดสั่งการอย่างไม่ลังเลได้อย่างชูฮันในตอนนี้ ผลกระทบที่เกิดจากฝนดำเกินความคาดหมายไปไกล อีกทั้งความรุนแรงของการติดเชื้อก็รุนแรงอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน มันน่ากลัวยิ่งกว่าตอนที่สนามแม่เหล็กของโลกเปลี่ยนแปลงเมื่อตอนโลกาวินาศปะทุซะอีก
ด้วยฝนดำนี้ ส่งผลให้ทหารที่เป็นมนุษย์ธรรมดาในกองกำลังพันธมิตรติดเชื้อกันหมดภายในเวลาแค่สองวัน แถมพวกคนที่ยังรอดก็ต้องหาอะไรมาคลุมกันน้ำฝนเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายโดนฝนพิษ
ทว่ามันก็ยังไม่ช่วยอยู่ดี!
น้ำฝนที่ประกอบไปด้วยเชื้อไวรัสรุนแรงกระจายไปทุกหนทุกแห่ง พื้นดิน รอยแตก รอยรั่ว อาหาร สิ่งของ หรือแม้แต่อากาศที่หายใจ
คนธรรมดาไม่สามารถต้านทานเชื้อไวรัสได้ ดังนั้นภายในเวลาสองวันกองกำลังพันธมิตรที่เดิมทีมีทหารทั้งหมดรวมกันหกพันกว่าคน ถูกลดจำนวนลงไปถึงหนึ่งพันคน ทำให้ตอนนี้พวกเขาเหลือเพียงห้าพันคนเท่านั้น!
และตอนนี้หลังจากที่ชูฮันออกไปตรวจสถานการณ์ด้านนอกอีกครั้งและกลับเข้ามา จู่ๆเขาก็ตัดสินใจพูดขึ้น “ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เกรงว่าอีกไม่นานมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ระยะ 1 ก็คงจะติดเชื้อไปด้วย นี้ก็ผ่านมาสองวันแล้วทีมลาดตระเวนยังไม่ปรากฏตัวเลย เรารอต่อไปไม่ได้แล้ว…”
”แล้วเราจะไปไหน?” ตวนเจียงเหว่ยถาม
ชูฮันขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเอ่ยตอบ “เราไปได้แค่ทางตะวันตกเฉียงใต้เท่านั้น เพราะกว่าที่เราจะไปถึง เวลานั้นทางใต้หรือทางตะวันตกก็ไม่มีซอมบี้เหลือแล้ว ถ้าเรายังเสี่ยงรอต่อไปแบบนี้ มีแต่ทหารที่ต้องติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”
”แล้วเราจะออกไปจากที่นี่ยังไง? ได้คิดเรื่องนี้มั้ย?” เหวินชี่เชิงถามขึ้นมา
ชูฮันยิ้มเย็น “จะออกไปยังไงงั้นเหรอ? เราสามารถใช้เศษซากไม้พวกนี้สร้างเรือขึ้นมา รอให้น้ำท่วมขึ้นสูงจนดันเราออกไปจากหลุมนี้ได้ แต่อีกทางหนึ่งมันก็เสี่ยงที่จะไม่สำเร็จและตายเหมือนกัน”
สร้างเรือ!
พลเอกทุกคนหันขวับมาจ้องชูฮันกันทันที พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำตอบเช่นนี้มาก่อน
ในตอนนั้นเองซูเฟิงก็รีบเข้ามาข้างในห้องพักอย่างรีบร้อน “เจียงเทียนชิงกลับมาแล้ว!”
”พรึบ!”
ชูฮันแทบจะกระโจนออกไปทันทีเลยด้วยซ้ำ ร่างของเขาหายไปเพียงพริบตาเดียว ส่วนซูเฟิงเองก็รีบตามหลังออกไป เหลือพลเอกทั้งหลายคนไว้ในบ้านพัก
แต่หลังจากนั้นเพียงสามวินาที…
”ฉันจะรีบสั่งการให้ทุกคนเตรียมลงมือ!” ตวนเจียงเหว่ยรีบวิ่งตาม
ฉางกวนหลงตะลึง เขาได้แต่นั่งมึนงงอยู่พักหนึ่งเพื่อประมวลผล “พวกคนหนุ่มนี้รวดเร็วกันชะมัด”
การกลับมาของเจียงเทียนชิงจะต้องนำพาข้อมูลสำคัญต่อทุกคนมาอย่างแน่นอน รวมถึงแนวทางการอยู่รอดต่อไปของกองกำลังพันธมิตร
อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของกองกำลังพันธมิตรก็จะสามารถอพยพได้ทันที!
หลังจากที่ชูฮันรีบพุ่งออกมา เขามองเห็นเจียงเทียนชิงที่กำลังใกล้เข้ามา เนื้อตัวของเจียงเทียนชิงดำเปื้อนไปหมดจนมองเห็นจุดที่ไม่เปื้อนเลย
โชคดีที่ระยะของเจียงเทียนชิงไม่ใช่น้อยๆ ดังนั้นฝนดำนี้จึงไม่สามารถทำให้เขาติดเชื้อได้
”หัวหน้า!” เจียงเทียนชิงที่พอเห็นชูฮันก็รีบพุ่งตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว
”เป็นยังไง? แล้วคนอื่นละ?” ชูฮันถามทันทีอย่างร้อนใจ
เนื่องจากเพราะเจียงเทียนชิงเดินทางกลับมาคนเดียว แล้วสมาชิกที่เหลือของทีมลาดตระเวนไปไหนกัน?
เจียงเทียนชิงปาดน้ำที่หน้าออกก่อนตอบ “คนอื่นยังอยู่ที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ที่เดิม”
ชูฮันไม่เข้าใจ “เป็นไปได้ยังไง? เพราะติดซอมบี้งั้นเหรอ?”
”พวกเราไม่พบซอมบี้เลยครับ” เจียงเทียนชิงมีสีหน้ากังวล “ขอโทษด้วยครับหัวหน้า เพราะฝนมันตกหนักเกินไป”
”ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามากังวลเรื่องซอมบี้ แค่ทุกคนยังไม่ตายก็ดีมากแล้ว” ชูฮันโล่งอก
”พวกเราตายไปสิบคนครับ” เจียงเทียนชิงแก้ไขความเข้าใจผิด
”เกิดอะไรขึ้น?!” หัวใจของชูฮันราวกับถูกบีบแน่น
เจียงเทียนชิงสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเล่าสถานการณ์ให้ชูฮัน “ขณะที่ลาดตระเวนอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ พวกเราเจอกับกลุ่มคนที่มีอาวุธลำแสงแปลกๆที่สามารถตัดพื้นแยกเป็นทางยาวลึกได้ และพวกเขากำลังใช้อาวุธนั่นตัดพื้นรอบๆเมืองหยิน ราวกับต้องการจะตัดขาดเมืองหยินออกจากทั้งโลก!”
เจียงเทียนชิงไม่รู้ว่าชูฮันรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว “เราจะปล่อยให้เมืองหยินถูกตัดขาดจากโลกไม่ได้ ดังนั้นผมเลยตัดสินใจให้ทีมลาดตระเวนออกไปต่อสู้กับคนพวกนั้น แต่อาวุธของอีกฝ่ายมันทรงพลังเกินไป เราเสียสมาชิกไปสิบคนโดยไม่สามารถหยุดคนพวกนั้นได้ พวกเราที่เหลือทำให้แค่หนีออกมาก่อนจะเกิดแผ่นดินไหวและเจอกับฝนดำ”
หลังจากได้รับฟังเรื่องตกใจสุดๆ ชูฮันก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้น “นายหมายความว่าตอนนี้ทีมลาดตระเวนที่เหลือทำหน้าที่คุ้มกันเส้นทางอพยพอยู่?!”
”ใช่ครับหัวหน้า!” เจียงเทียนชิงตอบรับขณะปาดน้ำฝนที่หน้าออก “แต่แผ่นดินไหวทำลายเส้นทางไปหมดแล้ว ไม่มีเส้นทางไหนปลอดภัยแล้วครับ หัวหน้าต้องรีบก่อนที่มันจะสายไป ไม่แน่ว่าหลังจากนี้อีกสองวันพื้นดินจะแตกเพิ่มอีกครับ!”
ชูฮันตบบ่าเจียงเทียนชิง “นายโตแล้วจริงๆ! นายควรจะรู้ไว้ว่าการกระทำของทีมลาดตระเวนช่วยชีวิตของผู้คนได้มากมาย!”