Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย - ตอนที่ 1383 ตายหนึ่งร้อยคน?
ตอนที่ 1383 ตายหนึ่งร้อยคน?
สามวันหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ข่าวที่เกิดขึ้นก็มาถึงค่ายเขี้ยวหมาป่า แถมตอนนี้ชูฮันก็ไปจากค่ายเขี้ยวหมาป่าเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ขณะที่การก่อสร้างและโปรเจคต่างๆก็พัฒนาไปเป็นขั้นๆ
ตอนนี้ที่ค่ายเขี้ยวหมาป่ามีการเรียกรวมตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูง หากเวลานี้ไม่ได้มีคนอยู่ที่ค่ายเขี้ยวหมาป่ามากเท่าไหร่ ดังนั้นจึงมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงเหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้น นอกจากซางจิ่วตี้ หลูอี๋ หยางเทียน ก็มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากแผนกต่างๆเท่านั้น
”ข่าวเรื่องกองกำลังพันธมิตรแพ้สงครามออกมาได้ยังไง? มันเกิดอะไรขึ้นในซางจิงกันแน่?” หลูอี๋เป็นคนเปิดประเด็นขึ้นมา
หยางเทียนกระพริบตาปริบ “แต่ถึงยังไงชื่อของหัวหน้าก็ยังอยู่บนอันดับของเสาหินอยู่ดี”
การที่ชื่อของชูฮันยังอยู่บนอันดับเสาหินแปลว่าเขายังมีชีวิตอยู่ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เหล่าผู้มีตำแหน่งระดับสูงทั้งหลายไม่ได้เป็นกังวล เพียงแต่นั่งอยู่ในห้องประชุมเงียบๆ
ซางจิ่วตี้หันไปมองที่หลูเหวินเชิงหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทันที “มีข้อมูลอะไรมั้ย?”
”ทั้งสามทีมพิเศษ ทีมยิงปืน ทีมลาดตระเวนและที่เหลือยังอยู่ครบ” หลูเหวินเชิงตอบ เขาลุกขึ้นวางรายชื่อลงกลางโต๊ะ “นี้คือรายชื่อของผู้เสียชีวิตของเขี้ยวหมาป่าที่เราถอดรหัสได้จากข้อความของหน่วยข่าวกรอง จำนวนทั้งหมดอยู่ที่หนึ่งร้อยคน”
หลายคนมีสีหน้าคลายกังวลเมื่อได้ยินเช่นนั้น หากหลูเหวินเชิงก็พูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง “อย่างที่ทุกคนเห็นว่าสถานการณ์ครั้งนี้มันแปลกมาก เก้าสิบคนจากร้อยคนที่ตายไปเป็นคนจากทีมกุ้งเสือดำ!”
ทุกคนตกใจอย่างมากกับสิ่งที่ได้ยินต่อมา
หยางเทียนเป็นคนแรกที่คว้ารายชื่อมาดู และหลังจากได้เห็นรายชื่อที่คุ้นเคยทั้งหลายตัวเขาก็สั่นเทิ้มราวกับกำลังช็อค
หลูอี๋ไม่คิดไม่ฝันว่ามันจะกลายเป็นอย่างนี้ ไม่ต่างจากทุกคนในห้อง สิ่งนี้มันเกินความคาดหมายพวกเขาไปไกล
ซางจิ่วตี้นิ่วหน้าและหยิบรายชื่อมาดู เธอกวาดสายตาไล่มองทีละรายชื่อด้วยความรู้สึกตกใจ
มันเกิดอะไรขึ้นกับทีมกุ้งเสือดำ?!
”มันไม่ใช่จากเรื่องขาดแคลนอาวุธเพราะผมจัดเตรียมไปอย่างดี เป็นไปได้มั้ยว่าทีมกุ้งเสือดำอาจจะแยกกับกองกำลังหลัก?” หัวหน้าแผนกโลจิสติกส์เดา
”น่าเสียดายที่ข้อมูลที่เรารู้วันนี้ยังน้อยไป หน่วยข่าวกรองยังไม่สามารถเจาะเข้าไปในเขตสงครามเมืองหยินได้” หลูเหวินเชิงหงุดหงิดเล็กน้อย
”ชูฮันพาเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ไปถึง 80% ที่เหลืออยู่ที่นี้ก็เป็นเจ้าหน้าที่เวรยามของค่ายเขี้ยวหมาป่า” หลูอี๋พูด “ตอนนี้เราคาดเดาไปก็เปล่าประโยชน์ ตอนนี้สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดคือหาทางติดต่อกับชูฮันให้ได้”
หลูเหวินเชิงพยักกหน้าและมองมาที่หลูอี๋ “ใช่ ตอนนี้สถานการณ์ของทีมกุ้งเสือดำไม่ค่อยดี อีกทั้งยังมีข่าวเรื่องแพ้สงครามออกมาอีก ดังนั้นเป็นไปได้ว่ากองทัพเขี้ยวหมาป่าอาจจะอยู่ระหว่างเดินทางกลับมา?”
”มีข่าวอะไรในหน่วยข่าวกรองลับมั้ย?” หลูอี๋ถามขึ้นมา
หลูเหวินเชิงพยักหน้าและส่ายหัวต่ออย่างสับสน “ตอนแรกเราได้รับการรายงานจากกองกำลังอื่นๆที่มีคนของเราแฝงตัวอยู่เสมอ ทว่าหลังจากที่สงครามเกิดขึ้น ข่าวคราวทุกอย่างก็ชะงักทันที หลังจากนั้นเราได้รับรายงานจากสมาชิกหน่วยข่าวกรองลับที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สงคราม”
หยางเทียนพูดขึ้น “ดูเหมือนว่าหลังจากที่สงครามเกิดขึ้น การติดต่อก็หยุดลงทันที”
”อืม” หลูเหวินเชิงตอบรับ “บางครั้งสมาชิกหน่วยข่าวกรองลับที่ซางจิงจะรายงานกลับมาบ้าง อย่างตอนที่หวังเฉินตายหรือตอนที่กองกำลังหลักของพันธมิตรหายไป”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่ ก็มีคนจากแผนกข่าวกรองมาเคาะประตู “วิเคราะห์ข้อมูลเรียบร้อยครับและมีข้อความเร่งด่วนส่งมาจากหน่วยข่าวกรองลับ”
หลูเหวินเชิงขมวดคิ้ว “ว่าอะไร?”
คนที่เข้ามารายงานหยิบข้อความที่ถอดรหัสเรียบร้อยแล้วออกมาและอ่านให้ทุกคนในห้องประชุมฟัง “เลาเสี่ยวเสียวหายไปตัว ผู้นำคนใหม่ของซางจิงคือเหย่จือโป”