หมื่นอสูรก้มกราบ - ตอนที่ 1031
เล่มที่ 35 ตอนที่ 1031 : ต้นมหาอำนาจ!
มือสังหารของวิหารแดนปฐพีผู้นี้ สุดท้ายก็ ถูกข่งหมิงสังหารตายทั้งเป็น เพลิงโทสะในใจ เขารินไหลออกมามากมาย ทว่าเมล็ดพันธุ์แห่ง ยุคของตระกูลข่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ราคาที่ต้อง จ่ายเช่นนี้ เขารับไม่ไหว
“ข่งฉิง” คงซวนเหม่อมองอย่างเลื่อนลอย นางจ้องมองดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาเบาพื้น คนผู้นี้ก็คือ ไข่มุกล้ําค่าของตระกูลข่ง ทว่ากลับสูญสิ้นอยู่ที่นี่ ราวกับบุปผาโรยรา
ข่งหมิงมีสีหน้าอึมครึม การจู่โจมของวิหาร แดนปฐพี่ในครั้งนี้รวดเร็วรุนแรงยิ่งนัก ถึงกับทําให้ เขาบาดเจ็บ คนของตระกลข่งย่อมไม่ใช่คู่ต่อ สู้ของอีกฝ่าย เหมือนหมูในอวยที่ถูกเชือด
เขาเองก็อับจนหนทางถึงได้สําแดงอิน ตระกูล ด้วยหวังว่าข่งเชวียจะพาเต้าหลิงมา มี เช่นนั้นเขาคงตายตาไม่หลับ!
รุ่นเยาว์ตระกูลข่งแทบจะโรยรา สิ่งที่ต้อง จ่ายมากเกินไปแล้ว ซึ่งหมิงทนรับผลเช่นนี้ไม่ไหว
ข่งหมิงเก็บร่างคนในตระกูลที่สิ้นชีพ เพื่อ จะนํากลับไปฝังที่ตระกูลข่ง หลังจากเสร็จสิ้น เข าก็จ้องมองเต้าหลิง พลางกล่าวว่า “เมื่อครู่ที่เจ้า ว่า เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ส่งเขามาหรือ?”
“เพียงแค่คาดเดาเท่านั้น” เต้าหลิงสวย
ศีรษะ
ข่งหมิงมีสีหน้าอึมครึม บุตรศักดิ์สิทธิ์นําแร่ สวรรค์หนึ่งหมื่นห้าพันชั่งออกมาซื้อกระดูกทอง บางทีเขาอาจจะรู้ความลับของกระดูกทองข่ง ดัง นั้นจึงให้คนของวิหารแดนปฐพีมาไล่สังหารเขา
“ถ้าหากเป็นเช่นนี้จริงล่ะก็ ข้าจะพาเจ้าไป หากระดูกทอง!” ข่งหมิงสูดหายใจเข้าลึก
ก่อนจะกล่าวเสียงต่ํา
เต้าหลิงพยักหน้า ถ้าหากกระดูกทองอยู่ที่ ตัวเขา เมื่อครู่คนของวิหารปฐพี่ไม่ได้ทุ่มกําลังสัง หารข่งหมิงขนาดนั้น เกรงว่าเขาคงซ่อนมันเอาไว้
เต้าหลิงนึกสนใจความเป็นมาของกร ะดูกทองยิ่งนัก ของสิ่งนี้คงไม่ธรรมดา แต่เป็นกร ะดูกสวรรค์ของสิ่งมีชีวิตลึกลับชนิดหนึ่ง เกรง ว่ากระดูกทองคงซุกซ่อนความลับอะไรบางอย่าง
สัญชาตญาณของเต้าหลิงบอกว่า บุตรศักดิ์ สิทธิ์จะต้องรู้ว่ากระดูกทองคืออะไรแน่ มิเช่นนั้น เขาไม่มีทางจ่ายมากมาย เพื่อเสาะหากระดูกทอง!
กระดูกทองที่ตระกูลข่งครอบครองท่อนนี้ เป็นตอนที่มือสังหารวิหารแดนปฐพีไล่ฆ่าเขา
ข่งหมิงจึงซุกซ่อนมันไว้ ถ้าหากไม่มีข่งหมิงนําทาง แล้วต้องเสาะหากระดูกทองท่อนหนึ่งในป่า เขากว้างใหญ่ คงเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
ไม่นานเต้าหลิงก็มาถึงสถานที่ปลายทาง
บนพื้นเต็มไปด้วยกองหิน ข่งหมิงแยกเศษหินออก ก่อนจะหากล่องใบหนึ่งจากในดิน
เมื่อกลองใบนี้เปิดออก เต้าหลิงก็มีสีหน้า อึมครึมลง เพราะว่าด้านในกล่องไม่มีอะไรเลย!
“เป็นไปได้เยี่ยงไร! ข่งหมิงหน้าเปลี่ยนสี กล องในมือเขาแทบตกลงพื้น ใบหน้าฉายแวว ไม่อยากจะเชื่อ
“ข่งหมิง เจ้ากําลังล้อข้าเล่นอยู่หรือ?” เต้า หลิงแค่นเสียงฮี สีหน้าดูไม่ดี ข่งหมิงผู้นี้จะทํากร ะไร? หรือว่าเขาคิดจะเล่นลูกไม้?
“เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?” ข่งหมิงเสาะหาอยู่ ที่นี่อย่างบ้าคลั่ง พลางกล่าวเสียงหลง “ข้าวางมัน ไว้ในกล่องนี้ชัด ๆ ทําไมมันไม่มีแล้วเล่า?”
เต้าหลิงขมวดคิ้ว เขาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะเชื่อ ข่งหมิงไหม นี่มันออกจะประจวบเหมาะไปกระมัง ทําไมมันถึงหายไปได้ประจวบเหมาะขนาดนั้น? นี่ เป็นสิ่งที่เขาซุกซ่อนไว้ หรือว่าเขาไม่อยากจะให้ เต้าหลิงจริงๆ?
ข่งหมิงหน้าเปลี่ยนสี ไม่มีกระดูกทองแล้ว จริงๆ แต่เต้าหลิงจะเชื่อเขาหรือ?
“พี่เต้าหลิง พวกเราไปกันเถิด” ข่ง เชวียนจมูก พลางกล่าวด้วยท่าทางห่อเหี่ยว “ข้า ไม่อยากอยู่ที่นี่”
“ได้ พวกเราไปกันเถอะ” เต้าหลิงมองข่ง เชวียด้วยสายตารักใคร่ระคนสงสาร เขาดึงมือนาง ก่อนคนทั้งสองจะหายไปจากป่าเขาแห่งนี้ โดยมี ลังเล
เมื่อมองเห็นเงาร่างหายวับไปราวกับคู่ เซียนเทพ พวกข่งลี่ก็พลันงงงัน แม้แต่ข่งหมิงก็ ยังถอนหายใจยาว ถ้าหากเต้าหลิงกับข่ง เชวียอยู่ตระกูลข่งด้วยกัน ก็คงไม่เป็นปรปักษ์ เช่นตอนนี้
“พี่ข่งหมิง กระดูกทองหายไปจริงๆ หรือ?” หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ข่งลี่ก็จ้องมองข่งหมิง พลางไต่ถาม
“แม้แต่เจ้าก็ไม่เชื่อข้าหรือ?” ข่งหมิง กําหมัดแน่น รู้สึกว่าเรื่องราวที่ประสบพบเจอ ในช่วงเวลานี้ ล้วนไม่เป็นไปตามคาด
“ข่งหมิง ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เชื่อเจ้า แต่ของสิ่งนี้จะหายไปได้เยี่ยงไร นี่เป็นของที่เจ้า เก็บซ่อนไว้เอง!” คงซวนเองก็ไต่ถามเช่นกัน นางรู้ สึกว่าวิธีการของข่งหมิงเมื่อครู่ ทําให้ความสัม พันธ์ของพวกนางกับเต้าหลิง และข่งเชวียยิ่งอึด อัดขึ้น นี่เป็นถึงเรื่องที่ข่งหมิงเอยปากพูดด้วยตน เอง
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? มันหายไปแล้ว จริงๆ!” ข่งหมิงคํารามต่ํา “จะต้องมีคนเอามันไป แล้วแน่ๆ เมื่อครู่จางหลิงพูดว่าเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ ชักนําทุกอย่าง มีความเป็นไปได้มากว่าเขาจะเอา
ไป!”
“เพื่อกระดูกทองแล้ว บุตรศักดิ์สิทธิ์ถึงกับ ไล่สังหารคนของพวกเราตระกูลข่ง!” ยังลี่กัด ฟันกล่าว “ในตระกูลพวกเรามีคนแต่งเข้าห้า หอยคอยศักดิ์สิทธิ์ไป หรือว่าเขาลืมเลือน มิตรภาพเก่าๆ ไปแล้ว”
“กระดูกทองคืออะไรกันแน่? ตามที่ข้ารู้จัก บุตรศักดิ์สิทธิ์ เขาไม่มีทางช่วงชิงของล้ําค่ําง่ายๆ แน ของล้ําค่าธรรมดาย่อมไม่อยู่ในสายตาเขา” ซึ่ง ชิงเอยถาม
ข่งหมิงถอนหายใจ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึง เอยกล่าว “ข้าได้ยินท่านบรรพบุรุษพูดโดยบังเอิญ ของสิ่งนี้มีความเกี่ยวพันกับผู้โดดเด่นเหนือชั้น!”
I
“ผู้โดดเด่นเหนือชั้น? อะไรคือผู้โดดเด่น เหนือชั้น?” พวกข่งลี่ไม่เข้าใจ
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ ข้าเคยถามแล้ว ท่านบ รรพบุรุษเองก็รู้ไม่มากนัก เพียงพูดลางๆ ว่า มีความเกี่ยวพันธ์กันฉางเซิง(อายุวัฒนะ)” ข่งหมิงทอดถอนใจ
“ฉางเซง!” พวกนางสองคนร่างสั่นเทา เกี่ยวพันธ์กับฉางเซ็ง! โลกนี้มีสิ่งมีชีวิตที่สา
มารถอายุยืนได้หรือ? นี่มันออกจะไม่จริงเกินไป แล้ว!
ถ้าหากเพื่อกระดูกทองแล้ว บุตรศักดิ์สิทธิ์
แทบจะสังหารคนตระกูลข่งจนหมด เช่นนั้นก็เข้า เค้านัก เพราะว่ามูลค่าของสิ่งนี้น่ากลัวมาก
หรือว่ามันจะเกี่ยวข้องกับฉางเซ็งจริงๆ? นั่นมันอายุยืนยาวไม่ตายเชียวนะ!
ตะวันจันทราแตกดับแต่ข้าไม่สลาย ฟ้าดิน พังทลายแต่ข้าคงอยู่ตลอดกาล นี่ก็คือชีวิตชั่วน รันดร์ มันช่างลวงตายิ่งนัก เกรงว่ามันคงเป็นเป้า หมายที่ผู้คนไล่ตามหา!
“เรื่องนี้ไม่อาจบอกคนนอกเด็ดขาด เพราะ ว่าผู้โดดเด่นเหนือชั้นมีความเกี่ยวพันธ์กับ ตระกูลข่ง!” ซึ่งหมิงเตือน หากมิใช่เพราะการ โจมตีในครั้งนี้ เขาคงไม่มีทางเอยปากพูดแน
พวกข่งลี่ใจสั่น ตระกูลข่งไม่ธรรมดาจริงๆ ในตระกูลลึกลับ และมีความลับมากมายยิ่งนัก ทว่าตระกูลถึงกับเกี่ยวข้องกับอายุวัฒนะ สิ่งนี้ ทําให้พวกนางตกตะลึงมาก
เต้าหลิงกับข่งเชวียไปจากที่นี่แล้ว จึงไม่ได้ ยินข่าวคราวที่เขากระหายอยากรู้
อารมณ์ของข่งเชวียไม่ใคร่จะดีนัก แม้ว่าน างจะถูกตระกูลข่งกักขังอย่างไม่ปราณี แต่มันไม่ ได้เกี่ยวอะไรกับพวกข่งฉิง ตอนนี้สหายในวัย เด็กของนางสิ้นชีพไป ในใจของข่งเชวียโศกเศร้า
“ข่งเชวีย แต่ละคนก็มีชีวิตของตนเอง สิ่ง ที่ควรทําก็ทําแล้ว ไม่จําเป็นต้องตําหนิตนเอง” เต้า หลิงลูบหัวนาง พลางทอดถอนใจ
“พี่เต้าหลิง ข้าไม่เป็นไร ข้าเพียงครุ่นคิด เท่านั้น ทําไมโลกนี้ต้องมีการฆ่าฟันมาก
มายขนาดนั้น” ขงเชวียพึมพํา
“ฆ่าฟันงั้นหรือ” เต้าหลิงสูดหายใจเข้าลึก เขาเคยสังหารผู้คนมากมาย ทว่าเขากลับไม่เสียใจ ในสิ่งที่ทํา คนที่เขาฆ่าล้วนเป็นคนที่สมควรฆ่า
โลกใบนี้ก็เป็นเช่นนี้ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้ แข็งแกร่งถึงจะอยู่รอด เป็นเพราะใจคน แต่ละคน ต่างอยากจะแข็งแกร่ง สิ่งที่ต้องจ่ายมีมากมายนัก
“ถ้าหากโลกนี้มีกฎ แต่ละวันก็คงไม่มีสิ่งมี ชีวิตตายมากมายขนาดนี้” ข่งเชวียกลาว
“ฮ่าๆ เช่นนั้นก็ตั้งตั้งใจพัฒนาอาณามนุษย์ ให้ใหญ่โต และทําเรื่องที่เจ้าอยากจะทํา!”
เต้าหลิงหัวเราะร่า ทําให้ข่งเชวียแสดง อารมณ์บนใบหน้า ในใจของนางฝังเมล็ดพันธ์หนึ่ง ไว้ คําพูดนี้กล่าวออกไปก็คงเป็นเพียงคนโง่ที่ เพ้อฟัน ทว่าข่งเชวียรู้สึกว่าจะต้องมีคนทํา
แต่ข่งเชวียคิดว่า ตนเองจะสามารถทําได้ ไหม? นางมองเต้าหลิง พลางแค่นเสียง “พี่เต้า
หลิง ท่านล้อข้าหรือ!”
“ข้าไหนเลยจะกล้าล้อเจ้า” เต้า หลิงจ้องมองข่งเชวียอย่างหยอกเย้า พลางกล าวว่า “ใจใหญ่เพียงใดโลกก็ใหญ่เท่านั้น ภรรยา ใจของเจ้าใหญ่มาก”
“ท่านล้อข้า วอนโดนตีนัก”
ข่งเชวียหน้าแดงเรื่อ นางยกกําปั้นทุบไปยัง
เต้าหลิง ก่อนเขาจะวิ่งหนีไปยังเบื้องหน้า พลางหัว เราะร่า “เจ้าตามข้าไม่ทันหรอก”
“ข้าไม่จับท่านแล้ว หยุดนะ!” ข่งเชวียกล าวอย่างเดือดดาล พลางวิ่งตามไป
พวกเขาสองคนกระเซ้าเย้าแหย่กันอยู่ในป่า เขา ภายในเต็มไปด้วยม่านหมอก และต้นไม้เก่า แก่มากมาย พืชพันธ์เขียวชอุ่มเป็นที่สุด
มุ่งหน้าไปยังด้านในครู่หนึ่ง เต้าหลิงก็ขมวด คิ้ว นัยน์ตาทอดมองไปยังส่วนลึก เขาเริ่มรู้สึกว่าที่ นี่มีบางอย่างไม่ปกติ
.
เต้าหลิงเริ่มได้ยินเสียงเตดัง สะท้อนออกมาจากในห้วงมิติ มันลึกลับ เป็นอย่างมาก อีกทั้งพลังต้นกําเนิดเต่ําที่นี่ยัง เข้มข้นยิ่งนัก!
“โอ๊ะ พี่เต้าหลิง ที่นี่มีบางอย่างไม่ปกติ” ดวงตากลมโตของบ่งเซวียกลิ้งกลอก นางเม้มปาก รู้สึกว่าที่นี่เหมือนมีบางอย่างไม่ปกติ
“ไป เข้าไปดูกัน”
เต้าหลิงดึงข่งเชวียเดินเข้าไปยังด้านใน ยิ่ง มุ่งหน้าไปยังด้านใน เสียงเต๋ที่ดังสะท้อนออกมา จากในห้วงมิติก็ยิ่งลึกลับ ราวกับพลังต้นกําเนิด เฝ้แผ่กระจายออกมา
พวกเขาก้าวเดินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาถึง ทิศทางตนตอ
มันออกจะน่ากลัวนัก เพราะว่ามันเป็นต้น ไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งมีสีม่วง ไม่มีใบไม้ กิ่งไม้เปล่งปร ะกายแวววาวราวกับหยกม่วง
ต้นไม้ต้นนี้น่ากลัวมาก มันระเบิดเสียง เสวรรค์ด้วยตนเอง เสียงเต่ําดังสนั่นหวั่น
ไหวปานหูจะหนวก อายพลังเต่ําตลบทั่วสารทิศ
เต้าหลิงอดก้าวเดินเข้าไปไม่ได้ ขณะที่ เขาจวนจะเข้าใกล้ต้นไม้สีม่วง ทั่วทั้งร่างก็ เหมือนถูกยกระดับขึ้น ประหนึ่งมองเห็นภาพฟ้า แยกแผ่นดินเปิด มารเทพใช้อํานาจบาตรใหญ่ วิ ชามหาอํานาจชนิดต่างสําแดงพลัง!