หมื่นอสูรก้มกราบ - ตอนที่ 1032
เล่มที่ 35 ตอนที่ 1032 : การโจมตีรุนแรง
ข่งเชียเองก็ตกตะลึงเกินจะเปรียบ นางยัง ไม่ทันได้เข้าใกล้ ก็รู้สึกถึงความน่ากลัวของต้นไม้นี้ แล้ว ราวกับมันเป็นวิชามหาอํานาจแข็งแกร่ง สุดยอดกําลังระเบิดพลัง!
อีกทั้งยังไม่ใช่วิชาเดียว แต่เหมือนเป็นวิ ชามหาอํานาจนับหมื่นนับพันหมุนเวียนออกมา มันสามารถพลิกน้ําคว่ําทะเล ไม่มีอะไรทําไม่ได้!
กล่าวก็คือ มันน่าจะเป็นวิชามหาอํานาจมา ยาชนิดหนึ่ง มันมิได้ดํารงอยู่ ไม่มีกฏและสัญญาณ ใดๆ ทว่าพวกมันน่ากลัวมาก ทําให้ผู้คนใจสั่น
ข่งเชวียตกตะลึง ดวงตากลมโตเปล่งแสง นั่นเป็นเพราะว่าต้นไม้สีม่วงต้นนี้ หยั่งรากอยู่บน
ไร่ยาห้าสี!
“ดินวิเศษ!” ข่งเชวียตกตะลึง พวกเขา เคยคาดเดาว่า ดินวิเศษที่แท้จริงถูกแบ่งออก หากอยากจะฟื้นฟูฤทธิ์ของดินวิเศษ จําต้อง ตามหาชิ้นส่วนที่ถูกแยกออกของมันให้เจอ!
เห็นชัดว่านี่เป็นชิ้นส่วนหนึ่งเช่นกัน ข่ง เชวียจับจ้องอยู่บนต้นไม้นี้ นางกํามือแน่น พลาง กล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ต้นไม้สีม่วงต้นนี้ คง ไม่ใช่ต้นมหาอํานาจในตํานานหรอกนะ?”
ต้นมหาอํานาจเป็นของเลือนราง ที่ข่ง เชวียรู้จักต้นมหาอํานาจ เป็นเพราะนางเคยต รวจสอบตําราล้ําค่าชนิดต่างๆ ในหอคัมภีร์ลับของ อาณามนุษย์ นางรู้ว่าต้นไม้ชนิดนี้คือต้นมหา อํานาจ
ต้นไม้ต้นนี้น่ากลัวมาก เพราะว่าฤทธิ์ของ มัน สามารถช่วยคนริเริ่มวิชามหาอํานาจ
ในสมัยนานมาแล้ว ต้นไม้มหาอํานาจ เป็นสมบัติล้ําค่าที่คนใหญ่คนโตชื่นชอบ
สําหรับคนใหญ่คนโตเหล่านี้ วิชามหา อํานาจมากมายล้วนฝึกฝนจนถึงขีดจํากัด พวกเขา จึงริเริ่มวิชามหาอํานาจของตนเอง
ทว่ามันยากมาก คนใหญ่คนโตที่สา มารถก่อตั้งวิชามหาอํานาจของตนเองได้ มีน้อย เสียยิ่งกว่าน้อย และฤทธิ์ของต้นมหาอํานาจ ก็ช่วยคนก่อตั้งวิชามหาอํานาจ
มันได้ชื่อว่าเป็นวิชามหา อํานาจชีวิตต้นกําเนิด มาจากวิชามหา อํานาจขของตนเอง มันสามารถเติบโตได้ไม่จํากัด
เวลานี้เต้าหลิงนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ต้นมหา อํานาจ เขาสงบจิต ภาพจัดสรรวิชามหาอํานาจนับ ไม่ถ้วนปรากฏขึ้น ปานจะทําลายฟ้าดิน!
ต้นวิชามหาอํานาจน่ากลัวมาก มันค่อยๆ ซึมเข้าสู่ความคิดของวิชามหาอํานาจชนิดต่างๆ ทําให้เขาเข้าใจวิชามหาอํานาจของแต่ละตระกูล แม้ว่าจะเลือนราง ทว่าเขาก็สามารถเข้าใจมัน ได้อย่างแท้จริง มันเหมือนกับหอคอยโอสถ เต่ําของโลกสวรรค์
นี่ก็คือการฝึกฝน การก่อตั้งวิชามหา อํานาจจําต้องมีตบะเต่ําสูงถึงขีดสุด ถ้าหากสา
มารถก่อตั้งวิชามหาอํานาจได้สําเร็จ ก็จะได้ผลดี ไม่มีที่สิ้นสุด ประโยชน์ในอนาตคไม่ตื้นเขิน
“พี่เต้าหลิง ก่อตั้งวิชามหา อํานาจตอนนี้ออกจะเร็วไปหน่อย” ข่งเชวียขมวด
คิ้วเบาๆ การก่อตั้งวิชามหาอํานาจยากมาก อีกทั้ง สิ่งที่สําคัญที่สุดคือเวลา นางรู้มาว่าคนใหญ่คนโต บางส่วนต้องใช้เวลาหลายปี ถึงกระทั่งหลายร้อยปี ในการก่อตั้งวิชามหาอํานาจ
ทว่าตอนนี้ข่งเชียขวางไม่ทันแล้ว เต้าหลิง ผสานรวมกับต้นมหาอํานาจแล้ว หากไม่สามารถ ปลุกให้เขาตื่นจากวิชามหาอํานาจ หากใช้กําลังขัด จังหวะเขาเมื่อใด เกรงว่าคงได้รับบาดเจ็บไปถึง รากฐาน
พี่บ!
ใจกลางระหว่างคิ้วของเต้าหลิงเปล่งแสง ร่างกายระเบิดอายเต่า ราวกับเต้าไทกําลังส่อง แสง ทําให้เส้นพ้อง
รัศมีแสงที่ต้นมหาอํานาจระเบิดออกรุน แรงขึ้นหลายเท่า มันสั่นพ้องกับเต้าหลิง น่าตกใจ ยิ่งยัก วิชามหาอํานาจชนิดต่างๆ วิวัฒนาการก่อ ร่างเป็นรูปรอย ทําให้ห้วงมิติบิดหมุน!
“ส่งผลกระทบไปถึงการเปลี่ยนแปลงห้วง มิติแล้ว มันเป็นต้นมหาอํานาจที่แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
ต้นมหาอํานาจย่อมมีอ่อนแอ ทว่าข่ง เชวียวางใจลงไม่น้อย นางนึกขึ้นได้ว่าเต้าหลิง เคยสําเร็จการผลัดเปลี่ยนกระดูก และได้รับ
การทดสอบจากฟ้าดินแล้ว ทําให้เขาสามารถใกล้ ชิดเต่ําได้ ดังนั้นความเร็วในการตระหนักรู้จึงรวด เร็วมาก
เพียงแต่เต้าหลิงไม่ได้ตระหนักรู้วิชามหา อํานาจอันแข็งแกร่งมาก เขาห่างจากการตื่นไม่ นานนัก ทว่ามันก็ไม่แน่ ต้องดูการตระหนัก รู้ของคนด้วย
เวลานี้ข่งเชวียถอยไปยังด้านหลัง นางอยู่ ห่างไกลจากต้นมหาอํานาจ ด้วยเกรงว่า จะถูกต้นมหาอํานาจรบกวน แล้วจะต้องตระหนัก รู้วิชามหาอํานาจอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว พอถึงเวลานั้น
พวกเขาสองคนคงนิ่งเงียบอยู่ท่ามกลางต้นมหา อํานาจ เช่นนั้นก็อันตรายแล้ว
ข่งเชวียนั่งขัดสมาธิอยู่ที่นี่ เพื่อคุ้มกัน เต้าหลิง สามวันสามคืน
การเคลื่อนไหวของฟ้าดินแห่งนี้น่ากลัวมาก เสียงเต่ําสวรรค์ดังสนั่น พลังดุสิตาพวยพุ่ง ม้วน ตลบทั่วสี่ทิศ
เงาร่างหนึ่งน่าเกรงขามยิ่ง ร่างกายกําลัง สั่นไหว กระดูกส่งเสียงกระทบกัน ร่างกายแต่ ละนิ้วเริ่มสั่นเทา ราวกับจะสลายตัวก็มิปาน
“พี่เต้าหลิงน่าจะตระหนักรู้วิชากายามหา อํานาจกระมัง เดิมที่ร่างกายของเขาก็แข็งแกร่ง
มาก ตอนนี้ยังมีนิมิตพวกนี้ เดาว่าช่วงเวล าตระหนักรู้คงใกล้จะมาถึงแล้ว”
1
E
–
|
น
ข่งเชวียเอียงคอ แพขนตายาวสั่นไหวเบาๆ ดวงตากลมโตเปล่งแสง พลางครุ่นคิดในใจ
ผ่านไปสองวันแล้ว การเคลื่อนไหวของที่นี่
น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ รอบด้านสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ตามการหายใจของเต้าหลง ฟ้าดินแปรปรวน!
เป็นนิมิตที่น่าหวาดกลัวมาก ราวกับราชัน เทพกําลังตระหนักรู้สุดยอดวิชา ก่อให้เกิด นิมิตฟ้าดิน
“เอ๊ะ นี่มันต้นมหาอํานาจ!”
เวลานี้ มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมา เยือนหนึ่งคน ร่างเพรียวระหงของข่งเชวียพลัน
ดีดขึ้นฉับพลัน กอนนางจะกระโจนตัวขึ้น แล้วหัน ร่างไปยังเงาร่างที่ปรากฏขึ้นในป่าเขา
เป็นยักษ์ใหญ่ตนหนึ่ง ขนสีทองปลิวไสว ระเบิดแสงทอง อาบย้อมฟ้าดินจนเปล่งประกาย เกินจะเปรียบ
มันคือราชสีห์ฟ้า มันก้าวเดินเข้ามา และบน หลังของมัน มีคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ อานุภาพซัดสาด อายพลังไม่ธรรมดา มีบุคลิกของยอดฝีมือ
“บุตรศักดิ์สิทธิ์!” ข่งเชวียมีสีหน้านหนักอึ้ง
มือกําหมัดแน่น ในดวงตาเจือไปด้วยเพลิง โทสะและความกังวล
บุตรศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งมาก เต้าหลิงยัง ยากจะคว่ําเขาได้ อีกทั้งเขายังยึดกุมสุดยอดวิ ชามหาอํานาจ อย่างก้าวสราญรมย์ในตํานาน!
นี่เป็นคนที่น่ากลัวถึงขีดสุด ถือเป็นศัตรูตัว ฉกาจของเต้าหลิง!
“นายท่าน คิดไม่ถึงว่าที่นี่จะมีต้นมหา อํานาจอยู่ ทั้งยังเป็นต้นมหาอํานาจระดับห้วงมิติ” ราชสีห์ฟ้าหัวเราะร่า แต่เมื่อสายตาจับจ้องไปยัง เด็กหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิฝึกฝนอยู่ใต้ต้นมหาอํานาจ มันก็มีสีหน้าอึมครึมลง
“จางหลิง!” นัยน์ตาทั้งสองข้างของราชสีห์ ฟ้าผ่นเพลิงโทสะ มันจะลืมเด็กหนุ่มผู้นี้ได้อย่างไร มันเสียเปรียบอยู่ในเงื้อมมือของอีกฝ่ายตั้ง มากมาย และวิชามหาอํานาจชีวิตต้นกําเนิดที่สอง ของมันยังถูกทําลาย อีกทั้งวิหารเทพอสูรยังถูก เปลี่ยนเจ้าของ
บุตรศักดิ์สิทธิ์แผ่อายพลังห้าวหาญ นัยน์ตา ราบเรียบตวัดมองไปยังเตาหลิง ในดวงตาพลัน ฉายแววประหลาดใจ คิดไม่ถึงว่าเขาจะตระหนักรู้ ถึงระดับนี้แล้ว เดาว่าอีกไม่นานเขาก็คงสําเร็จแล้ว
ราชสีห์ฟ้าอดรนทนไม่ไหว มันพุ่งเข้ามา ร่างกายพ่นแสงทองน่ากลัว รวดเร็วปานสายฟ้า มันย่อมไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ไป มันต้องสังหาร เต้าหลิงให้ได้!
ข่งเชวียกระทืบฝ่าเท้าลงพื้น พลังทั่วร่าง นางพุ่งสูงขึ้น ผิวขาวราวกับหิมะตลบอบอวล ไปด้วยแสงห้าสี ฉีกกระชากห้วงมิติ!
“เจ้าน่าจะเป็นผู้หญิงของจางหลิงกระมัง ข้า จะสังหารเจ้าซะ!” ราชสีห์ฟ้าคํารามลั่น พลังเสียง รุนแรง สั่นคลอนฟ้าดินสี่ทิศ ป่าเขาล้วนม้วนกลับ
มันพุ่งเข้ามา พร้อมกับยกกรงเล็บสีทองขึ้น กดดันไปยังข่งเชวีย
“ไสหัวไปซะ!” นัยน์ตาของข่งเชวียสาดรัศมี แสง นางยกมือขึ้น ระหว่างนิ้วซัดสาดเปลวแสง
คมกระบี่ห้าสายตัดแยกฟ้าดิน พลันออกโจมตีไป ยังกรงเล็บสีทองที่กดดันลงมา
ราชสีห์ฟ้าถูกขวาง พลังฝึกฝนของข่งเชวีย ในตอนนี้แข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะรอบกายนางมี เงาร่างลึกลับและใหญ่โตอยู่ ราวกับหงส์สวรรค์ สยายปีก!
หงส์สวรรค์ประจักษ์ขึ้นที่นี่ เปี่ยมไปด้วย พลังไว้ใดเปรียบ ราชสีห์ฟ้าพลันตกใจ มันรู้สึกว่าวิ ถีลึกลับนี้น่ากลัวนัก
“หงส์สวรรค์อมตะ!”
บุตรศักดิ์สิทธิ์เบิกตากว้าง ในดวงตาฉาย แววตกตะลึงระคนดีใจ พลางหัวเราะลั่น “ดี คิดไม่ ถึงว่าเจ้าจะฝึกฝนคัมภีร์หงส์สวรรค์อมตะ สว รรค์ช่วยข้าจริงๆ!”
ข่งเชวียยืนอยู่ในห้วงมิติ ชุดขาวปลิวไสว แสงสวรรค์ห้าสีทั่วร่างรินไหล นางเหมือนกับ เซียนห้าสี เปี่ยมไปด้วยพลังแข็งแกร่ง
นางตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์จะรู้ ว่านางฝึกวิชาอะไร!
“เป็นคัมภีร์หงส์สวรรค์อมตะที่นายท่านใฝ่ ฝันอยากจะครอบครองมาตลอดหรือนี่!” ราชสีห์ ฟ้าคํารามลั่น พลังบริสุทธิ์พุ่งสูงขึ้น มันอ้า ปากพ่นคลื่นเสียงน่ากลัว ม้วนตลบฟ้า
ตึง!
พลังปราณทั่วร่างข่งเชวียรุนแรงขึ้น แสงสว รรค์ห้าสีวิวัฒนาการเป็นกระบี่ห้าสี ราวกับรุ้งทะลุ ตะวัน ชั่วพริบตาก็ปะทะกับอีกฝ่าย!
ที่นี่บังเกิดการปะทะรุนแรงข่งเชวียยืนอยู่ ในห้วงมิติ พลังปราณของนางยิ่งแข็งแกร่งขึ้น หงส์สวรรค์ที่ลอยอยู่ด้านหลังยิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ มันแทบจะประจักษออกมา!
ข่งเชวียออกมืออย่างต่อเนื่อง นาง เผชิญหน้ากับราชสีห์ฟ้าที่พุ่งเข้ามา ชั่วระยะเวลา สั้นๆ ก็ประมือกันไปหลายสิบกระบวนท่า ราชสีห์
ฟ้าถูกโจมตีจนร่างถอยหลังอย่างต่อเนื่อง
“น่าชังนัก!” ราชสีห์ฟ้าบ้าคลั่ง และเกรี้ยว โกรธมาก มันรู้สึกว่าหงส์สวรรค์ตนนี้แข็งแกร่ง
มาก ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยม่านพลังน่ากลัว ขวางกั้น ฝีเท้าของมัน!
เวลานี้ฟ้าดินแตกแยก มารเทพยืน ตระหง่านอยู่ ณ ที่นี้ ราวกับเทพสวรรค์จุติโลก!
ฝ่ามือสยบมังกร!
บุตรศักดิ์สิทธิ์ยื่นมือออกมาข้างหนึ่ง พลังที่ แผ่กระจายออกมาพังทลายฟ้าดิน ฝ่ามือใหญ่ยักษ์ ปกคลุมลงมา เร้นฟ้าบดบังสุริยัน หลังมือราวกับ เมฆบนฟ้า ใจกลางฝ่ามือปกคลุมด้านหนึ่ง กดดันลงมาอย่างรวดเร็ว หมายจะจับตัวข่งเชวีย