หมื่นอสูรก้มกราบ - ตอนที่ 1005
ตอนที่ 1005 : ราชันทมิฬศักดิ์สิทธิ์
พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ขาของผู้คนอ่อนแรงจวนจะทรุดลงไปบนพื้นดินเพราะคำพูดของเย้าอี้ชิง
พวกเขานั้นต่างก็ไม่เคยเห็นรูปหน้าคร่าตา ของปีศาจกลับชาติมาเกิดดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงแค่ชื่อเสียงที่ดังกระฉ่อนไปทั่วดินแดน ในเวลานั้นสีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มหน้าใสพิสูทธิ์เฉกเช่นนี้
ก่อนหน้านี้ เรื่องของเต้าหลิงที่ต่อสู้กับบุตรศักดิ์สิทธิ์ ได้แพร่งพรายออกไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์นั้นจะเป็นยอดยุทธ์ผู้เก่งกาจในดินแดน ทว่าชื่อเสียงของราชันปีศาจนี้ก็โด่งดังไม่แพ้กัน ซึ่งเขาได้รับขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสิบยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์!
“เขาน่ะหรือจางหลิง!” มีคนกล่าวออกมาด้วยความตกใจ แขนขาเย็นเฉียบ เพราะเขารู้ว่าคนคนนี้เคยสังหารหวังโหวมาแล้ว กล่าวว่าเป็นคนเหี้ยมก็ไม่ผิด
“คิดไม่ถึงเลยว่าจางหลิงจะอายุน้อยขนาดนี้ ยี่สิบปีเห็นจะได้ ไม่เหมือนกับที่เล่าขานกันสักนิด”
เด็กสาวที่อยู่รอบๆ กระซิบกระซาบ พูดคุยกัน มีบางคนที่เหลือบสายตามองเต้าหลิงด้วยท่าทีขัดเขิน
สีหน้าของเย้าอี้ชิงเต็มไปด้วยความสับสน สามขุมพลังอำนาจโอสถเต๋าแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ต่างก็มีความบาดหมางกับเต้าหลิง เพราะเขาได้ทำลายแท่นหลอมโอสถทั้งสิบทิ้งจนหมด!
แต่ที่เย้าอี้ชิงคิดไม่ถึงเลยก็คือ ในงานโอสถเต๋าครั้งนั้น เขาที่พบปะกับผู้คนมากมายและยังได้รับความไม่ยุติธรรม แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะช่วงชิงอันดับหนึ่งมาได้ แต่ก็ไม่ได้รับรางวัลที่ควรจะต้องได้ เรื่องนี้จะต้องมีลับลมคมในอะไรบางอย่างเป็นแน่
หลังจากนั้นสองปีให้หลัง ผู้ชนะงานหลอมโอสถก็พลันทำให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เกิดสั่นสะเทือนขึ้น สำหรับเขาแล้ว ผู้ชนะงานหลอมโอสถนั้นมิใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก
ด้วยพัฒนาการและศักยภาพของเต้าหลิงในตอนนี้ สมญานามผู้ชนะงานหลอมโอสถ ยังไม่ควรค่าที่จะเอ่ยถึง
ร่างของชายหนุ่มผิวดำคล้ำพลันสั่นสะท้าน เขารู้สึกตกตะลึงยิ่ง เขาคิดไม่ถึงว่าปีศาจกลับชาติมาเกิดจะมาซื้อยาล้ำค่าจากแผงลอยของตน ทั้งยังต่อรองราคาอีก
“เจ้าคือจางหลิงอย่างนั้นหรือ?” สีหน้าของเหมาเผิงฝูเย็นยะเยือกขึ้นทันใด ตั้งแต่ที่งานหลอมโอสถของดินแดนศักดิ์สิทธิ์จนมาถึงวันนี้ ภาพเหล่านั้นก็ยังคงฝังอยู่ในหัวใจของเขา
เพราะงานหลอมโอสถในครั้งนั้น ทำให้เกิดผลกระทบต่อขุมพลังอำนาจทั้งสามของดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างใหญ่หลวง จนยากที่จะเชิดหน้าชูตาขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งเต้าหลิงยังทำลายแท่นหลอมโอสถทั้งสิบที่เป็นดั่งสมบัติในดวงใจของพวกเขา!
เหมาเผิงฝูยังหาได้เกรงกลัวเต้าหลิงไม่ ใครๆ ต่างก็รู้ว่าเขาแพ้พ่ายให้กับบุตรศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเหมาเผิงฝูเองก็มิใช่ธรรมดา เขาเป็นนักปรุงโอสถขั้นสูงที่กำลังจะเข้าสู่ระดับเจ็ดที่เป็นที่น่าภาคภูมิยิ่ง
“แล้วยังไง?” เต้าหลิงแค่นเสียงฮึ “จะทำไม?”
“ข้าก็แค่แปลกใจ จางหลิงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มาที่นี่เพื่อมาซื้อแร่สวรรค์ไม่กี่สิบชั่ง แต่ยังมาต่อรองราคาอีก!” เหมาเผิงฝูแสยะยิ้ม
“นั่นสินะ ไม่เหมือนใครบางคนที่หลงตัวเองคิดว่าตนเป็นมหาเศรษฐี” เต้าหลิงย้อน
ผู้คนรอบๆ หัวเราะขบขัน มีคนไม่น้อยที่ใช้สายตาเหยียดหยัน โดยเฉพาะหญิงสาว เพราะรู้สึกว่าคำพูดที่เหมาเผิงฝูกล่าวออกมานั้น เหมือนกับแกะอ้วนที่พร้อมจะถูกคนเฉือนเมื่อใดก็ได้
แววตาของเหมาเผิงฝูเย็นยะเยือกขึ้นทันใด ฝ่ามือกระชับหมัดแน่น ใบหน้าร้อนผ่าว เพลิงโทสะลุกโชนโชติช่วง เขาอยากจะพุ่งเข้าไปตะบันหน้าเต้าหลิงสักหมัดเสีย แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่อดทนเอาไว้ เพราะคิดว่าตนมิอาจจะประมือกับราชันปีศาจได้
“เหมาเผิงฝู อย่างไรเสียเขาก็เห็นของสิ่งนี้ก่อน พวกเราไปเถอะ” เย้าอี้ชิงกล่าวเรียบๆ
“ไปงั้นหรือ?” สีหน้าของเหมาเผิงฝูดูไม่ดีเท่าไรนัก เย้าอี้ชิงสงสัยในพลังของตนอย่างนั้นหรือ? สายตาของเขากวาดมองไปที่ชายหนุ่มผิวดำคล้ำ พลางแค่นเสียงออกมาว่า “แร่สวรรค์ข้าก็ให้เจ้าไปแล้ว เอาของมาให้ข้าซะ!”
“เอ่อคือ ข้าขออภัย พอดีท่านจางหลิงได้จ่ายแร่สวรรค์มาแล้ว” ชายหนุ่มผิวดำคล้ำส่ายหัว
“ข้าจะจ่ายหนึ่งร้อยชั่งแร่สวรรค์ แค่นี้ก็พอแล้วใช่หรือไม่!” เหมาเผิงฝูไม่อยากเสียหน้า โดยเพราะเสียให้กับเต้าหลิง
ชายหนุ่มผิวดำคล้ำลังเล เหมาเผิงฝูแทบจะอดกลั้นโทสะในใจเอาไว้แทบไม่ไหว พลางแผดเสียงกล่าวออกมาต่อว่า “วางใจเถอะ แม้เจ้าขายของให้ข้า เขาก็ไม่กล้าทำอะไรเจ้าหรอก!”
“ใช่ ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก” แสงเย็นประจักษ์ขึ้นมาจากดวงตาของเต้าหลิง สายตาของเขาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มผิวดำคล้ำแล้วเอ่ยออกมาเรียบๆ
ชายหนุ่มตัวสั่นเทา ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของผู้คน เขาก็ขบฟันเดินไปหาเต้าหลิง จากนั้นก็นำหญ้าลิ้นมังกรมอบให้แล้วยิ้มแหยๆ ออกมา “ท่านจางหลิงพูดอะไรเช่นนั้น แต่เดิมทีท่านเป็นคนซื้อของสิ่งนี้ เช่นนั้นข้าก็ต้องมอบมันให้กับท่านสิ”
ผู้คนรอบๆ หัวเราะลั่นออกมา เพราะรู้สึกว่าเหมาเผิงฝูกำลังทำให้ตัวเองอับอาย ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าล่วงเกินจางหลิง เหมาเผิงฝูที่คิดจะประมือกับปีศาจกลับชาติมาเกิดนั้น คุณสมบัติของเขายังไม่เพียงพอ
เย้าอี้ชิงส่ายหัวพลางม้วนตัวหันหลังแล้วเดินจากไป เมื่อครู่นางอุส่าห์กล่าวเตือนเหมาเผิงฝู แต่คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะหัวรั้นเช่นนี้ ไม่รู้จักประเมินพลังของตัวเองเลยหรือ?
“บัดซบ!” เปลวเพลิงแผ่ซ่านออกมาจากดวงตาของเหมาเผิงฝู ฝ่ามือทั้งสองของเขากำหมัดแน่น ใบหน้าเขียวปั้ด ก่อนที่จะขึงขังขึ้นมา
“เมื่อครู่เจ้าบอกว่ายังมีหญ้าลิ้นมังกรอยู่อีกอย่างนั้นหรือ?” เต้าหลิงถามต่อ โอสถมังกรจักรพรรดิยิ่งหลอมเอาไว้มากๆ ก็ยิ่งดี ทั้งหญ้าลิ้นมังกรก็ยังพบเจอได้ยากยิ่ง
“ขอรับ ท่านจางหลิง หากท่านต้องการ ข้าจะมอบให้ท่านทั้งหมด” ชายหนุ่มผิวดำคล้ำรีบนำหญ้าลิ้นมังกรแต่ละต้นออกมา ผู้คนโดยรอบที่เห็นเช่นนั้นก็พลันอ้าปากค้างทันใด เขาไปเอายาล้ำค่ามากขนาดนี้มาจากที่ไหน?
เต้าหลิงตกใจมาก เพราะมันมีด้วยกันทั้งหมดแปดต้น ทั้งยังมีสองต้นที่มีอายุหมื่นปี นี่มันมิใช่จำนวนน้อยๆ เลย!
เหมาเผิงฝูโกรธมากจนตัวแทบจะระเบิด ทั่วทั้งร่างสั่นเทา เขาอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปเสียเดี๋ยวนี้!
“ฮ่าๆ เช่นนั้นข้าเหมาหมดเลยก็แล้วกัน!” เต้าหลิงหัวเราะด้วยความปีติยิ่ง แล้วจึงซื้อยาล้ำค่าเหล่านั้นไป
หญ้าลิ้นมังกรมากขนาดนี้ จะต้องหลอมโอสถมังกรจักรพรรดิมาได้จำนวนไม่น้อยเป็นแน่
หลังจากนั้น ก็มีเสียงแค่นเย็นสะท้านดังออกมา พลันทำให้ร่างของชายหนุ่มผิวดำคล้ำเย็นยะเยือก เขาสัมผัสได้ถึงสายตาที่ไม่หวังดีจับจ้องมาที่ตน
“ไปเถอะ มากับข้า เจ้านั่นไม่กล้าทำอะไรเจ้าหรอก” เต้าหลิงมองเขม่นเหมาเผิงฝูพลางแค่นเสียงฮึออกมาจากในลำคอ
สีหน้าของชายหนุ่มผิวดำคล้ำเต็มไปด้วยความปีติ ก่อนที่จะเดินตามหลังเต้าหลิงไปอย่างไม่ลังเล
ภาพที่ปรากฏขึ้นนั้นพลันทำให้ผู้คนบริเวณโดยรอบอิจฉายิ่ง มีคนที่รู้ว่าซวี๋เหวินตระกูลซวีได้ติดตามเต้าหลิง ในตอนนี้เขามีพลังอานุภาพที่เก่งกาจยิ่ง ทั้งที่สำคัญก็คือพลังในการต่อสู้ก็ยังเพิ่มขึ้นมา จวนจะเข้าสู่ระดับปรมายุทธ์รุ่นแรกแล้ว
ในสายตาของพวกเขา ปีศาจกลับชาติมาเกิดก็เหมือนกับภูเขาที่เอาไว้ใช้พึ่งพิงขนาดมหึมา!
ภูเขาใหญ่ในพื้นที่สงครามศักดิ์สิทธิ์มีอยู่ไม่มากนัก ยอดยุทธ์หนุ่มของแต่ละตระกูลต่างก็มีเงื่อนไขขั้นต่อในการรับลูกลิ่วลูกล้อที่สูงยิ่ง เช่นนั้นอย่าได้กล่าวถึงชื่อเสียงของเต้าหลิงในตอนนี้เลย หากเขาเพียงแค่เอ่ยวาจาออกมา เกรงว่าจะต้องมีคนจำนวนมหาศาลที่เข้ามาหาเขาเป็นแน่!
“แรดทมิฬ” เสือดำที่เดินเตร็จเตร่อยู่โดยรอบ มันมองเห็นอมนุษย์ตนหนึ่งที่เดินตามหลังเต้าหลิงมา มันก็เบิกตากว้างจนแทบจะถลน สายตาจับจ้องไปที่อมนุษย์ตนนั้น มันมองออกว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นแรดทมิฬ
เต้าหลิงรู้สึกประหลาดใจยิ่ง แรดทมิฬนั้นกล่าวได้ว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีอยู่ทั่วๆ ไป คิดไม่ถึงว่ามันจะฝึกฝนจนมาถึงระดับขั้นจักรพรรดิเต๋า!
“เอ่อ” สีหน้าของแรดทมิฬกลายเป็นสีแดงก่ำ มันกล่าวอ้ำๆ อึ้งๆ เพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี อย่างไรเสียเผ่าพันธุ์ตระกูลของมันนั้น กล่าวได้ว่าธรรมดายิ่ง มันกลัวว่าเต้าหลิงจะไม่ชอบมันแล้วเตะมันทิ้งไว้กลางทาง
สีหน้าของเสือดำขึงขังขึ้นทันใด มันจับจ้องสายตามองดูแรดทมิฬแล้วเดินวนไปรอบๆ หลังจากที่ถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เสือดำพลันรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก เพราะแรดทมิฬไม่เคยกินของล้ำค่าอะไรใดๆ ซึ่งมันนั้นค่อยๆ ฝึกฝนขึ้นมาจนถึงขั้นนี้ เป็นสิ่งที่พบเจอได้ยากเป็นอย่างยิ่ง!
แรดทมิฬรู้สึกกระอักกระอ่วนใจขึ้นมา มันรู้สึกว่ามันนั้นไม่ได้มีฐานพลังอะไรเลย มันจึงกลัวว่าจะไม่เข้าตาเต้าหลิง ทั้งสายตาของเสือดำที่มองมาทำให้มันขุนลุกซู่อย่างบอกไม่ถูก นี่น่ะหรือความน่ากลัว!
“เจ้าฝึกฝนวิชาราชันทมิฬศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่?” เสือดำเบิกตากว้างพลางแผดเสียงถาม
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?” แรดทมิฬตกใจยิ่ง วิชาที่เสือดำกล่าวถึงนั้นเป็นวิชาทางสายเลือดของมัน! ราชันทมิฬศักดิ์สิทธิ์เป็นวิชาที่เป็นความลับที่มันยังไม่กล้าที่จะเอ่ยถึง ทว่าคิดไม่ถึงว่าจู่ๆ เสือดำจะพูดมันออกมาโท่งๆ เช่นนี้
สีหน้าของเสือดำแปลกประหลาดยิ่ง จากนั้นมันก็กล่าวออกมาว่า “มากับข้า ข้าจะมอบของดีให้กับเจ้า!”
แรดทมิฬเดินก้มหน้าก้มตาตามหลังเสือดำไป มันไม่รู้ว่าเจ้านี่เป็นใคร? เหตุใดถึงได้ปากเก่งยิ่งนัก แต่แรดทมิฬรู้สึกว่าอมนุษย์ที่อยู่กับปีศาจกลับชาติมาเกิด จะต้องมิใช่อมนุษย์ธรรมดาเป็นแน่
“ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์เอก!”
เสือดำลั่นวาจา ทำให้แรดทมิฬตกใจยิ่งจนหน้าแทบจะกระแทกลงไปที่พื้นดิน เต้าหลิงเองก็ตกใจมากเช่นกัน เสือดำกำลังทำอะไร? นั่นมิใช่นิสัยของมันเลย
เต้าหลิงรู้ว่า ก่อนหน้านี้เสือดำต้องการที่จะรับวิญญาณมิงค์เป็นศิษย์ แต่น่าเสียดายที่วิญญาณมิงค์ไม่ได้สนใจมัน
ซึ่งแรดทมิฬนั้นมีสายเลือดที่ธรรมดายิ่ง กล่าวได้ว่าเป็นสายเลือดทั่วๆ ไปของเผ่าอสูร เสือดำเห็นอะไรในตัวมัน? แบบนี้ในอาณามนุษย์ก็มีอยู่ทั่วๆ ไป
เต้าหลิงเองก็ไม่รู้ว่าเสือดำกำลังจะเล่นพิเรนทร์อะไร ทว่าเขามิได้ใส่ใจอะไรนัก
เต้าหลิงเดินอยู่ในตลาดราวๆ ครึ่งวัน จากนั้นเขาก็ซื้อตัวยาที่ใช้หลอมโอสถมังกรจักรพรรดิมาอีกส่วนหนึ่ง
ไม่นานนัก นกยูงและเหยียนเมิ้งอวี่ก็กลับมา ใบหน้าของพวกนางเต็มไปด้วยความปีติ ซึ่งไม่รู้ว่าพวกนางไปทำอะไรกันมา
“พวกเราไปเถอะ หาที่พักเสียก่อน อีกไม่ถึงครึ่งเดือนงานประมูลก็จะเริ่มแล้ว”
เต้าหลิงครุ่นคิด เขารู้ว่าการประมูลของเหลวผลัดเปลี่ยนนั้นมิใช่เรื่องง่าย เกรงว่าจะต้องเตรียมการณ์เอาไว้ให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ
“โอ้ ข้ารู้จักที่ๆ หนึ่งที่เอาไว้ใช้พักได้ ส่วนมากแถวนี้ถูกคนแย่งกันไปหมดแล้ว จะหายังไงก็หาห้องไม่ได้” แรดทมิฬกล่าว
“รีบนำทางไปสิ” เสือดำกล่าวเร่งคล้ายกับอดใจทนรอต่อไปไม่ไหว
ม้ามังกรฟ้าและมังกรเทียนรู้สึกประหลาดใจยิ่ง ไม่รู้ว่าสมองของเสือดำมีปัญหาหรืออย่างไร ถึงจู่ๆ จะมารับศิษย์เอก
ที่พักของแรดทมิฬนั้นไม่ได้ใหญ่มากนัก ซึ่งพวกเขาก็มิได้มีปัญหาอะไร
“เจ้าแสดงร่างจริงของเจ้าให้ข้าดูหน่อยสิ” เสือดำกล่าว สายตาจับจ้องไปที่แรดทมิฬ
พวกเต้าหลิงหันมอง หลังจากนั้นสีหน้าของพวกเขาก็พลันอึ้งไป เหมือนกับมีแฝดนรกโผล่ขึ้นมา หัวของแรดทมิฬคล้ายๆ กับเสือดำ ทว่าที่หน้าผากมีเขางอกออกมาหนึ่งเขา ซึ่งมันเป็นเขาที่มีสีทองหม่น อักขระสีทองประสานขึ้นมาเป็นเส้นดูแล้วไม่ธรรมดา
เสือดำเบิกตากว้างพลางเดินวนรอบๆ ร่างของแรดทมิฬ จากนั้นก็มีแสงสว่างออกมาจากดวงตาที่สามเนตรศักดิ์สิทธิ์หมื่นสิ่งได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ลำแสงสาดส่องไปบนร่างของแรดทมิฬ
ขนทั่วร่างของแรดทมิฬลุกชันตั้งขึ้น มันสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวอะไรบางอย่าง แต่ถึงกระนั้นในใจของมันกลับรู้สึกถึงความวิเศษ เลือดเหลวภายในร่างเดือดพล่าน ราชันทมิฬศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกขับเคลื่อน
พลังของแรดทมิฬเพิ่มขึ้นมาในทันใด เขาสีทองหม่นประกายแสงสว่างสาดส่องออกมา ลึกลับยิ่ง
“มีผนึกหนึ่งชั้น!”
เสือดำมองเห็นผนึกสีเทาดำชั้นหนึ่งภายในร่างของแรดทมิฬ ลึกลับเสียจนยากที่จะมองออก
“กินเข้าไปหนึ่งคำ”
เสือดำเอาผลโลหิตเทพอสูรออกมาเพื่อที่จะให้แรดทมิฬกินเข้าไป
ม้ามังกรฟ้าและมังกรเทียนขมวดคิ้ว เพราะรู้สึกว่าให้แรดทมิฬกินเข้าไปช่างเสียของยิ่งนัก นั่นเป็นถึงสมบัติล้ำค่าของเผ่าอสูรที่ยากจะประเมินค่า!