เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1799 ชะตาชีวิตและชะตาประเทศชาติ
เมืองเสินหยาง
หยางอีลากกระเป๋าเดินทางเข้าสู่ตรอกที่คุ้นเคยคนรอบข้างต่างทักทายเขา
“เสียวหยางกลับมาแล้วเหรอ!”
“ไอหยาประเทศอังกฤษเป็นยังไงบ้าง”
“ถ้าเหล่าหยางรูงานายกลับมาต้องดีใจมากแน่!”
หยางอีเอยิ้มพลางทักทายเพื่อนบ้านตามทางกลับทีละคน
ชาวบ้านที่เดินห่างออกไปแล้วพากันเหลียวมองหยางอีต่างยกนิ้วชมเชย
เหล่าหยางมีลูกชายที่ดี!
“ใช่แล้วจบปริญญาเอกเป็นเด็กนอกต่อไปก็รอเสพสุขได้เลย!”
“แต่ก็ลำบากมากจริงๆนะเรียนต่อจนอายุ 31 จากนั้นก็ไปต่างประเทศครอบครัวเหล่าหยางทำงานหนักมากจริงๆ”
แต่วันเวลาแห่งความลำบากน่าจะใกล้จบลงแล้ว!
“แน่ละสิ! ต่อไปครอบครัวเหล่าหยางจะสบายแล้ว”
เมื่อได้ยินคำชมเชยและอิจฉาจากเพื่อนบ้านในละแวกนี้จู่ๆหยางอีก็ลังเลที่จะเดินหน้าต่อไปแต่ก่อนตอนกลับมาบ้านเขาเบิกบานปรีดาแต่ครั้งนี้หยางอีกลับรู้สึกว่าฝีเท้าหนักอึ้งมากแทบจะยกเท้าไม่ขึ้น
ก็เหมือนที่เพื่อนบ้านตามรายทางกล่าวไว้ก่อนหน้านี้สำหรับครอบครัวฐานะทั่วไปครอบครัวหนึ่งการส่งเขาเรียนต่อถึงปริญญาเอกลำบากมากจริงๆยิ่งไปกว่านั้นคือพ่อของเขา…ในอดีตประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บที่เท้าขวาขาเป๋เดินกะเผลกต้องอาศัยเงินเดือนแม่ที่เป็นครูประถมเลี้ยงดูทั้งครอบครัว
หยางอีคือความหวังของครอบครัวนี้และเป็นเพียงความหวังเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาของครอบครัวนี้
สุดท้ายหยางอีก็เดินมาถึงประตูบ้านแฟลตชั้นแรกในเขตชุมชนเก่าแห่งหนึ่งหลังจากพ่อเดินไม่คล่องก็ขายแฟลตชั้นสามแล้วย้ายลงมาเช่าแฟลตชั้นแรก
เดิมทีจะซื้อขาดก็ได้แต่เมื่อคำนึงถึงว่าหยางอียังต้องเล่าเรียนทำงานและพ่อแต่งงานก็ต้องซื้อบ้านอีกทั้งตัวเหล่าหยางก็ทำงานหาเงินไม่ได้แล้วจึงฝากเงินค่าเช่าห้องระยะยาวไว้ในธนาคารแทน
หยางอียืนหน้าประตูหลังจากลังเลอยู่นานพักใหญ่ในที่สุดก็รวบรวมความกล้าเคาะประตูบานผ่านไปครู่หนึ่งสตรีวัยกลางคนสวมผ้ากันเปื้อนใส่รองเท้าคนหนึ่งเปิดประตูออกมาพอเห็นหยางอี ดวงตาพลันฉายแววตกใจและดีใจ!
“เสียวอี? ลูก…กลับมาแล้วเหรอ!”
“แม่ครับ!” หยางอิมองแม่ที่ดูเหมือนจะซูบเซียวลงกว่าเดิมค่อนข้างปวดใจ
ถึงแม้สองปีที่ผ่านมาเขาจะใช้จ่ายอย่างมัธยัสถ์ส่งเงินกลับมาเป็นจำนวนมากแต่…พอแม่ก็ไม่เคยหักใจนำมาใช้จ่ายลง
ถึงอย่างไรหยางอีก็ไม่มีบ้านและยังไม่แต่งงานเป็นเรื่องที่พ่อแม่เป็นห่วงมากเช่นกัน
นักวิจัยหลังจบปริญญาเอกมีรายได้สูงมากขนาดในประเทศจีนยังมีรายได้สองถึงสามแสนหยวนต่อปีไม่ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงสถาบันใหญ่ๆในต่างประเทศเลย
“เร็วเข้า! รีบเข้ามาเถอะ!”
แม่เอ่ยด้วยความตื่นเต้นตะโกนเข้าไปในห้อง “เหล่าหยางลูกชายคุณกลับมาแล้ว!”
เหล่าหยางได้ยินก็เดินลากเท้าออกมาหลังจากเห็นหยางอีปฏิกิริยาแรกคือดีใจต่อมาก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ “ทำไมลูกถึงกลับมาตอนนี้ไหนบอกว่ายังเหลืออีกสองเดือน”
ขณะที่หยางอีกำลังจะอธิบายบางอย่างแม่ก็รีบเอ่ยว่า “เอาน่าๆเที่ยงพอดีเลยพวกเรากินไปคุยไปเถอะ!”
เหล่าหยางจึงไม่พูดอีกแต่หยางอีกลับเงียบมาก
ยิ่งเป็นแบบนี้ผู้เป็นแม่ก็ยิ่งรับรู้ได้ว่าสถานการณ์อาจจะผิดปกติ
เหล่าหยางสูบบุหรี่มวนหนึ่งเป็นยี่ห้อไป๋หงถาสานกล่องละไม่กี่หยวนทั้งครอบครัวกินข้าวสุขสันต์พร้อมหน้ากันเหล่าหยางยังคงอดถามไม่ได้
“ทำไมกลับมากะทันหัน”
หยางอีรู้ดีว่าสุดท้ายก็เลี่ยงไม่พ้นผู้เป็นแม่ทนไม่ไหวกลอกตาใส่เหล่าหยางที่หนึ่งเอ่ยยิ้มๆว่า “เรียนเหนื่อยกลับมาพักผ่อนสักหน่อยก็ไม่เห็นจะเป็นไรช่วงปีใหม่นี้ลูกไม่ได้กลับมาเลยนะ! คิดถึงบ้านใช่ไหมละ”
หยางอิมองพ่อแม่สูดหายใจลึกๆเฮือกหนึ่งรวบรวมความกล้าบอกออกไป “ผมลาออกขอยกเลิกสัญญาแล้วครับ!”
ประโยคนี้ทำให้บุพการีทั้งสองนิ่งงัน!
ลาออกหรือ!
นี่…นี่…
หลังจากสองสามีภรรยาได้ยินก็มีสีหน้าตกตะลึงในทันใด
เรียนจนจะจบอยู่แล้วจู่ๆก็ขอยกเลิกสัญญางั้นหรือ
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
เหล่าหยางมองลูกชายอยากจะด่าจริงๆ
หยางอีเล่าต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวออกมาทันที!
“คำร้องเรียนของพวกเราไม่ได้รับคำตอบใดๆเลยพวกเราไม่ได้รับความยุติธรรมใดๆจากที่นั่นผมคือคนที่ขยันมีพรสวรรค์และมีผลงานที่สุดในหน่วยงานด้วยแต่ผมได้รับการปฏิบัติ…อย่างเลวร้าย! ต่อมาพวกเราเลยยื่นใบลาออกขอยกเลิกสัญญา… ครั้งนี้พวกเราทั้งสี่สิบห้าคนกลับมาหมดเลยครับ!”
หลังเล่าจบหยางอีก้มศีรษะลงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นเลยเขารู้สึกผิดต่อพ่อแม่!
ก็อย่างที่เพื่อนร่วมงานพูดไว้เมื่ออารมณ์ร้อนและโกรธย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย!
เวลานี้เองหยางอีพลันได้ยินเสียงตบโต๊ะดังปังใช่แล้วเป็นเหล่าหยางเขาไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
หยางอีเตรียมใจพร้อมถูกดุด่าแล้ว
แต่เสียงที่แว่วเข้าหูกลับกลายเป็น “ทำดีมาก! หยางอีนี้คือเรื่องที่ลูกทำให้พ่อภาคภูมิใจที่สุดตลอดสามสิบกว่าปีมานี้! แบบนี้ไม่เข้าท่าเลยนี่รังแกกันชัดๆไม่ใชหรือไง! ศาสตราจารย์เฉินเก่งมากพอรู้จักศาสตราจารย์เฉินดีเก่งขนาดนี้ยังไม่ให้รางวัลแปลว่าไม่เห็นหัวประเทศจีนของเราชัดๆ! แล้วพวกเราจะทนทำงานไปทำไมละอยู่ให้เขาเหยียดให้คนเขามองเป็นตัวตลกเหรอถูกเหยียดแล้วยังต้องอุทิศตัวให้พวกเขาอีกเหรอฝันไปเถอะ!”
ชั่วขณะนั้นหยางอีตะลึงไปแล้วเขาไม่คิดเลยว่าสถานการณ์จะเป็นแบบนี้เขาหันกลับมามองชายขาเปที่ยันสบถด่าพวกฝรั่งขี้ก๊กอยู่ในห้องรับแขกถึงแม้จะเป็นชาวบ้านพิการตัวเล็กๆคนหนึ่งแต่ภาพลักษณ์กลับดูมั่นคงอย่างน่าประหลาด!
หยางอีรู้สึกตื้นตันขึ้นมาในทันใด
ความเข้าใจของพ่อแม่ทำให้เขาโล่งใจอย่างถึงที่สุด
ตอนนี้เรียบร้อยแล้ว!
ในที่สุดก็โอเคแล้ว!
“พ่อครับแม่ครับพรุ่งนี้ผมจะไปพบอาจารย์ที่โรงพยาบาลทั่วไปแห่งเขตทหารเสินหยางน่าจะไม่มีปัญหาใหญ่อะไรอีกอย่างผมไปเพื่อเรียนรู้เทคนิคที่สมควรเรียนไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองก็ได้ผมได้เทคนิคมาแล้วมีประวัติการศึกษาอย่าห่วงไปเลยครับ!”
หยางอีลุกขึ้นพลางเอ่ย
สถานการณ์เดียวกันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับหยางอีคนเดียว
หลังจากคนกลุ่มนี้กลับจากประเทศอังกฤษตอนไปพบพ่อแม่ที่บ้านไปพบอาจารย์หรือหัวหน้าหน่วยงานพวกเขาได้รับการอภัยให้อย่างน่าประหลาดใจ!
ที่แท้…เมื่อเป็นเรื่องของประเทศชาติเมื่อเป็นเรื่องเกียรติยศของมาตุภูมิทัศนคติของทุกคนล้วนแนวแน่เหมือนกันหมด
พวกเขาอาจจะเป็นเพียงนักศึกษาต่างชาติธรรมดาพวกเขาอาจจะไร้อำนาจปราศจากอิทธิพล
พวกเขาอาจจะมีเพียงสี่สิบห้าคนพวกเขาไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อโครงสร้างแม้แต่น้อยแต่พวกเขาให้เกียรติเสียงหัวใจของตน
ดูเหมือนพวกเขาทําเรื่องเหล่านี้โดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนเลย
หลังจากเฉินชางเข้าร่วมพิธีมอบรางวัลที่เมืองหลวงเสร็จเขาไม่ได้อยู่ต่อนานเกินไปตรงกลับไปที่เมืองอันหยางเลยเขาเริ่มทำงานต่อสหพันธ์ประสาทศัลยแพทย์โลกไม่ให้รางวัลเฉินชางเฉินชางก็ไม่สนใจเช่นกัน
สิ่งที่เขาสนใจคือดูเหมือนองค์กรนี้จะมีคติต่อวงการศัลยกรรมประสาทของประเทศจีน
ดูเหมือนพวกเขา…ไม่ให้ค่าตนเลยหลังกลับมาเฉินชางและสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์โซวเหวยเสียงเริ่มวิจัยอุปกรณ์ช่วยเหลือเทคนิครังสีร่วมรักษาต่อศัลยกรรมประสาททั้งนั้นหรือ?
ฮึ!
อีกไม่นานเทคนิคอย่างหนึ่งที่เรียกว่ารังสีร่วมรักษาประสาทจะสัมฤทธิ์ผลแล้ว!
เมื่อถึงเวลานั้นเทคนิคมากมายที่เคยสร้างความภาคภูมิใจให้พวกคุณจะกลายเป็นเทคนิคล้าหลังวันนี้เซวียเจิงเรินเดินทางมาพบเฉินชางที่เมืองอันหยางด้วยตัวเอง
“ศาสตราจารย์เฉินผมคิดว่า…ผมจะต้องแสดงบางอย่างให้คุณดู”
เซวียเจิงเรินมองเฉินชางและเอ่ยอย่างจริงจัง