เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1798 มีแต่จะห่างชั้นกันมากขึ้นเรื่อยๆ!
“หยางอีคุณใจเย็นๆ หน่อย! คุณอย่าใช้อารมณ์สิ! คุณกลับไปแล้วคุณจะเปลี่ยนอะไรได้เหรอคุณใช้สติหน่อยได้ไหมโอกาสของพวกเราได้มายากมากนะ…”
เพื่อนร่วมงานของหยางอีก็อดพูดโน้มน้าวไม่ได้
“ผมก็โกรธเหมือนกันแต่ว่า…ถ้าพวกเราอยากยืนหยัดให้ได้ก็อย่าหุนหันพลันแล่นเข้มแข็งไว้สหาย! อีกอย่างถ้าคุณกลับไปตอนนี้พ่อแม่คุณจะคิดยังไงหัวหน้าคุณจะคิดยังไงคุณไม่เสียเวลาหลายปีไปเปล่าๆ เหรอคุณลองพิจารณาถึงความเป็นจริงบ้างสิ!”
ชั่วขณะนั้นบรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้งกล่าวตามตรงความรู้สึกของทุกคนซับซ้อนมากถึงอย่างไรก็ไม่ใช่สิ่งที่อยากจะทิ้งก็ทิ้งได้ง่ายๆ สิ่งที่พวกเขาจะต้องละทิ้งอาจจะเป็นอนาคต!
เลือกยากมากจริงๆ!
แต่…เวลานี้มีอีกคนลุกขึ้นมาแล้วเอ่ยว่า
“ผมก็อยากกลับบ้านเหมือนกัน!”
จากนั้นก็มีอีกเสียงแว่วตามมาติดๆ เอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา
“ฉันก็จะกลับเหมือนกัน!”
ทุกคนหันไปมองพบว่าสาวน้อยอ่อนโยนที่ปกติแล้วไม่ค่อยพูดคนนั้นดูเหมือน…เธอใกล้จบปริญญาเอกแล้วไม่ใช่หรือเธอจะยอมทิ้งไปแบบนี้หรือหยางอีรู้สึกว่าใบหน้าตนร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย
ที่แท้คนส่วนใหญ่ก็คิดเหมือนตนเขาไม่ได้ตัวคนเดียว
และเธอก็ไม่ใช่คนสุดท้ายหลังจากนั้นมีคนเกินครึ่งที่ต้องการกลับประเทศจีน
พวกเขาก็ไม่ได้เห็นความสำคัญของพวกเราไม่ใช่หรือพวกเราก็ทำให้พวกเขาเห็นสิว่าถ้าไม่มีพวกเราพวกเขาก็ต้องลำบากเหมือนกัน
“ใช่แล้ว!”
“ศาสตราจารย์เฉินเขาทุ่มเทขนาดนั้นไปเพื่ออะไรล่ะไม่ใช่เพื่อพัฒนาวงการศัลยกรรมประสาทของประเทศเราหรอกหรือเขาทุ่มสุดตัวก็เพื่อความฝันนี้ถึงพวกเราจะไม่มีความสามารถพอจะปกป้องเขาจากความไม่ยุติธรรมแต่ก็อยากจะช่วยซับน้ำตาช่วยปลอบใจเขาบอกให้ศาสตราจารย์เฉินรู้ว่าความจริงแล้วมีคนสนับสนุนเขาอยู่เบื้องหลังเงียบๆ!”
“พรุ่งนี้ผมจะไปที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจไปพบเดนเพื่อทวงความเป็นธรรมให้ศาสตราจารย์เฉิน!”
“ผมจะไปด้วย!”
ผมด้วยอีกคน!
การชุมนุมเล็กๆ ในช่วงเย็นค่อยๆ กลายเป็นแผนการออกศึกไปแล้ว
นักศึกษากลุ่มนี้มารวมตัวกันเตรียมบุกโจมตีเรียบร้อยแล้ว
คืนนี้ถูกลิขิตให้เป็นค่ำคืนที่ข่มตาไม่ลง
พวกเขาตัดผ้าปูเตียงเขียนเป็นแบนเนอร์เขียนข้อความตัวใหญ่ๆ ลงบนเสื้อผ้า…เตรียมร้องเรียน
เป็นค่ำคืนอันเงียบงัน!
เช้าวันต่อมาในเวลาเกือบแปดโมง
คนกลุ่มหนึ่งสวมธงชาติจีนยืนอยู่หน้าทางเข้าโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ!
คนกลุ่มนี้ถือแบนเนอร์เขียนข้อความว่า
“ความเป็นธรรม!”
พวกเขาไม่ได้ต้องการอะไรมากแค่อยากได้ความยุติธรรมเท่านั้นแต่บนโลกนี้สิ่งที่หาได้ยากที่สุดก็คือความยุติธรรม!
คนสิบห้าสิบคนพวกเขาสวมธงชาติจีนไว้บนร่าง
ถ้าพูดให้ชัดคือเสื้อผ้าของพวกเขาถูกย้อมสีให้ดูเหมือนธงแดง
คนกลุ่มนี้ยืนเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่นอกโรงพยาบาลสะดุดตามาก!
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขวางพวกเขาไว้ไม่ให้เข้าไป
ถึงแม้ในต่างประเทศการชุมนุมประท้วงจะไม่ผิดกฎหมายและพบเห็นได้บ่อยครั้งแต่การกระทำนี้ของพวกเขาดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ในชั่วพริบตา!
“ธงชาติจีนไม่ใช่เหรอ?”
“พวกเขามาทำไม?”
“ความเป็นธรรมเหรอเกิดอะไรขึ้น?”
ผู้คนรอบข้างที่สัญจรผ่านไปมาต่างชำเลืองมองอย่างค่อนข้างงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็อดถ่ายรูปแล้วโพสต์ลงในเฟซบุ๊กกับทวิตเตอร์ไม่ได้
เดนคุณทำอะไรอยู่มีงานมากมายขนาดนั้นแล้วคุณมาทำอะไรที่นี่?” ศาสตราจารย์คนหนึ่งจำหยางอีที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดได้รีบเดินเข้ามาสอบถาม
หยางอีขมวดคิ้ว
“ผมมีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำครับ!”
“ยกตัวอย่างหน่อยสิ” ศาสตราจารย์คนนี้รู้สึกว่าน่าสนุก
เนื่องจากหยางอีต่อปากต่อคำเขาน้อยมาก
ในความทรงจำของพวกเขาหยางอีคือนักศึกษาที่เชื่อฟังมากคนหนึ่งสั่งให้ทำอะไรเขาก็ทำไปตามนั้น!
ขอเพียงสอนบางอย่างให้เขาไม่มีทางพูดว่าไม่
ทุกคนล้วนเรียกเขาว่า ‘มิสเตอร์โอเค!’
แต่ว่าครั้งนี้หยางอีปฏิเสธเขา
หยางอีพูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า
“ความเป็นธรรมครับ! พวกเราต้องการสอบถามประธานสหพันธ์เดนว่าเพราะอะไรศาสตราจารย์เฉินชางถึงไม่ได้รับรางวัลรางวัลสุดยอดศัลยแพทย์ระบบประสาทระดับโลก!”
จอห์นได้ยินก็ตะลึงงันทันที
เขามองหยางอีแวบหนึ่งยักไหล่เล็กน้อย
“โอเคจะรอฟังข่าวดีจากคุณนะ”
สำหรับปัญหาที่เฉินชางไม่ได้รับรางวัลจอห์นก็หมดคำพูดเช่นกันแต่หลังจากเขาเดินไปได้สองสามก้าวเขาหันกลับมาเอ่ยว่า
“เพราะในคณะประธานและกรรมการผู้เชี่ยวชาญของสหพันธ์ประสาทศัลยแพทย์โลกมีชาวจีนเพียงคนเดียว นี่แหละความเป็นธรรม”
คำพูดนี้ของจอห์นมีเลศนัยอย่างยิ่ง
หลังจากทุกคนฟังจบความรู้สึกตีขึ้นมาก่อนคือความโกรธแต่…พอคิดให้ดีๆ บางทีเรื่องนี้อาจจะยุติธรรมแล้ว
เพราะเหตุใดในคณะประธานและกรรมการผู้เชี่ยวชาญถึงมีชาวจีนแค่คนเดียวล่ะ
ถ้าใช้คำพูดตามสมัยนิยมคือ…
ประเทศอื่นทุ่มเทลงแรงกันมาตั้งกี่รุ่นอาศัยสิทธิใดถึงต้องยอมปล่อยให้หมอหนุ่มอย่างเฉินชางที่เพิ่งลงแรงไปไม่เท่าไรแซงหน้าไปได้พูดให้ชัดคือมีหลายประเทศที่สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ให้สหพันธ์ประสาทศัลยแพทย์โลก!
นี่คือความเป็นธรรม!
แต่ว่า…
แบบนี้เป็นธรรมแล้วจริงๆ หรือ?
แบบนี้ไม่ใช่เลย!
หยางอีตะโกนใส่จอห์น
“ไม่ไม่ใช่เลย! นี่ไม่ใช่ความยุติธรรมอย่างแท้จริง! นี่คือข้ออ้าง! วิทยาศาสตร์สมควรตัดสินอย่างเป็นธรรมไม่ใช่พิจารณาจากประวัติศาสตร์!”
จอห์นไม่หันกลับมา
เมื่อเดนมาถึงทางเข้าโรงพยาบาลหยางอีวิ่งเข้าไปหาทันทีทั้งกลุ่มรุดตามหลังเขาไปขวางรถไว้!
“ประธานสหพันธ์เดนพวกเราต้องการความเป็นธรรม!”
“เพราะอะไรศาสตราจารย์เฉินถึงไม่ได้รางวัล?”
“แบบนี้ไม่ยุติธรรม!”
เดนมองคนกลุ่มนี้ที่ชูป้ายทวงคืนความยุติธรรม
ไม่มีคำตอบให้แต่ติดต่อฝ่ายรักษาความปลอดภัยทันทีจากนั้นก็แจ้งตำรวจ
มอบบทเรียนให้นักศึกษาเหล่านี้ได้เรียนรู้กล่าวตามตรงเขาไม่แยแสเลยเพราะตำแหน่งประธานสมาพันธ์ของเดนไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนกลุ่มนี้สิทธิโหวตของนักวิชาการจากประเทศจีนก็มีเพียงเสียงเดียวเท่านั้น!
แต่บ่ายวันนั้นเกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันขึ้นซ้ำๆ
นักศึกษาชาวจีนจำนวนมากทยอยยื่นหนังสือลาออกอย่างต่อเนื่องเจ้าหน้าที่วิจัยหลังจบปริญญาเอกก็ขอยกเลิกสัญญาเช่นกัน!
เมื่อคำร้องจำนวนมากถูกส่งมาถึงห้องทำงานผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวหน้าแผนกศัลยกรรมประสาทก็ค่อนข้างร้อนใจขึ้นมาทว่าพอเดนเห็นหนังสือคำร้องเขาหยิบตราประทับประทับลงไปทันทีอนุมัติ!
อนุมัติอนุมัติ!
อนุมัติทั้งหมด!
เมื่อเห็นฉากนี้หัวหน้าแผนกตะลึงไปเลยเขาไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
“ผู้อำนวยการเดนครับมันจะ…ส่งผลเสียหรือเปล่าครับ?”
เดนยักไหล่
“ผมเคารพการตัดสินใจของพวกเขาพวกเขาเคารพความต้องการในใจตัวเอง! เป็นเรื่องที่ดีมาก! ส่วนอุดมการณ์ของพวกเขา…ฮาๆ…ยังเด็กเกินไปใสซื่อเกินไปรักชาติเกินไป!”
พอเดนพูดจบก็ไม่สนใจอีกแต่เอ่ยว่า
“ดำเนินการวิจัยรังสีรวมรักษาของพวกเราให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุดคนพวกนี้จะออกก็ช่างรีบพัฒนาเทคนิคผ่าตัดศัลยกรรมประสาทด้วยรังสีซะ”
ต่อมาเดนเอ่ยอย่างมีลับลมคมนัย
“หากอยากมีศักดิ์ศรีในช่วงที่ด้อยกว่ากำลังจะต้องจ่ายด้วยราคามหาศาลเชียวละมีแต่จะห่างชั้นกันมากขึ้นเรื่อยๆ!”