เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1800 ยินดีตอบรับ!
เห็นเซวียเจิงเรินจริงจังขนาดนี้เฉินชางก็ตะลึงไปเล็กน้อย
“ผู้อำนวยการเซวียเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”
เซวียเจิงเรินยื่นมือถือให้เฉินชาง “คุณดูคลิปนี้สิครับ”
เฉินชางมองเซวียเจิงเรินที่มีสีหน้าจริงจังรับมือถือมาด้วยความสงสัยแต่…หลังจากเห็นวิดีโอเขาตะลึงงัน!
เขาเห็นชัดเจนว่ากลุ่มคนในวิดีโอสวมชุดที่ดูเหมือนธงชาติจีนกำลังทวงความเป็นธรรมให้ตนเอง!
เขามองแบนเนอร์ในมือคนทั้งกลุ่มเขียนว่าต้องการทวงความเป็นธรรม!
วิดีโอไม่ยาวนักแค่ยี่สิบกว่าวินาที!
และเฉินชางก็เห็นพวกเขาถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจคุมตัวออกไปอย่างน่าอับอาย
แววตาเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว!
เฉินชางเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
หลังดูจบเฉินชางโกรธขึ้นมาทันทีเพลิงโทสะปะทุขึ้นในใจเขาเขาสะเทือนใจในตัวเพื่อนร่วมอาชีพที่เรียนต่อในต่างประเทศกลุ่มนี้จริงๆพวกเขาไปในฐานะนักศึกษาไหนเลยจะมีสิทธิ์มีเสียงอะไรแต่ถึงจะเป็นเช่นนี้พวกเขาก็ยังคงก้าวออกมาทวงความเป็นธรรมให้ตนทว่าชายที่ชื่อเดนคนนี้กลับเมินเฉยไม่สนใจพวกเขาเลยเดน…
คงเป็นประธานสหพันธ์ประสาทศัลยแพทย์โลกคนนั้นสินะเฉินชางสูดหายใจลึกๆสีหน้าเคร่งขรึมไร้รอยยิ้มแต่ในใจกลับโมโหอย่างยิ่งครั้งนี้เฉินชางประทับใจบรรดาเพื่อนร่วมอาชีพของตนจริงๆในตอนที่ตนได้รับความไม่เป็นธรรมกลับกลายเป็นว่ามีคนก้าวออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตนจริงๆ!
นี่สินะ…คนร่วมบ้านเกิด!
จังหวะนี้เองเซวียเจิงเรินพลันเอ่ยว่า “เด็กๆพวกนี้…พวกเขาลาออกและขอยกเลิกสัญญาแล้วครับในกลุ่มพวกเขามีทั้งคนที่เรียนปริญญาเอกอยู่และเป็นนักวิจัยหลังจบปริญญาเอก…ส่วนใหญ่ใกล้จบการศึกษาหรือไม่ก็กำลังจะสิ้นสุดสัญญาแล้วแต่ตอนนี้…เฮ้อ! พากันกลับมาหมดแล้ว”
พอเฉินชางได้ยินก็รู้สึกเหมือนมีเสียงระเบิดดังขึ้นในหัว
เลือดเดือดพล่าน!
ผ่านไปครู่หนึ่งเฉินชางสูดหายใจลึกๆเอ่ยว่า “ผมเข้าใจแล้วครับ”
เซวียเจิงเรินอดกล่าวไม่ได้ “ล้วนเป็นเด็กดีกันจริงๆเป็นกลุ่มเด็กที่ดีที่มีจิตใจใสบริสุทธิ์! เด็กพวกนี้ล้วนเป็นอนาคตของชาติ! คุณมีแผนอะไรบ้างไหม”
เฉินชางไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งค่อยๆเอ่ยว่า “ผมอยากก่อตั้งศูนย์วิจัยหลังจบปริญญาเอกขึ้นรับคนกลุ่มนี้เข้ามา!”
เซวียเจิงเรินได้ยินก็ตาลุกวาวทันที!
“เป็นความคิดที่ดี! แต่ถ้าจะยื่นคำร้องเรื่องนี้คุณก็ต้องมีหัวข้อไม่ใช่เหรอช่วงนี้คุณทำเรื่องอะไรอยู่ผมไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไรเหมือนจะเป็นรังสีร่วมรักษาใช่ไหม” เฉินชางเงยหน้ามองเซวียเจิงเรินตอบว่า “ใช่ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณจะรับพวกเขาเข้ามายังไง”
เฉินชางอดมองเซวียเจิงเรินไม่ได้พลันเอ่ยว่า “ตอนนี้ผมมีหัวข้อใหญ่เรื่องหนึ่งไม่ใช่แค่อยากรับพวกเขาเข้ามาเท่านั้นยังต้องการผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของวงการศัลยกรรมประสาทสักกลุ่มด้วยผู้อำนวยการเซวียคุณอยากมาร่วมด้วยไหมครับ”
ดวงตาเซวียเจิงเรินเปล่งประกายทันที “หัวข้ออะไร”
เฉินชางตอบ “เป็นความลับครับจะบอกก็ต่อเมื่อคุณเข้าร่วมแล้ว!”
เซวียเจิงเรินกลอกตาใส่ “ได้ผมเข้าร่วมด้วยรีบบอกมาหัวข้ออะไร”
เฉินชางเอ่ยอย่างจริงจัง “การรักษาโรคทางระบบประสาทด้วยเทคนิครังสีร่วมรักษาครับ”
หลังจากเซวียเจิงเรินได้ยินก็ตาโตทันที “นี่…นี่ไม่ใช่หัวข้อเล็กๆเลย!”
เฉินชางพยักหน้ากล่าวไปตามจริง “ดังนั้นผมขาดบุคลากรอยู่คุณคือผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งของวงการศัลยกรรมประสาทถ้าคุณเข้าร่วมชื่อเสียงจะก้าวกระโดดไปอีกขั้น”
หลังจากเซวียเจิงเรินได้ยินว่าเป็นเทคนิครังสีร่วมรักษาประสาทดวงตาก็ลุกวาวขึ้นมาทันทีตื่นเต้นมาก!
“ตกลง!”
นี่คืออนาคตใหม่ของระบบประสาทเชียวนะ!
สาขาศัลยกรรมประสาทความจริงแล้วเป็นสาขาที่ยังไม่ประสบผลสำเร็จเต็มที่เนื่องจากความซับซ้อนของระบบประสาทตัวกำหนดให้เกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนมากมายขึ้นในการผ่าตัดแต่ในปัจจุบันการรักษาระบบประสาทด้วยเทคนิครังสีร่วมรักษาถือเป็นโครงการล้ำยุค!
เขาไม่คิดเลยว่าเฉินชางจะเริ่มวิจัยศึกษาแล้ว!
พอคิดมาถึงตรงนี้เซวียเจิงเรินย่อมตื่นเต้นดีใจ!
เฉินชางเอ่ยว่า “ผมจะไปติดต่อเพื่อจัดตั้งศูนย์วิจัยหลังจบปริญญาเอกคุณก็รับผิดชอบตามตัวพวกเด็กๆกลุ่มนี้มานะครับ!”
เซวียเจิงเรินพยักหนารับแต่ก็ยังรู้สึกแปลกๆอยู่บ้าง
“คนพวกนี้โตกว่าคุณทั้งนั้นคุณเรียกว่าพวกเด็กๆไม่ค่อยเหมาะนะ”
เฉินชางชะงักไปกระแอมแล้วเอ่ยว่า “คุณก็โตกว่าผมนะครับ!”
พูดจบเฉินชางก็เดินออกไปทิ้งเซวียเจิงเรินให้ยืนตะลึงงันอยู่ตรงนั้นผ่านไปนานพักใหญ่ก็ดูเหมือนจะยังไม่ได้สติกลับมา
ช่วงหลายวันมานี้เฉินชางเป็นข่าวครึกโครมไม่เบาเทปบันทึกภาพพิธีมอบรางวัลทางการแพทย์หวังจงเฉิงและการกล่าวสุนทรพจน์ถูกเผยแพร่แล้วทั้งยังดึงดูดความสนใจคนจำนวนมาก
เดนก็เห็นแล้วเช่นกันหลังดูจบเขาได้แต่เม้มปากเอ่ยอย่างอิจฉาตาร้อน
“คนรวยหน้าโง่!”
ถูกต้อง!
เงินปันผลจากบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันถูกนำมาเป็นกองทุนรางวัลสามสิบล้านดอลลาร์สหรัฐช่างเย้ายวนใจไม่ว่าจะเป็นกับใครก็ตาม
อันที่จริงสองสามวันมานี้กรรมการผู้เชี่ยวชาญของสหพันธ์ประสาทศัลยแพทย์โลกได้รับแรงกดดันสูงมากจริงๆเฉินชางที่ตกรอบไม่ได้รางวัลจัดตั้งรางวัลการแพทย์เฉินชางขึ้นด้วยเงินทุนมหาศาลเป็นปัญหาที่เดนขัดมากสื่อข่าวของประเทศอังกฤษก็มาสัมภาษณ์เดนเช่นกันข่าวใหญ่ที่หาได้ยากในวงการแพทย์แบบนี้ไม่มีใครอยากพลาด
“มิสเตอร์เดนคุณมีความเห็นอย่างไรต่อรางวัลการแพทย์เฉินชางคะ”
“ใช่แล้ว! ตอนนี้คนส่วนใหญ่ล้วนคิดว่าศาสตราจารย์เฉินมีคุณสมบัติพอจะได้รับรางวัลสุดยอดศัลยแพทย์ระบบประสาทระดับโลกแล้วทำไมถึงไม่มีชื่อเขาละครับ”
เดนตอบเพียงว่า “ทางเรามีกรรมการตัดสินที่เป็นมืออาชีพผมไม่ได้ตัดสินใจคนเดียวรางวัลการแพทย์เฉินชางถือเป็นเรื่องดีให้กำลังใจและบ่มเพาะแพทย์ที่ยอดเยี่ยมให้มากขึ้นแต่ทว่า…ในหลายๆอย่างให้แค่เงินก็ไม่เพียงพอหรอกรางวัลสุดยอดศัลยแพทย์ระบบประสาทระดับโลกให้เงินรางวัลแค่ไม่กี่หมื่นดอลลาร์แต่มูลค่าของใบรับรองรางวัลนี้กลับล้ำค่ากว่าเงินหลายล้านไปจนถึงหลายสิบล้านเกียรติยศ! ความก้าวหน้าทางการแพทย์ไม่ได้พึ่งพาแค่เงินทุนเท่านั้นการสร้างศูนย์การแพทย์ชั้นยอดไม่ได้ใช้แค่เงินหรอกนะ”
ช่วงเวลานี้เฉินชางได้จัดตั้งศูนย์วิจัยนักศึกษาปริญญาเอกสาขาศัลยกรรมประสาทขึ้นอย่างเป็นทางการโดยอาศัยแรงหนุนจากหน่วยงานหลายแห่งเช่นแผนกศัลยกรรมประสาทโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลที่มียอดแผนกศัลยกรรมประสาทฉุกเฉินสถานวิจัยยาใหม่เฉินชางฯลฯ
ขั้นตอนการยื่นพิจารณาไม่ยากเลยแค่เฉินชางยื่นเรื่องไปเบื้องบนก็อนุมัติอย่างรวดเร็ว!
หลังจัดตั้งสำเร็จเฉินชางก็ทุ่มงบประมาณหมื่นล้านกับศูนย์วิจัยนี้ไม่จำเป็นต้องให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนพวกเราจะออกเงินกันเองนี่อาจเป็นสาเหตุหลักที่เบื้องบนอนุมัติอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันหนังสือเชิญตัวหลายสิบฉบับถูกส่งออกไป!
เวลานี้หยางอีเตรียมตัวเข้าทำงานอยู่พอดีเขาไปพบอาจารย์ที่โรงพยาบาลทั่วไปแห่งเขตทหารเสินหยางขณะที่กำลังจะเซ็นสัญญาจ้างงานในช่วงเวลาสำคัญจู่ๆจดหมายฉบับหนึ่งก็มาถึง
เมื่อหยางอีเปิดซองจดหมายแล้วพบว่าเป็นหนังสือเชิญที่เฉินชางลงนามด้วยตัวเอง
เขาตื่นเต้นทันที!
ที่แท้ความพยายามของตนก็ไม่ได้สูญเปล่าทุกสิ่งที่เขาทำลงไปศาสตราจารย์เฉินรับรู้ถึงความพยายามของเขาแล้ว
ดร.หยางอีได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองหัวหน้าฝ่ายวิจัยของศูนย์วิจัยระดับปริญญาเอกของพวกเรา!
หยางอีที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมากมองอาจารย์ด้วยความละอายใจ “อาจารย์ขอโทษนะครับ…ผมจะไปอันหยาง!”
อาจารย์ของหยางอียิ้มให้ “อืมไปเถอะ!”
ในช่วงเวลาเดียวกันนักศึกษาที่เดินทางกลับมาจากประเทศอังกฤษทั้งสี่สิบห้าคนล้วนได้รับหนังสือเรียกเชิญถึงแม้เนื้อหาจะแตกต่างกันไปแต่ประเด็นไม่ต่างกันเชิญพวกเขาเข้าร่วมทีมวิจัยของเฉินชาง!