เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1770 รับสมัครผู้อำนวยการ (1)
วันต่อมาการสอบสัมภาษณ์เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการจงหรานนั่งตรงกลางด้านข้างขนาบด้วยจูเฉียนเสี้ยวยวนและถานลี่กัวส่วนอีกสองคนที่นั่งริมสุดคือผู้อาวุโสฟางและเฉินชางแน่นอนว่ายังมีเจ้าหน้าที่ดูแลด้านสถิติและบริการอีกสองคนล้วนเป็นคนจากฝ่ายกิจการแพทย์หยางถงรับผิดชอบด้านสถิติมีหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งอยู่ด้านหลังเธอรับหน้าที่ขานชื่อหลังจากทุกคนเข้าไปนั่งด้านในเรียบร้อยเจ้าหน้าที่ก็ยื่นใบบันทึกคะแนนให้ทุกคนได้รับคนละแผ่นอันที่จริงคนที่ผ่านเข้ารอบสอบสัมภาษณ์มีไม่มากถึงอย่างไรตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่ใครสมัครก็ผ่านกันหมดคนส่วนใหญ่ค้างอยู่ที่การประเมินเบื้องต้นแต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ก็ยังมีบุคลากรชั้นยอดไม่น้อยเลย
ในบรรดานั้นมีบางส่วนที่เคยเป็นผู้อำนวยการประจำโรงพยาบาลใหญ่มาก่อนสมัครมายังเมืองอันหยางเพราะอุดมการณ์และใจทะเยอทะยาน
ทุกคนคงจะรู้สึกเหมือนกันว่าที่นี่คือสถานที่ที่เต็มไปด้วยความหวังส่วนโรงพยาบาลประชาชนอันดับสองของมณฑลตงหยางย่อมเป็นจุดเริ่มต้นของความฝันนั้นหลังจากทุกคนนั่งกันหมดจงหรานพลันหันไปหาเฉินชางเอ่ยถามว่า “มีคนในใจบ้างไหม”
เฉินชางผงะไปเล็กน้อยเอ่ยยิ้มๆ “รอสอบสัมภาษณ์เสร็จแล้วค่อยว่ากันเถอะครับจะให้พูดอะไรตอนนี้ยังเร็วเกินไปอีกอย่าง…ผมก็ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาเหมือนกัน”
เฉินชางพูดความจริงรอเจอตัวก่อนอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลังประมาณแปดโมงครึ่งงานรับสมัครเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
ต้องกล่าวเลยว่าคนส่วนใหญ่ที่สมัครเข้ามาเป็นคนที่มีความสามารถพอสมควรพวกเขาเข้ามาด้วยท่าที่สบายๆไม่อ่อนน้อมไม่จองหองไม่ว่าจะพูดกันอย่างไรอย่างน้อยบุคลิกก็ยอดเยี่ยมมาก!
กล่าวกันตามตรงคนพวกนี้ที่สมัครเข้ามาส่วนใหญ่เป็นคนที่จงหรานรู้จักทั้งสิ้นถึงอย่างไรด้วยตำแหน่งหัวหน้าสมาคมแพทย์แห่งประเทศจีนเส้นสายเครือข่ายของผู้อาวุโสจงจึงไม่ใช่เล่นๆ แน่นอนดังนั้นจงหรานล้วนเคยติดต่อหรือรู้จักกับคนพวกนี้บ้างไม่มากก็น้อยการสอบสัมภาษณ์จึงดำเนินไปอย่างราบรื่นเช่นกัน
อีกทั้งคำถามของผู้อาวุโสจงก็ตรงจุดมาก
“คุณมองลู่ทางการพัฒนาภายในองค์กรของโรงพยาบาลอันดับสองประจำมณฑลตงหยางไว้อย่างไรบ้างถ้าหากคุณได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลคุณวางแผนจะเสริมสร้างความเข้มแข็งภายในองค์กรให้โรงพยาบาลแบบไหน”
การพัฒนาและเสริมสร้างภายในองค์กรปัญหานี้ยากมากหลังจากเขามกผู้อาวุโสจงจะยิงคำถามแบบนี้ใส่แต่สังเกตเห็นอีกฝ่ายยิ้มนิดๆ ดูเหมือนจะทำการบ้านมาเป็นอย่างดี
“ผมคิดว่าการพัฒนาภายในองค์กรของโรงพยาบาลประชาชนอันดับสองของมณฑลตงหยางความจริงแล้วมีเฉินชางเป็นศูนย์กลางการพัฒนาศาสตราจารย์เฉินคือเสาหลักของโรงพยาบาลอันดับสองการเสริมสร้างเสาหลักคือแรงหนุนสำหรับพัฒนาโรงพยาบาลให้ก้าวหน้าดังนั้นแผนการของผมซื้อตรงมากนั่นคือสนับสนุนแผนกรอบข้างทิศศาสตราจารย์เฉินเชี่ยวชาญสร้างลำดับแบบขั้นบันไดที่เห็นชัดเจนสร้างเส้นทางบ่มเพาะจากระดับหัวกะทิไล่ไปหากำลังพลจากนั้นก็ลงไปหาหมอทั่วไป…”
การสอบสัมภาษณ์ดำเนินไปราบรื่นมาก
อันที่จริงสิ่งที่ทำให้การสอบสัมภาษณ์อย่างมีแบบแผนและการสอบสัมภาษณ์แบบสุ่มอิสระแตกต่างกันเป็นอย่างมากก็คือแนวทางคำตอบที่ไร้แบบแผนและไม่ตายตัว!
คำตอบจะไม่หมุนอยู่รอบคีย์เวิร์ด “คืออะไร” “เพื่ออะไร” “ทำอย่างไร” คำตอบที่ดูเหมือนจะมีตรรกะมากเหมาะสมกับการสอบสัมภาษณ์เข้มข้นสูงแบบนี้กลับกลายเป็นคำตอบที่ไม่พึงประสงค์ที่สุด
ถึงอย่างไรโรงพยาบาลอันดับสองก็มีผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้เพียงคนเดียว!
อีกทั้งไม่ต้องการบุคลากรที่มีความสามารถแบบกลางๆ ด้วยดังนั้นถ้าอยากโดดเด่นจำเป็นต้องแสดงจุดเด่นและความพิเศษของตัวเองให้ประจักษ์แบบนี้ถึงจะทำให้กรรมการสัมภาษณ์ตาเป็นประกายได้
แน่นอนว่าคนพวกนี้ที่สมัครเข้ามาในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยที่ 45-55 ปี
ถ้าอายุน้อยเกินไปก็มีคุณสมบัติและประสบการณ์ไม่เพียงพอถ้าอายุมากเกินไปจะขาดกำลังวังชาและความกล้า
มนุษย์เราก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นช่วงวัยที่ลำค่าที่สุดในชีวิต 25-35 ปีในช่วงวัยนี้คุณจะมีกำลังวังชามากพอค้นหาให้กระจ่างว่าตัวเองต้องการอะไรและทุ่มกำลังสู้เพื่อให้ได้มา
แต่ช่วงเวลาที่เปล่งประกายที่สุดของคนเรากลับอยู่ระหว่าง 45-55 ปีเนื่องจากในช่วงวัยนี้มีประสบการณ์ชีวิตและสังคมมากพอทำให้คุณกลับมาอยู่กับความเป็นจริงได้การประเมินดำเนินไปอย่างมีระเบียบแบบแผน!
ในกลุ่มผู้สมัครมีหลายคนที่ทำให้กรรมการตาเป็นประกายได้จริงๆ ยกตัวอย่างเช่นผู้สมัครที่จบปริญญาเอกด้านบริหารจากต่างประเทศคนนั้น
ตอนที่ถามถึงอนาคตเธอให้คำตอบที่ตรงจุดอย่างยิ่งศูนย์กลางการแพทย์ระดับนานาชาติแหล่งรวมการรักษาชั้นนำทันสมัยระดับโลก
ด้วยคำตอบที่ตรงจุดของอีกฝ่ายแม้แต่เฉินชางก็ยังมองเห็นถึงความคาดหวังในอนาคต
เนื่องจากแบบร่างโครงการของอีกฝ่ายละเอียดมากเหลือกินกรรมการทุกคนในห้องล้วนให้คะแนนสูงรวมถึงเฉินชางด้วย
พอถึงช่วงที่จูเฉียนปรากฏตัวขึ้นทั้งห้องเงียบสงัดลงทันที
หลังจากจงหรานเห็นจูเฉียนดวงตาเขาเปล่งประกายเล็กน้อยเอ่ยว่า “เชิญนั่ง”
เมื่อเฉินชางได้พบจูเฉียนเขาตะลึงเล็กน้อยชายคนนี้ดูสุขุมลุ่มลึกกว่าเมื่อก่อนมากดูคล้ายกระบี่ในฝักไปแล้วถ้าไม่ใช่เพราะข้อความแสนหนักแน่นเหล่านั้นที่อยู่ในใบสมัครฉบับนี้เฉินชางคงจะสับสนกับความคิดตนไปแล้ว
อย่างไรก็ตามกาลเวลาคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดที่เปลี่ยนไปได้อย่างสิ้นเชิงเลย!
จูเฉียนยิ้มพลางโค้งคำนับทุกคนเล็กน้อยผงกหัวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณครับ”
หลังจากนั่งลงจูเฉียนกวาดตามองรอบห้องแวบหนึ่งแต่หลังจากเห็นเฉินชางก็หยุดสายตาลงดูสนใจมากจงหรานดูสนใจจูเฉียนมากอย่างเห็นได้ชัดเขาถามด้วยความอยากรู้ “ผู้อำนวยการจูทำไมคุณถึงเลือกมาโรงพยาบาลประชาชนอันดับสองของมณฑลตงหยางเท่าที่ผมทราบมาปัจจุบันมีโรงพยาบาลมากมายที่เคยไปเชื้อเชิญคุณถึงขั้นที่…แม้แต่ศูนย์วินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันก็มาเชิญตัวคุณไปเหมือนกัน”
จูเฉียนยิ้มนิดๆ “เพราะที่นี่ไร้ขีดจำกัดครับ! ผมออกมาได้สองเดือนแล้วตลอดสองเดือนนี้ผมไม่เคยอยู่วางแม้แต่วินาทีเดียวสืบเนื่องมาจากใครคนหนึ่งนั่นก็คือศาสตราจารย์เฉินชางพูดตามตรงพรสวรรค์ด้านการแพทย์ของศาสตราจารย์เฉินอยู่เหนือจินตนาการของผมมากเขามีพรสวรรค์และประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์อย่างหนึ่งต่อการแพทย์การผ่าตัดและการวิจัยวิทยาศาสตร์!”
“แต่ถึงการพัฒนาของศาสตราจารย์เฉินจะดูราบรื่นมากถึงขั้นที่เรียกได้ว่ากว้างไกลไร้ขีดจำกัดดูเหมือนทำอะไรก็ประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ แต่ผมคิดว่ามีจุดบกพร่องร้ายแรงข้อหนึ่งอยู่! จุดบกพร่องนี้อาจจะไม่ส่งผลขึ้นมาภายในระยะเวลาสั้นๆ แต่ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไรจะระเบิดออกมาได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดที่กล่าวได้ว่า…ตอนนี้มันระเบิดออกมาแล้ว!”
ทันทีที่เอ่ยออกมาโดยรอบเงียบสงัดลงในทันใด!
วันนี้มีคนมามากมายรวมถึงผู้เชี่ยวชาญขั้นแนวหน้าจากทั่วทุกมุมโลกและผู้นำโรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศ
แต่นี่คือคนแรกที่เอ่ยวิจารณ์เฉินชาง!
ชั่วขณะนั้นทุกคนค่อนข้างตกตะลึงแม้แต่จงหรานกับผู้อาวุโสฟางก็มองจูเฉียนก่อนครู่หนึ่งจากนั้นก็หันมองเฉินชางแวบหนึ่งด้วยความฉงนแล้วจึงกลับมาจ้องมองจูเฉียน!
แต่ในเวลานี้ดูเหมือนจูเฉียนจะไม่รู้สึกถึงแรงกดดันแม้แต่น้อยเขาเผชิญกับสายตาของทุกคนด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความแน่วแน่และมุ่งมั่นถึงขั้นยิ้มมุมปากนิดๆ ด้วยจูเฉียนที่กำลังยิ้มอยู่ดูเหมือนตอนไปขึ้นศาลเมื่อครั้งอดีตอย่างยิ่ง!
ผ่านมาหลายปีเขายังคงไม่เปลี่ยนไปเลย!
แต่เมื่อเทียบกับในอดีตแล้วตัวจูเฉียนเปลี่ยนแปลงไปมากอีกทั้งพัฒนาขึ้นมากเช่นกัน!
และวันนี้จูเฉียนจะพิสูจน์ตัวเองที่โรงพยาบาลประชาชนอันดับสองของมณฑลตงหยาง
หมายเหตุท้ายบท: ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของประโยคสุดท้ายของแต่ละย่อหน้าตามต้นฉบับแล้ว และตรวจสอบจำนวนตัวอักษรเรียบร้อยครับ