เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1738 คุณชอบดื่มเหล้าไหม
บทที่ 1738 คุณชอบดื่มเหล้าไหม
ตอนนี้เฉินชางไม่สนแล้วว่าผู้อาวุโสจงมาสมัครอะไร เขารีบเอ่ยว่า “สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์จง คุณพักผ่อนไปก่อนนะครับ ผมจะไปดูคนไข้สักหน่อย เติงหมิง คุณมาดูแลสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์จงทีครับ”
พอเอ่ยจบ เฉินชางก็รีบลุกขึ้นวิ่งไปทางห้องสังเกตอาการ เวลานี้ทุกคนตกใจเมื่อพบว่า ชายชราที่สวมหมวกแก๊ปทรงแบน สวมแจ็คเก็ตบุขนสัตว์และพันผ้าพันคอคนนี้ ก็คือสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์จง! ไม่แปลกเลยที่เมื่อครู่เขาให้คำชี้แนะเฉินชาง!
แต่ผู้อำนวยการอาวุโสท่านนี้มาถึงนานหรือยัง ยืนอยู่ด้านหลังเฉินชางก็คงได้เห็นแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น มองปราดเดียวก็เห็นปัญหาที่ซ่อนอยู่เลยหรือ พอคิดมาถึงตรงนี้ทุกคนอดสะเทือนใจไม่ได้ นี่สิผู้กล้าตัวจริง! หากบอกว่าชายชราที่อยู่ตรงหน้านี้คือเสาหลักขององค์กรกู้ชีพฉุกเฉินและโรควิกฤตของประเทศจีนก็ไม่เกินจริงเลย ในประเทศจีนเขานับเป็นตัวตนระดับยอดพีระมิดของอุตสาหกรรมการแพทย์อย่างแท้จริง
แต่คนเหล่านี้สูงวัยแล้ว ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้อำนวยการอาวุโสอายุเจ็ดสิบกว่าทั้งสิ้น อันที่จริงคนเหล่านี้ล้วนถอยไปอยู่แนวหลังกันหมดแล้ว ถึงอย่างไรสุขภาพก็ไม่เอื้ออำนวย งานหลักที่ทำก็คือวางแผนพัฒนาบางส่วน รวมถึงกำหนดแนวทางให้ทำงานชี้นำทิศทางด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์ ถึงขั้นที่มีคนส่วนใหญ่ในหมู่พวกเขาต้องการสละตำแหน่งสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ แต่ทว่า… ประเทศชาติไม่อนุญาต ผู้อำนวยการอาวุโสจงก็คือหนึ่งในนั้น (ทุกคนโปรดอย่าเข้าใจผิด… ผู้อำนวยการอาวุโสจงคนนี้ไม่ใช่บุคคลท่านนั้นที่อยู่ในตำราเรียน)
เติงหมิงมองผู้ก่อตั้งรากฐานองค์กรกู้ชีพฉุกเฉินและโรควิกฤตแห่งประเทศจีนที่อยู่ตรงหน้า ตื่นเต้นจนพูดไม่ออก
“สวัสดีครับท่านสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์จง!” เติงหมิงค่อนข้างตื่นเต้น จงหรานพยักหน้าให้ เอ่ยยิ้มๆ “พ่อหนุ่มไปทำงานเถอะ ไม่ต้องสนใจฉันหรอก”
คนที่อยู่รอบห้องมองสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์จง ไม่รู้ว่าเข้ามาที่นี่ด้วยจุดประสงค์ใด! สมัครงานหรือ? หมายความว่าไง? ทุกคนล้วนค่อนข้างฉงน จงหรานคือใครกัน เขาจำเป็นต้องสมัครงานอีกหรือ เขาเคยเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลปักกิ่งยูเนียน ปัจจุบันเป็นประธานสมาคมการแพทย์จีน เป็นหัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขแห่งชาติ เป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์และสภาวิศวกรรม บุคคลระดับนี้อยู่ที่ไหนจะไม่เจริญบ้าง เป็นเทพที่อัญเชิญมาไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องอื่นเลย ชั่วขณะนั้นทุกคนเริ่มคาดเดาไปสารพัด
แต่เวลานี้ เฉินชางรีบมาที่ห้องสังเกตอาการโดยเร็ว เฮอไฉอวิน ผู้อำนวยการแผนกประสาทวิทยาจากโรงพยาบาลตงตาสาขาหนึ่ง ใช้เวลาตลอดช่วงเช้าโทรออกสิบกว่าสาย รวมถึงสอบถามปรึกษาศาสตราจารย์อาวุโสมากมายหลายท่าน ตอนนี้สถานการณ์ของผู้ป่วยยังเหมือนเดิม ไม่ได้รับการบรรเทาจากฮอร์โมนมากนัก ญาติผู้ป่วยก็เริ่มกระวนกระวายแล้ว
“หมอครับ เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ใช่แล้ว วันขึ้นสิบห้าค่ำเป็นวันดีแท้ๆ แต่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น!”
เฉินชางเดินเข้ามาในจังหวะนี้
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณช่วยแม่หนูด้วยนะคะ!” เด็กสาวอายุสิบหกคนหนึ่งตรงเข้ามาคว้ามือเฉินชาง เอ่ยด้วยน้ำตานองหน้า “พวกเขาบอกว่าคุณคือหมอที่เก่งที่สุดแล้ว! คุณต้องมีวิธีแน่ๆ ใช่ไหมคะ แม่หนูน่าจะยังมีทางรอดอยู่… ใช่ไหมคะ” สามีของผู้ป่วยก็มองเฉินชางด้วยความกังวล
เฉินชางมองทุกคน พยักหน้าให้ “ทุกคนขอเวลาให้ผมสักครู่เถอะครับ ผมจะมอบคำตอบที่ทุกคนพอใจให้แน่นอน!”
ขณะที่พูดคุยกัน ทุกคนที่ขวางประตูห้องสังเกตอาการอยู่ทยอยหลบออกไป เฉินชางเดินเข้าไป หลังจากเข้ามาด้านใน ผู้ป่วยอยู่บนเตียง มีน้ำตาไหลจากดวงตาที่ปิดอยู่
“ศาสตราจารย์เฉิน…” เมื่อทุกคนเห็นเฉินชางก็ถอนหายใจอย่างจนปัญญา จนถึงตอนนี้ก็ยังตัดสินข้อวินิจฉัยไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นแผนกจักษุวิทยาหรือว่าประสาทวิทยา ล้วนหาสาเหตุที่แนชัดไม่พบ
เฉินชางขานรับ เดินไปหยุดตรงหัวเตียงของผู้ป่วย เมื่อรับรู้ว่ามีคนปรากฏตัวขึ้น เธอค่อนข้างหวาดหวั่นและกังวล เต็มไปด้วยความระแวงต่อโลกที่มองไม่เห็นใบนี้!
เฉินชางเอ่ยปลอบขวัญ “คุณชื่ออะไรครับ”
“หวังชิวหลิงค่ะ” หญิงสาวสงบอารมณ์ลงเล็กน้อย เอ่ยตอบไป เฉินชางทำให้ตัวเองสงบนิ่งที่สุด ทำเหมือนพูดคุยธรรมดา เริ่มซักถามอย่างจริงจัง “คุณทำอาชีพอะไรครับ”
“ฉันเป็นพนักงานของโรงงานดอกไม้ไฟอันหยางค่ะ”
เฉินชางพยักหน้า เขายังไม่พบเบาะแสสำคัญ เนื่องจากไม่รู้ว่าโรงงานดอกไม้ไฟกับเมทานอลจะเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร
“อ้อ ปกติแล้วงานหลักของพวกคุณคืออะไรครับ”
หวังชิวหลิงเอ่ยเสียงสะอื้น “ต่อไปฉันคงทำงานไม่ได้แล้ว… หมอคะ ขอร้องคุณละ สามีฉันเป็นคนขับแท็กซี่ ฉันเป็นสาวโรงงาน ฉันมีลูกสองคน มีแม่ที่ป่วย… ฉันจำเป็นต้องทำงานให้ได้ ฉันปล่อยให้เขาทำงานคนเดียวไม่ได้ มันลำบากเกินไป งานในโรงงานดอกไม้ไฟจำเจมาก แต่ก็ไม่ได้เหนื่อยจนเกินไป สีสันสดใสตอนที่ดอกไม้ไฟเบ่งบานเกิดจากการเผาไหม้ของผงโลหะ แต่ผงโลหะพวกนี้จำเป็นต้องติดกาวยึดเกาะเข้าด้วยกัน งานของฉันคือส่วนนี้ค่ะ ใช้กาวทาผงโลหะพวกนี้ให้จับตัวเป็นก้อน ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการเผาไหม้”
หลังจากเฉินชางได้ฟังก็ดูเหมือนจะยังไม่เข้าใจสักเท่าไร ถึงอย่างไรขั้นตอนนี้ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเมทานอลไม่ใช่เหรอ เรื่องนี้ทำให้เฉินชางอดขมวดคิ้วไม่ได้ พวกเฮอไฉอวินและตูเจวียนหงจากโรงพยาบาลตงตาสาขาหนึ่ง มองเฉินชางอย่างไม่ค่อยเข้าใจ ทำไมจู่ๆ เฉินชางก็วิ่งแจ้นมาถามเรื่องกิจวัตรของผู้ป่วยล่ะ หรือจะเกิดจากความเครียดทางจิตใจ ทุกคนเริ่มเดาสุ่มเดชขึ้นมา
แต่เฉินชางกลับค่อนข้างฉงน โรงงานดอกไม้ไฟจะมีเมทานอลได้อย่างไร หรือตนจะเดาผิดไป? อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าจะตัดความเป็นไปได้ข้อนี้ทิ้งไม่ได้ พอคิดมาถึงตรงนี้เฉินชางเอ่ยกับพยาบาลฉินหยาลิ่วว่า “เจาะเลือดผู้ป่วยส่งตรวจหาเมทานอล”
เมื่อทุกคนได้ยินก็ขมวดคิ้วทันที! เมทานอลเหรอ? ใช่แล้ว! ดูเหมือนเมทานอลจะทำให้เกิดอาการแบบนี้ได้ แต่แบบนี้จะงมเข็มในมหาสมุทรไปหรือเปล่า ถึงอย่างไรการตรวจคัดกรองไปทีละอย่างก็ไม่ใช่วิธีที่สมเหตุสมผลเลย เฮอไฉอวินอดพูดไม่ได้ “ศาสตราจารย์เฉิน จะไม่… เดาสุ่มเกินไปหรอคะ”
เฉินชางได้ยินก็ส่ายหน้า “รอดูผลก่อนเถอะครับ!”
ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงเฝ้ารอไปด้วยกัน ใช้เวลาอีกสักพักกว่าผลจะออก ภายในระยะเวลาครึ่งชั่วโมงเฉินชางก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เช่นกัน แต่พูดคุยกับหวังชิวหลิงต่อไป ผู้หญิงคนนี้ซื่อตรงจริงๆ ส่วนใหญ่จะพูดโดยไม่หมกเม็ดเลย
จู่ๆ เฉินชางก็ถามว่า “ปกติคุณดื่มเหล้าไหมครับ” ถึงอย่างไรช่องทางใช้เมทานอลก็มีจำกัด คนทั่วไปก็เข้าไม่ถึงเช่นกัน
เธออดยิ้มไม่ได้ “หมอคะ พวกเราเป็นชาวบ้านทั่วไป ไม่ได้ทันสมัยขนาดนั้น ฉันดื่มเหล้าไม่เป็นหรอกค่ะ”
เฉินชางได้ยินก็พยักหนารับ แต่จังหวะนั้นเองจู่ๆ หวังชิวหลิงก็เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง “คุณรู้สึกว่ามีกลิ่นเหล้าจากตัวฉันใช่ไหมคะ นี่ไม่ใช่เหล้านะคะ มันมีสาเหตุมาจากงาน!”
เฉินชางพลันมีสีหน้าตกตะลึง! ในสมองแล่นขึ้นมา! ทำงานแล้วเกี่ยวอะไรกับเหล้า เฉินชางรีบถาม “หมายความว่าอย่างไรครับ”
หวังชิวหลิงถอนหายใจ “ฉันได้กลิ่นเหล้าทุกวันเลยค่ะ พอดมไปนานๆ เข้าก็ค่อนข้างเวียนหัว คนอื่นก็เริ่มพูดแซวว่าได้กลิ่นเหล้ามากเกินไปแล้ว! ปกติแล้วงานของพวกเราก็คือใช้กาวทาเพื่อยึดผงโลหะพวกนั้น แต่กาวพวกนั้นจำเป็นต้องผสมเข้ากับแอลกอฮอล์ด้วย! แบบนี้ถึงจะได้ประสิทธิภาพดี ดังนั้นคุณถึงได้กลิ่นนี้จากตัวฉันค่ะ!”