เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1737 ขอโทษครับผมผิดไปแล้ว!
แต่รุ่งเช้าวันต่อมา เฉินชางถูกเสียงเรียกเข้าปลุกจนตื่น
“ศาสตราจารย์เฉิน มีผู้ป่วยรายหนึ่งถูกส่งตัวมาจากโรงพยาบาลตงตาสาขาหนึ่ง อาการหลักคือหายใจหอบ จากนั้นผ่านไปนานมีอาการชาที่แขนขาและรอบปาก ถึงขั้นมือเท้าเป็นตะคริวแล้ว คือว่า… คุณเข้ามาดูหน่อยได้ไหมครับ”
คนที่โทรมาคืออูฮุย หมอเวรแผนกฉุกเฉิน เดิมทีเขาไม่ค่อยอยากโทรหาเฉินชาง แต่ผู้อำนวยการแผนกประสาทวิทยาของโรงพยาบาลตงตาสาขาหนึ่ง และผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมประสาทโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑล ล้วนสับสนหาคำตอบไม่ได้ ทั้งคู่ไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร
เฉินชางตอบรับคำหนึ่ง “อืม ผมจะไปเดี๋ยวนี้!”
ตอนนี้ฟ้าเพิ่งจะสาง บนท้องถนนมีคนสัญจรไม่มาก พอเฉินชางมาถึงโรงพยาบาลก็ตรงไปที่ห้องสังเกตอาการทันที เมื่อเห็นเฉินชางมาทุกคนต่างผงกหัวทักทายพลางหลีกทางให้
“อรุณสวัสดิ์ครับผู้อำนวยการเฉิน!”
“สวัสดีครับผู้อำนวยการเฉิน!”
ช่วงฤดูหนาวฟ้าสว่างค่อนข้างช้า ทั้งที่ตอนนี้หกโมงกว่าแล้ว เฉินชางเห็นผู้อำนวยการหลายคนมารวมตัวกันก็พยักหน้าให้ทุกคนเล็กน้อย
“อรุณสวัสดิ์ครับ ผู้อำนวยการแผนกทุกท่าน ลำบากทุกคนแล้วครับ” เฉินชางก้มหัวเอ่ยขอบคุณ ทุกคนต่างโบกมือให้แต่คิ้วขมวดแน่นไม่คลายออก
“สถานการณ์ของผู้ป่วยเป็นยังไงบ้างครับ” เฉินชางสอบถาม
เฮอไฉอวิน ผู้อำนวยการแผนกประสาทวิทยาจากทางโรงพยาบาลตงตาสาขาหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า “ผู้ป่วยรายนี้เป็นคนไข้เก่าแก่ของแผนกเรา ปีก่อนเข้าๆ ออกๆ อยู่สี่ห้าครั้ง แต่ก็มีช่วงที่ห่างหายไปบ้างเหมือนกัน ไม่คิดเลยว่าหลังจากรับตัวมายังโรงพยาบาลเมื่อไม่กี่วันก่อน อาการกลับทรุดหนักเฉียบพลัน”
“หลักๆ คือหายใจหอบ หอบนานจนมีอาการชาตามแขนขาและรอบปาก ถึงขั้นที่มือเท้าเป็นตะคริว แถมยังมีสภาวะผิดปกติทางจิตบางอย่างด้วย! ผลวินิจฉัยหลักคือมีภาวะหายใจเกิน [1] ลมหายใจเป็นด่าง [2] ควบคู่เลือดเป็นกรด รวมถึงฮิสทีเรีย [3]”
“แต่วันนี้จู่ๆ ก็พบว่าดวงตาไม่ตอบสนองต่อแสงแล้ว ม่านตาขยายกว้างสุดขอบไม่หดตัวตอบสนองแสงแล้ว!”
“ทางเราตรวจสอบไม่พบสาเหตุ ได้แต่ส่งตัวมาอย่างเร่งด่วน!” เฮอไฉอวินเอ่ยอย่างหวาดๆ เธอมาถึงโรงพยาบาลช่วงตีสามกว่าๆ วันนี้ผู้ป่วยทุรนทุรายอยู่สองชั่วโมงกว่า สถานการณ์กลับเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ มองเห็นม่านตาขยายตัวกว้าง แต่แผนกฉุกเฉินและไอซียูก็อับจนหนทางเช่นกัน! ทางนี้ถึงได้รีบย้ายตัวมายังศูนย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลอย่างเร่งด่วน
เฉินชางพยักหน้ารับ พิจารณาผู้ป่วยอย่างละเอียด ผู้หญิงคนนี้อายุราวสี่สิบกว่าปี เขาเอ่ยกับอูฮุยว่า “สรุปผลตรวจของคนไข้ให้ฟังที”
อูฮุยพยักหน้า “ผลตรวจของผู้ป่วยคือ ค่าความดันคาร์บอนไดออกไซด์บางส่วนในเลือดลดต่ำลง ไบคาร์บอเนตลดต่ำ [4] ค่า AG [5] เพิ่มสูง”
ผลตรวจนี้ค่อนข้างประหลาด แต่กลับสอดคลองกับอาการของผู้ป่วยมาก
“มีโรคประจำตัวไหมครับ” เฉินชางถาม
เฮอไฉอวินส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ นี่คือผู้ป่วยประจำ เข้าแอดมิทในโรงพยาบาลหลายครั้ง คืออะไรที่ตรวจได้ก็ตรวจไปหมดแล้ว แต่ก็ตรวจไม่พบปัญหาอะไรเลย!”
“ระบบทางเดินหายใจเป็นด่างร่วมกับภาวะเลือดเป็นกรดงันเหรอ” เฉินชางขมวดคิ้วทันที “แบบนี้ไม่ธรรมดาแล้ว!”
สองผู้อำนวยการ เฮอไฉอวินและตูเจวียนหง พยักหนารับ
“ให้แผนกจักษุตรวจหรือยังครับ” เฉินชางถามต่อ
“ตรวจแล้ว! แต่ว่า… หลังจากขอปรึกษาแผนกจักษุวิทยา หมอจักษุจากแผนกจักษุวิทยาตรวจสอบดวงตาและความดันตาดูแล้วก็ไม่พบปัญหาใดๆ! ดังนั้นตอนนี้จึงหมดหนทางวินิจฉัยยืนยัน แตก็ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรเลย อย่างน้อยๆ ก็ตัดสาเหตุตาบอดเฉียบพลันจากโรคต้อหินและภาวะม่านตาอักเสบที่พบเห็นบ่อยๆ ทิ้งไปได้”
นี่อาจเป็นโชคดีที่แฝงอยู่ในโชคร้าย
“หรือว่าจะเป็นโรคประสาทตาอักเสบหรือโรค NMOSD [6] แต่จู่ๆ ก็สูญเสียการตอบสนองต่อแสง กลับคล้ายโรคทางหลอดเลือดมากกว่า”
“หรือว่ากลีบสมองใหญ่ส่วนท้ายทอยทั้งสองข้างจะเสื่อม”
“น่าจะไม่ใช่ ถ้าเกิดเป็นกลีบสมองใหญ่ส่วนท้ายทอยเสื่อม คงไม่ทำให้จนตาสูญเสียปฏิกิริยาตอบสนองต่อแสงแบบนี้มั้ง”
ตูเจวียนหงและเฮอไฉอวิน ตลอดจนคณะผู้อำนวยการก็เริ่มหารือกันแล้ว สถานการณ์ของผู้ป่วยพบได้น้อยมากจริงๆ อาการม่านตาขยายเนื่องจากระบบหายใจเป็นด่าง เลือดเป็นกรด แทบจะไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย! แต่ว่าเดิมทีผู้ป่วยก็มีภาวะระบบหายใจเป็นด่างอยู่แล้ว ด้านการวินิจฉัยแทบจะไม่มีความหมายใดๆ เลย ถ้าคาดคะเนโดยอ้างอิงจากการวินิจฉัยนี้… สิ่งเดียวที่ยากจะอธิบายได้ก็คือปัญหาด้านประสาทวิทยา
ระหว่างที่ทุกคนหารือกัน เฉินชางก็เริ่มเรียบเรียงความคิดไปด้วย โรคตาบอดจากเยื่อหุ้มสมองใหญ่ส่วนท้ายทอยมีหลายอย่าง อย่างเช่นโรค ALD [7] หรือภาวะสมองตาย ถึงแม้ม่านตาจะสูญเสียปฏิกิริยาตอบสนองต่อแสงไป แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ปรากฏอาการแบบนี้! โดยพื้นฐานยังตัดรอยโรคทางกลีบสมองใหญ่ส่วนท้ายทอยทิ้งได้ แต่สถานการณ์ในทางคลินิกที่อยู่เหนือความคาดหมายและไม่เข้าใจมีมากเกินไป ด้วยเหตุนี้เขาจึงรีบสั่งให้ทำ MRI อย่างเร่งด่วนอีกครั้ง!
ผลลัพธ์ที่ปรากฏบนฟิล์มเอกซเรย์แสดงให้เห็นว่าอาการของคนไข้ปกติมาก! คราวนี้ทุกคนหนักใจขึ้นมาจริงๆ แล้ว ดูเหมือนนี่จะไม่ใช่ความผิดปกติด้านระบบประสาท หรือว่าจะเป็นรอยโรคทางประสาทสายตา เคี่ยวกรำกันมาตั้งแต่ตีห้าจนถึงสิบโมงเช้าก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ญาติผู้ป่วยที่อยู่ด้านนอกกระวนกระวายอย่างถึงที่สุดแล้ว! แม้แต่ผู้ป่วยที่ฟื้นขึ้นมาตามสัญชาตญาณก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา ดวงตาจ้องมองสิ่งใดไม่เห็นแบบนี้ ทำให้คนสติเตลิดได้ง่ายมาก
เวลานี้เองจักษุแพทย์คนหนึ่งพลันเอ่ยขึ้นว่า “หรือว่าจะลองให้ฮอร์โมนดูก่อน!”
เทียบกับการรักษาสายตาแล้ว ผลกระทบจากฮอร์โมนไม่ควรค่าพอให้สนใจเลย ถึงอย่างไรตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เฉินชางเองก็ค่อนข้างอับจนหนทาง อย่างไรก็ตาม ภาพฟิล์มเอกซเรย์เป็นปกติ แต่ข้อมูลการตรวจพบว่ามีภาวะระบบหายใจเป็นด่าง ควบคู่กับเลือดเป็นกรดในภายหลัง
เฉินชางพลิกอ่านข้อมูลเวชระเบียนทั้งหมดของผู้ป่วยซ้ำไปซ้ำมา เวลานี้เองเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นจากด้านหลังของเฉินชาง
“เธอซักประวัติอาชีพผู้ป่วยหรือยัง”
เพียงประโยคเดียวก็ทำเฉินชางตะลึงทันที! เสมือนมีคนช่วยปลุกสติ จากนั้นสมองพลันปลอดโปร่งขึ้นมาทันที! แต่เรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ชายชราที่อยู่ด้านหลังคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น! เป็นผู้อาวุโสจง!
เฉินชางรีบลุกขึ้นมาถามด้วยความแปลกใจ “ผู้อาวุโสจง คุณมาได้อย่างไรครับ”
ชายชรายิ้มน้อยๆ “มาสมัครงาน แต่วันหลังค่อยคุยเรื่องนี้ทีหลังเถอะ ยังมีเรื่องอื่นอยู่ ทำไมตอนที่เธอวินิจฉัยถึงไม่ซักประวัติอาชีพของผู้ป่วยล่ะ”
เฉินชางหน้าแดงทันที! ที่ผ่านมาเส้นทางของเฉินชางราบรื่นมาโดยตลอด ทำให้เขาเผลอมองข้ามรายละเอียดมากมายไป!
“การซักประวัติน่ะ มองข้ามไปไม่ได้เหมือนกันนะ! ผลวินิจฉัยของผู้ป่วยรายนี้ถูกต้องแล้ว ยังคงเป็นภาวะระบบหายใจเป็นด่าง แถมยังมีภาวะเลือดเป็นกรดควบคู่กันด้วย! แต่เธอสับสนเรื่องลำดับแล้ว ผู้ป่วยไม่ได้มีภาวะที่เรียกว่าหายใจเกิน อาการหอบของเขาไม่ใช่ต้นตอของโรค แต่เป็นผลจากโรค! เธอคิดดูสิ ทำไมเธอไม่สอบถามถึงอาชีพของผู้ป่วย!”
พอผู้อำนวยการอาวุโสจงกล่าวเช่นนี้ คำตอบก็ผุดขึ้นมาในหัวเฉินชางแทบจะทันที! เฉินชางเข้าใจภาวะเป็นพิษอย่างทะลุปรุโปร่งยิ่ง! สิ่งที่ก่อให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด แถมระบบหายใจก็เป็นด่าง ควบคู่กับอาการสูญเสียการตอบสนองต่อแสงจากภาวะพิษ… เห็นได้ชัดว่าเป็นเมทานอล [8]!
แต่ผู้ป่วยทำอาชีพอะไรล่ะ นี่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง!
เขามองผู้อาวุโสจง เฉินชางพลันหน้าแดง “ขอโทษครับ ผมผิดไปแล้ว!”
[1] ภาวะหายใจเกิน คือการที่ผู้ป่วยมีอาการหายใจหอบเร็วและลึกอยู่นาน จนทำให้เกิดความผิดปกติของค่าสารเคมีในเลือด ทำให้มีอาการต่างๆ ทางร่างกายติดตามมา อาการดังกล่าวมักสัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวลหรือได้รับความกดดันทางจิตใจ
[2] ลมหายใจเป็นด่าง เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีกรดสะสมอยู่ในปริมาณมาก หรือไม่ก็สูญเสียความเป็นเบสไป รวมถึงมีโรคหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับปอด ไต ระบบการเผาผลาญ หรือระบบการหายใจ
[3] ฮิสทีเรีย โรคทางจิตเวชประเภทหนึ่ง ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีปัญหาด้านการควบคุมอารมณ์หรือควบคุมความวิตกกังวลของตัวเองไม่ค่อยได้ มีศักยภาพในการควบคุมสติอารมณ์ต่ำกว่าคนทั่วไป
[4] ไบคาร์บอเนต (HCO
3
−
) เป็นไอออนประจุลบที่มีสมบัติเป็นด่าง พบได้ในเซลล์และในเลือด
[5] AG (anion gap) หรือเรียกกันว่าช่องว่างประจุลบ คำนวณโดยการลบผลรวมของคลอไรด์และไบคาร์บอเนต ออกจากผลรวมของโซเดียมและโพแทสเซียมในเลือด
[6] โรค NMOSD (neuromyelitis optica spectrum disorder) เป็นโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติเข้าทำลายปลอกหุ้มประสาทหรือเซลล์ประสาท ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการมองไม่เห็นและแขนขาอ่อนแรง ก่อให้เกิดภาวะทุพพลภาพแก่ผู้ป่วย
[7] โรค ALD (Adrenoleukodystrophy) เป็นโรคที่เกิดจากกรรมพันธุ์ โดยเกิดความผิดปกติของยีนบนโครโมโซม X ซึ่งเป็นโครโมโซมเพศหญิง ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ประสาท Myelin sheath ถูกทำลาย เนื่องจากมีการสะสมของกรดไขมันชนิดหนึ่งในอวัยวะต่างๆ และร่างกายไม่สามารถผลิตเอนไซม์ที่จำเป็นต่อการแตกพันธะของกรดไขมันที่สะสมในสมองออกมาได้ ทำให้เนื้อเยื่อที่ห่อหุ้มเส้นประสาทในสมองถูกทำลายมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดความพิการทางการมองเห็น การได้ยิน และการเคลื่อนไหวของร่างกาย
[8] เมทานอล (methanol) เป็นของเหลวใส ระเหยง่าย เป็นพิษ นิยมใช้เป็นตัวทำละลายและใช้เป็นเชื้อเพลิง ในธรรมชาติเมทานอลเป็นผลิตภัณฑ์จากการสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจนของแบคทีเรียหลายชนิด