เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1736 ดอกไม้ไฟรับสมัครผู้อำนวยการโรงพยาบาลงั้นหรือ
- Home
- เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
- บทที่ 1736 ดอกไม้ไฟรับสมัครผู้อำนวยการโรงพยาบาลงั้นหรือ
เมื่อได้ยินคำพูดเฉินชางทุกคนตะลึงงันในทันใด!
ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงสถานะทางธุรกิจของโรงพยาบาลอันดับสองในตอนนี้เลยมีเฉินชางอยู่ที่นี่มีโอกาสจะกลายมาเป็นม้าตัวที่แข็งแกร่งที่สุดตัวหนึ่ง
ดังนั้นเหตุผลที่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลยังว่างมาถึงตอนนี้ในแง่หนึ่งเป็นเพราะเกมการเมือง
อีกแง่หนึ่งคือการแก่งแย่งอำนาจว่ากันตามตรงเฉินชางไม่อยากให้บุคคลที่มีสถานะทางการเมืองแบบนี้มารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑล
โรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลต้องการคนที่บริหารจัดการโรงพยาบาลได้เข้าใจโรงพยาบาลเป็นอย่างดีมีเป้าหมายต่อระบบโรงพยาบาลและเกณฑ์การพัฒนาที่แน่ชัด!
สรุปคือโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลไม่ต้องการกาฝาก
ดังนั้นพอได้ยินคำพูดของเฉินชางหลี่เป่าซานและพวกหลี่เจียนเหวยตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
หลี่เจียนเหวยคือคนที่มีโอกาสได้ขึ้นเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลมากที่สุดแต่เขาเคยออกตัวกับฉินเสี่ยวยวนไว้แล้วว่าตนทำไม่ไหว
ดังนั้นจึงไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยตอนนั้นมีรองผู้อำนวยการในการพิจารณาสามคนได้แก่หลี่เจียนเหวย หาวชวีเลี่ยง และเฝิงเยวี่ย รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่รับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐาน
หลังจากรองผู้อำนวยการทั้งสามผ่านการพูดคุยอย่างถี่ถ้วนแล้วน่าแปลกใจที่ล้วนปฏิเสธกันหมดเรื่องนี้ทำให้ผู้พิจารณาตกตะลึง
หลังจากเฉินชางบอกว่าจะรับสมัครผู้อำนวยการโรงพยาบาลผู้อำนวยการแผนกส่วนใหญ่ต่างพยักหน้ารับ!
ภายในระยะเวลาเพียงครึ่งปีหลังจากฉินเสี่ยวยวนออกจากโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลไปโรงพยาบาลกลับค่อนข้างตกต่ำลงแล้วหากไม่ใช่เพราะเฉินชางกลับมาได้ทันเวลาปล่อยไว้นานเข้าต้องเกิดปัญหาสารพัดขึ้นแน่นอน
เฉินชางสังเกตเห็นปัญหาข้อนี้ได้ทำให้ผู้อาวุโสอย่างพวกเขานึกชื่นชมมากจริงๆ
เรื่องที่น่าหนักใจที่สุดบนโลกนี้คือหลังจากที่ศักยภาพของใครบางคนก้าวหน้าขึ้นเขาก็เริ่มมีความคิดและพฤติกรรมหลงระเริงโชคดีที่เฉินชางไม่เป็นแบบนั้น!
เรื่องนี้ทำให้ทุกคนโล่งใจกันถ้วนหน้าหากเฉินชางหลงระเริงขึ้นมาจริงๆพูดกันอย่างสัตย์จริง…อันที่จริงพวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน
หลี่เจียนเหวยพลันเอ่ยว่า “คำพูดศาสตราจารย์เฉินมีเหตุผลพวกเราต้องการผู้อำนวยการสักคนที่จะวางแผนพัฒนาโรงพยาบาลและจัดการสมดุลระหว่างแผนกจริงๆ”
“แต่จะให้เปิดรับสมัครผู้อำนวยการโรงพยาบาลคงไม่เหมาะมั้ง”
“ถึงอย่างไรตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลเราก็อยู่ในระดับรองอธิบดี…จะรับสมัครยังไงล่ะเบื้องบนจะเห็นด้วยเหรอ”
หลี่เจียนเหวยใคร่ครวญอย่างใส่ใจยิ่งตำแหน่งสำคัญแบบนี้ผู้นำระดับสูงจะยอมปล่อยไปหรือ
หลังจากนี้โรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลมีโครงการก่อสร้างมากมายและใหญ่มากงบประมาณยิ่งสูงถึงสองพันกว่าล้านรวมถึงศูนย์วิจัยรักษาโรคพาร์กินสันด้วย
ถึงแม้ตอนนี้ศูนย์ฟื้นฟูเส้นเอ็นจะจัดไว้ในแผนกฉุกเฉินเก่าแต่สุดท้ายก็ต้องการสถานที่สำหรับแยกตัวเป็นเอกเทศ
อีกทั้งโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลได้กำหนดวิทยาเขตใหม่ไว้แล้ววางแผนก่อสร้างหลังจากนี้เรียบร้อยแล้วเงินมากมายขนาดนี้ในช่วงเวลานี้ไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยการที่รับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานหรือว่าเจ้าหน้าที่ดูแลการเงินทุกคนล้วนต้องระมัดระวังทั้งสิ้นด้วยกลัวจะเกิดปัญหาขึ้น!
เค้กก้อนโตแบบนี้ใครจะยอมปล่อยไป!
เฉินชางได้ยินก็ตอบว่า “ครับผมจะคุยกับรัฐมนตรีเลี่ยวรุนฟางดูครับจากนั้นค่อยรายงานสถานการณ์ไปยังกองบริหารทรัพยากรบุคคลของมณฑลจะเริ่มประกาศในไม่ช้านี้”
“ด้วยความก้าวหน้าของโรงพยาบาลเราจำเป็นต้องมีผู้บริหารที่ยอดเยี่ยมสักคนจริงๆหากผู้อำนวยการทุกท่านรู้จักคนดีๆ ก็เสนอชื่อได้นะครับ”
พอได้ยินเฉินชางเอ่ยเช่นนี้ว่ากันตามตรงในใจของผู้อำนวยการเหล่านี้ยังคงมีความสุขนักถึงอย่างไรเฉินชางก็ยังเป็นเฉินชางคนเดิมถึงจะเปลี่ยนไปบ้างแต่บางส่วนกลับไม่เปลี่ยนไปสักนิดหลังสิ้นสุดการประชุมทุกคนทยอยแยกย้ายไป
หลิวอวี่ผู้อำนวยการสำนักงานแผนกคลินิกมองเฉินชางอดถามไม่ได้
“ศาสตราจารย์เฉินคุณคิดจะเปิดคลินิกผู้ป่วยนอกในเร็วๆ นี้บ้างไหมครับ”
เฉินชางได้ยินก็พยักหนารับ “ครับว่าจะฟื้นฟูคลินิกผู้ป่วยนอกขึ้นมาแต่เรื่องเวลา…ต้องปรับเปลี่ยนกันหน่อยเปิดคลินิกผู้ป่วยนอกในวันพฤหัสบดีตลอดทั้งวันส่วนช่วงเวลาอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องจัดมาแล้ว”
หลิวอวี่พยักหน้า “ได้ครับศาสตราจารย์เฉิน”
ช่วงเวลาหลังจากนั้นดูเหมือนชีวิตจะเข้ารูปเข้ารอยอีกครั้ง!
เฉินชางยังคงเป็นผู้อำนวยการศูนย์แต่ก็เป็นหมอดด้วยทุกๆ วันจะแช่อยู่ที่ห้องทำงานชั้นหนึ่งของอาคารศูนย์ฉุกเฉินแต่ปกติแล้วเบาะเก้าอี่ยังไม่ทันอุ่นก็ต้องออกไปพบผู้ป่วยอีกแล้ว
เรื่องรับสมัครผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลังจากเฉินชางรายงานต่อเลี่ยวรุนฟางรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขแห่งชาติแล้วเลี่ยวรุนฟางตะลึงไปทันทีแต่ผ่านไปสักพักหนึ่งครั้งนี้เลี่ยวรุนฟางตัดสินใจเองอีกครั้ง!
“เรื่องโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลคุณจัดการตามที่เห็นสมควรได้เลยถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาฉันจะรับผิดชอบเอง”
ความไว้วางใจในส่วนนี้ทำให้เฉินชางค่อนข้างซาบซึ้งเรื่องนี้ยังต้องได้รับความเห็นชอบจากทางมณฑลด้วยแต่มีขงเสียงหมิงและฉินเสี่ยวยวนอยู่โดยพื้นฐานแล้วเรื่องนี้แทบไม่ต้องเปลืองแรงก็สำเร็จไปด้วยดี
หลังจากนั้นเฉินชางเตรียมจะประกาศหลังผ่านเทศกาลหยวนเซียว[1]ไปแล้วในวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนหนึ่งเฉินชางใช้เวลาร่วมกับครอบครัวหยางจยาฮุยลงมือปั้นบัวลอยด้วยตัวเองเป็นสูตรที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นรสชาติอร่อยมาก
มณฑลตงหยางยังมีฐานะเป็นมณฑลดอยพัฒนาความจริงแล้วในทุกๆ ปีจะรักษาธรรมเนียมการจุดพลุไว้เสมอมา
ทว่าเริ่มจากปีที่แล้วเป็นต้นมาเพื่อป้องกันเหตุเพลิงไหม้และรักษาคุณภาพอากาศจึงค่อยๆ มีการจำกัดควบคุมส่วนโรงงานดอกไม้ไฟเมืองอันหยางเดิมทีมีชื่อเสียงมากเป็นบริษัทลูกแห่งหนึ่งในเครือโรงงานเหล็กกล้าอันหยางตอนนี้ได้กลายเป็นโรงงานดอกไม้ไฟที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงของประเทศแล้วเช่นกัน
ในคืนขึ้นสิบห้าค่ำเป็นวันมงคลของเดือนหนึ่งและวันนี้ทางการยังคงจัดให้มีการแสดงดอกไม้ไฟในเขตลานกว้างที่กำหนดไว้
เฉินชางพาฉินเยว่มาที่ร้านอาหารตะวันตกคริสซี่ที่นี่คือกิจการของเจิงกัวถังพวกเฉินชางเลือกชั้นดาดฟ้าที่เปิดโล่งจากตรงนี้จะเห็นดอกไม้ไฟชัดที่สุดเมื่อถึงเวลาที่กำหนดดอกไม้ไฟเบ่งบานทั่วท้องฟ้าเคียงคู่สีสันสุดงดงามท่ามกลางท้องนภา!
เฉินชางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ตอนเด็กๆ ฉันคิดว่าการเสียเงินซื้อดอกไม้ไฟเป็นการกระทำที่งมงายเต่าตุ่นสุดๆ ไปเลย”
ฉินเยว่ถามด้วยความฉงน “ทำไมล่ะ”
เฉินชางยิ้มอย่างลึกลับ “เธอคิดดูสิซื้อดอกไม้ไฟไปเพื่ออะไรล่ะ”
ฉินเยว่ส่ายหน้า “แน่นอนว่าเพื่อดูสวยจะตายไป!”
เฉินชางยิ้มพยักหน้าพลางพูดว่า “ถูกต้อง! แต่เธอเคยคิดบ้างไหมว่าการจุดดอกไม้ไฟต้องแบกรับความเสี่ยงความอันตรายขนาดไหนอีกอย่างหลังเธอจุดเสร็จก็ต้องรีบวิ่งหนีให้ไกลไม่ได้หาจุดชมให้ดีๆ ด้วยซ้ำ”
“ส่วนฉันน่ะเหรอพอเห็นคนอื่นถือดอกไม้ไฟไว้ในมือฉันจะไปซื้อลาเถียวมาห่อหนึ่งยืนอยู่ด้านข้างหามุมที่เหมาะที่สุดดูพวกเขาจุดดอกไม้ไฟฉันใช้เงินซื้อของกินแถมยังได้ดูดอกไม้ไฟแล้วก็ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายด้วยดีจะตาย!”
ฉินเยว่อดหัวเราะคิกคักไม่ได้! ที่แท้นายก็เจ้าเล่ห์แบบนี้มาตั้งแต่เด็กสินะ!
“เป็นเพื่อนกับนายอันตรายเกินไปแล้ว!”
“นายสารภาพมาตามตรงซะนายใช้กลยุทธ์ปล่อยเพื่อจับกับฉันใช่ไหม!” ฉินเยว่หรี่ตาชูแก้วไวน์แดงขึ้นมาเอ่ยกับเฉินชางด้วยแววตาเยิ้ม
เฉินชางพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ “แหงอยู่แล้ว!”
“เธอดูสิพลุชุดสุดท้ายฉันจุดให้เธอนะ!”
มองเห็นดอกไม้ไฟกระจายตัวทั่วฟ้าทิ้งความงดงามไว้กลางอากาศเพียงชั่วพริบตาฉินเยว่อดพูดไม่ได้ “เฮ้อ ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากเลย”
เฉินชางพูดไม่ออก “ยัยบ๊องฉันหลอกเธอนะ!”
ฉินเยว่ยิ้มนิดๆ “เฮ้อ เป็นคนโง่ไปชั่วชีวิตน่ะดีที่สุดแล้วชีวิตที่หลงละเมอเลือนรางผ่านพ้นไปแล้ว”
“ได้อยู่กับนายถึงฉันจะโง่ไปบ้างก็ไม่เป็นไรให้นายฉลาดก็พอแล้ว!”
[1] เทศกาลหยวนเซียวตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้ายตามปฏิทินจันทรคติเป็นประเพณีฉลองปิดท้ายตรุษจีนของชาวจีน โดยจะมีการแขวนโคมไฟสวยงามและกินบัวลอยในค่ำคืนนี้จะมีการจัดงานชมโคมไฟตามสถานที่ต่างๆ