เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1735 รับสมัครผู้อำนวยการโรงพยาบาล!
เฉินชางมองรางวัลจากระบบในใจยอมรู้สึกดีใจจนพูดไม่ออก!
เอนไซม์คืออะไรวิศวกรรมเอนไซม์คือห่วงโซ่สำคัญที่สุดในวิศวกรรมชีวภาพ
ถึงขั้นที่เรียกได้ว่าเอนไซม์คือผู้มีส่วนร่วมสำคัญในทุกกิจวัตรดำรงชีพของร่างกาย!
หากไม่มีเอนไซม์สารต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์เราจะลดลงไปมาก
การปรากฏตัวของ [เสน่ห์แห่งเอนไซม์] นี้จึงน่าอัศจรรย์เกินไปแล้วจริงๆ!
ณ ขั้นตอนปัจจุบันเฉินชางเพิ่งจะค้นพบจากโรคพาร์กินสันว่าเอนไซม์เลกูเมนปรับเปลี่ยนโปรตีน tau ให้เหนียวหนืดและมีความเป็นพิษยิ่งขึ้นได้
ตอนนี้หน่วยงานต่างๆ อยู่ระหว่างวิจัยเจาะลึกถึงความเกี่ยวพันระหว่างโปรตีน tau และแอลฟาซินนิวคลินแบบพับ
เพื่อตรวจสอบและค้นคว้า “เลกูเมน’ ในร่างกายของผู้ป่วยพาร์กินสันต่อไป!
สำหรับเฉินชางการได้รับ [เสน่ห์แห่งเอนไซม์] ในช่วงเวลานี้เท่ากับกลายเป็นเสือติดปีกไปเลย
จะว่ายังไงดีล่ะ เสน่ห์ที่เอนไซม์มอบให้พัดพาโรคอัลไซเมอร์ให้เกี่ยวโยงดำดิ่งอยู่ในห้วงสมุทรแห่งการวิจัยจนหลงลืมตัวตนไปอะฮ่า…
เฉินชางอารมณ์ดีจริงๆ!
ตอนนี้จู่ๆ เขาก็พบว่าที่แท้การวิจัยวิทยาศาสตร์ก็น่าสนใจอย่างยิ่ง
ตอนที่อารมณ์เสียก็รังแกหนูทดลองด้วยการจับฉีดยาได้
รอจนอารมณ์ดีแล้วค่อยช่วยมัน
ตอนที่อารมณ์ไม่ดี…ก็ทำซ้ำแบบเดิมวนไปอีกรอบ!
ใช้ชีวิตได้เสรีมากเช่นกัน
เวลานี้ฉีขายและหยางหลานกำลังติดต่อกับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำร่วมกัน
เดิมทีจางมู่และอวี่ชวงหยงก็มาจากฐานวิจัยตัวยาใหม่โรคอัลไซเมอร์อยู่แล้วจึงเชี่ยวชาญการวิจัยเลกูเมนเป็นอย่างดี
ช่วงนี้ไททานีสและจางมู่กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้วการวิจัยจึงทรงพลังขึ้นมาก
อันที่จริงสภาพแวดล้อมทางการวิจัยวิทยาศาสตร์ง่ายกว่าสภาพแวดล้อมทางคลินิกเสียอีกแถมยังเรียบง่ายกว่า!
ตอนนี้ทางฝั่งคลินิกเฉินชางกลายเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฉุกเฉินแล้ว
สมควรใส่ใจความก้าวหน้าและการร่วมงานของแผนกต่างๆ ด้วย
ทีมศัลยกรรมทั่วไปมีขนาดใหญ่ที่สุดแต่จางโหยวฝู่มักจะมาบ่นกับเฉินชางเป็นครั้งคราวว่าตอนนี้ทำให้แผนกพวกเขาทํางานได้ยาก…
ไม่ใช่แค่จางโหยวฝู่เท่านั้นพวกเถามี่ก็ทยอยมาหาเช่นกันบ่นว่าตอนยุ่งก็ยุ่งแทบตายพอว่างก็แทบเฉาตายแล้ว!
ตอนนี้ผู้ป่วยศัลยกรรมของทั้งโรงพยาบาลไม่ได้มีเคสฉุกเฉินมากนัก
นอกจากแผนกสูตินรีเวชแล้วแผนกอื่นๆ ต่างไร้ทางเลือกเช่นกัน
ช่วงประชุมทั่วไปในวันพุธเนื่องจากตำแหน่งผู้อำนวยการยังว่างอยู่เลขานุการถานจึงรับหน้าที่ประธานแทน
เฉินชางเพิ่งกลับมาแค่เดือนเดียวผลประกอบการของโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่า
ว่ากันตามหลักแล้วเป็นเรื่องที่ควรยินดีแต่ว่า…ผู้อำนวยการเหล่านี้พากันโอดครวญ!
“เลขาถานผลประกอบการเยี่ยมมากแต่เป็นผลประกอบการของศูนย์ฉุกเฉินทั้งนั้น”
“ศาสตราจารย์เฉินพวกคุณช่วยคนยากไร้แต่ตอนนี้เศรษฐกิจแผนกเราเผชิญวิกฤตแล้ว!” จางโหยวฝู่บ่น
เถามี่สูดหายใจลึกๆ เฮือกหนึ่ง “ใช่แล้วผู้ป่วยในแผนกของเรายินดีจะรอแผนกฉุกเฉินแต่ไม่ยอมมาหาทางเราที่มีเตียงว่างโล่ง!”
แผนกศัลยกรรมประสาทก็เป็นแบบนี้เช่นกัน! แผนกที่เดิมทีลำบากอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งเข้าตาจนกว่าเดิม
เฉินชางก็ไม่นึกเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแต่ว่า…เห็นได้ชัดเจนมากว่านี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นในฝ่ายบริหาร!
เวลานี้เฉินชางก็สังเกตเห็นแล้วเช่นกันการพัฒนาโรงพยาบาลจำเป็นต้องมีคนกำหนดแผนงานดำเนินการ
เห็นได้ชัดมากว่าตนไม่เหมาะกับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล
แต่ว่าพวกเขาจำเป็นต้องมีผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่จัดสรรทรัพยากรสนับสนุนได้เหมาะสมและยอดเยี่ยมกว่านี้
ถานลีกัวรับฟังคำพูดของทุกคนโดยไม่ปริปากเลยสุขุมมาก! เขารักษาท่าทีตามที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนหนึ่งสมควรมี!
ผ่านไปครู่หนึ่งถานลีกัวมองเฉินชางยิ้มละไมพลางถามอย่างเป็นกันเอง
“ศาสตราจารย์เฉินคุณมีความเห็นอย่างไรกับปัญหานี้”
เฉินชางสูดหายใจลึกๆ เฮือกหนึ่ง!
ปัญหานี้ว่ากันตามจริงแล้วน่าปวดหัวมากฐานะเดิมของศูนย์ฉุกเฉินคือแผนกฉุกเฉินสมควรรับผิดชอบผู้ป่วยฉุกเฉินและเคสผ่าตัดโรควิกฤตไม่ใช่เป็นแค่ไส้ติ่งก็มาได้
ดังนั้นจำเป็นต้องดำเนินการวินิจฉัยโรคเพื่อคัดกรองให้เหมาะสมแต่ว่า…มีภาวะทางจิตวิทยาประเภทหนึ่งที่เรียกว่าจิตวิทยาผู้ป่วย
สำหรับมนุษย์ทุกคนแล้วกับเรื่องของตัวเองที่ถึงแม้จะเป็นเพียงอาการป่วยเล็กน้อยแต่จะรู้สึกว่าเป็นโรคร้ายแรงฉุกเฉินอย่างยิ่งจึงวิ่งแจ้นมาที่แผนกฉุกเฉิน
ทุกคนเห็นถานลีกัวทำแบบนี้ก็ผงะไปทันที
นี่มัน…จอมเลียขา!
จางโหยวฝู่ก็ทนไม่ไหวเช่นกันเดิมทีคิดว่าหลังจากฉินเสี่ยวยวนออกไปแล้วผู้อำนวยการคนใหม่ยังไม่มาถานลีกัวจะคอยดันหลังตนอนาคตจะต้องพัฒนาไปอย่างราบรื่นแน่นอน!
แต่…ไม่นึกเลยว่า…ผู้กล้าปราบมังกรสุดท้ายจะกลายเป็นราชามังกรเสียเอง!
ถานลีกัวไม่เพียงแต่ไม่สนับสนุนตนเท่านั้นแต่กลับกลายเป็นแฟนคลับเดนตายของเฉินชางไปแล้ว…
พอคิดมาถึงตรงนี้จางโหยวฝู่อดถอนหายใจไม่ได้ควรทำอย่างไรดีล่ะ
เวลานี้เองจู่ๆ เฉินชางก็มองทุกคนแล้วเอ่ยกับทุกคนว่า
“ผมคิดว่าพวกเราจำเป็นต้องมีผู้อำนวยการโรงพยาบาลสักคนทุกคนคิดว่ายังไงครับ”
ทันทีที่เอ่ยประโยคนี้ออกมาทุกคนตะลึงงันทันที!
จำเป็นต้องมีผู้อำนวยการโรงพยาบาลสักคนงั้นหรือ
ทุกคนที่นั่งอยู่ไม่ได้โง่เลขาถึงอย่างไรก็คือเลขาไม่เข้าใจเรื่องธุรกิจแต่รับผิดชอบปัญหาจิปาถะภายในโรงพยาบาลเป็นหลัก
แต่เรื่องบริหารและจัดการโรงพยาบาลจำเป็นต้องให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประเมินอย่างถี่ถ้วน
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ทรงพลังคนหนึ่งพลิกสถานการณ์ปัจจุบันของโรงพยาบาลได้
แต่เวลานี้โรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลในตอนนี้ได้รับอิทธิพลจากเฉินชางมากเกินไปเมื่อลองเทียบดูแล้วแผนกผู้ป่วยในอ่อนแอลงเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัด
เรื่องนี้ชัดเจนไร้ข้อกังขาแต่ว่า!
ถ้าหากผู้อำนวยการที่เปรียบเสมือนหัวเรือมีความสามารถธรรมดาถ้าต้องการพัฒนาการแพทย์ของมณฑลตงหยางจะกลายเป็นปัญหาร้ายแรงขึ้นมา!
ก็อย่างที่เฉินชางพูดมา! พวกเขาจำเป็นต้องมีผู้อำนวยการโรงพยาบาลสักคนทุกคนได้ยินคำพูดเฉินชางก็ต่างพยักหน้ารับ!
เวลานี้มีคนเอ่ยเสนอว่า
“ศาสตราจารย์เฉินไม่อย่างนั้นคุณก็ขึ้นเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิครับ!”
“ใช่แล้วผมก็คิดว่าเหมาะเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นทักษะทางคลินิกหรือว่าทักษะวิจัยวิทยาศาสตร์ศาสตราจารย์เฉินอยู่แถวหน้าของวงการทั้งนั้นอิทธิพลและชื่อเสียงก็ทรงพลังผมคิดว่าเหมาะสมสุดๆ”
อืม มีเหตุผล!
ทุกคนทยอยออกความเห็นต่างมองไปที่เฉินชางจับสังเกตความคิดของเฉินชาง!
แม้แต่ถานลีกัวก็ทำแบบนี้เช่นกันกำลังใคร่ครวญว่าประโยคที่เฉินชางเอ่ยเมื่อครู่นั้นหมายความว่าอย่างไรกันแน่หรือว่า…ศาสตราจารย์เฉินอยากเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลจริงๆ
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ถานลีกัวตอบรับอิ่มคำหนึ่ง “ผมคิดว่าศาสตราจารย์เฉินมีคุณสมบัติเหมาะเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งนี้”
แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ปริปากเลย
เฉินชางเห็นสถานการณ์ก็อดถอนหายใจไม่ได้!
ความจริงนี่คือผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์จากการมีชื่อเสียงโด่งดังเกินไป
หลี่เป่าซานเงียบงันแต่มองเฉินชางแวบหนึ่งใช้ความคิด
เขาไม่คัดค้านถ้าเฉินชางจะขึ้นเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล แต่…เขาคิดว่าเฉินชางไม่เหมาะจะเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล
กระทั่งรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลี่เจียนเหวยก็อดถอนหายใจไม่ได้ถ้อยคำบางอย่างทุกคนไม่กล้าเอ่ยออกมาพวกเขากลัวจะล่วงเกินเฉินชางเข้าเนื่องจากพวกเขาไม่รู้เลยว่าเฉินชางอยากได้คำตอบแบบไหน
ตอนนี้เองจู่ๆ เฉินชางก็เอ่ยว่า “ผมไม่เหมาะครับ” เขาเอ่ยปฏิเสธอย่างเฉียบขาด
“เรื่องเสนอชื่อผมขึ้นเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกคนอย่าพูดถึงอีกเลยครับ”
“ผมคิดว่าพวกเราประกาศรับสมัครผู้อำนวยการโรงพยาบาลสักคนได้ครับ!”