ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 720 โอกาสสุดท้าย
บทที่ 720 โอกาสสุดท้าย
ทั้งบาร์ถูกกลุ่มมังกรฟ้าควบคุมไว้หมดแล้ว ลูกน้องของปืนใหญ่20กว่าคนถูกจับมัดรวมกันไว้ที่มุมหนึ่ง สายตามองไปที่ฮาชิโมโตะ มินาโตะด้วยความฉงนใจ
ความสัมพันธ์ระหว่างปืนใหญ่กับฮาชิโมโตะ มินาโตะก็ดี พวกเขาคิดไม่ถึงเหมือนกันสองคนนี้จะฉีกหน้ากัน เรื่องมาถึงขั้นนี้พวกเขาก็ยังตั้งสติกลับมาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้
แต่น่าเสียดาย ปากของพวกเขาถูกเทปกาวปิดไว้แล้ว ไม่อย่างนั้นเกรงว่าคงตะโกนใส่ฮาชิโมโตะ มินาโตะไปแล้ว
พอเห็นตัวของฮาชิโมโตะ มินาโตะ บอดี้การ์ดของเธอทั้งสองคนก็รีบเข้าไป แล้วก็ยืนอยู่หลังเธอเงียบๆ
“เรียบร้อยแล้ว พวกเรากลับเถอะ!”
ฮาชิโมโตะ มินาโตะมองรอบๆ ด้วยความเอือมระอา แล้วก็เดินออกไปข้างนอก
“เจ้านายครับ พวกเราจะกลับไปอย่างนี้เลยหรือครับ?”
บอดี้การ์ดคนหนึ่งรีบก้าวออกมา แล้วพูดเสียงเบาๆ “นี่มันเป็นโอกาสดีเลยนะครับ………”
“หุบปาก!”
ฮาชิโมโตะ มินาโตะชักสีหน้า แล้วตวาดว่า “เราสามคนรวมกันยังสู้เขาคนเดียวไม่ได้เลย รีบล้มเลิกความคิดที่เป็นไปไม่ได้ของแกออกไปเลยนะ!”
พูดจบ เธอก็ไม่มองบอดี้การ์ดคนนั้นอีก เดิมออกประตูไปเลย
ในขณะเดียวกัน ในห้องรับรองบนชั้นสอง เรือนร่างสวยๆ ของหญิงสองคนกำลังสั่นระริก จ้องมองพวกของเย่เทียนในห้องอย่างไม่ปริปากพูดอะไร
เย่หย่งโซ่ก็โมโหขึ้นในใจอย่างมาก ใน10นาทีก่อนหน้านี้ เขาให้ผู้หญิงสองคนทำท่าต่างๆ แล้วให้ลูกน้องถ่ายรูปนู๊ดออกมาหลายใบ
“พวกมึงเป็นใครกันแน่? ปืนใหญ่ล่ะ? ให้หมอนั่นไสหัวออกมา!”
เย่เทียนก็ยืนพิงวงกบประตูมองดูเย่หย่งโซ่ที่กำลังโวยวายไม่หยุด มุมปากก็เผยรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา แล้วห็ส่ายหัวอย่างเอือมระอา
ตั้งแต่ต้นจนจบเขาไม่เคยมองเย่หย่งโซ่อยู่ในสายตาเลย ตั้งแต่ที่เขาทำเรื่องต่ำช้าพวกนั้น ก็ได้กลายเป็นคนที่โง่เขลาไร้สมองไปแล้ว
เพียงแต่ว่า ตอนนี้เย่เทียนอยู่ในจุดที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
ไม่ต้องพูดถึงบริษัทอะไรนั่น แค่แก๊งหย่งเย่ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวในตอนนี้
ก็ไม่รู้ว่าจะโผล่ออกมาเอาชีวิตของเย่เทียนตอนไหน!
คำโบราณว่าไว้ หาเรื่องยมบาลได้ง่าย แต่ผีน้อยมันตามรังควานไม่หยุด
ในเมื่อวันนี้เจอกันโดยบังเอิญ เขาก็จะไม่ทิ้งโอกาสนี้ไป
อย่างน้อยภายในเวลาอันสั้น เขาก็จะไม่มาก่อกวนตนเอง!
จะต้องจัดการเย่หย่งโซ่เสียหน่อย
“พี่ใหญ่ ถ่ายรูปเสร็จหมดแล้วครับ”
ตอนนี้ ลูกน้องคนหนึ่งก็เข้ามา แล้วก็เอารูปบันทึกลงเครื่องไป
“ถ่ายได้ไม่เลว!”
เย่เทียนรับโทรศัพท์มาปัดรูปดูหลายรูป
ปากก็ชมว่า “คุณชายเย่ ดูไม่ออกเลยนะว่าคุณก็พอจะเป็นนายแบบได้เหมือนกันนะเนี่ย!”
สายตาก็เกิดอยากจะหยอกล้อขึ้นมา มองรูปไปมองดูเย่หย่งโซ่ไป
“บัดซบ!มึงแน่จริงก็ฆ่ากูเลยสิวะ ไม่อย่างนั้นมึงได้เจอดีแน่!”
เย่หย่งโซ่ก็หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที
เขามั่นใจว่าจะทำให้ไอ้พวกเฮงซวยตรงหน้านี้แปลกเป็นชิ้นๆ !
แล้วก็แอบใช้กำลังภายในทะลวงจุดชีพจรที่ถูกปิดไว้ อีกแค่3นาที
ลูกน้องคนหนึ่งก็ถีบออกไปหนึ่งที แล้วพูดโหดๆ ว่า “มึงกล้าดียังไงมาพูดกับพี่ใหญ่ของกูอย่างนี้วะห้ะ?”
ในเมื่อพวกเขาถูกเหลยเหลาหู่พามา ก็ล้วนเป็นสมาชิกในมังกรฟ้าทั้งหมด ชื่นชอบเย่เทียนจนถึงขั้นตาบอดเชื่อทุกอย่างเลย ไม่สนใจหรอกว่าเย่หย่งโซ่จะมีฐานะอะไร
เย่หย่งโซ่ที่ขยับตัวไม่ได้ถูกถีบจนลงไปนอนกับพื้น
สองตาก็จ้องมองลูกน้องที่ถีบตนเองอย่างอำมหิต ถ้าสายตาสามารถฆ่าคนได้
เกรงว่าคงจะถูกเขาฉีกเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว
แต่น่าเสียดาย ลูกน้องคนนั้นไม่สนใจสายตาของเย่หย่งโซ่ที่ข่มขู่มาเลย
“พี่ใหญ่ครับ ไอ้หมอนี่มันไม่รู้จักรักดี ผมว่าฟันให้ตายเลยดีกว่า”
แล้วก็หันไปเสนอกับเย่เทียนว่า
เย่หย่งโซ่ได้ยินดังนั้น
เรื่องมาถึงขั้นนี้เขามีหรือจะไม่รูว่าพวกนี้เป็นพวกที่ไม่ธรรมดา ไม่แน่ว่าอาจจะฟันตนเองจริงๆ ก็ได้
ตัวก็สั่นๆ ขึ้นมา
พอคิดถึงจุดนี้ เย่หย่งโซ่ก็ร้อนใจ รีบเคลื่อนพลังในทันที เพื่อที่จะพยายามกลับมาควบคุมตัวเองให้ได้
“ฆ่ามันงั้นหรือ? แล้วจะถ่ายรูปไปทำไมล่ะ?”
เย่เทียนไหล่ตก คิดๆแล้วก็เอาหน้ากากออก
เผยโฉมหน้าที่แท้จริงิกมา
“เย่หย่งโซ่ มึงดูสิว่ากูคือใคร?”
“เย่…เย่เทียนงั้นหรือ?!”
กุจะฆ่ามึง!กูจะฆ่ามึงแน่!”
เย่หย่งโซ่อึ้ง แล้วก็รีบตั้งสติกลับมา
กัดฟันพูดว่า “มึงมันไอ้คนทรยศสมควรตาย
“เย่หย่งโซ่ มึงพูดให้มันดีๆ หน่อยนะ!”
เย่เทียนผงะ แล้วก็หยิบโทรศัพท์มาแกว่งไปมา พูดเสียงเย็นว่า “เชื่อว่ามึงคงจะไม่หวังว่ารูปในนี้จะหลุดออกไปหรอกนะว่าไหม?”
“มึง นี่มึงจะเอาอย่างไรแน่?”
สีหน้าโมโหของเย่หย่งโซ่ก็นิ่งลง แม้แต่พลังในที่เหลืออีกแค่นาทีเดียวก็จะทะลวงจุดสำเร็จแล้ว ยังต้องหยุดลงด้วย ยอมเลือกที่จะให้คนอื่นจัดการ
โชคดีที่เย่หย่งโซ่มีโอกาสได้ชมทีมแก๊งสายฟ้าคัดเลือกการแข่งขัน รู้ดีว่าเย่เทียนมีพลังระดับไหน ต่อให้เขาฟื้นพลังกลับมาได้ แค่ฝีมือระดับเขาไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเย่เทียนได้!
ตอนนี้เห็นชัดเจนว่าเย่เทียนจะให้โอกาสตนเอง ถ้าโมโหเย่เทียนตอนนี้ แล้วเย่เทียนแพร่รูปพวกนั้นออกไป เขาก็จบเห่แน่
“ที่มึงเกลียดกูแบบนี้ ก็เป็นเพราะได้รับผลกระทบจากพวกผู้ใหญ่ พวกเราไม่จำเป็นต้องมาเล่นงานให้ตายกันไปข้างหนึ่งแบบนี้”
เย่เทียนพยักหน้าพอใจ แล้วพูดเสนอว่า “ความขัดแย้งระหว่างมึงกับกูก็จบกันเพียงเท่านี้ดีไหม?”
“ได้!”
เย่หย่งโซ่นิ่งไปครู่นึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้า “ต่อไปกูจะไม่ขัดแย้งกับมึงอีก!”
“หวังว่าจะเป็นแบบนั้น ไม่งั้นละก็…….”
ปากก็ชมว่า “คุณชายเย่ ดูไม่ออกเลยนะว่าคุณก็พอจะเป็นนายแบบได้เหมือนกันนะเนี่ย!”
“บัดซบ!มึงแน่จริงก็ฆ่ากูเลยสิวะ ไม่อย่างนั้นมึงได้เจอดีแน่!”
เย่เทียนเปลี่ยนสีหน้า พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ถ้ากูเจอว่ามึงมาขัดขวางอะไรกูอีกล่ะก็ กูรับรองเลยว่ารูปที่ถ่ายไปจะแพร่ไปทั่วทั้งเมืองจินใน1นาที!มึงก็จะกลายเป็นตัวตลกของทุกคนทันที!”
ในฐานะที่ตระกูลเย่เป็นตระกูลใหญ่อันดับต้นๆ มีทั้งเงินทั้งอำนาจ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็หนีไม่พ้นหน้าตาและศักดิ์ศรี
ถ้ารูปนู๊ดของเย่หย่งโซ่ถูกแพร่ไปทั้งเมืองจินล่ะก็ ไม่ใช่แค่เย่หย่งโซ่คนเดียวที่อับอาย ตระกูลเย่เองก็ต้องขายหน้าไปด้วย พอถึงตอนนั้นไม่ต้องพูดถึงคนอื่น เกรงว่าแม้แต่ภายในตระกูลเย่เองก็คงจะไม่ปล่อยเย่หย่งโซ่ไปแน่!
ถ้าเรื่องมันเป็นถึงขั้นนั้น เย่หย่งโซ่ที่กำลังเชิดหน้าชูตาก็จะกลายเป็นหนูท่อตามท้องถนนทันที โทษที่ได้รับจะไม่น้อยไปกว่าเย่เทียนที่ถูกขับออกจากตระกูลเย่ในปีนั้นเลย!
“กูพูดไว้ตรงนี้หมดแล้ว หวังว่ามึงจะทำตัวเองให้ได้!”
พูดจบ เย่เทียนก็ขี้เกียจจะมองดูเย่หย่งโซ่ หันตัวแล้วก็เดินออกไปเลย
ที่เขาเปลี่ยนความคิดแรกเริ่ม ก็เพราะได้รับอิทธิพลจากคุณย่าเย่ เย่หลิงเตือนว่าคุณย่าเย่ร่างกายไม่ดีแล้ว ถ้าเอารูปของเย่หย่งโซ่แพร่ออกไปจริงๆล่ะก็ ย่าคงจะโมโหสิ้นใจไปพอดี ดังนั้นเขาเลยให้โอกาสสุดท้ายแก่เย่หย่งโซ่
ไม่ว่าอย่างไร เห็นว่าเรื่องทุกอย่างจัดการได้หมดแล้ว เย่เทียนก็ไม่ได้อยู่ต่อ บอกกล่าวกับเหลยเหลาหู่แล้วเตรียมจะขับรถกลับไปตระกูลเซว
แต่พอมาถึงที่ข้างๆ รถ เย่เทียนก็รู้สึกเหมือนว่ากำลังมีคนแอบมองอยู่ ขมวดคิ้วแล้วก็มองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เจออะไรผิดปกติ
“หรือว่าเราระแวงไปเอง?”
เย่เทียนพูดกับตัวเอง แล้วก็ไปในรถขับออกไปบนถนนอย่างรวดเร็ว
พอแสงไฟของรถลับตาไป เงาคนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากความมืด แล้วพูดพึมพำว่า “มีความระมัดระวังสูงเหมือนกันนะ ดีที่หลบทัน ไม่อย่างนั้นถูกจับได้แน่…..”