ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 696 สองสาวมาถึง
“เลิกเล่นได้แล้ว”
เย่เทียนมองฟู่เซิ่งหนานตรงหน้าที่โกรธอย่างเห็นได้ชัด เขาทำอะไรไม่ได้จริงๆ จึงเอ่ยเสียงอ่อนโยน “ลิ่วล้อของส้งลาที่สามเหลี่ยมทมิฬยังไม่จัดการไม่เรียบร้อยไม่ใช่เหรอ เธอกลับไม่อยู่ที่สามเหลี่ยมทมิฬ กลับมาที่เมืองจิน ต้องมีเรื่องอะไรสิ!”
“หืม?!”
เหอเซิ่งหนานไม่รู้จะตอบอะไรไปชั่วขณะ ที่พวกเธอมาคราวนี้เพราะมีเรื่องสำคัญต้องจัดการจริงๆ แต่ด้วยความสัมพันธ์ของพวกเธอกับเย่เทียน ยังไม่สนิทถึงขั้นนั้นเลยนะ!
เย่เทียนสังเกตสีหน้าของฟู่เซิ่งหนานอยู่ตลอด สัมผัสได้ว่าเหมือนเธอจะมีบางสิ่งที่พูดไม่ได้ เขาจะไม่รู้ได้ยังไงว่าฟู่เซิ่งหนานคงไม่อยากบอกตัวเอง
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่เขาไม่ได้เปิดโปง เพียงแต่หยอกล้อขำขัน “เมื่อกี้เธอเห็นฉันปุ๊บก็หันหลังหนีไปเลย เวลานี้ไม่ยอมพูดอะไร ฉันเข้าใจว่าที่เธอมาไกลขนาดนี้ก็เพื่อมาหาฉันโดยเฉพาะได้ไหม?”
“ถุย! นายหน้าไม่อายกว่านี้ได้อีกไหมเนี่ย”
สิ้นเสียงเย่เทียน ฟู่เซิ่งหนานก็ถ่มน้ำลายใส่ด้านข้างอย่างโกรธเกรี้ยวระคนเขินอาย ใบหน้ากลับฉายริ้วแดงและแก้ตัว “ฉันแค่บังเอิญพักที่โรงแรมนี้ ใครจะไปรู้ว่าจะเจอนาย”
“เป็นอย่างนั้นจริงๆเหรอ?”
เย่เทียนจ้องฟู่เซิ่งหนานด้วยรอยยิ้มจางๆ ในใจไม่เชื่อคำอธิบายของเธอเลยสักนิด ถ้าบังเอิญมาพักที่โรงแรมนี้จริง ยังไงก็คงไม่เข้ามาอยู่ในงานเลี้ยงหรอก
กำลังจะถามอะไรต่อ เสียงฝีเท้าดังขึ้นที่ปลายทางเดินเสียก่อน เย่เทียนนึกหวั่นใจ ไม่รู้คิดอะไรอยู่ เขาฉุดฟู่เซิ่งหนานเข้าไปในห้องว่างด้านข้าง
ปึง!
หลังจากเย่เทียนปิดประตูห้องแล้ว ฟู่เซิ่งหนานถึงรู้ตัว ในใจลนลานสุดๆ ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีไปชั่วขณะ
ชายหญิงอยู่ร่วมห้องแบบนี้ เธอรู้สึกเพียงใจเต้นตึกตักประหนึ่งม้าที่หลุดจากบังเหียน โครมครามเต้นรัวเร็วถึงขีดสุด
เมื่อเห็นฟู่เซิ่งหนานยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เย่เทียนกระตุกยิ้มร้ายที่มุมปาก เขานึกอยากกลั่นแกล้งขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ มือใหญ่ที่จับแขนเรียวของเธออยู่ออกแรงเล็กน้อย ดึงฟู่เซิ่งหนานเข้ามาอยู่ในอ้อมอกอย่างแข็งกร้าว
“กรี๊ด!”
การเปลี่ยนแปลงปุบปับนี้ส่งผลให้เหอเซิ่งหนานส่งเสียงร้องแตกตื่นอย่างอดไม่ได้ ก่อนเธอจะรู้ตัว ก็แนบกับแผงอกของเย่เทียนไปทั้งคนเสียแล้ว
เขาก้มมองเด็กสาวในอ้อมอกที่เขินอายเล็กน้อย กลิ่นหอมสดชื่นของเด็กสาวโชยแตะปลายจมูก เย่เทียนที่ตอนแรกแค่อยากแกล้งเกิดความรู้สึกอย่างอื่นขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
ไม่ต้องพูดถึงปัจจัยอย่างนิสัยใจคอ รูปลักษณ์ของฟู่เซิ่งหนานไม่แย่
บวกกับหุ่นก็ไม่เลว เป็นสาวสวยที่ดึงดูดสายตาผู้อื่นอย่างแน่นอน
หน้าตาดี ผิวขาวนวล
“เอายังไง ตอนนี้บอกฉันได้หรือยัง?”
นัยน์ตาสีนิลของเย่เทียนจ้องฟู่เซิ่งหนานเขม็ง ไอร้อนจากปากถาโถมใส่ใบหน้าของฟู่เซิ่งหนานโดยไม่เกรงใจ
ฟู่เซิ่งหนานทั้งโกรธทั้งร้อนใจ ไม่คิดเลยว่าเย่เทียนจะทำแบบนี้กับตัวเอง เธอพูดด้วยความโมโห “นายปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
เย่เทียนหัวเราะเฮ่ะๆ พูดอย่างสะใจ “ให้ฉันปล่อยเธอก็ได้ นอกจากเธอยอมบอกฉันว่าที่เธอมาในครั้งนี้มีจุดประสงค์อะไร?”
“นายอยากรู้เหรอ ฉันไม่บอกหรอก!”
เหอเซิ่งหนานก็โมโหแล้วเหมือนกัน กระเสือกกระสนและพูดอย่างเหิมเกริม “นายปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่อย่างนั้นนายน่าดูแน่!”
“แหม กล้าดื้อด้านแบบนี้กับฉันเหรอ?”
เย่เทียนคลี่ยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาว มือพลันขยับเข้าไปโอบเอวบางของฟู่เซิ่งหนาน
ฟู่เซิ่งหนานผงะ คิดไม่ถึงว่าเย่เทียนจะทำแบบนี้ ไม่รอให้เธอตั้งตัว เย่เทียนกลับก้มหน้าจูบริมฝีปากสีแดงของเธออย่างใจกล้าหน้าด้าน
“อืออือ!”
ฟู่เซิ่งหนานรู้สึกเพียงกลิ่นอายบุรุษถลาเข้ามาที่หน้า เธออยากจะดิ้น แต่เธอแรงเยอะสู้เย่เทียนไม่ได้ ไม่ว่าเธอจะดิ้นรนแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์
กลับเป็นเย่เทียนที่ฉวยโอกาสนี้เลาะปากของฟู่เซิ่งหนานออก สอดลิ้นเข้าไปกวาดล้างช่องปากน้อยๆของเธออย่างดุดัน ยึดครองทุกสิ่ง
ด้วยจูบอันดูดดื่มนี้
เธอทำได้เพียงอิงแอบในอ้อมกอดของเย่เทียน ตั้งรับการจู่โจมของเย่เทียนอย่างผู้ถูกกระทำ
ฟู่เซิ่งหนานเริ่มหมดแรง แขนขาอ่อนเปลี้ย
ตอนแรกเย่เทียนแค่อยากแกล้งฟู่เซิ่งหนาน แต่เมื่อได้สัมผัสริมฝีปากแดงของเด็กสาวกลับเหมือนมีเวทมนตร์ จนเขาตกอยู่ในภวังค์นั้นอย่างดื่มด่ำและควบคุมไม่ได้ มีความคิดจะปล่อยเธอที่ไหน
ไม่นานนัก เย่เทียนเริ่มไม่พอใจกับการจูบอันดูดดื่มอย่างเดียว มืออีกข้างที่ว่างซุกซนอย่างทนไม่ไหว
“อืออือ!”
รู้สึกถึงการจู่โจมของเย่เทียนที่หน้าอก
ฟู่เซิ่งหนานตาเบิกโพลงในบัดดล ทั้งที่เธออ่อนเปลี้ยเพลียแรง แต่ไม่รู้มีแรงโผล่มาจากไหนจนผลักเย่เทียนออก
ในที่สุดก็สลัดพันธนาการของเขาพ้น
เย่เทียนผงะ
และตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว พร้อมพูดเสียงดังฟังชัด
“ไม่คิดเลยนะว่าปกติเธอปากเก่งขนาดนั้น พอจูบแล้วกลับหวานขนาดนี้”
เขายิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ แม้ว่าชาติก่อนเขาสนิทชิดเชื้อกับฟู่เซิ่งหนาน แต่ก็ไม่ใกล้ชิดถึงขั้นนี้ คิดไม่ถึงว่าลอบจู่โจมครั้งนี้จะสำเร็จ!
“ไอ้สารเลว!”
ใบหน้างดงามของฟู่เซิ่งหนานเป็นริ้วแดง สายตาที่มองเย่เทียนฉายแววโกรธเกรี้ยวโดยไม่ปิดบัง นัยน์ตาฉายแววเขินอายลางๆ
“นายบังอาจทำแบบนี้กับฉัน ฉันจะบอกคุณพ่อแน่ ช้าเร็วจะให้นายได้เห็นดี!”
ฟู่เซิ่งหนานข่มขู่อย่างโหดเหี้ยม กล้าอยู่ตรงนั้นต่อที่ไหน เธอรีบหมุนตัววิ่งออกไปข้างนอก
เย่เทียนไม่เข้าไปขวาง
หากได้คืบจะเอาศอกอีก เกรงว่าฟู่เซิ่งหนานจะเกิดความรู้สึกอยากฆ่าเขาด้วยซ้ำ
ครั้งนี้เอาเปรียบฟู่เซิ่งหนานขนาดนี้ เธอโกรธจริงๆ
“บอกพ่อ? หรือฟู่โก๋หาวก็มาด้วยเหรอ? พวกเขาสองพ่อลูกคิดจะทำอะไรกันแน่?”
เมื่อร่างของฟู่เซิ่งหนานหายไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว เย่เทียนถึงส่งเสียงพึมพำอย่างอดไม่ได้ แต่คิดไปคิดมาก็คิดไม่ตก จึงจำต้องล้มเลิกการคาดเดาในเรื่องนี้
“ช่างเถอะ จะสนทำไมว่าพวกเขาจะทำอะไร ยังไงซะถ้าต้องการความช่วยเหลือเดี๋ยวพวกเขาก็มาหาฉันเอง”
หากได้คืบจะเอาศอกอีก เกรงว่าฟู่เซิ่งหนานจะเกิดความรู้สึกอยากฆ่าเขาด้วยซ้ำ
“บอกพ่อ? หรือฟู่โก๋หาวก็มาด้วยเหรอ? พวกเขาสองพ่อลูกคิดจะทำอะไรกันแน่?”
เมื่อเกิดความคิดนี้ เย่เทียนจัดแจงเสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิง แล้วจึงออกจากห้อง
แต่ตอนที่เขากลับถึงโถงจัดงานเลี้ยง กลับพบว่าสถานการณ์ออกจะวุ่นวายนิดหน่อย ผู้ชายกลุ่มใหญ่ล้อมกันเป็นกลุ่มก้อน ไม่รู้พวกเขาดูอะไรอยู่
เย่เทียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขย่งเท้ามองเข้าไปในฝูงชน มุมปากฉายรอยยิ้มอ่อนใจ
ไม่มีเหตุผลอื่น ที่เจ้าผู้ชายพวกนี้ล้อมวงกันดู นอกจากหลู่ซีซานและเติ้งเหวินสองสาวสวยแล้วจะเป็นอะไรอีก
การปรากฏตัวของสองสาว
เรียกได้ว่าจุดประกายให้งานเลี้ยง ผู้ชายส่วนใหญ่ในที่นี้ล้วนเป็นสาวกของสองสาว มีหรือจะไม่เบียดเข้าไปให้ถูกเห็นหน้า
เกิดสองสาวตาบอดแล้วชอบตัวเองขึ้นมาล่ะ?
สองสาวชินกับเหตุการณ์แบบนี้แล้ว ทั้งสองสวมชุดราตรีสีดำและสีม่วงในรูปทรงคล้ายๆกัน ยิ่งดึงดูดสายตาอย่างไม่ต้องสงสัย
เย่เทียนเห็นท่าได้แต่ส่ายหัวด้วยความเหนื่อยใจ อุทานขึ้นมา “ไม่ว่าสาวสวยจะไปที่ไหนล้วนเป็นที่จับตามองจริงๆเลยนะ”
ไม่ว่ายังไง สองสาวไม่สนใจผู้ชายรอบด้านเลย พวกเธอขมวดคิ้วสำรวจรอบๆ ค้นหาร่องรอยของเย่เทียน
ยังไงซะที่พวกเธอมาก็เพราะได้รับคำเชิญจากเย่เทียน
ทันใดนั้น หลู่ซีซานเจอเย่เทียนที่อยู่ไม่ไกลอย่างตาแหลม รีบเอ่ยเตือน “เขาอยู่ตรงนั้น!”
สัมผัสถึงสายตาที่สองสาวมองมา เย่เทียนเหยียดยิ้มเย้ยหยันมุมปาก ในเมื่อตัวเองเป็นคนเชิญมา อย่างน้อยก็ต้องเข้าไปทักทายหน่อยไม่ใช่หรือไง?
แต่ไม่รอให้เย่เทียนเข้าไป ชายคนหนึ่งเบียดเข้าไปอยู่ตรงหน้าสองสาวอย่างสะเหล่อ
ยิ้มน้อยๆพลางกล่าว “ซีซาน
คุณยังอยู่ที่นี่จริงๆด้วย!”
ชายหนุ่มในชุดสูทหล่อเหลา มือหอบดอกกุหลาบสีแดง สายตาที่มองหลู่ซีซานด้วยความเร่าร้อน มองออกได้ไม่ยากว่าเขาจีบหลู่ซีซาน….