ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 694 ตระกูลฟู่มาเมืองจิน
ห้องพักในโรงแรมสักแห่ง
ชายแว่นตายืนอยู่ตรงหน้าหน้าต่างสูงถึงเพดานด้วยสีหน้าเย็นชา มองภาพทิวทัศน์คึกคักรุ่งเรืองของเมืองจินด้านนอกหน้าต่าง
เขาเป็นคนตั้งเงื่อนไขให้ตัวเองสูงมาก ไม่ว่าจะด้านประพฤติตัวหรือการทำงาน เขาตั้งมาตรฐานให้ตัวเองไว้ทั้งหมด แต่ในเรื่องของเย่เทียน เขารู้สึกพ่ายแพ้เหลือเกิน
ครั้งนี้ เขาเตรียมตัวมาอย่างดี ต้องสำเร็จภารกิจให้ได้!
“หัวหน้าเผิง สืบมาหมดแล้วครับ งานเลี้ยงของตระกูลเซวจัดที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น!”
ลูกน้องคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังชายแว่นตา รายงานข้อมูลที่เพิ่งได้รับมาด้วยความนอบน้อม
“ตอนนี้พวกเรามีกำลังพลที่ใช้ได้เท่าไหร่”
ชายแว่นตาที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าเผิงพยักหน้า หลังรู้ว่าเย่เทียนอยู่ที่ตระกูลเซว และตระกูลเซวจะจัดงานเลี้ยงแล้ว เขาเกิดไอเดียทันที
“ตอนนี้หน่วยเรายังเหลือเจ้าหน้าที่หัวกะทิสามคน เจ้าหน้าที่ธรรมดาสิบห้าคน เจ้าหน้าที่ฝึกงานประมาณยี่สิบสามคน”
ในที่นี้มีคนข่าวไวอยู่ไม่น้อย รีบอธิบายเสียงเบากับคนข้างๆ
หัวหน้าเผิงผงะ คิ้วขมวดเป็นปมในบัดดล “มีแค่นี้เองเหรอ?”
แม้เสียงของพวกเขาจะเบา แต่ก็เข้าหูเย่เทียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนเขาหัวเราะเฝื่อนๆด้วยความเหนื่อยใจ
นี่เพิ่งจะออกมาก็ดึงดูดสายตามาเยอะขนาดนี้ เกรงว่าผ่านคืนนี้ไป
คนทั้งเมืองจินคงต้องรู้ว่าลูกหลานตระกูลเย่ที่ถูกไล่ออกมาเมื่อสิบกว่าปีก่อนอย่างเขา ยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับตระกูลเซวซึ่งเป็นปรปักษ์กับตระกูลเย่
แม้ว่าการสังหารคราวก่อนล้มเหลวไป แต่อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่าเย่เทียนเป็นนักบู๊ เกรงว่ามาแค่นี้จะไม่พอให้กำราบเย่เทียน!
คิดมาถึงนี่ หัวหน้าเผิงนึกอยากขอความช่วยเหลือจากผู้จัดการขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
คิดมาถึงนี่ เย่เทียนอดขมวดคิ้วไม่ได้
ถึงเวลานั้นเขาต้องกลายเป็นที่จับตามองอย่างแน่นอน ทุกอากัปกิริยาคงมีคนจ้องมองตั้งไม่รู้เท่าไหร่
ถึงเวลานั้นเขาต้องกลายเป็นที่จับตามองอย่างแน่นอน ทุกอากัปกิริยาคงมีคนจ้องมองตั้งไม่รู้เท่าไหร่
คิดจะทำอะไรคงไม่ง่ายอย่างนั้นแล้ว
แน่นอน ไม่มีทางที่เขาจะเผยความคิดนี้ต่อหน้าลูกน้อง เขาสั่งโดยไม่หันไปมอง “ก่อนหกโมงเย็นคืนนี้ เปลี่ยนพนักงานในโรงแรมเป็นคนของเราให้หมด!”
ลูกน้องชะงัก และตอบอย่างลำบากใจ “หัวหน้าเผิง ทั้งหมดเลยเหรอครับ? เกรงว่าคนของเราจะไม่พอ”
“ยังไงก็ส่งคนของเราไปให้หมด อย่างน้อยต้องให้พนักงานที่ดูแลเรื่องงานเลี้ยงเป็นคนของเรา!”
หัวหน้าเผิงพูดเสียงดังฟังชัด “ภารกิจครั้งนี้ สำเร็จได้อย่างเดียว ล้มเหลวไม่ได้เด็ดขาด!”
ลูกน้องได้ยินดังนั้น จะไม่รู้ได้ยังไงว่าภารกิจครั้งนี้ผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด รีบส่งเสียงทักทายและรีบเร่งถอยออกไปเพื่อจัดการ
หลังจากประตูห้องปิดอีกครั้ง หัวหน้าเผิงถึงหยิบมือถือออกจากกระเป๋า และโทรหาผู้จัดการ
“ผู้จัดการครับ ด้านผมมีโอกาสแล้ว ไม่ทราบว่ากำลังสนับสนุนของคุณถึงไหนแล้วครับ?”
“ใกล้แล้ว อย่างช้าอีกหนึ่งชั่วโมงจะถึงที่นายอยู่”
ผู้จัดการเตือนเสียงเข้ม “จำไว้ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของนาย ถ้าล้มเหลวอีกนายก็ไม่ต้องกลับมาแล้ว!”
“ผมเข้าใจครับ!”
หัวหน้าเผิงส่ายหัวอย่างขมขื่น ถ้าไม่ใช่เพราะเย่เทียน เขาจะกลายเป็นแบบนี้ได้ไง?
วางสายไปแล้ว เขาหัวเราะเย็นๆในใจ
จะจัดการเย่เทียนไม่ได้อีก!
เขาไม่เชื่อหรอกว่าหนนี้เขาพาทั้งหน่วยออกมาปฏิบัติการ ซ้ำยังมีกำลังสนับสนุนจากผู้จัดการ
ขณะเดียวกัน สนามบินนานาชาติเมืองจิน
“ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมของนายสักหน่อย ฉันอยากมาก็มาสิ”
ตอนแรกเขาได้รับแจ้งเตือนด่วนจึงออกมาจากสามเหลี่ยมทมิฬ คิดไม่ถึงว่าผ่านมาแค่ไม่กี่วันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ระหว่างที่ทำความเข้าใจกับฟู่โก๋เฉียง เขายิ่งรู้สึกได้ถึงท่าทีที่ฟู่เซิ่งหนานมีต่อเย่เทียน!
ขณะเดียวกัน สนามบินนานาชาติเมืองจิน
สองเงาของชายหนึ่งหญิงหนึ่งเดินออกจากประตูทางออก ทั้งคู่ใส่แว่นดำใหญ่ๆ ปิดหน้าไปกว่าครึ่ง จนผู้อื่นมองเห็นใบหน้าของพวกเขาไม่ชัด
ทั้งสองคนไวมาก
ราวกับระแวงใครอยู่
เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เพิ่งมาครั้งแรก แต่พวกเขาต่างจากผู้คนรอบๆที่เดินทางด้วยความเร่งรีบ พวกเขาระมัดระวังกันเต็มที่
ถ้าเย่เทียนอยู่ที่นี่ ต้องจำได้ในแวบแรกว่าชายหญิงคู่นี้คือพ่อลูกตระกูลฟู่ หัวหน้าอันดับสองของสมาพันธ์ทหารรับจ้าง ฟู่โก๋หาวและฟู่เซิ่งหนาน
ทันใดนั้น ฟู่เซิ่งหนานส่งเสียงทลายความเงียบ
“พ่อคะ
อยู่ๆลากหนูมาเมืองจินทำไมคะ คงไม่ใช่ว่าอยากมาหาเย่เทียนหรอกนะ?”
“ลูกสาว ลูกคงไม่ได้หลงไอ้หนุ่มนั่นหรอกนะ”
ตอนแรกเขาได้รับแจ้งเตือนด่วนจึงออกมาจากสามเหลี่ยมทมิฬ คิดไม่ถึงว่าผ่านมาแค่ไม่กี่วันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ระหว่างที่ทำความเข้าใจกับฟู่โก๋เฉียง เขายิ่งรู้สึกได้ถึงท่าทีที่ฟู่เซิ่งหนานมีต่อเย่เทียน!
โบราณว่าไว้: พ่อนี่แหละรู้ใจลูกสาวที่สุด
ฟู่โก๋หาวเคยผ่านมาก่อน จะไม่รู้ได้ยังไงว่าฟู่เซิ่งหนานเกิดความสนใจในตัวเย่เทียน นี่เป็นสัญญาณอันตรายนะ!
เขาพอใจในตัวเย่เทียนอยู่มาก
ความสามารถเก่งกาจ ทำอะไรฉะฉาน
เป็นเด็กหนุ่มที่เยี่ยมยอดมาก แต่มีข้อเสียที่ใช้ไม่ได้สุดๆ เขาเจ้าชู้เกินไป!
จากเรื่องราวที่เขารู้หลังจากนั้น
เป็นพวกกินในถ้วย ตามองกระทะที่แท้จริง
เย่เทียนไม่เพียงแต่แต่งงานแล้ว ยังมีความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนกับผู้หญิงหลายคน
ในฐานะผู้ยิ่งใหญ่ในทิศหนึ่ง เขาพอจะเข้าใจเย่เทียนอยู่ แต่ในฐานะพ่อ เขาจำต้องคำนึงว่าฟู่เซิ่งหนานจะถูกรังแกหรือเปล่า
“พ่อคะ พ่อพูดเรื่องอะไรกัน”
ฟู่เซิ่งหนานมองค้อน พึมพำขึ้นมา
“หนูแค่คิดว่าตอนอยู่สามเหลี่ยมทมิฬเราช่วยเขาไว้
ตอนนี้มาเมืองจินแล้ว เขาน่าจะช่วยเราบ้างสิ”
“พอเถอะ เรื่องของเราไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากเขา”
ฟู่โก๋หาวมองฟู่เซิ่งหนานด้วยสายตาลึกล้ำ
ลูกไม่เหมาะกับเขาหรอก หลังจากนี้อย่าข้องแวะกันจะดีกว่า!”
และเตือน “แต่พ่อต้องเตือนลูกหน่อยนะ เย่เทียนเจ้าชู้มาก
ไม่รอให้ฟู่เซิ่งหนานตอบ ฟู่โก๋หาวที่เจอรถมารับก็มุดนำเข้าไปในรถก่อน
“มีแต่ผีเท่านั้นแหละถึงชอบเจ้าคนหลายใจนั่น!”
ฟู่เซิ่งหนานเบ้ปาก ไม่เก็บคำพูดของฟู่โก๋หาวมาใส่ใจเลยสักนิด ในใจยังคงมีความรู้สึกสนใจในตัวเย่เทียนอยู่มาก
สองพ่อลูกขึ้นไปบนรถพร้อมกัน อาจเพราะเกรงใจคนขับ จึงไม่คุยเรื่องด้านนี้กันอีก
ไม่นานนัก รถก็มาจอดหน้าประตูโรงแรมโฟร์ซีซั่น
ฟู่โก๋หาวลงรถมาก่อน
และกวาดสายตามองสถานการณ์รอบๆด้วยความระแวง เห็นเขารูปร่างท้วมเตี้ยแบบนี้ แต่ไม่ว่ายังไงก็เป็นหัวหน้าอันดับสองของสมาพันธ์ทหารรับจ้าง
วี่แววใดๆก็ไม่อาจหนีพ้นสายตาของเขาไปได้
นี่เป็นเพียงการตรวจสอบด้วยสัญชาตญาณของเขา และเขาพบจุดผิดปกติจริงๆ
โรงแรมโฟร์ซีซั่นคับคั่งไปด้วยคนเข้าออก ท่าทางวุ่นวาย บวกกับการตกแต่งโดยรอบ ดูก็รู้ว่าคงกำลังจะจัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่
ฟู่โก๋หาวขมวดคิ้วด้วยสัญชาตญาณ ไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์เช่นนี้ แต่ตอนนี้เป็นช่วงเวลาพิเศษ ยิ่งคึกคักยิ่งเกิดปัญหาได้ง่าย!
ถึงแม้ในเมืองจินมีฐานทัพของสมาพันธ์ทหารรับจ้าง แต่ที่พวกเขามาเมืองจินครั้งนี้เพราะมีธุระ ไม่เหมาะให้คนรู้เยอะเกินไป
คิดมาถึงนี่ ฟู่โก๋หาวได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจ และเดินตามฟู่เซิ่งหนานเข้าไปในโรงแรม
เมื่อเข้ามาในโรงแรมแล้ว ฟู่โก๋หาวพบจุดผิดปกติมากกว่าเดิม
ไม่มีเหตุผลอื่น เขาสัมผัสได้ถึงลมปราณไม่ธรรมดาได้อย่างเฉียบแหลม ในโรงแรมนี้ต้องมียอดฝีมือแน่ๆ!
สัญชาตญาณของเขาแม่นยำมาโดยตลอด คิดไปถึงงานเลี้ยงที่โรงแรมกำลังจะจัดขึ้น เขาคาดคะเนว่าต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่นนอ
จึงระแวงกับตัวเองในใจ ทว่าไม่แสดงออกทางสีหน้า หลังจากลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์เสร็จแล้วเขาหยิบบัตรเข้าห้องและเดินไปที่ลิฟต์อย่างรวดเร็ว
ฟู่เซิ่งหนานสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าฝีเท้าของพ่อเร็วขึ้น เธอเอ่ยเสียงเบา “พ่อคะ มีอะไรผิดปกติรึเปล่า?”
“ยังไงซะก็ไม่เกี่ยวกับเรา”
ฟู่โก๋หาวยักไหล่ ขอแค่ไม่พุ่งเป้ามาที่พวกเขา เขาไม่สนใจหรอก
“พ่อคะ ที่จริงหนูสืบมาแล้วระหว่างทางมา งานเลี้ยงคืนนี้จัดขึ้นโดยตระกูลเซว”
เหอเซิ่งหนานมองไปรอบๆด้วยความระวัง ก่อนจะพูดอย่างมีลับลมคมใน “ดูเหมือนตอนนี้เย่เทียนอยู่ที่ตระกูลเซว พ่อว่าปัญหานี้พุ่งเป้าไปที่เขาหรือเปล่าคะ?”
“แบบนี้ก็น่าสนใจแฮะ!”
ฟู่โก๋หาวผงะ คิดไม่ถึงว่าเหตุกาณ์จะเป็นเช่นนี้ แต่ไม่คิดจะบอกเย่เทียน
ที่พวกเขามาเมืองจินครั้งนี้เพราะมีธุระ ยิ่งเงียบเชียบยิ่งดี เขาไม่อยากเปิดเผยตัวตนเพราะเหตุนี้….