ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 696-2 เรื่องนี้จบเรื่องนั้นต่อ (2)
ฟางผิงหลุดขำ เอ่ยว่า
“งั้นก็ดีแล้ว คนพวกนี้จะจับจ้องก็จับจ้องไป แต่ถ้านายทะลวงด่านจริงๆ ฉันอาจไม่ได้ไปร่วมยินดีเสมอไป ประเด็นอยู่ที่ถึงฉันจะไป เมืองเจิ้นซิงก็ไม่ต้อนรับอยู่ดี จริงๆ เลย ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ครั้งก่อนเป็นฝีมือเหล่าเหยา พวกนายปฏิเสธฉันหมายความว่ายังไงกัน?”
“เอาเถอะ มาถึงขนาดนี้แล้ว ใครไม่รู้บ้างว่านายชอบคิดวางแผนอะไรแปลกๆ”
ระหว่างที่เจี่ยงเชาหัวเราะก็เอ่ยว่า
“หลังจากนี้โทรหาฉันได้ทุกเมื่อเลย ผู้อาวุโสตระกูลอันกลับมาเปิดรูเล็กๆ ที่เขตปราการแล้ว หลังจากนี้พวกเราก็สามารถดูหนังเล่นอินเทอร์เน็ตได้แล้ว…”
“เจี่ยงเชา!”
เจี่ยงเชาพูดยังไม่ทันจบ โทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไปแล้ว ฟางผิงแทบสามารถจินตนาการได้ว่า เจี่ยงหยวนหวาจัดการกับเจ้าหมอนั่นยังไง
เขตปราการถูกเปิดรูเล็กๆ แล้ว… นี่คือความลับของเมือง นี่เจี่ยงเชาไส้ศึกคนนี้จะเริ่มขายข้อมูลแล้ว!
ฟางผิงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำอย่างกับเป็นความลับขั้นยอด ฉันคร้านจะไปเมืองเจิ้นซิงเท่านั้น หากจะไปจริงๆ ไม่ให้ฉันเข้า ฉันก็เข้าไปได้
สายถูกตัดไปแล้ว ด้านข้างนั้นฉินเฟิ่งชิงหัวเราะว่า
“ฟางผิง ช่วงนี้ลงถ้ำใต้ดินไม่ได้สินะ? หรือพวกเราไปถ้ำใต้ดินเทียนหนานดี ถ้ำใต้ดินเทียนหนานไม่มียอดฝีมือระดับสูง พวกเราไปพื้นที่ระหว่างเขตแดนเป็นยังไง? ครั้งก่อนไปแล้วถูกโยนออกมา นายได้ของมาจากถ้ำสวรรค์เสวียนเต่อไม่ใช่หรือไง? ครั้งก่อนอาจจะเพราะว่าความสามารถไม่พอ ครั้งนี้ไปอีกครั้ง พวกเราอยู่ระดับสูงกันแล้ว ไปกอบโกยสักหน่อยเป็นยังไง?”
ฟางผิงเดินไปก็พูดไป
“ถึงไปก็ไม่พานายไป”
“ฉันขั้นเจ็ดแล้ว!”
ฉินเฟิ่งชิงเผยสีหน้าไม่พอใจ ฉันเป็นยอดฝีมือระดับสูงแล้ว!
ฟางผิงคร้านจะสนใจเขา ส่ายหัวว่า
“ช่วงนี้ไม่ไปพื้นที่ระหว่างเขตแดน ไปแล้วอาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป พื้นที่ระหว่างเขตแดนอาจจะมียอดฝีมือหลับใหลอยู่ บางทีอาจจะไปรบกวนพวกเขาได้ อีกอย่าง ยอดฝีมือที่หลับใหลในพื้นที่ระหว่างเขตแดนอาจจะไม่ได้อัธยาศัยดีเหมือนที่ถ้ำสวรรค์เสวียนเต่อเสมอไป ก่อนหน้านี้ไปเพื่อหาเคล็ดวิชา ตอนนี้แม้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางจะยังขาดแคลนเคล็ดวิชาฝึกพลังจิตใจ แต่พวกเราก็ไม่ได้ต้องการอย่างเร่งด่วนขนาดนั้น เวลานี้ไปแล้วคงได้แต่หินพลังงาน ดินพลังงานเท่านั้น ไปแล้วจะทำอะไรได้?”
ฉินเฟิ่งชิงครุ่นคิด เหมือนจะมีเหตุผลเหมือนกัน ละล่ำละลักว่า
“งั้นไปฆ่าสัตว์ปีศาจที่เขาสกัดสมุทรมาทำเป็นอาวุธวิเศษสักหน่อยเป็นยังไง?”
ฟางผิงหันหน้าไปหาเขา ขมวดคิ้วว่า
“ไม่ไปไหนทั้งนั้น ทำให้ขั้นมั่นคงสำคัญที่สุด! คนอย่างนายปรากฏแกนสมองไม่ใช่เรื่องยาก พยายามรีบปรากฏให้เร็วที่สุด ตั้งใจฝึกวิชาสักระยะหนึ่ง ควบคุมพลัง เพิ่งถึงขั้นเจ็ดจะไปไหนนักหนา? อีกอย่างนายถึงขั้นเจ็ด ทำให้ขั้นเสถียรแล้ว รีบไปนั่งรักษาการณ์ในถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ซะ! ดีกว่าอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ไปล่อลวงพวกขั้นเจ็ดเมืองเย้าขุยออกมา สังหารอีกฝ่ายสักหน่อย ลดทอนความสามารถของเมืองเย้าขุยลง! ทางเมืองเย้าขุยฉันจับจ้องดอกขุยฮวาต้นนั้นมาโดยตลอด แม้พวกเราจะสามารถฝึกพลังจิตใจได้ แต่เมล็ดของดอกขุยฮวาสามารถเพิ่มพลังจิตใจได้… ฉันเดาว่าน่าจะเป็นของล้ำค่าที่หลอมแกนสมองให้เสถียรได้ เมล็ดขุยฮวามีประสิทธิภาพแบบนี้แล้ว ฐานของดอกขุยฮวาล่ะ?”
“เมืองเย้าขุยมีขั้นเก้าสองคน ขั้นแปดสามคน ขั้นเจ็ดสิบสี่คน นี่เป็นพลังต่อสู้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้มีขั้นเก้าสองคน ขั้นแปดสองคน ขั้นเจ็ดแปดคน… นายไม่ได้ชอบหาเรื่องหรือไง? งั้นก็ไปหาเรื่องสิ ฆ่าพวกขั้นเจ็ด ดูวันไหนพวกเราเตรียมตัวพร้อมแล้ว กวาดล้างรวดเดียว กำราบเมืองเย้าขุย สังหารดอกขุยฮวาต้นนั้น! ปรากฏแกนสมองแล้ว เมล็ดขุยฮวาบางทีอาจจะให้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดกว่า เพิ่มพลังจิตใจให้พวกเรา…”
ฟางผิงพูดเรื่องพวกนี้ ฉินเฟิ่งชิงก็แทบจะกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้ว ดอกขุยฮวาต้นนั้นของเมืองเย้าขุย จ้องตาเป็นมันมานานแล้วจริงๆ!
ตั้งแตตอนที่พวกฟางผิงกวาดรังแม่ทัพเทียนหลาง ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดคนแรก พวกเขาก็ได้รับข้อมูลของดอกขุยฮวาต้นนั้นแล้ว เวลานั้นฟางผิงและฉินเฟิ่งชิงเพิ่งจะเข้าสู่ระดับกลาง ตอนนี้คนหนึ่งขั้นเจ็ด อีกคนขั้นแปดแล้ว เวลานี้ฉินเฟิ่งชิงจึงไม่พูดเรื่องพื้นที่ระหว่างเขตแดนอีก
ภารกิจสำคัญของขั้นเจ็ดในตอนนี้ยังคงเป็นเพิ่มพลังจิตใจ ไปพื้นที่ระหว่างเขตแดนอาจจะไม่สามารถพัฒนาพลังจิตใจได้เสมอไป กลับจะเป็นดอกขุยฮวาต้นนั้นมีประสิทธิภาพกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดมากกว่า
“เออ งั้นฉันจะไปฝึกวิชาแล้ว ปรากฏแกนสมองออกมาคราวก่อน รอกำจัดต้นขุยฮวาแล้วจะเข้าสู่ขั้นเจ็ดตอนปลายอย่างรวดเร็ว หลอมกะโหลกทะลวงขั้นแปดหลอมร่างทอง ตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดเข้าสู่ขั้นเก้า เดินเลียบไปจนสุดท้ายทะลวงขั้นสุดยอด…”
ฉินเฟิ่งชิงพูดพึมพำ ก่อนจะวางแผนทางเดินให้ตัวเองเสร็จสรรพ ทั้งไม่มีอะไรให้วางแผนมากมายเช่นกัน แคต้องทำให้เร็วที่สุดเท่านั้น! รีบเข้าสู่ขั้นสุดยอด!
ฟางผิงเห็นเขาวิ่งไปเร็วจี๋ก็คร้านจะพูดอะไร แต่รอจนเห็นเขาลอยไปทางหอคอยคริสตัลของตัวเองก็ด่าออกมาทันที
“ไสหัวกลับไปที่หอคอยคริสตัลของนาย!”
เจ้าหมอนี้หลงทิศแล้วหรือไง? นั่นเป็นอาณาเขตของฉัน!
ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดฝีมือระดับสูง ก่อนหน้านี้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้สร้างหอคอยคริสตัลขึ้นมาสามสิบแห่งในครั้งเดียว ปรมาจารย์ล้วนมีส่วนของตัวเอง ฉินเฟิ่งชิงก็มีเหมือนกัน แต่เจ้าหมอนี่กลับลอยไปทางหอคอยของเขา
ฉินเฟิ่งชิงรีบหันกลับมา หัวเราะว่า
“ลืมตัวๆ! แต่หอคอยของฉันพลังงานเหมือนไม่ค่อยเข้มข้นเท่าไหร่ ฟางผิง นายให้ฉันใช้สิทธิพิเศษหน่อยสิ…”
“ไสหัวไป!”
ฟางผิงด่าออกมา ฉินเฟิ่งชิงวิ่งไปแทบไม่เห็นฝุ่น ไม่นานก็หายวับไป
ฉินเฟิ่งชิงกลับไปเข้าด่านแล้ว ฟางผิงก็กลับไปเหมือนกัน เขาต้องหยุดพักสักหน่อย จัดการอะไรให้เรียบร้อย ทะลวงด่านไวเกินไป!
ครึ่งปีจากขั้นห้าถึงขั้นแปด เวลาครึ่งปีนี้เขาลงถ้ำใต้ดินบ่อยครั้งเหมือนกัน เดิมทีก็แทบไม่มีเวลาหยุดพัก ตอนนี้ถึงขั้นแปดหลอมสามขั้น
ตามหลักแล้วหลอมร่างทองสามขั้นเสร็จสิ้น เขาแทบจะนับได้ว่าเป็นขั้นแปดตอนกลางแล้ว แต่ตอนนี้ฟางผิงกลับรู้สึกเหมือนไม่มีพลังให้ใช้อยู่บ้าง มีแค่ปราณที่แข็งแกร่งและร่างทองที่แข็งแกร่ง พลังเทียบกับขั้นเจ็ดแล้วแข็งแกร่งขึ้นมาหลายเท่า แต่ก็เหมือนกับคนที่เก่งแค่พละกำลังร่างกาย เทอะทะงุ่มง่ามอย่างเห็นได้ชัด กลับไม่ได้ผ่อนคลายเหมือนตอนที่อยู่ขั้นเจ็ดแล้ว
“รอเหล่าจางส่งของรางวัลมาให้ก่อน ช่วงนี้พักสักระยะหนึ่งแล้วกัน”
ฟางผิงครุ่นคิดเล็กน้อย ยังคงพักเรื่องหลอมร่างทองเอาไว้ ยิ่งหลอมร่างทองแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งควบคุมพลังตัวเองได้ยากเท่านั้น ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เขาถึงขั้นแปดหลอมเก้าขั้นแล้ว บางทีอาจจะอืดขึ้นมาหน่อยเท่านั้น แต่พลังต่อสู้อาจไม่พัฒนาเสมอไป ปราณหลายแสนแคลคล้อยจากความสามารถที่เพิ่มขึ้น เขาอาจจะควบคุมพลังได้อ่อนแอลง ยิ่งร่างกายแข็งแกร่งก็มีโอกาสระเบิดพลังได้อ่อนแอเหมือนกัน
เย็นของวันที่ 11 ตุลาคม ฟางผิงเข้าด่าน ก่อนที่จะเข้าด่านกลับส่งภารกิจให้ผู้ฝึกยุทธ์แต่ละแวดวง โจมตีฆ่าสาวกลัทธินอกรีต!
สาวกลัทธินอกรีตกล้าลอบโจมตีเขาระหว่างที่กำลังทะลวงด่าน ฟางผิงไม่ใช่คนที่รับมือได้ง่าย ลอบโจมตีเขาติดต่อกันหลายครั้ง คิดว่าเขารังแกง่ายจริงๆ?
ผู้ฝึกยุทธ์สามระดับล่างไม่กำหนดระดับขั้น ดูแคจำนวนหัว ห้าล้านต่อคน!
ผู้ฝึกยุทธ์สามระดับกลางต่ำกว่าระดับหลอมสารจิงกับเลือด ไม่ดูระดับขั้น ดูแคจำนวนหัว สามสิบล้านต่อคน!
ขั้นหลอมสารจิงและเลือด หนึ่งร้อยล้าน!
ขั้นเจ็ดเริ่มที่หนึ่งพันล้าน!
ขั้นแปดเริ่มที่หนึ่งหมื่นล้าน!
ขั้นเก้า ฟางผิงไม่ได้พูด เพราะตอนนี้ในที่แจ้งลัทธินอกรีตไม่มีการคงอยู่ของขั้นเก้า แม้ที่ลับอาจจะมีก็น่าจะไม่โผล่หน้าออกมาอีก
ภารกิจถูกส่งออกมา มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้แต่ละแห่งก็มีความเคลื่อนไหวแล้ว สามหน่วยสี่กองก็มีความเคลื่อนไหวเหมือนกัน!
เงินไม่ใช่น้อยๆ! ผู้ฝึกยุทธ์สามระดับล่างไม่ดูที่ระดับขั้น ดูแคจำนวนหัว ห้าล้านต่อคน!
อย่าลืมว่าตอนแรกที่ฟางผิงยังไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ หวังจินหยางไล่ฆ่าหวงปินผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสองสูงสุดก็ให้รางวัลแค่ไม่กี่แสนเท่านั้น ตอนนี้เริ่มต้นที่ห้าล้าน ฟางผิงจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มีเงินอย่างที่คาด!
วันนี้ ยอดฝีมือปรมาจารย์บางส่วนที่ไม่ได้ลงถ้ำใต้ดินได้ทราบข้อมูลก็ทยอยลงมือทันที ฆ่ายอดฝีมือนอกรีต! คืนหนี้! โอกาสมาถึงแล้ว!
ตอนนี้ปรมาจารย์แต่ละแวดวงของประเทศจีนแทบจะติดหนี้ฟางผิงกันหมด ก่อนหน้านี้หลิวพั่วหลูจะทวงหนี้ ตาเฒ่ายายแก่หลายคนถึงกับปวดหัว ตอนนี้ค่อยยังชั่ว ฆ่าขั้นเจ็ดคนหนึ่งอย่างน้อยก็หนึ่งพันล้านแล้ว กำจัดขั้นแปดเริ่มต้นที่หนึ่งหมื่นล้าน
เมื่อก่อนยอดฝีมือลัทธินอกรีตไม่โผล่หน้าออกมา ไม่ก่อความวุ่นวายให้ทุกคน พวกเขาก็คงคร้านจะสนใจ ตอนนี้ตีค่าเป็นเงินแล้ว แม้จะติดหนี้นั่นก็เป็นเงิน ปรมาจารย์ที่ติดหนี้ฟางผิงหากไม่เอาอาวุธวิเศษออกมาก็ต้องใช้ของอย่างอื่น นี่แทบจะเป็นผลประโยชน์ที่จับต้องได้
คืนวันที่สิบเอ็ด ทั่วทั้งประเทศจีนแทบจะมีผู้ฝึกยุทธ์ไล่ฆ่าลัทธินอกรีตอยู่ทุกหนทุกแห่ง ส่วนประเทศอื่นๆ ทำได้แค่ด่ามารดารเถอะเท่านั้น! ฟางผิงมอบภารกิจอย่างจำกัดขอบเขตอยู่แค่ในประเทศจีน เขาไม่ได้สนใจจะช่วยเหลือประเทศอื่น กวาดล้างสาวกของลัทธินอกรีตจะกวาดล้างก็กวาดล้างกันเอง ฟางผิงไม่อาจทำเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว