ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 696-3เรื่องนี้จบเรื่องนั้นต่อ (3)
ส่วนเรื่องเงิน อันที่จริงสาวกลัทธินอกรีตไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น ในประเทศจีนผู้ฝึกยุทธ์นอกรีตสามารถถึงหนึ่งหมื่นคนได้ก็ยังถือว่าประเมินสูงไปแล้ว ฟางผิงเคยคำนวณมาก่อน แม้จะฆ่าผู้ฝึกยุทธ์นอกรีตของประเทศจีนทั้งหมด อย่างมากก็สองแสนล้านเท่านั้น ถึงจะไม่มีคนคืนหนี้ ไม่จำเป็นต้องหักลบหนี้ สองแสนล้านก็เท่ากับมูลค่าของหินพลังงานขั้นเก้าไม่ถึงเจ็ดร้อยจิน ของแบบนี้เขายังคงคว้าออกมาได้
แต่ในความเป็นจริงมีปรมาจารย์ติดหนี้มากมาย ฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงพวกนั้น ฟางผิงแทบจะไม่ต้องเสียเงินเลยด้วยซ้ำ ส่วนระดับล่างแม้จะถูกฆ่าหนึ่งหมื่นคนก็เป็นห้าหมื่นล้านเท่านั้น หินพลังงานขั้นเก้าไม่ถึงสองร้อยจิน ฟางผิงแทบไม่ได้สนใจจริงๆ
เมื่อก่อนซื้อขายแลกเปลี่ยนจะใช้การคำนวณหินพลังงานต่อกรัม มาถึงฟางผิงตอนนี้หน่วยที่เล็กที่สุดกลับเป็นจินแล้ว ประเทศจีนเพราะภารกิจของฟางผิง ผู้ฝึกยุทธ์จึงเคลื่อนไหวเป็นจำนวนมาก ไล่ฆ่าสาวกลัทธินอกรีตแทบทุกหนทุกแห่ง
คืนเดียวกันนั้น ถ้ำใต้ดิน ราตรีของถ้ำใต้ดินแทบจะเป็นความมืดมิดอยู่ตลอด เมืองเทียนจื่อ เมืองเทียนจื่อที่เหมือนกับคริสตัลกลับยังคงสว่างไสวราวกลางวัน
เรือนขนาดใหญ่นอกพระราชวังหลวงแห่งหนึ่ง โถงใหญ่ จ้าวซิ่งอู่นั่งบนเก้าอี้ไม่พูดอะไรสักคำ เผยแววตาระแวดระวัง
ด้านข้างนั้น ผู้อาวุโสแปดเผยโฉมหน้าที่แท้จริง ผมสั้นสีดำ ใบหน้าของคนเอเชียเผยแววตามืดมน ตอนนี้ก็ระวังตัวขึ้นมาเช่นกัน
ในโถงรับแขกมีทั้งหมดห้าคน นอกจากจ้าวซิ่งอู่และผู้อาวุโสแปดยังมีอีกสามคน ทั้งสามนั่งเผชิญหน้ากับพวกเขาทั้งยังมองพินิจพวกจ้าวซิ่งอู่อยู่ตลอด
จ้าวซิ่งอู่เผยสีหน้าเยียบเย็น เนิ่นนานก่อนจะเอ่ยว่า
“มองกันพอหรือยัง? ฉันไม่ใช่ลิง ผู้ฝึกยุทธ์ต่ำกว่าขั้นเหนือราชาของถ้ำใต้ดินในสายตาของฉันยังไม่มีคุณสมบัติจะมองฉันตรงๆ แบบนี้ หากยังมองอีกอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!”
“ผู้อาวุโสใหญ่…”
ผู้อาวุโสแปดเอ่ยเสียงเบา มาถึงถิ่นฐานของคนอื่นแล้วถ่อมตัวจะดีที่สุด ผู้อาวุโสแปดเข้าสู่เส้นทางต้นกำเนิดแล้วเหมือนกัน ไม่ได้เป็นผู้อ่อนแอ แต่ที่นี่เป็นรังของราชสำนักพืชปีศาจ! มาถึงตรงนี้แล้ว แม้จะเป็นขั้นสุดยอดมนุษย์ก็ต้องหวั่นเกรงสามส่วน พวกเขามาที่นี่แล้วนั่นก็ยิ่งต้องถ่อมตัว
“เหอะ!”
จ้าวซิ่งอู่แค่นเสียงในลำคอ มองไปทางผู้ฝึกยุทธ์ที่สวมหน้ากากอยู่ข้างซ้าย แค่นหัวเราะว่า
“ผู้ส่งสารของเจ้าลัทธิใหญ่… น่าสนใจจริงๆ! มาถึงที่นี่แล้วยังไม่กล้าเปิดเผยโฉมหน้า กลัวว่าฉันจะจำได้?”
ผู้ฝึกยุทธ์ที่สวมหน้ากากเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“ประมุขจ้าวเข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่เพื่อป้องกันทั้งสองคน แต่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาบางอย่าง”
จ้าวซิ่งอู่ไม่สนใจ เว้นระยะไปพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า
“ตอนแรกครั้งนี้คิดว่าจะสามารถฆ่าฟางผิงได้ ฉันถึงได้ลงมือ! แต่ฟางผิงไม่ตาย…”
พูดถึงตรงนี้จ้าวซิ่งอู่ก็ประกายสายตาเยียบเย็น มองไปทางผู้ฝึกยุทธ์สวมหน้ากากและสองคนที่เหลือ
“ล้วนเป็นเพราะคนไร้ประโยชน์อย่างพวกนาย! หลี่ฉางเชิงและอู่ขุยซานออกมาจากถ้ำใต้ดินในสามนาที! ก่อนหน้านี้เจ้าลัทธิใหญ่มั่นใจแล้วว่ามีแค่หลินหลงที่เป็นผู้ทรยศ ผลลัพธ์ล่ะ? จาลี่ข่าหลัวกลับแปรพักตร์โจมตีฆ่าวัลนา! พวกนายบอกว่าจางเทาไม่สามารถแบ่งร่างแยกพลังจิตใจได้อีกแล้ว เขากลับแบ่งได้! พวกนายบอกว่าเมืองเจิ้นซิงไม่อาจมอบร่างแยกพลังจิตใจให้ฟางผิง ราชาสงครามกลับมอบให้แล้ว! เจ้าลัทธิใหญ่คิดว่าฉันรังแกได้ง่าย จงใจจะหลอกฆ่าฉันหรือไง? ตอนนี้นอกจากฉันไม่ได้อะไรสักอย่าง ยังถูกเปิดโปงฐานะอย่างหมดจด นึกไม่ถึงว่าจะหนีมาเขตหวงห้ามแล้ว… พวกนายเป็นแค่ตัวตลก ทำชั่วก็กล้ามามองพินิจฉัน เสือตกที่ราบถูกสุนัขรังแก [1] งั้นสินะ?”
ผู้ฝึกยุทธ์สวมหน้ากากยังไม่ทันอ้าปาก สองคนที่อยู่ตรงข้าม คนหนึ่งในนั้นสวมชุดเรียบง่ายคล้ายกับผ้าไหม ผมยาวถึงไหล่ ใบหน้ากลับเผยรอยยิ้มอยู่ตลอด ตอนนี้ยกถ้วยชาขึ้นมาอย่างเนิบช้า จิบไปหนึ่งคำก่อนจะเอ่ยอย่างนุ่มนวลว่า
“ประมุขจ้าวใจเย็นๆ ก่อน”
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่คล้ายยังอายุน้อยคนนี้เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“ครั้งนี้แผนการผิดพลาดไปหน่อย ใครก็นึกไม่ถึงว่าจะเป็นแบบนี้ ในเมื่อประมุขจ้าวมาเมืองเทียนจื่อแล้ว…”
เขายังไม่ทันพูดจบ จ้าวซิ่งอูก็แค่นหัวเราะว่า
“ทำไม? จะควบคุมฉันแล้ว? คิดว่าฉันมาที่นี่ก็ต้องก้มหัวให้พวกนาย? น่าขำ!”
จ้าวซิ่งอู่เอ่ยอย่างครุ่นคิด
“ฉันเข้าสูลัทธินอกรีตนั่นเป็นเรื่องจริง แต่เข้าสูลัทธินอกรีตไม่ได้หมายความว่าจะเป็นพวกเดียวกับถ้ำใต้ดิน! เดรัจฉานอย่างพวกนายก็คิดจะให้ฉันเป็นสุนัขรับใช้? ฉันอยู่ขั้นนี้แล้วบางเรื่องก็พูดออกมาตรงๆ เถอะ เป็นสุนัขรับใช้ งั้นฉันยินดีจะเป็นสุนัขรับใช้ให้จางเทาและหลี่เจิ้นมากกว่าพวกนาย ยังคุณสมบัติไม่พอ! ฉันเข้าสูลัทธินอกรีตก็เพื่อพัฒนาเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์ไปอีกขั้น ไม่ใช่เพื่อเป็นสุนัขรับใช้ให้เจ้าลัทธิใหญ่! ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกนาย!”
“ครั้งนี้ฉันตกที่นั่งลำบาก หากไม่ฆ่าฉันตอนนี้ งั้นก็… พวกนายหาวิธีส่งฉันเข้าไปในเขตแดนข้างนอก ให้ฉันหลบอยู่ในพื้นที่ระหว่างเขตแดนอยู่สักระยะ… ฉันไม่กล้ารับประกันว่าในอนาคจะมีการล้างแค้นหรือเปล่า แต่ฉันสามารถรับประกันได้ว่าเมื่อสงครามใหญ่เกิดขึ้น ถ้ามีโอกาสฉันเข้าสู่ขั้นสุดยอด จะปล่อยเหนือราชาคนหนึ่งไปไม่ฆ่าอีกฝ่าย! ไม่เข้าขั้นสุดยอดก็จะปล่อยขั้นเก้าไป นับว่าเป็นน้ำใจในวันนี้…”
ชายหนุ่มรูปงามหัวเราะว่า
“ประมุขจ้าวจำเป็นต้องทำแบบนี้ด้วยหรือไง คำพูดของเจ้าไม่ใช่บีบให้พวกเราฆ่าเจ้าหรอกหรือ? ถึงเวลานี้แล้วหรือประมุขจ้าวคิดว่าตัวเองยังสามารถกลับไปดินแดนแห่งการเกิดใหม่ได้?”
“ทำไมจะไม่ได้?”
จ้าวซิ่งอู่เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง
“ฉันไม่ได้ฆ่าฟางผิงและข่งหลิงหยวน ฆ่าฟางผิง… นั่นก็เพื่อทำให้ตัวเองเข้าสู่ขั้นสุดยอด ได้รับพลังที่มากขึ้น! ฉันไม่ได้ทรยศความตั้งใจของมนุษยชาติ สิ่งที่ฉันทำทั้งหมดก็เพื่อมนุษยชาติ! เจ้าลัทธิใหญ่และพวกนายมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นต่อกัน ฉันรู้มาโดยตลอด ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นการร่วมมืออย่างง่ายๆ เท่านั้น สงครามใหญ่มาถึงแล้ว เจ้าลัทธิใหญ่จะยืนอยู่ข้างมนุษยชาติ… ตอนนี้บางทีฉันอาจจะประเมินเขาสูงไป! ลัทธินอกรีต… เป็นลัทธินอกรีตอย่างแท้จริงแล้ว น่าขำในอดีตเจ้าลัทธิใหญ่ตีสนิทฉัน สาบานอย่างน่าเชื่อถือว่าการคงอยู่ของลัทธินอกรีตก็เพื่อมนุษยชาติ”
ผู้ฝึกยุทธ์สวมหน้ากากเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
“ผู้อาวุโสใหญ่เข้าใจผิดแล้ว เจ้าลัทธิใหญ่ต่อสู้เพื่อมนุษยชาติจริงๆ ต่อสู้เพื่อการคงอยู่ของมนุษยชาติจริงๆ! ร่วมมือกับราชสำนักพืชปีศาจก็เพราะลดทอนสงคราม ลดทอนการบาดเจ็บล้มตายลง พวกจางเทาเอาแต่คิดเห็นแก่ตัวมาโดยตลอด ถึงได้ระเบิดสงครามของทั้งสองโลก ถ้าให้เหนือราชาราชสำนักพืชปีศาจเข้าสู่โลกพวกเรา อาจจะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้ จางเทากล่อมเกลาจิตใจผู้คน ราชสำนักพืชปีศาจเข้าสู่เขตแดนจะสังหารทุกคน นี่ถึงเป็นเรื่องน่าขำที่สุด! มนุษยชาติอ่อนแอ สู้ราชสำนักในเขตหวงห้ามไม่ได้ นี่เป็นเรื่องจริง ฝีมือสู้คนอื่นไม่ได้ยังเฝ้าภูเขาสมบัติด้วยมือเปล่า ไม่ยินดีจะส่งออกมา นี่ถึงเป็นต้นเหตุภัยพิบัติของมนุษยชาติ! ผู้อาวุโสใหญ่ก็เป็นยอดฝีมือในเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์ น่าจะเข้าใจหลักการนี้ดี”
จ้าวซิ่งอู่แค่นหัวเราะ เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า
“ไม่จำเป็นต้องมาไม้นี้กับฉัน ในเมื่อมาเขตหวงห้ามแล้วฉันยังคงอยากจะมีชีวิตรอด ในเมื่อพวกนายพาฉันมาที่นี่ คาดว่าคงจะช่วยได้เหมือนกัน พวกเรามาพูดกันตรงไปตรงมา ส่วนเจ้าลัทธิใหญ่ทรยศมนุษยชาติจริงๆ หรือว่ามีปณิธานที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน! ฉันอยากมีชีวิตรอด พวกนายช่วยเหลือได้ งั้นพวกเราคุยกันได้ก็คุย ตกลงกันไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ชั่วพริบตาที่ฉันลงมือกับฟางผิง ฉันก็เตรียมตัวที่จะตายมาแล้ว ใช้ชีวิตมากว่าร้อยปีฉันไม่กลัวความตายเหมือนกัน แค่ไม่ยินยอมเท่านั้น บางที… ยังต้องให้พวกนายเดินไปพร้อมกับฉันด้วย!”
สิ้นเสียง จ้าวซิ่งอู่ก็ลงมืออย่างกะทันหัน เกิดเสียงดังเปรี้ยงปร้าง ห้องโถงระเบิดออก!
สามคนที่อยู่ตรงข้ามกลับเผยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน ชายหนุ่มรูปงามปล่อยให้จ้าวซิ่งอู่บีบคอตัวเองไป พลันคลี่ยิ้มว่า
“ประมุขจ้าวพวกเราไม่ได้มีเจตนาร้าย หากอยากจะฆ่าประมุขจ้าวจริงๆ เวลานั้นขอแค่ถ่วงเวลาหน่อย ประมุขจ้าวก็คงถูกหลี่เจิ้นฆ่าแล้ว นั่งลงคุยกันก่อนเถอะ ถ้าประมุขจ้าวไม่วางใจจะคุยกันแบบนี้ก็ได้เหมือนกัน”
จู่ๆ จ้าวซิ่งอู่ก็ถอนหายใจ หัวเราะเย้ยหยันตัวเอง ปล่อยชายหนุ่มออกไป เงยหน้ามองฟ้าเอ่ยเสียงเบาว่า
“ช่างเถอะ งั้นก็มาคุยกันดีๆ! ในเมื่อเหนือราชามาแล้วไม่ปรากฏตัวให้เห็น หรือกระทั่งพบเหนือราชา ฉันก็ยังมีคุณสมบัติไม่พอ?”
“ประมุขจ้าวคิดมากไปแล้ว ข้าแค่กังวลว่าจะกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจผิดได้”
ในอากาศมีเสียงหัวเราะดังขึ้น ไม่นานก็มีร่างหนึ่งปรากฏกาย ห้องโถงที่แตกละเอียดฟื้นฟูสู่สภาพเดิมในชั่วพริบตา พวกจ้าวซิ่งอู่ไม่แปลกใจเหมือนกัน จ้าวซิ่งอู่กระทั่งอยากหัวเราะอยู่บ้างแค่ไม่พูดอะไรออกมา ทำให้ห้องโถงคืนสู่สภาพเดิมแทบไม่ต่างกับเวลานั้นที่พวกหลี่เจิ้นฟื้นฟูเก้าอี้ที่แตกหักขึ้นมา ไม่ควรค่าให้ตื่นตกใจด้วยซ้ำ
[1] เสือตกที่ราบถูกสุนัขรังแก อุปมาถึงคนที่สูญเสียอำนาจ