ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 670 ออกจากถ้ำใต้ดิน (1)
ในตอนที่ฟางผิงเอ่ยถึงเรื่องหนี้ขึ้นมา สนามรบก็ตกสู่ความเงียบสามวินาที
ครู่ต่อมาอูชวนก็ตะโกนเสียงดัง “ชนะแล้ว!”
“ชนะแล้ว!”
“สงครามถ้ำใต้ดินต้องห้ามมีชัยชนะแล้ว ยินดีกับประเทศจีน ดีใจกับมนุษยชาติ!”
“ผู้อำนวยการหนานทะลวงระดับสูง ยินดีกับผู้อำนวยการหนาน!”
“ยินดีกับผู้อำนวยการหนาน!”
เสียงร้องเฮดังลั่น พากันดีอกดีใจ ทำลายความเงียบที่ฟางผิงสร้างขึ้นก่อนหน้านี้ไปทั้งหมด
หนี้อะไรกัน? ช่วงเวลาเฉลิมฉลองชัยชนะ ใช้เวลาพูดเรื่องพวกนี้หรือไง? เวลานี้ใช่เวลาอารมณ์เสียหรือไง? ต้องดีใจต่างหาก!
ดังนั้นปรมาจารย์หลายสิบคนจึงพากันยิ้มเบิกบาน กอดคอโอบไหล่ร้องเฮขึ้นมาเสียงดังอึกทึกกึกก้องไปทั่ว ถือโอกาสเคลื่อนพลไปยังทิศทางของเมืองอู่อันด้วย ควรเก็บกวาดสนามรบได้แล้ว! มีเวลามาฟังคำพูดไร้สาระของฟางผิงที่ไหนกัน!
ข้างหลังนั้นฟางผิงมุมปากยกยิ้มขึ้น ด้านข้างนั้นหลี่หานซงส่ายหัว เอ่ยอึกอักว่า “ฟางผิง พวกเขาเหมือนคิดจะเบี้ยวหนี้นาย!”
ฟางผิงหัวเราะอย่างดูแคลน “ไม่เป็นไร นายคิดว่าพวกเขาเบี้ยวหนี้ได้หรือไง?”
หลี่หานซงคิดอยู่ค่อนวันก่อนจะส่ายหัว โอกาสมีไม่มาก! ของที่ฟางผิงให้ยืมออกไปเบี้ยวได้ง่ายๆ ที่ไหนกัน ตาเฒ่ายายเฒ่าพวกนี้รอเข้าแถวเซ็นสัญญาหนี้ซะเถอะ ไม่รู้ว่าสิ้นสงครามที่คนพวกนี้ได้หลังจากนี้ จะติดลบกันหมดหรือเปล่า?
หลี่หานซงคิดว่าคนพวกนี้คงไม่อาจเบี้ยวหนี้ได้
ด้านข้างหวังจินหยางกลับเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ระวังไว้หน่อยเถอะ ลูกหนี้เยอะเกินไป ชดใช้ไม่ไหว เวลานี้กำจัดเจ้าหนี้จะสะดวกที่สุดแล้ว!”
ฟางผิงหัวเราะว่า “จะพูดแบบนี้ไม่ได้ เจ้าหนี้ไม่เก็บหนี้ จะมีเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกัน? รอถึงเวลาที่เจ้าหนี้เก็บหนี้ นั่นต้องใช้กำลังเร่งรัดบังคับจ่ายหนี้ เวลานั้นยังต้องสนใจเรื่องพวกนี้หรือไง?”
ทุกคนต่างสีหน้าชะงักไป นายเอาเรื่องจริงๆ! สรุปแล้วนายวางแผนจะรอให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นแล้วค่อยใช้กำลังไล่ทวงหนี้ทีละคน? งั้นหนานอวิ่นเยวี่ยละ? ไม่ว่าจะพูดยังไงเธอก็เป็นถึงขั้นสุดยอด นายมั่นใจว่านายทำได้จริงๆ?
ฟางผิงไม่ใส่ใจ รอดูก็รู้เอง เป็นเรื่องเร็วๆ นี้แหละ
ฟางผิงไม่คุยเรื่องพวกนี้ต่อแล้ว มองไปทางหลี่หานซงก่อนจะถอนหายใจ เจ้าหมอนี่เอาแต่ส่ายหัวอยู่ตลอด หรือว่าถูกพวกเหล่าหวังใช้ทุบจนสมองเกิดความกระทบกระเทือนแล้ว? เขาละยอมจริงๆ นายจะใช้หัวพุ่งชนทุกครั้งเพื่ออะไร?
ไม่สนใจเขาอีก ฟางผิงมองกระดานข้างหน้าของตัวเอง ถอนหายใจเบาๆ แม้จะไม่ได้ล้มละลาย แต่ครั้งนี้สิ้นเปลืองไปอย่างมหาศาลเช่นกัน
ทรัพย์สิน: 160,000,000 จุด (เปลี่ยนแปลง)
ปราณ: 12,000 แคล (21,280 แคล)
จิตใจ: 1,200 เฮิรตซ์ (2,322 เฮิรตซ์)
พลังทำลายล้าง: 2? (2)
หลอมกระดูก: 177 ชิ้น (100%), 29 ชิ้น (90%)
ช่องเก็บของ: 1,000 ตารางลูกบาศก์เมตร (+)
ม่านพลังงาน: หนึ่งจุดต่อนาที (+)
เลียนแบบกลิ่นอาย: สิบจุดต่อนาที (+)
ก่อนจะเข้ามา ค่าทรัพย์สินอยู่ที่สามร้อยหกสิบล้านจุด! สิ้นเปลืองค่าทรัพย์สินทั้งหมดสองร้อยล้านจุด!
แค่หนานอวิ่นเยวี่ยคนเดียวก็เสียไปหนึ่งร้อยล้านแล้ว ตาเฒ่าหลี่ก็เป็นปีศาจดูดเงินคนหนึ่งเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ใช้พลังชีวิตแทบหมดเกลี้ยง เพื่อทดแทนการไหลเวียนพลังชีวิตของตาเฒ่าหลี่เสียค่าทรัพย์สินไปเกือบยี่สิบล้านจุดแล้ว ที่เหลือถึงจะใช้ไปกับพวกปรมาจารย์พวกนั้น ขั้นเก้าสิบกว่าคน ขั้นเจ็ดขั้นแปดนับร้อยคน เสียค่าทรัพย์สินไปประมาณแปดสิบล้านจุด
เทียบกันแล้วหนานอวิ่นเยวี่ยก็เป็นปีศาจดูดเงินเหมือนกัน การเดินทางในพื้นที่ระหว่างเขตแดน ค่าทรัพย์สินที่ได้รับมาแทบจะหักลบกันไปหมด
ในตอนที่ฟางผิงครุ่นคิดเรื่องพวกนี้ ทิศทางของเขาต้านสมุทรก็มีเสียงของจางเทากระจายออกมาว่า “เก็บกวาดสนามรบ ถอยทัพออกทั้งหมด!”
ถ้ำใต้ดินต้องห้ามจะถูกปิดล้อมแล้ว ตอนนี้ราชาไหว ราชาเฟิง ราชาตี้ขุย ราชาหู เหนือราชาสี่คนล้วนไล่ตามมาทางนี้แล้ว เตรียมที่จะเก็บสายแร่ไป จางเทาให้ยอดฝีมือมนุษย์ถอนทัพออกไป เพราะกังวลว่าเจ้าพวกนี้จะตีกระต่ายระหว่างตัดหญ้า ถือโอกาสกำจัดยอดฝีมือของประเทศจีนไปด้วย หากถูกกำจัดจริงๆ คนตายไปแล้วแม้จะระเบิดสงครามขั้นสุดยอดขึ้น นั่นก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี
เวลานี้จางเทา เฉินกูหยาง หนานอวิ่นเยวี่ย สามคนนี้เฝ้าระวังที่ปากทางเดินเช่นกัน ไม่ให้เหนือราชาพวกนี้เข้ามาได้ ราชาไหวที่อยู่ตรงข้ามเผยแววตาวับวาว เขายังมีความคิดแบบนี้อยู่ในหัวจริงๆ เข้าไปแล้วก็ถือโอกาสกำจัดฟางผิง น่าเสียดายเหนือราชาดินแดนแห่งการเกิดใหม่ป้องกันอย่างหนาแน่นจริงๆ
ราชาไหวใช้พลังจิตใจครอบคลุมเขตแดนสิบแปดทางใต้อีกครั้ง เงื่อนไขก่อนหน้านี้จางเทาไม่ได้รับปาก ตอนนี้จู่ๆ ราชาไหวก็เอ่ยว่า “ราชานักรบ สายแร่สิบสองแห่งอันที่จริงข้าจะไม่เก็บไว้ก็ได้!”
จางเทาม่านตาหดเกร็งอีกครั้ง ราชาไหวเอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “สายแร่สิบสองแห่งข้าจะเหลือไว้ให้ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ เหลือแค่ฟางผิงไว้เท่านั้น! ทั้งสามคนลองพิจารณาดูเถอะ สายแร่สิบสองแห่งเพียงพอให้พวกเจ้าบ่มเพาะผู้ฝึกยุทธ์หลายล้านคนแล้ว!”
จางเทาหัวเราะว่า “นายตัดสินใจเองไม่ได้ สายแร่พวกนี้ไม่ใช่ของนาย!”
สายแร่เขตแดนข้างนอกไม่ใช่ของราชาไหว สายแร่พวกนั้นอันที่จริงล้วนมีเจ้าของอยู่ แน่นอนว่าราชาไหวเป็นเจ้าของอยู่สองสามแห่ง ปัญหาไม่ได้มากมายอะไร
ด้านข้างนั้นราชาเฟิงเอ่ยด้วยเสียงเยียบเย็น “ตำหนักเหนือราชาต้องรับปากอยู่แล้ว! ราชานักรบ แค่ขั้นแม่ทัพคนเดียวเท่านั้น แม้จะเป็นเหนือราชากลับมาเกิดแล้วยังไง? ข้าชิงชังที่เขาฆ่าลูกชายของข้า ใช้เขตแดนหนึ่งแห่งแลกเปลี่ยนกับชีวิตของเขา เจ้ายังไม่ยินดีอีก?”
ราชาไหวก็เอ่ยหยอกเช่นกัน “สายแร่สิบสองแห่ง อีกอย่างข้ารับปากว่าดินแดนแห่งการเกิดใหม่ของเจ้าอพยพคนเข้ามาในเขตแดนสิบแปดทางใต้ ภายในสามปีจะไม่มีคนในเขตหวงห้ามเข้ามา จุดนี้ข้ายังสามารถทำได้จริงๆ ราชานักรบ เงื่อนไขนี้เพียงพอแล้วหรือยัง?”
จางเทาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่พอ”
พวกเหนือราชาต่างหน้าเปลี่ยนสี ราชาไหวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ดูท่าราชานักรบจะให้ความสำคัญกับเขาจริงๆ! ช่างเถอะ ถ่ายทอดคำสั่งไปเขตแดนข้างนอกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใครที่สังหารฟางผิงได้ ประทานรางวัลอาวุธวิเศษขั้นเก้าหนึ่งชิ้น แหล่งแร่หนึ่งแห่ง น้ำพุแห่งชีวิตพันจิน เคล็ดวิชาของเหนือราชาหนึ่งบท… ราชานักรบ คำสั่งนี้มีผลกับดินแดนแห่งการเกิดใหม่เหมือนกัน! นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขตแดนข้างนอกทั้งหมดจะได้รับข่าว รวมถึงผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ของเจ้าก็จะได้รับข่าวนี้เช่นกัน ข้ารับรองว่าฆ่าฟางผิงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใครล้วนสามารถมารับรางวัลพวกนี้อย่างปลอดภัยได้!”
จางเทาเผยท่าทีเยือกเย็นไม่ปริปาก หนานอวิ่นเยวี่ยแค่นเสียงว่า “นายคิดว่ามนุษย์อย่างพวกเราเทียบได้กับพวกนายหรือไง!”
“ฮ่าๆๆ!”
ราชาไหวไม่ใส่ใจหัวเราะเสียงดัง เอ่ยอย่างเบิกบานว่า “งั้นข้าก็จะตั้งตารอดู!”
โจมตีฆ่าฟางผิง มอบรางวัลมูลค่าสูงลิ่ว ต่ำกว่าเหนือราชาลงไปจะมีใครไม่หวั่นไหวบ้าง ยอดฝีมือถ้ำใต้ดินจิตใจสั่นคลอน ยอดฝีมือมนุษย์… จะไม่มีใครใจสั่นคลอนเลยหรือไง?
ราชาไหวหัวเราะเบาๆ เอ่ยต่อว่า “รวมถึงเรื่องที่จะปกป้องคนของดินแดนแห่งการเกิดใหม่ก่อนหน้านี้ ข้าจะถ่ายทอดไปทุกเขตแดน แจ้งให้เหนือราชาของดินแดนแห่งการเกิดใหม่ทุกคนทราบ ตั้งตารอคอยให้ถึงวันนั้นจริงๆ เหนือราชาของดินแดนแห่งการเกิดใหม่ส่งหัวฟางผิงเข้ามาให้ที!”
“ประสาท”
จางเทาเผยสีหน้าเมินเฉย กลับไม่คิดว่าจู่ๆ ราชาเฟิงจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “แจ้งให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์พระพุทธเจ้า อาณาจักรหมื่นหอคอยพวกนี้ให้รู้ทั่วกันด้วย ข้าคิดว่าบางทีอาจจะเกิดเรื่องน่ายินดีที่ไม่คาดคิดก็ได้!”
ทั้งสองคนผลัดกันพูดรับส่งออกรสออกชาติ ไม่คิดสนใจอะไร ต่อให้ฟางผิงสำคัญแค่ไหนก็เป็นแค่ขั้นเจ็ดคนหนึ่ง โยนเงื่อนไขพวกนี้ออกไป บางทีอาจจะเห็นละครฉากเด็ดจริงๆ ก็ได้ แม้ว่าราชานักรบจะแข็งแกร่ง แต่ราชานักรบไม่ใช่ผู้นำเพียงคนเดียวของดินแดนแห่งการเกิดใหม่ ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ผู้นำที่แท้จริงคือราชาสยบฟ้า!
ไม่ใช่แค่ราชาสยบฟ้า หกแดนศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนแห่งการเกิดใหม่ คนที่แข็งแกร่งกว่าราชานักรบไม่ได้มีแค่ราชาสยบฟ้าคนเดียว แดนเทพปกรณัม แดนศักดิ์สิทธิ์พระพุทธเจ้า อาณาจักรหมื่นหอคอย ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สามแห่งนี้ ผู้นำมหาเทพ พระพุทธเจ้าองค์ปฐม พระเจ้าฟาโรห์… สามคนนี้น่าจะแข็งแกร่งกว่าราชานักรบอยู่บ้าง กระทั่งราชาสยบฟ้าอาจจะเอาไปพิจารณาก็ได้
จางเทาไม่นิ่งเงียบอีกแล้ว หัวเราะเบาๆ ว่า “จำเป็นต้องร้อนใจด้วยหรือไง พวกนายให้เวลาฉันครุ่นคิดหน่อย บางที… ฉันอาจจะเห็นด้วยก็ได้”
ด้านข้างนั้นหนานอวิ่นเยวี่ยและเฉินกูหยางมองเขาแวบหนึ่ง จางเทากลับไม่พูดอะไร อยากได้ฟางผิงอย่างนั้นสินะ? ได้สิ! เด็กเวรนี่ฝึกวิชาเร็วจะตายไป ตั้งตารอให้เจ้านี่ถึงขั้นสุดยอดจริงๆ เก็บงำกลิ่นอายแล้วฉันจะเอาไปโยงให้พวกนาย ถึงเวลานั้นดูสิว่าพวกนายยังต้องการหรือเปล่า!
โยงขั้นสุดยอดคนหนึ่งเข้ารังพวกนาย จางเทาตั้งตารอคอยอยู่บ้างจริงๆ น่าเสียดาย น่าเสียดายที่ฟางผิงไม่ใช่ขั้นสุดยอด ไม่งั้นตอนนี้จางเทาคงรับปากไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องปกป้องอะไร มอบอาวุธวิเศษให้หลายร้อยชิ้น รวมถึงสายแร่อะไรพวกนั้น จะส่งให้พวกนายฟรีๆ เลย!
แม้จะคิดแบบนี้ ในใจของจางเทากลับวางแผนคร่าวๆ แล้ว ฟางผิงเจ้าเด็กนี้ช่วงนี้จะเข้าถ้ำใต้ดินไม่ได้ ไปต่างประเทศก็ไม่ได้เหมือนกัน ไม่งั้นอาจจะมีขั้นสุดยอดใจสั่นคลอนจริงๆ ใช้ชีวิตของขั้นเจ็ดคนหนึ่งแลกเปลี่ยนกับรางวัลพวกนี้ ในสายตาของใครหลายคนเป็นเรื่องคุ้มค่า
ไม่ครุ่นคิดเรื่องพวกนี้อีก จางเทาใช้พลังจิตใจสำรวจอีกครั้ง ตอนนี้เมืองอู่อันเริ่มทยอยถอนทัพออกไปแล้ว เมืองอู่อันทุกคนเริ่มเก็บกวาดสงครามก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะพืชปีศาจที่หนานอวิ่นเยวี่ยฆ่าต้นนั้น ถูกพวกยอดฝีมือขั้นเก้าเคลื่อนย้ายกลับมาแล้ว ยอดฝีมือขั้นเก้าหลายคนแทบจะอิจฉาตาร้อน
ด้านข้างนั้นฟางผิงกวาดตามองรอบๆ พยักหน้าเบาๆ ว่า “เหมือนจะไม่เลว นับว่ารักษาสภาพได้สมบูรณ์ อืม เอากลับไปน่าจะสามารถสร้างอาวุธวิเศษขั้นเก้าได้หนึ่งชิ้น น้ำแร่ชีวิตยังมีอยู่… แต่เหมือนจะไม่ได้เยอะเท่าไหร่”
สิ้นเสียง ฟางผิงก็เริ่มเก็บน้ำแร่ชีวิตใส่ในขวดคริสตัลขนาดใหญ่ ทุกคนแทบจะตาลุกวาว!
อูชวนอดเอ่ยไม่ได้ “นั่นของหนานอวิ่นเยวี่ย!”
“ผมรู้” ฟางผิงหัวเราะว่า “ผมเก็บไว้ให้ผู้อำนวยการหนาน ป้องกันไม่ให้กระจัดกระจาย”
ฟางผิงไม่สนใจพวกเขาเหมือนกัน เก็บไว้ก่อนค่อยว่ากัน ถึงเวลานั้นก็ใช้จ่ายแทนดอกเบี้ยของหนานอวิ่นเยวี่ย เก็บน้ำแร่ชีวิตแล้วฟางผิงก็หันไปเรียกตาเฒ่าหลี่ “อาจารย์หลี่ พืชปีศาจคุณแบกไป พวกเราต้องช่วยผู้อำนวยการหนานเก็บไว้ให้ดีๆ!”
ตาเฒ่าหลี่เผยรอยยิ้ม เดินหัวเราะเข้าไปแย่งพืชปีศาจที่หักเป็นสองท่อนมาจากมือขั้นเก้าพวกนั้น เจ้านี่เป็นของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้แล้ว