ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 669-2 มีสงครามที่ไหนแปลกแหมือนห้องฉันบ้าง (2)
- Home
- ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน
- ตอนที่ 669-2 มีสงครามที่ไหนแปลกแหมือนห้องฉันบ้าง (2)
ในเวลาเดียวกัน เขตแดนสิบแปดทางใต้ ยอดฝีมือทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนมือไม้อ่อนแรงอยู่บ้าง
สงครามนี้… สู้กันจนแทบอับจนหนทางแล้ว จากสงครามหนึ่งเขตแดน สู้กันจนเป็นสงครามล้อมฆ่า จากสงครามล้อมฆ่า กลายเป็นสงครามของขั้นสุดยอด
ทิศทางเขาต้านสมุทรเสียงระเบิดดังลั่นสะท้านฟ้านั้น ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างเป็นกังวลอยู่บ้าง หากระเบิดสงครามขั้นสุดยอด นั่นก็ไม่ใช่แค่ปัญหาของสงครามหนึ่งเขตแดนอีกแล้ว ทุกคนที่อยู่ตรงนี้อาจจะตายทั้งหมด
ทั้งฟางผิงน่าจะเดาความคิดของเหล่าจางได้เหมือนกัน เวลานี้ฉวยโอกาสที่สองฝ่ายต่างอ่อนกำลังลง ฟางผิงเริ่มลอบทำอะไรบางอย่างขึ้นมาแล้ว
ไม่ใช่อะไร เอาแต่ขยิบตาไปทางตาเฒ่าหลี่เท่านั้น
เข้ามาสิ! คุณแทบจะพิการอยู่แล้วยังจะสู้อีก!
ตอนนี้ตาเฒ่าหลี่ดูเหมือนคนอายุหลายร้อยปีไปแล้ว อ่อนแรงไร้ชีวิตชีวา ยังจะประมือเอาเป็นเอาตายกับขั้นแปดคนหนึ่งอีก
การต่อสู้ขั้นเจ็ดขั้นแปดมนุษยชาติยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบ ตาเฒ่าหลี่ไม่เข้าร่วมสงครามก็มีคนสกัดให้เช่นกัน
ตาเฒ่าหลี่น่าจะเห็นแล้ว ไม่ก็อาจจะรับรู้ได้ ไม่นานก็ถอนตัวจากสงคราม พุ่งเข้ามายังวงล้อมข้างใน
พอมาถึงฟางผิงแล้ว ตาเฒ่าหลี่ก็เอ่ยอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า
“ฉันคุ้มกันเธอไม่ได้แล้ว!”
คุ้มกันไม่ไหวแล้วจริงๆ! จะก่อเรื่องเก่งเกินไปแล้ว!
เพราะฟางผิง สงครามที่ตกลงกันแล้วว่าจะไม่มีขั้นสุดยอดสอดมือยุ่ง ผลปรากฏว่ากลับระเบิดการต่อสู้ขั้นสุดยอดถึงห้าคน น่ากลัวเกินไปแล้ว!
“ฉันเพิ่งจะขั้นแปดเท่านั้น แม้จะสามารถฆ่าขั้นเก้าได้ ทั้งฆ่าไปหนึ่งคนแล้ว นั่นก็ต้องอาศัยจังหวะโอกาสประจวบเหมาะเช่นกัน ตอนนี้เธอส่วงเกินขั้นสุดยอดเป็นกองใหญ่ ทุกคนล้วนอยากจะฆ่าเธอ หลังจากนี้ยังจะคุ้มกันเธอได้อย่างไงอีก?”
ฟางผิงไม่พูดมากเช่นกัน ถ่ายทอดสสารไม่แตกดับก้อนใหญ่เข้าไปในร่างเขาก่อน แล้วก่อนเล่า
เห็นตาเฒ่าหลี่เริ่มมีกำลังวังชาขึ้นมาแล้ว เวลานี้ค่อยเอ่ยอย่างจนใจ
“ผมก็ไม่ได้อยากเหมือนกัน! คุณไม่ใช่หรือไงที่ก่อเรื่องอยู่ดีๆ ล่อขั้นเก้าถึงขั้นหกมาไล่ฆ่าตัวเอง! ไมงั้นผมคงไม่คิดจะมาที่นี่หรอก ผมไม่มาพวกเขาจะคิดฆ่าผมได้ยังไง? จริงๆ เลย อายุปูนนี้แล้วจะก่อเรื่องให้ได้…”
“ไอ้เวร!”
ตาเฒ่าหลี่แทบจะโมโหจนกระอักเลือด
“ฉันจะไปล่อขั้นเก้าขั้นหกทำไม เธอไม่รู้เรื่องจริงๆ หรือไง?”
ฟางผิงไม่ได้สนใจเขาอีก มองไปทางยอดฝีมือที่อยู่ข้างนอกวงล้อมแทน
“ทุกคนไม่จำเป็นต้องกลัวสสารไม่แตกดับหมด ฆ่าพวกเขาแล้วผมจะชดเชยกลับมาให้ทุกคน! ผู้อาวุโสให้ผมมาเยอะ ทุกคนไม่จำเป็นต้องประหยัดใช้!”
พวกอูชวนกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ตะโกนว่า
“ฆ่า! ฆ่าเดรัจฉานพวกนี้ให้หมด ฉลองชัยชนะ!”
ประเทศจีนยังมีขั้นเก้าอีกสิบแปดคนอยู่ที่นี่! ไม่มีใครตายสักคน!
รวมกับตาเฒ่าหลี่ที่เข้าร่วมสงครามอีกครั้งก็นับเป็นสิบเก้าคน พวกกัวเซิ่งสยงสามคนก็นับเป็นอีกหนึ่ง ทั้งหมดทั้งมวลเป็นยี่สิบเก้าคน
ฝั่งตรงข้ามมีแค่ยี่สิบสามคนเท่านั้น ประเด็นอยู่ที่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดขั้นแปดมนุษย์เป็นฝ่ายได้เปรียบขึ้นเรื่อยๆ แล้ว เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ช้าก็เร็วต้องสามารถฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดขั้นแปดพวกนี้จนเกลี้ยงได้แน่ ล้อมฆ่าขั้นเก้าพวกนี้ต่อ
ส่วนกองหนุนจากเขตแดนข้างนอกยังอยู่ห่างไกลจากที่นี่ แม้จะเข้าทางเดินมาแล้ว ก็ไม่ได้ตามมาทันภายในหนึ่งชั่วโมงสองชั่วโมง
พวกเขาระเบิดพลังต่อสู้ ฟางผิงกลับพยายามทำหน้าที่เป็นแม่นม ตรงไหนสถานการณ์ตึงเครียด ก็ตะโกนออกมาให้ถอยทัพมาให้ช่วยเติมพลัง
ฝั่งของถ้ำใต้ดิน น้ำแร่ชีวิตของพืชปีศาจหลายตนก่อนหน้านี้แทบจะสิ้นเปลืองจนหมดแล้ว ตอนนี้ไม่มีน้ำแร่ชีวิตคอยทดแทน อีกฝ่ายหนึ่งยิ่งสู้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ อีกฝ่ายยิ่งสู้ก็ยิ่งอ่อนแอลง
ไม่ถึงสิบนาที ฟางผิงก็ค้นพบว่าการจัดอันดับยังคงน่าเชื่อถือ
จางเวยอวี่ตะโกนเสียงดัง ลำแสงที่พาดผ่านฟ้าดินสายหนึ่งผุดขึ้นมา หอกยาวแทงทะลุหัวของยอดฝีมือขั้นเก้าคนหนึ่ง ขั้นเก้าที่ถูกฆ่าอย่างแท้จริงปรากฏขึ้นแล้ว นี่เป็นคนแรก!
ก่อนหน้านี้ล้วนเป็นเหตุไม่คาดฝัน ร่างแยกของเหล่าจาง เคล็ดวิชาตัวอักษร ‘สยบ’ ของราชาสยบฟ้า การทะลวงด่านของหนานอวิ่นเยวี่ย… อันที่จริงสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ไม่คาดฝัน
ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงตอนนี้เป็นเวลาประมาณสิบสองชั่วโมงแล้ว เพิ่งจะปรากฏการตายขั้นเก้าคนแรก ขั้นเก้าของอีกฝ่ายลดลงไปหนึ่งคน นั่นก็ยิ่งอ่อนแอลงแล้ว
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดขั้นแปดแทบจะถูกฆ่าจนหมดเกลี้ยง ในนั้นพวกหลี่หานซงที่อยู่ขั้นเจ็ดแสดงฝีมืออย่างโดดเด่นเช่นกัน
ฟางผิงมองหลี่หานซงจนปวดใจอยู่บ้าง เขาแทบจะถูกพวกเหล่าหวังใช้แทนอิฐแล้ว!
ฟางผิงเห็นกับตาตัวเองว่า เหยาเฉิงจวินใช้พลังจิตใจควบคุมหลี่หานซง เพื่อทุบขั้นเจ็ดหลายคนในวงล้อมการต่อสู้! ทุบจริงๆ! จะทุบก็ทุบไป
ทุบแล้วทั้งสองคนยังไม่เลิกรา ร่วมมือกันโจมตีระเบิดกระบวนท่าใหญ่อย่างสุดกำลัง ไม่สนใจว่าหลี่หานซงจะอยู่ภายในหรือเปล่า
เกราะวิเศษตัวนั้นของหลี่หานซงเจ๋งจริงๆ! รอยแยกมิติยังกำบังได้อย่างมากก็สิ้นเปลืองพลังชีวิตซ่อมแซมเท่านั้น ฟางผิงมีของดีมากมาย สามารถซ่อมแซมกลับมาได้อยู่แล้ว
เห็นยอดฝีมือถ้ำใต้ดินน้อยลงเรื่อยๆ แล้ว ฟางผิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดก็ไม่ได้อันตรายขนาดนั้นแล้ว!
อันที่จริงตอนนี้เพราะคนน้อยลง แทบจะเปิดทางให้เดินโล่งๆ แล้ว ฟางผิงกลับไม่ยอมไป มองไปทางจีเหยาที่อยู่ในกลุ่มคน ตะโกนว่า
“ผู้อาวุโสทุกคนฆ่าจีเหยา! เธอกล้าสอดมือยุ่งสงครามระหว่างมนุษย์และเผ่าพืชปีศาจ ฆ่าเธอซะ!”
สิ้นเสียงก็เติมอีกประโยคว่า
“เธอมีอาวุธวิเศษขั้นเก้า อย่าให้เธอเก็บอาวุธวิเศษไว้ในประตูซานเจียว!”
ในฝูงชนนั้นยอดฝีมือหลายคนยังไม่มีอาวุธวิเศษขั้นเก้าด้วยซ้ำ เวลานี้จึงตาลุกโซนขึ้นมา!
จ้าวซิงอู่ตะโกนว่า
“ทุกคนช่วยฉันสกัดหน่อย ฉันจะไปฆ่าเธอ!”
วงล้อมข้างนอก จีเหยาหน้าเปลี่ยนสีอย่างหนัก แม่ทัพสวรรค์หูเล่ยที่ตามมาด้วยกัน เวลานี้กำลังประมือกับเจียงหยวนหัว เห็นแบบนั้นก็คำรามว่า
“องค์หญิงออกไปก่อน! รีบไป!”
สถานการณ์พลิกกลับแล้ว!
เมื่อครู่ฟางผิงเพิ่งสัมผัสถึงความรู้สึกที่ถูกทุกคนตะโกนฆ่า ตอนนี้จึงเอ่ยเสียงดัง
“ฆ่าเธอ! ถึงจะไม่ฆ่าเธอก็ต้องจับเธอเป็นตัวประกัน เธอเป็นบุคคลสำคัญของราชสำนักสัตว์ปีศาจที่อยู่ที่นี่!
จับเธอไว้ฉันจะดูสิว่าเผ่าสัตว์ปีศาจยังจะมีใครกล้าลงมืออีก? เธอตายแล้วราชามิ่งและเจ้าแห่งราชสำนักสัตว์ปีศาจคงไม่ปล่อยเจ้าพวกนี้ไป!”
ถ้ำใต้ดินต้องห้ามสิบสองเมือง พืชปีศาจสัตว์ปีศาจสองราชสำนักต่างมีเมืองคนละครึ่ง ทั้งหมดทั้งมวลแล้วมีขั้นเก้าตายไปสิบคน ส่วนมากเป็นเผ่าพืชปีศาจ
ยอดฝีมือเผ่าสัตว์ปีศาจสิบสองคนรวมกับหูเล่ยที่ตามคุ้มกันจีเหยาคนนี้ เผ่าสัตว์ปีศาจขั้นเก้าสิบสามคน ตายไปสามคน ยังเหลืออีกสิบคน!
คล้อยจากคำพูดของฟางผิง ยอดฝีมือเผ่าสัตว์ปีศาจพวกนั้นต่างหน้าเปลี่ยนสี!
จีเหยา! นั่นเป็นหลานสาวของราชามิ่ง!
ราชามิ่งเป็นเจ้าตำหนักของตำหนักเหนือราชาเผ่าสัตว์ปีศาจ ฐานะทัดเทียมกับเจ้าตำหนักของเผ่าพืชปีศาจ ก่อนหน้านี้จีเหยาตายอยู่ที่นี่ พวกเขาต้องเกิดปัญหาเช่นกัน
ข้างหลังนั้นจียาเริ่มถอยหลังไปอย่างช้าๆ แล้ว ถลึงตามองฟางผิงด้วยความเคียดแค้น
ฟางผิงกลับหัวเราะอย่างดูแคลน
“มองอะไร! อย่าหนีสิ! เธอเหิมเกริมนักไม่ใช่หรือไง? ผู้อาวุโสทุกคนฆ่าเธอ!
ฆ่าเธอแล้ว… ไม่สิ จับเธอกลับโลกแบบเป็นๆ บางทีอาจจะมีประโยชน์กว่า! ได้ยินว่าเจ้าแห่งราชสำนักสัตว์ปีศาจไร้ผู้สืบทอดสกุลแล้ว มีเธอเป็นลูกสาวคนเดียว… เหมือนจะมีลูกชายอีกคน? จีเหยามีหรือเปล่า? ถ้ามีก็ไม่จับเป็นเธอแล้ว เธอแค่คนไร้ประโยชน์ ไม่สิ เธอยังมีประโยชน์อยู่บ้าง จับเป็นเธอสามารถไว้ชีวิตสักครั้งได้!”
ระหว่างที่ฟางผิงพูด จ้าวซิงอู่ก็บุกเข้าไปทางจีเหยาด้วยแววตาลุกโซนแล้ว
หูเล่ยที่กำลังประมือกับเจี่ยงหยวนหัวตะโกนว่า
“เผ่าเทียนมิ่ง คุมกันองค์หญิงกลับเขตหวงห้าม! แม่ทัพสวรรค์ไหวอวี่ องค์หญิงจะเกิดเรื่องไม่ได้! องค์หญิงเกิดเรื่อง ข้อตกลงทั้งหมดของสองราชสำนักต้องสิ้นสุดลงแค่นี้!”
แม่ทัพสวรรค์ของราชาไหวคนนั้นสีหน้าแทบดูไม่ได้!
พวกหูเล่ยจะถอยทัพแล้ว! นอกจากถอยทัพแล้วยังจะพาสัตว์ปีศาจผู้พิทักษ์และเจ้าเมืองเผ่าสัตว์ปีศาจคนอื่นๆ กลับไปด้วย นี่หากไปแล้วพวกเขาคงตายอย่างไม่ต้องสงสัย!
หูเล่ยยังนับว่าเป็นคนที่ไว้ใจได้ ไม่ใช่พาคนหนีออกไปเงียบๆ อย่างน้อยก็หารือกับเขาก่อน แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว เขาไม่รับปากก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี หูเล่ยไม่อาจอยู่เฉยๆ มองจีเหยาเกิดเรื่องได้อยู่แล้ว
มีความสามารถแค่ก่อเรื่องจริงๆ! ไหวอวี่ก่นด่าอยู่ในใจ!
องค์หญิงราชสำนักสัตว์ปีศาจคนนี้มือไม่พายเอาเท้าราน้ำจริงๆ ไม่มีเธอเป็นอุปสรรคอยู่ตรงนี้ เรื่องจะพัฒนามาถึงขั้นนี้ได้ยังไง?
ก่อนหน้านี้เธอจะฆ่าฟางผิงให้ได้… เขาแทบลืมไปแล้ว ตั้งแต่แรกเขาให้พวกหูเล่ยไปฆ่าหลี่ฉางเซิงโดยอ้างชื่อของฟางผิง แต่ภายหลังหากไม่ใช่ว่าจีเหยาจะฆ่าฟางผิงให้ได้ ทำให้ยอดฝีมือที่ล้อมฆ่าหนานอวิ่นเยวี่ยนน้อยลง จะเกิดเป็นสถานการณ์เหมือนตอนนี้ได้ยังไง?
ร่างแยกพลังจิตใจของราชานักรบนั้นแข็งแกร่ง แต่ถ้าเวลานั้นทุกคนอยู่รวมตัวกัน ร่วมมือต้านทาน คงไมอาจทำให้ขั้นเก้าสองคนตายได้
นึกเรื่องพวกนี้แล้วไหวอวี่ก็ยิ่งแค้นเคืองขึ้นมา ไร้ประโยชน์! ไร้ประโยชน์จริงๆ! ก่อนที่จะมาพูดจาอย่างน่าเชื่อถือ เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทำท่าราวกับฟางผิงอยู่ที่นี่จะฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย ตอนนี้จะหนีแล้ว? ไม่มีความสามารถก็อย่ามาเป็นอุปสรรคสิ!