ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 669 มีสงครามที่ไหนแปลกแหมือนห้องฉันบ้าง (1)
“อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!”
ในถ้ำใต้ดินฟางผิงตะโกนเสียงดังอย่างหวาดผวา!
ไม่หวาดผวาคงไม่ได้!
จางเวยอวี่เจ้าหมอนี่นึกไม่ถึงว่าจะประมือกับขั้นเก้าสองคนขยับเข้ามาใกล้ทางเขา เขาจะบ้าอยู่แล้ว!
จางเวยอวี่แทบพูดไม่ออก แม่งเหอะ เธอยังจะพูดจาไร้สาระอีก?
ขั้นเก้าสองคนนี้แทบบ้าคลั่งไปแล้ว เอาแต่คิดจะบุกฆ่าไปทางฟางผิง เขายังจะทำอะไรได้!
ไม่รู้ว่าตระหนักอะไรได้ จู่ๆ จางเวยอวี่ก็ตะโกนว่า
“ยังมีอีกหรือเปล่า?”
ฟางผิงเข้าใจในทันที กัดฟันว่า
“มี! อย่าให้พวกเขาชิงไปล่ะ!”
“เร็วเข้า!”
ฟางผิงโยนสสารไม่แตกดับก้อนหนึ่งออกมา
จางเวยอวี่ระเบิดพลังจิตใจเต็มกำลัง ดูดกลืนเข้ามาในชั่วพริบตา
ยังไม่ทันเอ่ยปาก ฟางผิงก็ตะโกนว่า
“ห้าหมื่นล้าน!”
“แม่ง! ไสหัวไปซะ!”
จางเวยอวี่แทบจะโมโหจนบ้าคลั่งแล้ว!
ตั้งเมื่อไหร่กัน? เจ้าเด็กนี่ยังจะคิดบัญชีกับฉันงั้นเหรอ!
ฟางผิงจนใจ ผมไม่มีทางเลือกเหมือนกัน ค่าใช้จ่ายเยอะเกินไปแล้ว ครั้งนี้ไม่ตาย ค่าทรัพย์สินของเขาใช้เกลี้ยงแล้ว เขาก็คงคิดทำให้ตัวเองตายจบๆ ไปเหมือนกัน
จางเวยอวี่ได้รับสสารไม่แตกดับ พลังเพิ่มพรวดพราดขึ้นมา บนร่างมีเสียงกระสุนปืนระเบิดขึ้น
ครู่ต่อมาหอกยาวก็ปะปนด้วยพลังทำลายล้างจำนวนมาก แทงหอกทะลวงอากาศ ร่างทองของขั้นเก้าหนึ่งในสองคนนั้นระเบิดในชั่วพริบตา
“ต้องฆ่าฟางผิงให้ได้! เร็ว! เขายังมีสสารไม่แตกดับ!”
คนที่ถูกแทงร่างทองปริแตกกลับยังตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
เสี้ยวพริบตานี้เขาเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้งแล้ว ทำไมเหนือราชาทั้งสองต้องการจะฆ่าฟางผิงให้ได้ ขี้โกงเกินไปแล้ว!
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดคนนี้เอาสสารไม่แตกดับมาจากไหนมากมายขนาดนี้?
ก่อนหน้านี้มอบให้หนานอวิ่นเยวี่ย ยังเทียบได้กับสสารไม่แตกดับของขั้นเก้านับสิบคนรวมกัน!
คนผู้นี้ตะโกนเสียงดัง ยอดฝีมือคนอื่นๆ ก็ทยอยกรูกันเข้ามาล้อมทั่วทิศทาง!
มีคนตะโกนว่า
“ระเบิดพลังให้หมด ใช้ควันหลงสั่นสะเทือนเขาให้ได้!”
เวลานี้ยอดฝีมือมนุษย์เข้ามารวมตัวกันทุกทิศทางเช่นกัน ฟางผิงอยู่ใจกลางวงล้อมของการต่อสู้ ทั่วสารทิศแทบจะมีการต่อสู้เต็มไปหมด เขาไม่อาจวิ่งออกไปได้ ต่อสู้กันทุกหย่อมหญ้า
ฟางผิงอับจนหนทางแล้ว!
พวกอูชวนกลับตะโกนเสียงดังว่า
“เร็วเข้า ส่งสสารไม่แตกดับมาอีกหน่อย จะได้ฆ่าพวกเขาให้หมด ไมงั้นเธอคงออกไปไม่ได้!”
ฟางผิงหาวิธีออกไปไม่ได้จริงๆ!
ตอนนี้เขาคิดจะออกไป ยอดฝีมือถ้ำใต้ดินคงจะพยายามสกัดเขาทุกวิถีทาง แทนที่จะให้เป็นแบบนั้น ยังไม่สู้รออยู่ที่พื้นที่ใจกลางจะปลอดภัยกว่า อย่างน้อยยอดฝีมือมนุษย์ก็เข่นฆ่าอยู่ทั่วสารทิศ
มาถึงขั้นนี้แล้ว ฟางผิงไม่อาจคิดเล็กคิดน้อยเหมือนกัน แต่ฟางผิงยังคงตะโกนว่า
“ถ้าพวกคุณรับไม่ได้ ก็ต้องถูกเดรัจฉานพวกนี้คว้าไปแล้ว! ตั้งใจหน่อย เอาไปแล้วก็กำจัดเดรัจฉานพวกนี้!”
สิ้นเสียง ฟางผิงก็โยนก้อนสสารไม่แตกดับหลายก้อนไปทางยอดฝีมือพวกนั้น เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้
ส่วนขั้นเจ็ดขั้นแปดพวกนั้น จะโทษว่าเขาไม่ให้ไม่ได้ เขากลัวว่าพวกเขาจะคว้าไม่ได้ ถูกผู้ฝึกยุทธ์ถ้ำชิงไปแทน
พวกอูชวนยังนับว่าค่อนข้างแข็งแกร่ง ไม่นานพวกเขาก็ได้รับสสารไม่แตกดับ พลังพุ่งพรวดขึ้นมา เริ่มกดขี่คนพวกนั้นแล้ว
ในเวลานี้ทิศทางของเขาต้านสมุทร จางเทาตะโกนว่า
“รีบจบสงครามให้เร็วที่สุด! ขั้นเก้ามาเพิ่มอีกหกคน ขั้นเจ็ดขั้นแปดอีกกว่ายี่สิบคน เร็วเข้า!”
ราชาไหวตะโกนเช่นกัน
“ยืนหยัดเอาไว้! สกัดพวกเขา! ข้าติดต่อยอดฝีมือเขตแดนใกล้ๆ มาช่วยสนับสนุนแล้ว ฆ่าฟางผิงซะ! ขอแค่ฆ่าเขา คนที่ตายในสงครามวันนี้ ยึดครองดินแดนแห่งการเกิดใหม่ได้แล้ว จะคืนชีพให้อีกครั้ง!”
ฟางผิงสบถคำด่าออกมาทันที
“ไอ้ลูกเต่า! ฆ่าฉันไม่ได้ พวกเราก็คอยดูกันเถอะ!”
พูดจบก็ตะโกนเสียงดัง
“รัฐมนตรี! ขอแรงสนับสนุนจากพื้นที่ระหว่างเขตแดน ผู้อาวุโสพื้นที่ระหว่างเขตแดนเก้าคนสามารถออกด่านได้แล้ว!”
จางเทาเงียบงันอยู่นาน ฟางผิงตะโกนว่า
“รัฐมนตรี! เปิดสงครามขั้นสุดยอดเถอะครับ! ผู้อาวุโสเก้าคนรับปากแล้ว ระเบิดสงครามขั้นสุดยอดพวกเขาจะมาช่วยสนับสนุน!”
ระหว่างที่ฟางผิงพูด ก็เคลื่อนไหวพลังจิตใจอย่างไม่ขาดสาย
เหล่าจาง ผมแค่ข่มขู่คน คุณอย่าได้คิดเป็นจริง คุณน่าจะเข้าใจความหมายของผมสินะ? ขู่ไอ้ลูกเต่าพวกนี้เท่านั้น?
ช่วงเวลาสั้นๆ มีขั้นสุดยอดเพิ่มมาอีกเก้าคน พวกนายถามตัวเองเถอะว่ากลัวหรือเปล่า!
หากเจ้าโง่พวกนี้พุ่งเป้าความสนใจไปยังพื้นที่ระหว่างเขตแดนแทน นั่นก็จะดีกว่านี้ ยอดฝีมือถ้ำใต้ดินไปเท่าไหร่ก็ตายเท่านั้น!
พื้นที่ระหว่างเขตแดนมีอันตรายล้นหลาม ไม่ใช่เรื่องกล่าวเกินจริง รอบนอกยังดีอยู่บ้าง เข้าไปข้างในแล้วฟางผิงคิดว่าคงไม่มีใครรอดชีวิต
ยอดฝีมือถ้ำใต้ดินมีคนเข้าไปในพื้นที่ระหว่างเขตแดน นั่นก็เป็นพื้นที่ระหว่างเขตแดนที่ทรุดโทรม เขตแดนที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ฟางผิงสงสัยว่าน่าจะเหมือนกับถ้ำสวรรค์เสวียนเต๋อในตอนนี้ มียอดฝีมือนั่งรักษาการณ์อยู่
ชั่วพริบตาที่ฟางผิงเอ่ยปาก ทิศทางของเขาต้านสมุทร จู่ๆ ก็เกิดเสียงดังสะท้านฟ้าสะเทือนดินแล้ว!
สงครามของขั้นสุดยอดระเบิดขึ้นแล้ว!
“ฮ่าๆๆ ผู้อาวุโสเก้าคนนึกไม่ถึงว่าจะออกจากด่านได้? ฉันยังคิดว่าพวกเขาจะไม่ไม่ออกจากด่านซะอีก ที่แท้ก็ไม่ใช่! หนานอวิ่นเยวี่ย ฆ่า!”
“ผู้บังคับการเฉิน ร่วมมือกันฆ่าเจ้าสองคนนี้!”
เปรี้ยงๆๆ!
ทิศทางของเขาต้านสมุทรเกิดเสียงระเบิดดังลั่น กระจายออกมาไกลถึงหลายพันลี้
ฟางผิงตกตะลึงแล้ว!
เหล่าจางโง่ไปแล้วหรือไง? แม่งเหอะ ฉันบอกเป็นนัยยังไม่ชัดเจนอีก?
ในเวลาเดียวกัน ทิศทางของเขาต้านสมุทร ราชาไหวระเบิดเสียงโมโหว่า
“พวกเจ้ากล้ารึ! สารเลว! แม้จะมีเหนือราชาเพิ่มมาเก้าคนแล้วยังไง!”
“ฆ่าเจ้าก็เพียงพอแล้ว!”
เปรี้ยง!
เขาต้านสมุทรที่อยู่สูงเสียดฟ้ายังสั่นสะเทือนไปด้วยเช่นกัน
ในเวลาเดียวกับที่ฟางผิงตกตะลึง จางเทาก็ประมือกับราชาไหวจนถอยไปไม่ลดละ เข้าใกล้กับเขตแดนการต่อสู้ของขั้นสุดยอดระดับสูงบางส่วนที่เพิ่งตามมา แทบจะแหลกสลายในชั่วพริบตา
จางเทาลอบด่าในใจ ไอ้หนู ฉันอับอายขายขี้หน้าอย่างถึงที่สุดแล้ว ครั้งนี้เธอจบเห่แล้ว! ขั้นสุดยอดสามคนออกหน้าเพื่อเธอ!
เขารู้ว่าฟางผิงพูดเรื่องโกหก แต่ในเมื่อจะแสดงละครก็ต้องแสดงให้สมจริงหน่อย จะกลัวอะไร! ถือโอกาสกำจัดผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงบางส่วนไปด้วยก็ไม่เลวเหมือนกัน
พวกเขาประมือกันอยู่สักพัก จู่ๆ หนานอวิ่นเยวี่ยก็เอ่ยเสียงดังว่า
“หยุดก่อน! ฟางผิง… ไอ้เวรนี่นึกไม่ถึงว่า… นึกไม่ถึงว่า… จางเทานายบอกความลับนี้กับเขางั้นเหรอ?”
“ฉันไม่ได้เป็นคนบอก!”
ระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกัน ราชาเฟิงก็ตะโกนว่า
“คิดว่าพวกเราจะเชื่อจริงๆ งั้นหรือ? ราชานักรบ เจ้าคิดจะระเบิดสงครามเต็มรูปแบบตอนนี้จริงๆ?”
“ใช่แล้วยังไง! เมื่อกี้ฉันแค่ล้อเล่น มีผู้อาวุโสที่ไหนกัน แค่อยากฆ่าพวกนายเท่านั้น กำจัดพวกนายนั่นก็ได้กำไรแล้ว!”
จางเทาเริ่มปฏิเสธเรื่องผู้อาวุโสขึ้นมา แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้ราชาไหวและราชาเฟิงรู้สึกอัดอั้นตันใจ พูดตามตรง… ตกลงมีหรือไม่มี พวกเขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน
พื้นที่ระหว่างเขตแดนอาจจะมีคนอยู่จริงๆ ทำได้แค่พูดว่าอาจจะ! แต่พวกราชานักรบสามารถติดต่อได้จริงๆ งั้นเหรอ? ไม่รู้
ชั่วพริบตานี้ยอดฝีมือสองคนแทบไม่มีใจนึกถึงเรื่องเขตแดนข้างนอกแล้ว พวกขั้นสุดยอดประมือกันห้ำหั่นกันขึ้นมา อากาศเหนือเขาต้านสมุทรยังเกิดรอยแยกเพิ่มขึ้นมา
ต่อสู้กันอยู่สักพัก จางเทาประมือกับราชาไหวจนเนื้อหนังปริแตกอยู่บ้าง ในเวลานี้ทิศทางที่ไกลออกไปนั้น จู่ๆ ก็มีคนตะโกนว่า
“พอได้แล้ว!”
ครู่ต่อมาก็มีคนเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง
“จะรีบทำไม ไม่ช้าก็เร็วต้องตัดสินความเป็นความตายอยู่แล้ว!”
“เจ้าตำหนัก!”
“ผู้เฒ่าหลี่”
ทั้งสองฝ่ายหยุดมือในทันที ไม่ห้ำหั่นกันต่ออีกแล้ว สองเสียงที่ดังขึ้นเมื่อครู่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน ไม่มีใครพูดอะไรอีก
จางเทาแค่นเสียงว่า
“หากไม่ใช่ราชาสยบฟ้าออกปากห้าม วันนี้คงฆ่าพวกนายไปแล้ว!”
ราชาไหวกัดฟันว่า
“เจ้าก็ลองดูสิ! เจ้าตำหนักออกด่านแล้ว ราชาสยบฟ้าจะทำอะไรได้!”
สิ่งที่เรียกว่าเจ้าตำหนักนั้น คือเจ้าแห่งตำหนักเหนือราชา แม้จะไม่ใช่นายใหญ่ของพวกเหนือราชา แต่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันว่าเป็นเหนือราชาที่แข็งแกร่งที่สุดของราชสำนักพืชปีศาจ อาจจะสู้ราชาสยบฟ้าได้เหมือนกัน!
ยอดฝีมือสองคนนี้ส่งเสียงขึ้นมา พวกเขาก็ไม่มีความคิดจะสู้กันต่อแล้ว
จางเทาชำเลืองหางตามองไปรอบๆ นับว่ายังพอใจไม่เลว กำจัดผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงได้เจ็ดแปดคน ที่เหลืออยู่แทบจะอยู่ห่างจากทางเดินหมดแล้ว ช่วงเวลาสั้นๆ คงไล่ตามมาไม่ทัน
ส่วนฟางผิงเจ้าเด็กนั่น… ช่วยตัวเองเอาเถอะ ครั้งนี้ฉันทุ่มหมดหน้าตักจริงๆ แล้ว! ถึงขั้นระเบิดการต่อสู้ของขั้นสุดยอด หากเธอยังตายอีก นั่นก็โทษฉันไม่ได้แล้ว
จางเทาพุ่งเป้าไปยังผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงที่ตายไปพวกนั้น คนอื่นๆ กลับไม่ได้สนใจอะไร