จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活] - บทที่ 357 การประลองเท่านั้นที่สามารถบรรเทาความเศร้าโศกของฉันได้ (1)
- Home
- จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活]
- บทที่ 357 การประลองเท่านั้นที่สามารถบรรเทาความเศร้าโศกของฉันได้ (1)
บทที่ 357 การประลองเท่านั้นที่สามารถบรรเทาความเศร้าโศกของฉันได้ (1)
‘คนคนนี้เป็นลูกของผู้กล้าไม่ใช่เหรอ?’
ขณะที่โอเวนเอื้อมมือไปหยิบกล่องช็อกโกแลต เขาก็มองหน้าเวอร์เธอร์ไม่วางตา
“ขอบคุณ”
แล้วเขาก็ยิ้มออกมาราวกับว่าทุกอย่างเป็นปกติ
เวอร์เธอร์มองรอยยิ้มที่เข้มแข็งของอีกฝ่าย และอดไม่ได้ที่จะพูดอย่างเศร้าใจว่า “ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ รุ่นพี่สู้ ๆ นะครับ!”
แม้ว่าโอเวนจะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เขาก็ตอบอย่างสุภาพว่า “นายก็เช่นกันนะ!”
เวอร์เธอร์ยกกำปั้นให้กำลังใจเขา แล้วเดินไปที่ทะเลสาบกับโรเบิร์ต
หิมะข้างนอกหนาวมาก
เช่นเดียวกับหัวใจของเขา มันหนาวเหน็บไปหมด
ไมค์ โอเวนมองตามหลังของเวอร์เธอร์ไปและพึมพำว่า “ถือว่าเป็นการพบกันที่ดี”
จากนั้นเขาก็ฟื้นคืนพลังและเดินไปในทิศทางของดาร์กพร้อมกับช็อกโกแลต
แต่ทันทีที่เดินไปได้สองก้าว เขาก็ตกตะลึง มือยกช็อกโกแลตขึ้นดูแล้วยิ้มอย่างขมขื่น “ทำไมฉันต้องเอามาด้วยนะ?”
…
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ไมค์ โอเวนก็กลับมาอีกครั้ง
เขาเพิ่งไปเคาะประตูห้องของแม็กกี้มา แต่อีกฝ่ายเงียบหายไป เขาจึงต้องเอาช็อกโกแลตกลับไปที่หอพักของเขา
พอไม่มีแม็กกี้ ไม่มีช็อกโกแลต แผนการที่ดูไม่ดีก็หายไปทันที
โอเวนจำต้องคิดใหม่
เขาเดินไปอย่างช้า ๆ ท่ามกลางหิมะ ขณะที่ในสมองครุ่นคิดแผนการอย่างหนัก
…
ณ ห้อง 501 หอคอยบ้านขุนนาง
แองกัส เจฟฟรีย์ ผู้เป็นประธานชมรมวิจัยประวัติศาสตร์ขุนนาง มองออกไปนอกหน้าต่างอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้รอการเคลื่อนไหวของโอเวนแต่อย่างใด
เขาจิบชาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
อย่างที่ไมค์ โอเวนพูด เขาไม่ได้ต้องการหาเรื่องจริง ๆ
อันที่จริง หลังจากจบการประลองระหว่างมือใหม่ เขาก็ล้มเลิกความคิดที่จะเอาดาร์กเข้ามาในชมรมแล้ว
เดิมที จุดประสงค์ของเขาในการรับดาร์ก เดม่อนเข้ามาคือเพื่อทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่ใช่เพราะเห็นคุณค่าในตัวอีกฝ่ายจริง ๆ
ในมุมมองของเจฟฟรีย์ เพราะพ่อของเขาคือเอิร์ลเจฟฟรีย์ ซึ่งยืนอยู่ฝ่ายเจ้าชาย ดังนั้นเขาจึงถูกกำหนดให้ขัดแย้งกับดาร์ก เดม่อนตั้งแต่แรก
นี่คือวังวนที่ไม่อาจหลุดพ้นได้
แต่การกระทำของดาร์ก เดม่อนในการแข่งขันมือใหม่นั้นน่ากลัวมาก
เมื่อรวมกับการประเมินของเขาจากเหล่าศาสตราจารย์เข้าด้วยกัน เขาก็สามารถอนุมานออกมาได้อย่างง่ายดาย
นี่คือผู้มีพรสวรรค์ที่ฉลาด มีความสามารถและขยันขันแข็ง ซึ่งไม่สอดคล้องกับข่าวลือในอดีตเลย!
ยากที่จะสร้างเรื่องทุจริตหรือเรื่องที่ส่งอิทธิพลต่อคนประเภทนี้
แม้ว่าความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายจะยังไม่ปรากฏให้เห็นชัด ทว่าเมื่อดาร์ก เดม่อนขึ้นสู่ชั้นปีที่สอง สถานการณ์ในอาณาจักรย่อมทวีความรุนแรงขึ้นอย่างแน่นอน และความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายในเวลานั้นก็อาจอยู่ในจุดที่ประนีประนอมกันไม่ได้แล้ว
สิ่งที่เจฟฟรีย์ต้องทำคือ ทำให้สมาชิกของชมรมวิจัยประวัติศาสตร์ขุนนางอยู่ฝั่งตรงข้ามกับดาร์ก เดม่อน โดยไม่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกขุ่นเคือง
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือการให้สมาชิกเหล่านั้นเป็นด่านหน้าของเขา
ต้องยึดมั่นในอุดมการณ์!
ทว่าในความเป็นจริง สมาชิกส่วนใหญ่ของชมรมวิจัยประวัติศาสตร์ขุนนางนั้นคือพวกไม่มีสมองเป็นของตัวเอง
ฝ่ายไหนมีอำนาจมากกว่าก็จะย้ายข้างทันที
ดังนั้นเขาจึงต้องหาทางป้องกันไม่ให้ดาร์ก เดม่อนมีอิทธิพลกับพวกงี่เง่านี่ เพื่อที่จะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อพ่อแม่ รวมถึงแทรกแซงสถานการณ์การเมือง
เจฟฟรีย์รู้สึกกังวลขึ้นมา
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาดื่มชาจนหยดสุดท้าย แล้วหันกลับมาพึมพำ “ไปกัน ไปดูหิมะข้างนอกกันเถอะ!”
…
ถึงอย่างนั้น การส่งสมาชิกหลักของชมรมวิจัยประวัติศาสตร์ขุนนางจำนวนมากออกไป ก็ยังคงสะดุดตามากอยู่ดี
จู่ ๆ หิมะก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาเล็กน้อย
…
ณ ริมทะเลสาบ
ภายใต้การแนะนำของศาสตราจารย์ลิลลี่ ดาร์กก็ปั้นตุ๊กตาหิมะขึ้นมาจริง ๆ
พวกเขาไม่ได้ใช้พลังเวทมนตร์แต่อย่างใด ทว่าอาศัยเพียงความแข็งแกร่งของมือจับหิมะขึ้นมาปั้นเป็นก้อนเท่านั้น
อันที่จริง การทำตุ๊กตาหิมะเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะ และวิธีที่จะทำให้แน่ใจได้ว่าก้อนหิมะจะไม่กระจายตัวเมื่อมันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ นั้นก็เป็นปัญหาที่ยากมาก
ยิ่งก้อนหิมะใหญ่เกินไป ก็จะเป็นอันตรายอย่างมาก
ในที่สุดศาสตราจารย์ลิลลี่ก็ลอบโกงอย่างเงียบ ๆ
แน่นอนว่าถ้าไม่ใช้เวทมนตร์ พวกเขาก็จะไม่สามารถปั้นก้อนหิมะที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าสิบเมตรได้!
เมื่อศาสตราจารย์ลิลลี่โบกมือเพื่อเคลื่อนก้อนหิมะก้อนใหญ่ไปยังก้อนหิมะก้อนใหญ่อีกลูกหนึ่ง ผู้คนกำลังที่เล่นหิมะอยู่นอกปราสาทก็หันมองไปที่พวกเขาทันที
มันใหญ่เกินไป!
นักเรียนมักจะอดกลั้นเมื่อต้องทำสิ่งต่าง ๆ ในสถาบันโดยไม่รู้ตัวเสมอ ยิ่งกับการปั้นตุ๊กตาหิมะตัวใหญ่… ถ้ามันตกลงมาก็ไม่ใช่เรื่องตลกแล้ว!
ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องเกินจริงไปมากที่จะสร้างตุ๊กตาหิมะให้สูงไม่เกินสี่หรือห้าเมตร
แต่ใครจะไปคาดคิดว่า ที่ตรงนี้จะมีศาสตราจารย์ภูตตัวน้อยอยู่ด้วย!
“ฮ่า ๆๆๆ!”
ภูตน้อยกระพือปีก บินไปรอบ ๆ ก้อนหิมะสองก้อนที่ซ้อนกันได้สำเร็จ แล้วเธอก็หัวเราะออกมาราวกับเสียงระฆังดังไม่รู้จบ
เธอไม่ได้มีความสุขมานานแล้ว
ลิลลี่ใช้เวทมนตร์เพื่อแช่แข็งก้อนหิมะขนาดใหญ่สองก้อนตรงกลาง และหนึ่งในนั้นก็มีแท่งน้ำแข็งเป็นแกนเชื่อมระหว่างก้อนหิมะทั้งสองก้อนด้วย
สิ่งนี้ทำให้พวกมันใหญ่เกินกว่าจะล้มลง
หลังจากมีความสุขอยู่ครู่หนึ่ง ศาสตราจารย์เผ่าภูตก็บินลงมาอย่างรวดเร็วและตะโกนบอกดาร์กกับคนอื่น ๆ “เร็วเข้า! เอาตา จมูก แขน และหมวกขึ้นมา!”
“ฮ่า ๆ” แม้แต่ดาร์กที่ยืนอยู่ก็ทำได้เพียงหัวเราะออกมา
หลังจากเห็นก้อนหิมะขนาดใหญ่สองก้อนซ้อนกัน ทันใดนั้น เขาก็ตระหนักได้ว่าตนไม่สามารถหาตา จมูก แขน และหมวกที่เข้าคู่กันได้เลย
“ทำยังไงดีดาร์ก มันใหญ่เกินไป!”
ไดแอนนาที่เข้าร่วมด้วยเอ่ยถาม เธอยืนอยู่ข้าง ๆ ดาร์กและเงยหน้ามองตุ๊กตาหิมะตรงหน้า พลางยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
จู่ ๆ แววตาของดาร์กก็สว่างวาบขึ้นราวประกาย “หรือจะวาดดี?”
“วาด?”
ศาสตราจารย์ลิลลี่เอียงศีรษะ จากนั้นเธอก็ปรบมือทันที “เป็นความคิดที่ดี!”
ดังนั้นเธอจึงปรับแต่งวัสดุที่มีสีสันในจุดนั้น และเริ่มวาดตุ๊กตาหิมะ
ในไม่ช้า ไม่ใช่แค่ผู้คนเท่านั้น กระทั่งสปิริตก็ยังมารวมตัวกัน พวกมันนั่งข้าง ๆ ดาร์กและแหงนหน้ามองดูศาสตราจารย์ลิลลี่วาดตุ๊กตาหิมะ
ทักษะการวาดภาพของเธอไม่สามารถพูดได้ว่าดีมาก แต่ความแม่นยำของลายเส้นปากกานั้นให้คะแนนเต็ม
เมื่อใกล้จะสมบูรณ์แบบขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนก็ยิ่งถูกดึงดูดมากขึ้นเรื่อย ๆ
นักเรียนหลายร้อยคนยืนห่างกันระยะหนึ่ง เฝ้าดูตุ๊กตาหิมะตัวใหญ่ค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
หลังจากวันนี้ไป ตุ๊กตาหิมะตัวนี้จะสลักอยู่ในความทรงจำของพวกเขาอย่างแน่นอน!
…
ท่ามกลางฝูงชน
เวอร์เธอร์กับโรเบิร์ตยืนอยู่ข้างกัน ทั้งสองมารวมตัวกันในฝูงชนโดยไม่รู้ตัว
สายตาของโรเบิร์ตจ้องมองไปที่ตุ๊กตาหิมะ ทว่าสายตาของเวอร์เธอร์กลับหันเหไปทางแพนดอร่าที่อยู่ข้าง ๆ ดาร์กอยู่บ่อยครั้ง
แพนดอร่ายืนอยู่ตรงนั้น เผยรอยยิ้มที่สดใสอย่างเป็นธรรมชาติ แตกต่างจากตอนที่อยู่ตรงหน้าเขาโดยสิ้นเชิง
เห็นได้ชัดว่าเขาคิดไม่สนใจรุ่นพี่แพนดอร่าแล้ว แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น เวอร์เธอร์ก็กลับมาสับสนอีกครั้ง
ที่เรียกว่ารักแรกพบ ส่วนใหญ่มักเป็นความชอบแบบผิวเผินที่เกิดจากรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น
แต่เขาแอบชอบเธอคนนั้นมาครึ่งปีแล้ว และเขาก็รู้สึกผิดหวังอย่างมากกับเรื่องนี้ในวันคริสต์มาส
ประสบการณ์และความทุ่มเทนี้ยากจะละทิ้งได้
แล้วเขาก็รู้สึกว่าตัวเองดีขึ้นอีกครั้ง
“ฉันยังคงชอบเธออยู่”
“เป็นเรื่องปกติที่เธอจะไม่สนใจฉัน เพราะอย่างไรแล้ว เราก็เป็นแค่คนแปลกหน้าที่เพียงพยักหน้าให้กันเท่านั้น”
“เธอยอมรับของขวัญที่ฉันให้ในวันนี้คือจุดเริ่มต้น”
“อย่างน้อยเจอกันครั้งหน้า ฉันก็ไม่ใช่คนในทางผ่านอีกแล้ว”
เวอร์เธอร์เอื้อมมือแล้วหยิบการ์ด [ความรักต้องห้าม] ออกมาจากช่องที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ
เขาอยากจะลองดูว่าแพนดอร่าชอบเขามากแค่ไหน!
แต่ตอนนี้คนเยอะเกินไปและยังมีคนอยู่ข้างหน้าด้วย ทำให้ไม่สะดวกเท่าไหร่
เขาจึงอดทนต่ออีกเล็กน้อย
…
จนกระทั่งศาสตราจารย์ลิลลี่วาดวงกลมบนหัวของตุ๊กตาหิมะเรียบร้อยแล้ว
ตุ๊กตาหิมะที่ใหญ่ที่สุดในเซนต์แมเรียนก็ถูกสร้างเสร็จสมบูรณ์!
เธอบินลงมาด้วยท่าทางพึงพอใจ และพูดกับดาร์กอย่างภาคภูมิใจว่า “เป็นอย่างไรบ้าง ฉันเก่งมากใช่ไหม?”
ดาร์กอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “เยี่ยมมากครับ!”
มันยอดเยี่ยมจริง ๆ!
ตุ๊กตาหิมะตัวนี้ทำให้ศาสตราจารย์คณิตศาสตร์ กลายร่างเป็นศาสตราจารย์ทัศนศิลป์ทันที!
“ว้าว!”
จู่ ๆ นักเรียนที่อยู่รอบ ๆ ก็ปรบมือ และเสียงปรบมือก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ
ศาสตราจารย์ลิลลี่ยิ้มอย่างมีชัยชนะ และบินไปมาอยู่ตรงหน้าดาร์ก
…
เวลานี้ท้องฟ้ามืดลงและดวงอาทิตย์ก็เริ่มเคลื่อนไปทางทิศตะวันตกแล้ว
หลังจากเล่นมาตลอดทั้งบ่าย นักเรียนก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย
ตุ๊กตาหิมะที่ถูกลงสีขนาดใหญ่นี้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ดีที่สุด
หลังจากมองกันจนพอใจแล้ว หลาย ๆ คนก็ออกจากทุ่งหิมะไปเป็นกลุ่ม กลับไปยังปราสาทและเดินไปโรงอาหาร
ในขณะที่ดาร์กกับคนอื่น ๆ กลับมาที่ใจกลางการ์ดเวทสนาม [สรวงสวรรค์] และนั่งลงที่ขอบเสาหิน
ท่ามกลางของว่างที่กองอยู่บนโต๊ะ ดาร์กเก็บกล่องช็อกโกแลตสามกล่องลงในกระเป๋านักเรียนของเขาอย่างเงียบ ๆ
ในเมื่อมันเป็นช็อกโกแลตจากสามคนนั้น แน่นอนว่าเขาไม่อยากเสียมันไป
ไว้เขากลับไปแล้วจะหาเวลาแกะดู
…
เวอร์เธอร์ที่ยืนอยู่ตรงนั้น มองดูฝูงชนค่อย ๆ แยกย้ายกันไป แล้วเขาก็หยิบ [ความรักต้องห้าม] ขึ้นมาอีกครั้ง
ตอนนี้เขาต้องตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง
ความชื่นชอบในเชิงปริมาณที่จับต้องได้จะเป็นแนวทาง
“กลับกันเถอะเวอร์เธอร์”
โรเบิร์ตชำเลืองมองดาร์กกับคนอื่น ๆ และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจให้กับเพื่อนสนิทของเขา
แต่เห็นได้ชัดว่าเวอร์เธอร์ยังไม่ต้องการกลับไป
ทันใดนั้น ทั้งสองก็สังเกตเห็นว่ามีคนอยู่ไม่ไกลกำลังเดินตรงมาทางนี้
ชายหนุ่มผมหยิกซึ่งดูคุ้นเคย เวอร์เธอร์คิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็จำได้ว่าเขาคือ รุ่นพี่ชายที่น่าสงสารซึ่งอกหักมาก่อนหน้านี้
เขารู้สึกโดยสัญชาตญาณว่ามีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น
ดังนั้นเขาจึงเก็บ [ความรักต้องห้าม] ที่เพิ่งหยิบออกมากลับลงไป