จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活] - บทที่ 358 การประลองเท่านั้นที่สามารถรักษาความเศร้าโศกของฉันได้ (2)
- Home
- จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活]
- บทที่ 358 การประลองเท่านั้นที่สามารถรักษาความเศร้าโศกของฉันได้ (2)
บทที่ 358 การประลองเท่านั้นที่สามารถรักษาความเศร้าโศกของฉันได้ (2)
ไมค์ โอเวนก้มหน้าและเดินต่อไป
เขาเฝ้าดูและคิดอยู่นาน ทว่าสุดท้ายก็ยังไม่พบวิธีที่ดีในการแทรกตัวเข้าไปในวงสนทนานั้นเลย
แต่แองกัส เจฟฟรีย์กลับมาพร้อมกับใครบางคน
ภายใต้การจ้องมองของประธาน เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกัดฟันและเดินเข้าไปหาเรื่องอีกฝ่าย
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน
ดาร์กยังไม่เคยเรียกสปิริตกลับเข้าไปในการ์ดเลยสักครั้ง หากอ้างอิงตามทฤษฎีแล้ว เขาไม่น่าจะมีพลังเวทมนตร์มากมายนัก
ถ้าเป็นคนอื่น เกรงว่าพลังเวทมนตร์น่าจะหมดลงไปนานแล้ว
แต่โอเวนมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เขามองไปที่ศาสตราจารย์ลิลลี่และแพนดอร่าซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เด็กชาย ก่อนจะปรับอารมณ์ให้ดูเฉยชาใส่พวกเขามากที่สุด ราวกับไม่เห็นว่าคนเหล่านี้อยู่ที่นี่
ไม่นานนัก โอเวนก็เดินเข้าไปใกล้ดาร์ก
จากนั้นเขาก็พูดด้วยความประหลาดใจราวกับผ่านมาโดยบังเอิญ “นายคือดาร์ก เดม่อนใช่ไหม? นายจำฉันได้หรือเปล่า?”
ดาร์กกำลังหยอกล้ออยู่กับสไลม์ขยะที่ตื่นแล้ว และอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง
ภาพลักษณ์ของโอเวนค่อนข้างเด่นชัด
ผมสีบลอนด์ตามมาตรฐานของขุนนางสายเลือดบริสุทธิ์ ปลายผมหยักศก และใบหน้าที่ใหญ่จนเป็นที่จดจำได้ง่าย อีกทั้งยังจัดได้ว่า ‘หล่อ’
ดาร์กครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็พูดขึ้นว่า “คุณคือคุณโอเวนไม่ใช่เหรอครับ?”
“ใช่แล้ว ฉันเอง”
โอเวนถอนหายใจอย่างโล่งอก
การที่ดาร์กมีความจำที่ดี ทำให้เขารู้สึกอายน้อยลง
เขาจงใจถอนหายใจและพูดว่า “ฉันอิจฉานายจริง ๆ ที่ถูกรายล้อมไปด้วยสาวงามมากมายแบบนี้ในวันวาเลนไทน์น่ะ แต่ว่าก็ว่าเถอะนะ รุ่นน้องเอ๋ย ฉันเพิ่งถูกแฟนทิ้งน่ะ”
“เอ่อนี่…”
ดาร์กกะพริบตาปริบอย่างไม่รู้จะตอบอะไรดี
หลังจากได้ยินคำกล่าวนี้ เวอร์เธอร์ซึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้ก็คิดว่ารุ่นพี่อกหักจริง ๆ
อกหักในวันวาเลนไทน์ โคตรแย่ชะมัด!
แต่แล้วโอเวนก็พูดขึ้นมา “การพบกันคือโชคชะตา รุ่นน้องเดม่อน ช่วยปลอบใจฉันหน่อยได้ไหม?”
รุ่นพี่…คุณคิดคำพูดคำจาไร้เหตุผลแบบนี้ออกมาได้ยังไงกันนะ?
ดาร์กรู้สึกจนปัญญา “ผมไม่รู้ว่าจะปลอบใจรุ่นพี่ยังไงดี”
ในใจโอเวนมีความสุขมาก แต่ใบหน้าของเขายังคงโศกเศร้า “มาประลองกันเถอะ! มีเพียงการประลองเท่านั้นที่สามารถบรรเทาความเศร้าโศกของฉันได้!”
ดาร์กมองไปรอบ ๆ และพูดอย่างลังเล “รุ่นพี่ ทำแบบนั้นไม่ดีหรอกครับ ถ้าจำไม่ผิด คุณอยู่ปีสามแล้วไม่ใช่เหรอครับ?”
โอเวนรีบพูดว่า “ไม่เป็นไร ๆ รุ่นน้อง มันก็เป็นเหมือนการพูดคุย ไม่ต้องคิดมาก”
มุมปากของดาร์กกระตุกยิก
รุ่นพี่…ผมแค่กลัวว่าถ้านักเรียนปีสามถูกนักเรียนปีหนึ่งทารุณกรรมในที่สาธารณะ คุณจะไม่เหลือที่ยืนในสังคมอีกต่างหากล่ะครับ!
“ดาร์ก ตกลงสิ!”
ศาสตราจารย์ลิลลี่ขยิบตาให้เขา ราวกับกลัวว่าโลกจะยังวุ่นวายไม่พอ
เดิมทีแพนดอร่าคิดอะไรได้บางอย่างและกะจะหยอกล้อนักเรียนปีสามคนนี้สักหน่อย แต่เธอกลับโดนศาสตราจารย์ลิลลี่ตัดหน้าไปเสียก่อน จึงทำได้เพียงปิดปากเงียบ
ไดแอนนาและโรสก็มีท่าทีที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน
เวอร์เธอร์กับโรเบิร์ตซึ่งอยู่ไม่ไกลมองหน้ากันโดยสัญชาตญาณ พลางคิดว่ารุ่นพี่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่!
โอเวนกล่าวต่อ “ถ้านายทำได้ ช่วยประลองกับฉันเป็นการปลอบใจหน่อย!”
“ถ้าอย่างนั้น ผมจะทำตามที่คุณต้องการแล้วกันครับ”
จากนั้นดาร์กก็ยืนขึ้นแล้วถามด้วยรอยยิ้มว่า “ประลองที่ไหนกันดี?”
โอเวนรู้สึกมั่นใจขึ้นมา ทว่าใบหน้าของเขายังคงโศกเศร้า “ที่นี่แหละ ประลองข้างถนนกันเถอะ”
คำศัพท์ใหม่?
ดาร์กอดไม่ได้ที่จะถามอย่างสงสัย “ประลองข้างถนนคืออะไรเหรอครับ?”
โอเวนกล่าวว่า “ประลองข้างถนน เป็นการประลองที่ไม่มีกฎยกเว้นว่านายไม่สามารถเล่นได้ บางคนชอบประลองแบบนี้เพราะมันสามารถประลองกันได้อย่างอิสระ และยังเป็นหนึ่งในการประลองที่พบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน”
“เข้าใจแล้วครับ” ดาร์กเข้าใจอย่างรวดเร็ว “อิสระ เล่นได้ตามใจ นี่คือวิธีการประลองดั้งเดิมเลยไม่ใช่เหรอครับ?”
โอเวนพูดอย่างเศร้าใจ “ใช่ นั่นคือวิธีการประลองในอดีต เช่นเดียวกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของฉัน มันกลายเป็นอดีตไปแล้ว”
ดาร์กปลอบโยน “รุ่นพี่โอเวน เรามาเปลี่ยนความเศร้ากันเถอะครับ ผมได้ยินมาว่าการเลิกราเป็นเพียงการเริ่มต้นใหม่ และการเลิกราครั้งต่อไปจะดีขึ้นและเร็วขึ้น”
โอเวน “ขอบคุณนะ… หา?”
ดาร์กลุกขึ้นแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น รุ่นพี่ครับ ผมขอเตรียมตัวก่อนนะครับ”
จากนั้นเขาก็เรียกสปิริตที่กำลังตื่นเต้นเข้าไปในการ์ดเวทมนตร์ทีละใบ จากนั้นก็เก็บขนมและขยะบนโต๊ะ
ใกล้ถึงเวลาแล้ว
หลังจากช่วยรุ่นพี่รักษาความเศร้าโศกเสร็จ ก็ใกล้จะได้เวลาทานอาหารเย็นแล้ว
เพราะตอนเย็นยังมีเรียนอยู่
…
“ได้ยินไหมว่าโอเวน นักเรียนชั้นปีสามกำลังจะประลองกับเดม่อนจากชั้นปีหนึ่ง!”
“ได้ยินแล้ว ๆ ไม่อย่างนั้นฉันจะมายืนอยู่ที่นี่ทำไม”
ไบรอันมองเพื่อนร่วมชั้นด้วยความดูถูก เขามักจะรู้สึกว่าเพื่อนร่วมชั้นคนนี้พูดเรื่องไร้สาระตั้งแต่พวกเขาพบกัน
การสนทนาระหว่างไมค์ โอเวนกับดาร์ก เดม่อนไม่ได้เป็นความลับแต่อย่างใด ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นบรรยากาศที่แตกต่างออกไป ดังนั้นจึงหยุดดูโดยไม่รู้ตัวเช่นเดียวกับเวอร์เธอร์และโรเบิร์ต
แน่นอนว่าพวกเขาได้ยินบทสนทนาทั้งหมด
เมื่อเรื่องราวถูกแพร่กระจายออกไป จากสิบคนได้ยิน กลายเป็นร้อยคนได้รู้ และไม่นานก็ดังไปถึงหูนักเรียนที่ยังอยู่นอกปราสาท
ผู้ไม่สนใจก็คือไม่สนใจ
ส่วนผู้ที่สนใจก็มารวมตัวกันอย่างช้า ๆ
การประลองกันระหว่างนักเรียนปีสามกับนักเรียนปีหนึ่งนั้นค่อนข้างหายาก หรืออาจมีให้เห็นเพียงสองสามครั้งต่อปีเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นไมค์ โอเวนกับดาร์ก เดม่อนต่างก็เป็นคนดังของบ้านขุนนาง
โอเวนเป็นนักประลองอันดับต้น ๆ ในหมู่นักเรียนชั้นปีสาม
ยิ่งไปกว่านั้น เขากำลังจะประลองกับนักเรียนปีหนึ่ง ถ้าคู่ต่อสู้ไม่ใช่ดาร์กก็เกรงว่าคงจะมีคนเข้ามาแทรกแซงแล้ว!
ตั้งแต่การประลองมือใหม่จบลง การเอาชนะเอลซี เควิน ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นปีที่สองได้ ทำให้ชื่อเสียงของดาร์กเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ
นักเรียนหลายคนต่างตระหนักว่า ความแข็งแกร่งของเขาเทียบเท่ากับนักเรียนชั้นปีที่สามมานานแล้ว
ดังนั้นในสายตาของบางคน การประลองครั้งนี้จึงเป็นการแข่งขันที่เท่าเทียมกันระหว่างนักเรียนปีสาม
อีกทั้งยังมีศาสตราจารย์ลิลลี่ที่เพิ่งปั้นตุ๊กตาหิมะยักษ์อยู่ที่นี่ด้วย เหล่านักเรียนยิ่งไม่ต้องกังวลอะไรมาก
ในเวลานี้ ให้ถือว่าการประลองข้างถนนที่ไม่ธรรมดานี้เป็นการแสดงความเคารพในวันวาเลนไทน์!
…
“มาเลย มาเลย ยิ่งเยอะ ยิ่งดี!”
แองกัส เจฟฟรีย์ยืนอยู่กับสมาชิกในชมรม ดวงตาของเขาเป็นประกาย
ในการประลองนี้ไม่สำคัญว่าใครจะชนะหรือแพ้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสามารถยืนหยัดต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามอย่างไรมากกว่า
ทางที่ดีก็คือการต่อสู้ที่คาดเดาทิศทางได้ยาก หนักหน่วงรุนแรงและพิสดาร โดยทุ่มเทพลังทั้งหมดปะทะใส่กัน
…
และภาพตรงหน้าพวกเขาในเวลานี้เอง
ดาร์กเพิ่งจะเก็บขยะเสร็จ
เขารู้สึกเสียใจที่รวบรวมสปิริตกลับมาเร็วเกินไป ซึ่งเดิมทีเขาต้องการที่จะสอนพวกมันให้รู้จักวิธีเก็บขยะด้วยตัวเอง
แล้วหลังจากส่งถุงขยะให้โรส ดาร์กก็ปัดมือและมองไปยังไมค์ โอเวนที่รออยู่นาน
เขากล่าวขึ้นว่า “รุ่นพี่ การรอคอยที่ยาวนานทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นไหม?”
โอเวนงุนงง “นี่นายกำลังพูดถึงอะไรอยู่?”
ดาร์กพูดด้วยเสียงเบาแผ่วว่า “เพราะเวลาเองก็ช่วยรักษาความเศร้าได้เช่นกัน”
โอเวนพึมพำ “แต่ชีวิตของฉันมีเพียงการประลองเท่านั้น”
ดาร์กยิ้ม “ใช่แล้วครับ รุ่นพี่ แต่ผมยังไม่รู้ว่าจะตัดสินผลยังไง เพราะการประลองข้างถนนไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว แล้วอีกอย่างการต่อสู้แบบดั้งเดิมก็มีลูกบอลเวทมนตร์ด้วย”
โอเวนจึงอธิบายว่า “การประลองข้างถนนคือการต่อสู้จนกว่าคู่ต่อสู้จะยอมรับความพ่ายแพ้”
ดาร์กถามอย่างสงสัยว่า “หมายความว่านักประลองไม่สามารถลงเล่นเองได้?”
โอเวนยิ้มแปลก ๆ “แน่นอน อย่างฉันก็เล่นไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะโดนโจมตีไม่ได้”
ดาร์กตกใจ แล้วทันใดนั้นเขาก็พูดว่า “นั่นสินะ นี่แหละคือการประลองข้างถนน!”
โอเวนเสริม “แน่นอน แต่นายต้องใส่ใจด้วยเพราะเรายังอยู่ในสถาบัน”
ดาร์กพยักหน้าเข้าใจ
ท้ายที่สุดการประลองข้างถนนก็มีคำว่า ‘ข้างถนน’*[1] ซึ่งเป็นขั้นกว่าของการต่อสู้ข้างถนน
ไม่มีกฎ ไม่มีผู้ตัดสิน
เพื่อชัยชนะ ก็จงใช้ทุกวิถีทาง
แม้ว่าผู้ประลองจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงเล่นเองก็จริง แต่ในเมื่อทั้งไม่มีกฎและไม่มีผู้ตัดสิน ใครจะไปสนใจเรื่องพรรค์นั้นอีกเล่า?
ตราบใดที่ไม่ใช่การแข่งขันแบบทางการ การพุ่งเป้าไปที่ตัวผู้ประลองก็คือ แก่นแท้ของการประลองข้างถนน!
ถึงเวลานั้นก็คงต้องใช้การ์ดไอเทมกับการ์ดติดอาวุธร่วมด้วย
[ฉันขออัญเชิญกำปั้นออกมาเพื่อใช้ – หมัดธรรมดา!]
น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ
เพราะแม้แต่ปูนขาวกับกรดกำมะถันก็ยังสามารถใช้เป็นวิธีชนะได้…
[1] เป็นการเล่นคำระหว่าง street duel กับ street fighter ซึ่งมีคำว่า street เหมือนกัน