จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活] - บทที่ 315 การฝึกฝนตนเองของผู้ทำนาย
บทที่ 315 การฝึกฝนตนเองของผู้ทำนาย
“ดวงจันทร์เป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญอย่างยิ่งระหว่างดวงดาว”
“นับแต่โบราณกาลมา ผู้คนเฝ้าดูดวงดาว บูชาดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ก็เพราะพลังของดวงดาวมีความศักดิ์สิทธิ์”
“และการอนุมานโชคชะตาจากวิถีโคจรของดวงดาวก็เป็นส่วนหนึ่งของวิชาดาราศาสตร์”
สุ้มเสียงของศาสตราจารย์เมเดียราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อยในป่าอันเงียบสงบ มันเสียดแทงหัวใจจนทำให้คนจดจำโดยไม่รู้ตัว
“หัวข้อของเราในคืนนี้คือการอนุมานอนาคตจากดวงจันทร์และลองทำนายออกมาดู”
“เอาล่ะ เรามาสังเกตดวงจันทร์กันดีกว่า…”
“อืม เอ็มม่า มอร์ติส เธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
…
เอ็มม่ายกมือขึ้นแล้วพูดว่า “ศาสตราจารย์คะ ไม่มีวิธีใดเป็นพิเศษหรือคะ? ฉันหมายถึง คาถาอะไรสักอย่าง”
เมเดียเหลือบมองก่อนจะยิ้มออกมา “ใช่ แน่นอนว่ามีอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้เริ่มต้นจะทำได้ สิ่งที่เราต้องการในตอนนี้คือค้นหาความรู้สึกเล็กน้อยเหล่านั้นก่อน”
เธอยกมือขึ้นพร้อมกับงอนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้เป็นวง และแสดงท่าทางเล็กน้อย
อันที่จริงแล้ว การทำนายคือสิ่งที่เรียกว่า ‘พรสวรรค์’
บางคนเกิดมาพร้อมกับความรู้ บางคนเกิดมาพร้อมกับเนตรแห่งดาราและสามารถมองเห็นอนาคตได้
หากไม่มีพรสวรรค์ข้างต้นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ศักยภาพของสมองมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดาได้
พรสวรรค์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่สามารถปรากฏออกมาโดยสัญชาตญาณได้เหมือนกับเวทมนตร์
ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะตัดสินว่าบุคคลนั้นมีพรสวรรค์ในการทำนายหรือไม่
ทว่าสิ่งนี้ก็ทำให้ผู้คนมีจินตนาการมากขึ้น
บางคนถูกที่เรียกว่า ‘ผู้ทำนาย’ อาศัยความหลงใหลที่น่าสมเพชเพียงเล็กน้อย เพื่อเลี้ยงดูพวกเขาจนถึงวัยชรา แต่ท้ายที่สุดก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงแค่อาศัยการแสดงและการหลอกลวงเพื่อความอยู่รอด
สรุปแล้ว
เอ็มม่าก็นั่งลงหลังจากได้รับคำตอบ
นักเรียนยังคงเบิกตากว้างและสังเกตดวงจันทร์ที่สว่างไสวอยู่บนโต๊ะอย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าพวกเขาจะสามารถค้นพบความรู้สึกเล็ก ๆ น้อย ๆ ในนั้นได้หรือไม่ หรือพวกเขาจะมองเห็นอะไรได้บ้าง…
แต่ดาร์กไม่เห็นอะไรเลย!
เขากะพริบตา พยายามมองร่องรอยที่ไม่สม่ำเสมอของพื้นผิวดวงจันทร์จากดวงจันทร์บนโต๊ะด้วยความสามารถทั้งหมดที่มี แต่เห็นได้ชัดว่าภาพของดวงจันทร์ยังไม่ละเอียดพอ
ไม่ว่าเด็กชายจะมองดูอย่างละเอียดเพียงใด เขาก็เห็นแค่เพียงแสงและความมืดที่เปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์ การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเมฆที่อยู่รอบ ๆ และดวงดาวที่ส่องแสงเป็นบางครั้งในคืนที่เงียบสงบ
ดาร์กนึกไม่ออกว่าจะอนุมานอนาคตที่กระจัดกระจายจากสติปัญญาอันน้อยนิดนี้ได้อย่างไร
บางทีเขาอาจไม่มีความสามารถในด้านนี้จริง ๆ
หรืออาจเป็นเพราะเขาสูญเสียความบริสุทธิ์ในวัยเด็กไปและไม่สามารถเรียนดาราศาสตร์ได้อีกต่อไปแล้ว
แต่โชคดีที่เขายังมีอีบุยตัวน้อยที่คอยให้ความอบอุ่นในหัวใจ!
ดาร์กหมุนฉากยึดไปวางไว้ที่ขอบโต๊ะโดยหันเข้าหาตัวเอง
จากนั้นก็จับ [สัตว์อสูรมายา: อีบุย] ให้เอนตัวลง เพื่อให้เจ้าตัวน้อยสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์ได้อย่างชัดเจน
“เห็นอะไรไหม?”
ดาร์กส่งพลังเวทมนตร์ลงไปที่ปลายปากกาเวทมนตร์แล้วสะกิดหน้าผากอีบุย
แต่อีบุยส่ายหัวเหมือนระฆังที่ถูกตี แล้วมันก็หันมามองเขาอย่างกระตือรือร้น
“ไม่ต้องรีบมาก”
ดาร์กยังมีความอดทนสูง โดยเฉพาะการคุมงานคนอื่น…
“วี้!”
“ทำตัวเหมือนเด็กไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ”
ดาร์กเขี่ยหูมันอีกครั้ง
สิ่งนี้ทำให้อีบุยตัวน้อยดูเศร้าใจอย่างไรไม่รู้
…
หลังจากสังเกตการณ์อย่างเงียบ ๆ อยู่สองสามนาที
จอมเวทฝึกหัดที่ไม่เห็นอะไรแม้แต่สักอย่างเดียวก็อดไม่ได้ที่จะกระซิบกระซาบกัน
สุ้มเสียงวุ่นวายจึงค่อย ๆ ดังขึ้นในห้องเรียนด้วยประการฉะนี้
สายตาของเมเดียกวาดไปทั่วห้องเรียน ก่อนในที่สุดจะหยุดอยู่ที่ยูโดรา
หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าบรรยากาศซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เธอกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนไป
เด็กหญิงดูเหมือนกำลังจมอยู่ในห้วงความรู้สึกบางอย่าง
ศาสตราจารย์เมเดียพยักหน้าเล็กน้อย และแนะนำการฉายภาพบนโต๊ะของเธอ จากนั้นศาสตราจารย์สาวก็ปรบมือก่อนจะพูดว่า “ความรู้เรื่องการทำนายนั้นไม่มีขีดจำกัด ดาราศาสตร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำนายเท่านั้น หากพวกเธอต้องการที่จะเรียนรู้ดาราศาสตร์ จงจำไว้ว่าจินตนาการถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ก่อนอื่นเราต้องปล่อยให้ความคิดของเราไม่ถูกจำกัด ลองจินตนาการดูว่าเราเห็นกวางเป็นม้า เห็นสีเขียวจากดวงอาทิตย์ และเห็นวิถีดาวโคจรออกมาจากตัวคน…”
“ผู้ทำนายใช้เหตุและผลในการทำนาย แต่ผู้เริ่มต้นใช้อารมณ์ในการทำนาย”
“ปล่อยความคิด ทำในสิ่งที่เธอต้องการ แล้วทุกอย่างจะออกมาสวยงามเอง!”
เมเดียเคาะไม้กายสิทธิ์ของเธอ และท้องฟ้ายามค่ำคืนบนโต๊ะก็เปลี่ยนไปทันที ม่านรัตติกาลอันมืดมิดดูเหมือนจะกลายเป็นสีของหมึก จกานั้นมันก็กวาดขึ้นและกลืนท้องฟ้ายามค่ำคืนประดุจระลอกคลื่น ก่อนที่ในที่สุดจะกลายเป็นกลุ่มดาวบนท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวแบบสามมิติ
จากฟากฟ้าที่พร่างพราย แสงจันทร์สาดส่องเป็นเส้น เชื่อมดาวทุกดวงเข้าด้วยกัน เกิดเป็นแผนที่ดาวระยิบระยับสวยงามตระการตา
…
เพียงเท่านี้ก็ทำให้บางคนสามารถเข้าสู่สภาวะที่ว่านั้นได้ แล้วท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวบนโต๊ะของหลาย ๆ คนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ศาสตราจารย์เมเดียยังคงแตะไปที่แผนที่ดาว จากนั้นก็จุดไฟให้ดาวทั้งเก้าดวงตามลำดับ “เก้าคือตัวเลขสูงสุด และคืนนี้จะมีดวงดาวเก้าดวงส่องแสงระยิบระยับ”
…
ในตอนนี้เอง ดวงดาวที่สว่างไสวก็ปรากฏออกมาบนโต๊ะของยูโดรา!
แสงดาราที่ส่องสว่างในค่ำคืนนี้สาดส่องไปยังความมืดมิด แล้วมันก็กะพริบถี่ ๆ เหมือนถูกเวลาเร่งให้เร็วขึ้น
ยูโดราแบมือออก ใบหน้าขาวเนียนของเธอดูสับสนและเหมือนไม่รู้สึกตัว
ในดวงตาของเด็กหญิง เธอไม่รู้ว่าเมื่อใดที่พวกมันถูกย้อมด้วยสีดำสนิท อีกทั้งดวงดาวที่ระยิบระยับก็ถูกแต่งแต้มจนดูลึกลับและล้ำลึก
…
ศาสตราจารย์เมเดียหรี่ตาลงอย่างรวดเร็ว แล้วจันทราสีเงินในแววตาของเธอก็ค่อย ๆ สว่างขึ้น
เหล่าจอมเวทฝึกหัดตกใจยิ่งกว่าเดิม
เพื่อนร่วมชั้นหลายคนรอบ ๆ ยูโดราเหมือนเพิ่งเห็นเธอ สีหน้าของพวกเขาดูประหลาดใจ จากนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะถอยห่างออกมา
ความสนใจของผู้คนในห้องเรียนไปรวมอยู่ที่เธอทั้งหมด
ดาร์กไม่ลืมที่จะหันหน้าการ์ดของอีบุยไปทางยูโดรา แม้ว่าเขาจะคาดหวังไว้ในใจ แต่เขาก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน
และถึงแม้ว่าดาร์กจะไม่เคยเห็นด้วยตนเอง แต่เขาก็สามารถเดาได้ว่านี่เป็นสัญญาณของ ‘การทำนาย’!
‘การทำนาย’ ของยูโดรานั้นแตกต่างจากการทำนายอย่างไม่เป็นทางการของศาสตราจารย์เมเดียในการบรรยายครั้งแรก
นัยน์ตาของเธอเผยให้เห็นดวงดาวที่กำลังทอประกายแสง…เธอกำลังเฝ้าดูโชคชะตาอยู่!
…
“อ๊ะ!”
ทันใดนั้นเธอก็กรีดร้องออกมา
ใบหน้าของยูโดราบิดเบี้ยวจนเผยให้เห็นถึงความเจ็บปวดแสนสุดจะทานทน
ดวงดาวในตาของเธอระส่ำระสาย
ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวตรงหน้าเธอถูกพัดพาไปราวกับพายุ
บรรยากาศแห่งความโอ่อ่าและน่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้นในทันใด
นักเรียนบ้านขุนนางที่อยู่รอบ ๆ ถูกบังคับให้ออกไปอย่างเงียบ ๆ
แล้วเสียงตื่นตระหนกก็ดังขึ้นในเวลาเดียวกัน
บางคนลุกลี้ลุกลน บางคนตื่นเต้น
ในขณะนี้เกือบจะทุกคนตระหนักได้แล้วว่ายูโดรากำลัง ‘ทำนาย’ อยู่!
เด็กหญิงร่วมโต๊ะของยูโดราดูงุนงงไม่น้อย เธอมองไปที่ศาสตราจารย์เมเดียราวกับขอความช่วยเหลือ
แต่ศาสตราจารย์ยกมือขึ้นแล้วกดลงเป็นสัญญาณให้เงียบ
สีหน้าของเมเดียก็จริงจังไม่แพ้กัน
‘คำทำนายแรก’ ของผู้ทำนายนั้นอันตรายมาก
เพราะไม่มีใครรู้ว่าเธอต้องจ่ายไปในราคาเท่าใด
ราคาที่ผู้ทำนายแต่ละคนจ่ายจะแตกต่างกันเสมอ
ผู้ทำนายบางคนถึงกับต้องจ่ายราคาด้วยชีวิตในการทำนายครั้งแรก!
กล่าวได้ว่า ‘คำทำนายแรก’ ของพวกเขาคือ ‘คำทำนายสุดท้าย’ ในชีวิต!
ถ้า ‘การทำนาย’ ถูกขัดจังหวะในตอนนี้ย่อมทำให้ฟันเฟืองขัดข้องอย่างแน่นอน
แน่นอนว่าเมเดียไม่สามารถช่วยเธอได้
ผู้ทำนายตัวจริงทุกคนต้องประสบกับ ‘ครั้งแรก’ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซ้ำยังเป็นบันไดขั้นแรกอีกด้วย
ยูโดรากำลังก้าวเดินขึ้นไปบนบันไดขั้นแรก
นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี!
…
บึ้ม!
ทันใดนั้นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวบนโต๊ะก็ระเบิดออกมา
ชั่วพริบตานั้น ภายใต้ดวงตากลมโตของยูโดรา เธอเผยอริมฝีปากสีชมพูของตัวเองเล็กน้อย แล้วน้ำเสียงที่ดูไร้ซึ่งตัวตนก็ค่อย ๆ เปล่งออกมา