ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 76 กำเนิดฟ้าขั้นสี่
ผ่านไปหลายวันแห่งการบ่มเพาะพลัง ปราณทิพย์ในตันเถียนไท่หวงของหลิวอู๋เสียเริ่มล้นทะลักออกมา
“ตูม!”
จู่ ๆ พลังปราณก็พลุ่งพล่าน บริเวณรอบ ๆ ตัวหลิวอู๋เสียเกิดกระแสลมปั่นป่วน กวาดล้างไปทั่วบริเวณ ผู้คนรอบข้างไม่อาจเข้าใกล้ได้แม้แต่ก้าวเดียว
“เขาบ้าไปแล้วหรือไง นักสู้ระดับพลังกำเนิดฟ้า กล้ากลืนกินโอสถระดับสี่ ไม่กลัวร่างระเบิดตายหรือ?” ขวงจ้านเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
โอสถระดับสี่ มีเพียงผู้ที่อยู่ในระดับพลังชำระไขกระดูกเท่านั้นถึงจะปรุงได้ ภายในโอสถอัดแน่นไปด้วยพลังปราณอันมหาศาล มีเพียงผู้ที่ทะลวงระดับพลังชำระวิญญาณขั้นปลายเท่านั้น ถึงจะสามารถกลืนกินได้
จี้หยางยอมลงทุนแอบมาข่มขู่หลิวอู๋เสียในยามวิกาล เพียงเพื่อแย่งโอสถเม็ดนี้ คงเดาได้ไม่ยากว่าโอสถระดับสี่มีค่ามากเพียงใด
“พลังปราณรุนแรงน่ากลัวขนาดนี้ แม้แต่ผู้ที่อยู่ในระดับพลังชำระวิญญาณก็ยังเทียบไม่ติด”
เคอเหวินและคนอื่น ๆ ยืนอยู่ห่าง ๆ สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของหลิวอู๋เสียในดวงตาฉายแววตื่นตระหนก
ทุกคนล้วนมีสีหน้าไม่ต่างกัน นักสู้ระดับสั่งสมฟ้ากลืนกินโอสถระดับสี่ คงมีแต่คนบ้าเท่านั้นถึงจะทำเช่นนี้
ตลอดสามวันที่ผ่านมา พฤติกรรมของหลิวอู๋เสียทำให้ผู้คนมากมายต่างพากันคิดว่าเขาเป็นบ้า เพราะมีแต่คนบ้าเท่านั้น ที่จะทำเรื่องเหลือเชื่อได้มากมายเช่นนี้
พลังงานปั่นป่วน ดูดซับพลังปราณจากทั่วทุกสารทิศในรัศมีหลายหมื่นจั้ง ไหลทะลักเข้าสู่ร่างของหลิวอู๋เสียราวกับมหาสมุทรที่โอบรับสายน้ำจากทุกทิศ
กระแสพลังมหาศาลหมุนวนดุจอสูรกายใต้สมุทร อ้าปากกว้างสูบกลืนของเหลวบริสุทธิ์เข้าไปแปรเปลี่ยนเป็นพลังบริสุทธิ์ บรรจุลงในตันเถียนไท่หวง
พลังปราณเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่อาจควบคุมได้ ดั่งอาชาเทวะพันลี้ที่หลุดจากพันธนาการ โลดแล่นอย่างอิสระ
หลิวอู๋เสียหลับตาลง ปล่อยให้เคล็ดวิชาไท่หวงสูบกลืนสวรรค์ ปรากฏขึ้นในร่าง ดั่งมหาสมุทรอันเกรี้ยวกราด ชำระล้างเส้นชีพจร ปราณแท้ไหลเวียนไปทั่วร่าง ชำระล้างทุกอณูของผิวหนัง
ต้นอ่อนปริศนาดูดซับของเหลวบริสุทธิ์เข้าไปจำนวนมาก ยอดต้นอ่อนสูงขึ้นอีกหลายส่วน ปล่อยพลังแห่งธาตุไม้เข้มข้นออกมาไม่ขาดสาย
“ทะลวง!”
เสียงคำรามต่ำดังขึ้น พลังปราณทะลวงระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นสาม มุ่งสู่ขั้นสี่อย่างรวดเร็ว พลังปราณบริสุทธิ์จำนวนมากมารวมตัวกันจากที่ไกลออกไป
หยิบโอสถวิญญาณฟ้าทั้งหมดและโอสถวิญญาณทองที่เหลืออยู่ออกมากลืนกินในคราวเดียว
แม้จะกลืนกินโอสถมากมายขนาดนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการปราณแท้ได้ ดวงตาของจี้หยางเผยให้เห็นถึงความเคร่งขรึมเล็กน้อย คนธรรมดาไม่สามารถทนต่อปราณแท้ที่เข้มข้นเช่นนี้ได้ เขาทำได้อย่างไร
“น่ากลัว น่ากลัวเกินไป ไม่น่าแปลกใจที่เขาสามารถท้าทายข้ามขั้นได้อย่างง่ายดาย!” เชอเจียจวิ้นดูเหมือนจะเข้าใจแล้ว การที่หลิวอู๋เสียสามารถท้าทายข้ามขั้นได้ครั้งแล้วครั้งเล่านั้น เกี่ยวข้องกับปราณแท้ที่แข็งแกร่งของเขาอย่างแยกไม่ออก
ในที่เกิดเหตุ มียอดฝีมือระดับพลังชำระวิญญาณจำนวนไม่น้อย พวกเขายอมรับว่าไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ การดูดซับพลังปราณมากมายขนาดนี้ ร่างกายคงระเบิดไปนานแล้ว ยังไม่ทันได้ทะลวงขั้น ก็ตายไปก่อน เส้นทางดับสูญ
“เป็นอัจฉริยะจริง ๆ พรสวรรค์ด้านการเล่นแร่แปรธาตุก็สูงส่งอยู่แล้ว พรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้ก็ยังแข็งแกร่งขนาดนี้ พวกเราคนธรรมดาจะอยู่อย่างไร!” จั่วหงส่ายหัวถอนหายใจ เป็นแบบนี้เอง คนเราเทียบกันไม่ได้จริง ๆ
หากไม่มีหลิวอู๋เสีย พวกเขาก็คิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการเล่นแร่แปรธาตุที่แข็งแกร่ง สามารถชดเชยข้อบกพร่องด้านศิลปะการต่อสู้ได้ การปรากฏตัวของหลิวอู๋เสียทำให้ทุกคนรู้สึกขมขื่น คนคนหนึ่งสามารถเชี่ยวชาญทุกอาชีพได้จริง ๆ หรือ
รอบ ๆ ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์…
หลิวอู๋เสียใช้เวลาหนึ่งชั่วยามในการทำให้พลังยุทธ์เสถียรอย่างสมบูรณ์ เขาเปิดตาของเขา แสงเย็นสองสายพุ่งออกมา อากาศสั่นสะเทือนเล็กน้อย
“ความผันผวนของสนามพลังแข็งแกร่งมาก!” ฉินเล่อเทียนพูดอย่างแผ่วเบา ในขณะที่เขาเปิดตา ดูเหมือนว่าสวรรค์และโลกจะเปลี่ยนสี
รังสีบนร่างกายของเขาค่อย ๆ หดกลับกลายเป็นคนธรรมดา ดวงตาที่ล้ำลึกคู่นั้นทำให้ผู้คนไม่กล้ามองตรง ๆ มองเพียงแวบเดียวก็เหมือนถูกสัตว์ร้ายโบราณจ้องมอง รู้สึกไม่สบายตัวไปทั้งตัว
เมื่อท้องฟ้ามืดสนิท ผู้คนก็ทยอยกันจากไป
“คุณชายหลิว พวกข้าขอลาตรงนี้ โอกาสหน้าพบกันใหม่!”
บางคนวางแผนที่จะรีบกลับในคืนนี้ ส่วนบางคนจะพักที่เมืองฉานหนึ่งคืนแล้วค่อยออกเดินทางในวันพรุ่งนี้
หลิวอู๋เสียบอกลาทีละคน การได้รู้จักกับผู้คนมากมายเช่นนี้ ช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์และความรู้ให้กับเขาได้ไม่น้อย
“คุณชายหลิว นี่คือป้ายตราหอตันเป่าของพวกข้า หากในอนาคตมีโอกาสได้ไปที่เมืองหลวง เพียงแค่ถือป้ายตราใบนี้ ท่านก็สามารถผ่านเข้าออกได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะซื้อโอสถหรือซื้อสมุนไพรก็สามารถใช้ป้ายตราใบนี้เป็นส่วนลดได้แปดส่วน”
ปรมาจารย์เม่าหยิบป้ายตราออกมาหนึ่งอันแล้วยื่นให้หลิวอู๋เสีย เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้เขารู้สึกผิดต่อหลิวอู๋เสียเล็กน้อย ถือว่าเป็นการชดเชยก็แล้วกัน
ทุกคนต่างเข้าใจโดยไม่ต้องพูดอะไรออกมา
หลิวอู๋เสียไม่ได้ปฏิเสธ เขาต้องไปที่เมืองหลวงอยู่แล้ว ใช้โอสถระดับสี่ช่วยให้ทะลุไปถึงระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นสี่ การทะลวงขั้นต่อไปต้องใช้ทรัพยากรที่น่ากลัวกว่านี้ การเข้าร่วมสำนักศึกษาจักรวรรดิเป็นสิ่งที่เขาต้องทำให้ได้
หลังจากบอกลาทุกคนที่ควรบอกลาแล้ว ปี้กงอวี่ก็พูดคุยกับประมุขหอคนอื่น ๆ จากนั้นก็พาหลิวอู๋เสียรีบกลับไปที่เมืองชางหลันในตอนกลางคืน
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
การที่คำตอบของการแข่งขันประเมินยารั่วไหลออกมาก่อนเวลาแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน
“ท่านประมุข ข้าสงสัยว่าเรื่องคำตอบของการแข่งขันประเมินยารั่วไหลออกไป ต้องเป็นฝีมือของซ่างกวนไฉอย่างแน่นอนอวิ๋นหลานยังไม่มีความสามารถขนาดนั้น” เหลยเทา ขับรถม้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เสียงของเขาเล็ดลอดเข้าไปในรถม้า
“ทุกคนต่างก็รู้ดีแก่ใจ เพียงแต่ไม่มีใครพูดออกมา เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของหอใหญ่ ข้าจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนในภายหลังเมื่อมีโอกาส”
แววตาของปี้กงอวี่ฉายแววโหดเหี้ยมออกมา เขาเป็นคนที่โหดเหี้ยมเช่นกัน ครั้งนี้เกือบจะถูกพวกนั้นเล่นงานเข้าให้แล้ว
“เป้าหมายที่แท้จริงที่พวกเขาต้องการฆ่าคือข้า ข้าจะเป็นคนตรวจสอบเรื่องนี้เอง”
หลิวอู๋เสียพูดขึ้นอย่างกะทันหัน เรื่องนี้เขาจะเป็นคนตรวจสอบเอง เมืองหลวงของจักรพรรดิจักรพรรดิเขาต้องไปอยู่แล้ว มีโอกาสมากมาย รอให้เขาตรวจสอบจนรู้ความจริงแล้ว เขาจะไม่มีทางปล่อยซ่างกวนไฉไปอย่างแน่นอน
รถม้ากำลังแล่นไปบนถนนหลวงอย่างรวดเร็ว พรุ่งนี้บ่ายโมงก็น่าจะกลับถึง เมืองชางหลัน ได้
“อู๋เสีย เจ้ากำลังกังวลเรื่องตระกูลสวีอยู่หรือ?” ปี้กงอวี่ถามด้วยความเป็นห่วง
วันนั้นที่ลานประลองสัตว์อสูรของตระกูลว่าน ตระกูลเถียนกับตระกูลว่านฉวยโอกาสที่จะสังหารหลิวอู๋เสียแต่ ปรมาจารย์ฮั่วกลับยืนหยัดปกป้องหลิวอู๋เสียเป็นเวลาหนึ่งเดือน
อีกสองวันก็ครบกำหนดหนึ่งเดือนแล้ว เขาไม่ได้อยู่ในเมืองชางหลัน กลัวว่าทั้งสองตระกูลจะมุ่งร้ายต่อ ตระกูลสวี ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ
“ข้ามีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดี!” หลิวอู๋เสียขมวดคิ้ว
เพียงแค่ตระกูลเถียนกับตระกูลว่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามมากนักต่อ ตระกูลสวี มีสวีอี้หลินอยู่ ตระกูลสวีก็อยู่ใน เมืองชางหลันได้อย่างมั่นคง ทั้งสองตระกูลไม่น่ากังวล
ก่อนที่เขาจะออกจากเมืองชางหลัน โรงน้ำมันก็เกิดไฟไหม้ปริศนา คนจากตระกูลเซวียปรากฏตัวในเมืองชางหลัน นี่ไม่ใช่เรื่องดี ตระกูลเซวียเข้ามาร่วมด้วยเรื่องก็ยุ่งยาก อาจจะลงมือกับตระกูลสวีก่อนกำหนด
เมื่อฉีกหน้ากากออกแล้ว ด้วยการสนับสนุนของตระกูลเซวีย ทั้งสองตระกูลจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อทำลาย ตระกูลสวีแน่
“ไม่ต้องกังวลหรอก คงไม่มีอะไรหรอก ตอนที่ข้าจะไป ข้าบอกกับผู้อาวุโสฮั่วแล้วว่าถ้าตระกูลสวีเกิดเรื่องอะไร เขาจะไปทันที บ่ายพรุ่งนี้เราก็กลับไปแล้ว” ปี้กงอวี่ปลอบ
เมืองชางหลันอยู่เย็นเป็นสุขมาหลายปีแล้ว ตระกูลเถียนกับตระกูลว่านไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
ล้อรถบดลงบนพื้น ส่งเสียงดังต่อเนื่อง หลิวอู๋เสียรู้สึกไม่สงบมาตลอดพูดไม่ออกบอกไม่ถูก รู้สึกเหมือนมีวิกฤติแอบแฝงเข้ามาใกล้
“แย่ล่ะ รีบลงจากรถเร็วเข้า!”
ทันใดนั้นหลิวอู๋เสียก็กระโดดออกจากรถม้า พุ่งออกมาจากหลังคารถ
ปี้กงอวี่ติดตามมาอย่างใกล้ชิด บนหลังคารถถูกชนจนเป็นรูขนาดใหญ่
พื้นดินสั่นสะเทือนเป็นชุด ม้าเทียมรถทั้งสี่ตัวบินขึ้นไปในอากาศ ถูกระเบิดจนร่างกายแหลกเหลว โชคดีที่ เหลยเทา ตอบสนองได้รวดเร็วพอ ในช่วงเวลาที่ระเบิด เขาพุ่งเข้าไปในพุ่มหญ้าข้าง ๆ
ถึงอย่างนั้น แขนขวาของเขาก็ยังคงถูกแรงระเบิดทำร้ายจนเนื้อหนังเเละเลือดปนเปื้อนกันยุ่งเหยิง มีคนแอบฝังดินปืนไว้ใต้พื้นดินจำนวนมาก
ดินปืนพวกนี้อานุภาพไม่รุนแรงนัก ธรรมดาแล้วไม่สามารถระเบิดฆ่าคนได้ แต่การทำร้าย ยอดฝีมือ ระดับพลังกำเนิดฟ้า ธรรมดาให้บาดเจ็บสาหนักย่อมไม่มีปัญหา ตกลงแล้วเป็นใครกันที่แอบฝังดินปืนไว้บนเส้นทางที่พวกเขาผ่าน
หลิวอู๋เสียยืนอยู่บนต้นไม้ใหญ่ข้างทาง สีหน้ามืดครึ้ม
ปี้กงอวี่พยุงเหลยเทาขึ้นมา สีหน้ามืดมนน่ากลัว ดวงตากวาดมองไปรอบ ๆ บริเวณโดยรอบมืดมิด ภายในป่าทึบที่อยู่ไกลออกไป มีเสียงซุบซิบดังมาเป็นจำนวนมาก
“อย่ามัวแต่หลบ ๆ ซ่อน ๆ เลย รีบออกมาให้หมด!” ปราณสังหารน่าสะพรึงกลัวถูกปล่อยออกมาจากร่างปี้กงอวี่ โชคดีที่หลิวอู๋เสียค้นพบได้ทันเวลา หาไม่แล้วผลที่ตามมาคงคาดไม่ถึง
ถึงแม้จะไม่ถูกระเบิดตาย ก็ต้องได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกที่เกิดจากดินปืน ตกลงแล้วเป็นใครกันที่ลอบโจมตีพวกเขาอยู่บนเส้นทาง
“ไม่คิดเลยว่าพวกเจ้าจะดวงแข็งขนาดนี้ สามารถค้นพบดินปืนที่พวกเราฝังไว้ล่วงหน้าได้” เงาดำกว่ายี่สิบสายเดินออกมาจากป่าทึบที่อยู่ไกลออกไป
น้ำเสียงคุ้นหูมาก กลางวันยังได้ยินอยู่ ไม่คิดเลยว่าจะได้พบกันอีกเร็วขนาดนี้
“อวิ๋นหลาน ที่แท้ก็เป็นเจ้า!” ดวงตาของปี้กงอวี่หดลง ไม่คิดฝันมาก่อนว่าคนที่ขัดขวางปล้นฆ่าจะเป็นอวิ๋นหลาน
“ใช่ ข้าเอง คืนนี้คือวันตายของพวกเจ้า” อวิ๋นหลานโกรธจนตาแทบจะทะลักออกมา ศิษย์ตายแล้วยังต้องมาเสียเกียรติอีก ถ้าไม่ฆ่าหลิวอู๋เสียก็คงนอนไม่หลับ
หลังจากที่ชายชุดดำกว่ายี่สิบคนพุ่งออกมา ก็ล้อมพวกเขาทั้งสามคนเอาไว้ คืนนี้ใครก็อย่าหวังจะหนีไปได้
“ข้าแปลกใจมาก พวกเราออกเดินทางเกือบจะพร้อมกัน แล้วเจ้าจะมีเวลามากพอมาฝังดินปืนไว้ที่นี่ได้อย่างไร ทั้งยังมาถึงก่อนพวกเราอีก” ปี้กงอวี่ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
หลังจากการประลองยาจบลง พวกเขาทั้งสามคนก็ออกเดินทางทันที ไม่ได้เสียเวลาแม้แต่น้อย ก็เพราะกลัวว่าจะถูกซุ่มโจมตีระหว่างทาง
ยังคงคาดไม่ถึงว่าอวิ๋นหลานจะลงมือก่อน นำโดย หนานกงฉีและยอดฝีมืออีกหลายสิบคน ดักรอพวกเขาอยู่ระหว่างทาง
“ไหน ๆ พวกเจ้าก็ใกล้ตายแล้ว ข้าก็ไม่กลัวที่จะบอกความจริงกับพวกเจ้า เมื่อวานนี้ พวกเราได้ส่งคนไปฝังดินปืนไว้ที่นี่แล้ว ส่วนเรื่องของเราสองคน บอกเจ้าไปก็ไม่เสียหาย จากเมืองฉานไปยังเมืองชางหลัน ยังมีทางลัดอีกเส้นทางหนึ่ง ต้องขอบคุณประมุขหอซ่างกวน เส้นทางนี้มีคนรู้จักน้อยมาก”
เส้นทางลัดเส้นนี้ ปกติไม่ค่อยมีคนเดิน คนทั่วไปไม่รู้จัก
ทุกครั้งที่ปี้กงอวี่มาที่เมืองฉาน เขาก็เดินตามทางหลวง แน่นอนว่าเขาไม่รู้เส้นทางเล็ก ๆ เส้นนี้
“เป็นอย่างที่คิด ทุกอย่างเป็นแผนของซ่างกวนไฉ คำตอบของการแข่งขันหบอมโอสถเมื่อตอนกลางวัน ซ่างกวนไฉก็เป็นคนให้พวกเจ้าใช่หรือไม่” ปี้กงอวี่พยักหน้า ทุกอย่างกระจ่างแล้ว
แม้ว่าวันนี้หลิวอู๋เสียจะไม่ชนะการแข่งขัน ซ่างกวนไฉก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะให้พวกเขากลับไปที่เมืองชางหลันอย่างปลอดภัยอยู่แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เปิดเผยเรื่องที่พวกเขาขู่เข็ญพวกเขาในคืนนั้น เมื่อวานมีคนเฝ้าอยู่ที่นี่ และซุ่มโจมตีในตอนกลางคืน
“หึ พวกเจ้ากล้าแย่งชิงอันดับหนึ่งจากประมุขหอซ่างกวน ต้องโทษตัวเองที่ไม่รู้จักประมาณตน”อวิ๋นหลานเย้ยหยัน กระบี่ยาวในมือเปล่งแสงจาง ๆ ในค่ำคืนอันมืดมิด
ตั้งแต่ต้นจนจบ หลิวอู๋เสียไม่ได้พูดอะไร มองดูพวกเขาแสดง
อวิ๋นหลานกับหนานกงฉี ต่างก็อยู่ในระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นหนึ่ง เช่นเดียวกับปี้กงอวี่
เมื่อต่อสู้กัน ปี้กงอวี่คนเดียวก็ยากที่จะต้านทานพวกเขาสองคนได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมียอดฝีมือชุดปดำอีกกว่ายี่สิบคน ล้วนเป็นนักสู้ระดับพลังชำระวิญญาณ เหลยเทาเป็นเพียงระดับพลังสั่งสมฟ้า ไม่ใช่คู่ต่อสู้เลย
ตราบใดที่ควบคุมปี้กงอวี่ได้ คนเหล่านี้ก็สามารถฆ่าหลิวอู๋เสียได้อย่างง่ายดาย
“พวกเจ้าบอกเรื่องนี้กับข้า ไม่กลัวว่าข้าจะหนีรอดไปได้แล้วนำเรื่องนี้ไปบอกกับหอใหญ่ ปลดตำแหน่งประมุขหอของพวกเจ้าหรือ” ปี้กงอวี่โกรธมาก คนเหล่านี้ใช้วิธีการที่ไร้ยางอายเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
“ไม่มีโอกาสนั้นหรอก พวกเราร่วมมือกันสองคน เจ้ายังจะมีโอกาสรอดออกไปได้อีกหรือ” อวิ๋นหลานเปล่งเสียงหัวเราะเย็นชา ก้าวเท้าคืบคลานเข้ามา
ชายชุดดำกว่ายี่สิบคนผสานท่าทาง พุ่งเข้าล้อมหวังสังหารหลิวอู๋เสีย