ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 75 กระบี่แสงแผ่ซ่าน
การกระทำอย่างกะทันหันของอวิ๋นหลานทำให้ทุกคนตกใจ
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ม้วนกระดาษแผ่นสุดท้าย ซ่างกวนไฉหรี่ตาลง
“ม้วนกระดาษที่วิจิตรงดงามชิ้นนี้ เขียนขึ้นมาจริง ๆ หรือ?”
เคอเหวินมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ คำตอบอยู่บนนั้น เมื่อทั้งสองฝ่ายเปรียบเทียบกันแล้ว ปรากฏว่าคำตอบของหลิวอู๋เสียยังวิจิตรกว่าคำตอบที่ถูกต้องเสียอีก
“ยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว ไม่มีใครเขียนชื่อโอสถออกมาได้เลยสักคน แต่เขากลับเขียนชื่อโอสถทั้งสิบชนิดออกมาได้อย่างถูกต้องครบถ้วน”
เชอเจียจวิ้นร้องอุทานออกมา สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ความวิจิตรของม้วนกระดาษ แต่เป็นชื่อและปีของโอสถแต่ละชนิดที่บันทึกไว้อย่างถูกต้องตรงกับคำตอบที่ถูกต้องทุกประการ
แค่นั้นยังไม่พอ วัสดุที่จำเป็นสำหรับโอสถแต่ละชนิดก็เขียนไว้ครบถ้วน หากบอกว่าคำตอบของจี้หยางถูกต้องเก้าในสิบส่วน ม้วนกระดาษของหลิวอู๋เสียก็บรรลุถึงสิบสองส่วน เพราะหลิวอู๋เสียเขียนแม้กระทั่งวิธีการหลอมโอสถออกมาด้วย
คำตอบที่ถูกต้องมีเพียงชื่อโอสถและวัสดุที่จำเป็น ส่วนวิธีการหลอมโอสถนั้นเป็นสิ่งลับสุดยอดที่ไม่อาจเปิดเผยได้ โดยทั่วไปจะไม่ถ่ายทอดให้ใครง่าย ๆ
ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือ อาหารว่างรสเลิศหลายชนิดต่างก็รู้สูตรคร่าว ๆ กันดี แต่การที่จะทำให้ออกมามีรสชาติแบบนั้นได้ จำเป็นต้องอาศัยวิธีการทำ
โอสถก็เช่นกัน!
โอสถเหล่านี้มาจากราชวงศ์ต่าง ๆ รอบข้าง ราชวงศ์ต้าเยี่ยนใช้สูตรโอสถของตัวเองแลกเปลี่ยนมา ผู้ตัดสินหลักทั้งสามไม่รู้วิธีการหลอม พวกเขาจึงไม่สามารถหลอมขึ้นมาได้เลย
สายตาที่ทุกคนมองหลิวอู๋เสียเปลี่ยนไป มีความเคารพยำเกรงและหวาดกลัวเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย!
ชายผู้นี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน น่ากลัวจนขนลุกชูชัน
ตู้หมิงเจ๋อหน้าซีดเผือด ร่างกายอ่อนล้าทรุดลงนั่งกับพื้น เหงื่อเย็นไหลรินอาบรดเสื้อผ้า
เซียวหมิงอี้ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนก ร่างกายพิงโต๊ะเอาไว้ ไม่ให้ตัวเองล้มลง
เหวินซงตกใจจนเกือบจะฉี่ราดกางเกง กำลังหาโอกาสหลบหนี
“ผู้ตัดสินทั้งสาม ท่านคิดเห็นอย่างไร?”
เคอเหวินถาม ขอความคิดเห็นจากพวกเขา จากคำตอบที่เห็น คำตอบของหลิวอู๋เสียนั้นเหนือกว่าจี้หยาง รวมถึ ตู้หมิงเจ๋อและคนอื่น ๆ
อธิบายได้ละเอียดกว่า แล้วยังเขียนชื่อโอสถออกมาอีก ครั้งนี้ดูซิว่าพวกเขาจะว่าอย่างไร
มุมปากของทั้งสามคนมีรสขมปร่า เหตุผลที่หลิวอู๋เสียให้ประกาศคำตอบ ก็เพื่อยืมปากของทุกคน ไม่ให้ผู้ตัดสินทั้งสามมีโอกาสโต้แย้ง
“ลอกเลียนแบบ เขาต้องลอกเลียนแบบแน่ ๆ ถึงแม้จะเขียนชื่อโอสถถูกต้อง แต่จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะรู้วิธีการหลอม ย่อมต้องมีคนแอบบอกคำตอบที่ถูกต้องให้เขาแน่ ๆ แล้วยังมีวิธีการหลอมพวกนี้ เขาก็แต่งขึ้นเองทั้งนั้น”
อวิ๋นหลานกระโดดออกมา กล่าวหาว่าหลิวอู๋เสียลอกเลียนแบบ
“ถูกต้อง ต้องเป็นการลอกเลียนแบบแน่ ๆ!” หนานกงฉีรีบพูดตาม บททดสอบของเขานั้นถูกต้องยิ่งกว่าคำตอบที่ถูกต้องเสียอีก ถ้าไม่ใช่การลอกเลียนแบบแล้วจะเป็นอะไรได้
“น่าขัน บททดสอบของพวกเรานั้นยอดเยี่ยมกว่าของพวกเจ้า นี่เป็นการลอกเลียนแบบ เจ้าหมายความว่า หอใหญ่จงใจมอบคำตอบให้กับเมืองชางหลันของพวกเราอย่างนั้นหรือ”
ปี้กงอวี่เย้ยหยัน เขาไม่กลัวว่าเรื่องจะใหญ่โต ใครกันแน่ที่แอบเปิดเผยความลับ สืบสวนดูก็รู้
เมืองชางหลัน ไม่กลัวการสืบสวน แต่บางคนต้องกลัวแน่ ๆ หากสืบสวนมาถึงตัวพวกเขา คนที่โชคร้ายย่อมไม่ใช่ปี้กงอวี่แน่นอน
“พวกเราทั้งสามคนลงความเห็นว่า คำตอบของหลิวอู๋เสียถูกต้องที่สุด ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันหบอมโอสถ!” ปรมาจารย์เม่า ประกาศผล ตัดสินใจเด็ดขาด
หลังจากการแข่งขันสามวันหลิวอู๋เสียได้เปรียบอย่างท่วมท้น เอาชนะทุกคนในสนาม และคว้าแชมป์ไปครอง
“พวกเจ้าจะปลิดชีพตัวเอง หรือจะให้ข้าลงมือ”
ในวินาทีที่ประกาศผลหลิวอู๋เสียก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ปรากฏตัวต่อหน้า พวกตู้หมิงเจ๋อทั้งสามคน ดาบสั้นในมือปรากฏขึ้นและหายไป ปล่อยพลังดาบอันรุนแรงออกมา
อากาศเริ่มหนาแน่นขึ้น ทุกคนหายใจลำบาก นับตั้งแต่งานชุมนุมหลอมโอสถเริ่มต้นขึ้น ยังไม่เคยมีใครเสียชีวิต และวันนี้จะเป็นการทำลายแบบแผน
“พวกเราลุยพร้อมกัน!”
ตู้หมิงเจ๋อ กัดฟันแน่น ถือกระบี่ยาวพุ่งออกไป เซียวหมิงอี้ และ เหวินซง ไม่ยอมแพ้ ทั้งสามคนโจมตีพร้อมกัน
“เล่นทีเผลอ พวกเจ้าคิดว่าจะมีโอกาสอย่างนั้นหรือ!”
หลิวอู๋เสีย เยาะเย้ย ร่างสามร่างปรากฏขึ้นในสนามพร้อมกัน พุ่งเข้าหาพวกเขาทั้งสามอวิ๋นหลานและ หนานกงฉี ต้องการจะหยุด แต่ก็สายเกินไป
“รัศดาบุจรุ้ง!”
ดาบสั้นปล่อยพลังดาบที่น่ากลัวออกมา กวาดล้างท้องฟ้า บริเวณทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยพลังดาบ ร่างกายของทั้งสามถูกห่อหุ้มด้วยพลังดาบ สูญเสียร่องรอยของ หลิวอู๋เสีย
“แย่ล่ะ!”
ตู้หมิงเจ๋อ รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ดี กระบี่ยาวในมือฟาดฟันไปมา สูญเสียความใจเย็นไปแล้ว
“อาจารย์ ช่วยข้าด้วย!” เซียวหมิงอี้และเหวินซงร้องขอความช่วยเหลือ พวกเขาไม่อยากตาย พลังแห่งความตายปกคลุมร่างกาย ทำให้พวกเขาขยับตัวไม่ได้
“ไอ้หนู เจ้ากล้าฆ่าพวกเขา ข้าจะฆ่าเจ้าเดี๋ยวนี้!”
อวิ๋นหลานพุ่งเข้ามา หวังจะช่วยชีวิตพวกเขาทั้งสาม ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา ต้องการจะหยุดก็สายเกินไปแล้ว
“ไม่มีใครหยุดคนที่ข้าต้องการฆ่าได้!” ใบดาบฟาดฟัน แบ่งออกเป็นสามคลื่นพลัง กวาดล้างไปทั่ว
ต่อหน้าต่อตาผู้คนนับไม่ถ้วน ศีรษะสีแดงสดสามหัวลอยขึ้นไปในอากาศ ระเบิดกลางอากาศ กลายเป็นสายฝนสีเลือด สาดกระเซ็นลงพื้น
เร็ว!
เร็วจนไม่ทันได้คิด ชีวิตทั้งสามก็ดับสูญ แม้แต่ความเจ็บปวดก็ไม่สามารถรับรู้ได้ ถูกหลิวอู๋เสียฟันหัวจนระเบิดด้วยดาบเล่มเดียว
“อ๊า! ข้าจะฆ่าเจ้า!” อวิ๋นหลานคลั่ง ราวกับสิงโตบ้าคลั่ง พุ่งเข้าหาหลิวอู๋เสียอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ เมื่อเห็นศิษย์รักถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา
“อวิ๋นหลาน เจ้ากล้าหรือ!” ปี้กงอวี่พุ่งเข้ามาใกล้จากด้านข้างอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือพุ่งเข้าหาอย่างรุนแรง เพื่อต้านทานท่านี้แทนหลิวอู๋เสีย
ก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง อวิ๋นหลานเตรียมลงมืออยู่ก่อนแล้ว ร่างกายมาถึงในพริบตา ในมือปรากฎกระบี่ยาวสามฉื่อ วิชากระบี่อันกลิ้งกลอกพุ่งตรงไปยังลำคอหลิวอู๋เสีย
“ไม่มีใครฆ่าข้าได้!” หลิวอู๋เสียสงบนิ่งมาก ยกดาบสั้นขึ้น ชี้ไปที่ท้องฟ้า ราวกับละมั่งยืนอยู่บนเขาสูง ไม่มีร่องรอยให้ติดตาม
ดาบขั้นสุดยอด!
หลังจากเข้าใจเจตจำนงดาบแล้ว เขายังไม่ได้ต่อสู้เต็มที่ ดาบเล่มนี้อยู่ในใจของเขามาโดยตลอด ในที่สุดก็สามารถปลดปล่อยออกมาได้
เจตจำนงดาบที่ไร้ความปรานี ฉีกท้องฟ้าออก เมฆที่ปกคลุมอยู่เหนือหัวก็แตกออกอย่างกะทันหัน ไม่สามารถทนต่อการกัดเซาะของเจตจำนงดาบได้
“เจตจำนงดาบ นี่คือเจตจำนงดาบ!”
หวังหงไฉก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวใหญ่ อายุยังน้อย แต่กลับเข้าใจเจตจำนงดาบได้ พวกเขารุ่นเก่า ศึกษาอยู่หลายสิบปียังไม่ถึงขั้นตอนเบื้องต้น โลกนี้กำลังจะเปลี่ยนไปแล้วหรือ
“เจตจำนงดาบช่างน่ากลัวเสียจริง!”
สีหน้าของเคอเหวินเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน รัศมีที่สูงส่งราวกับท้องฟ้านั้น ทำให้ทุกคนตกใจและหวาดกลัว ไม่สามารถทนต่อการปราบปรามของเจตจำนงดาบได้ พวกเขาจึงถอยกลับไปทีละคน
แววตาของซ่างกวนไฉแสดงความเคร่งขรึมออกมา
หลังจากการคาดเดาเพียงเล็กน้อย ก็สามารถเดาได้ว่าการเปิดเผยคำตอบของการประเมินโอสถนั้นเกี่ยวข้องกับเขาอย่างมาก
การกระทำผิดต่อศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เป็นเรื่องดีหรือร้ายกันแน่ หากเขายังคงเติบโตต่อไป ในอนาคตเขามีโอกาสมากที่จะกลายเป็นปรมาจารย์รุ่นหนึ่ง
อวิ๋นหลานไร้หนทางจะรวบรวมพลัง ร่างกายถูกเจตจำนงดาบขังตรึงเอาไว้มั่น
ม่านตาภูตถูกใช้ อวิ๋นหลานเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ หลิวอู๋เสียมองเห็นได้อย่างชัดเจน ดาบสั้นฟันลงมาอย่างกะทันหัน
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวในอากาศ ก่อตัวเป็นคลื่นกระแทกพุ่งไปทุกทิศทุกทาง
“ฉัวะ!”
กระบี่ยาวของอวิ๋นหลานถูกฉีกออกอย่างไม่ปรานี หินครามบนพื้นแตกออกอย่างต่อเนื่อง ไหลไปรอบ ๆ ผู้คนที่ยืนดูอยู่รอบ ๆ ต่างพากันหลบหลังโต๊ะ
หินครามที่พุ่งเข้าใส่ ทำลายโต๊ะ ผู้ฝึกตนที่มีความแกร่งกล้าต่ำบางคนถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว พ่นเลือดออกมา
กลุ่มเมฆสีดำน่ากลัวลอยขึ้นจากใจกลางลานประลอง
ทันใดนั้น!
เเงาร่างสองร่างลอยละลิ่วลงมาจากฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย เลือดสีแดงย้อมท้องฟ้า
“พรวด!”
เลือดคำหนึ่งพุ่งออกมาจากปากของหลิวอู๋เสีย ใบหน้าซีดเซียว ร่างกายกระแทกเข้ากับพื้นที่ชมวิวอย่างแรง เสื้อผ้าบนแขนของเขาระเบิดออกทั้งหมด ถูกฉีกออกด้วยพลังปราณ
อวิ๋นหลานก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ถอยไปหลายสิบก้าวถึงจะยืนทรงตัวได้มั่น
เขามีระดับพลังชำระไขกระดูก กระบี่เมื่อครู่นี้เพียงพอที่จะสังหารยอดฝีมือระดับพลังชำระวิญญาณ
“เป็นไปไม่ได้ เผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างเต็มกำลังของระดับพลังชำระไขกระดูกแล้วยังไม่ตาย” หนานกงฉีเผยความหวาดกลัวออกมา กระบี่เมื่อครู่นี้ แม้แต่ระดับพลังชำระวิญญาณก็ไม่สามารถรับได้ หลิวอู๋เสียเพียงได้รับบาดเจ็บสาหัสเท่านั้น
ประมุขหอกว่าสามสิบคนต่ามีสีหน้าตกตะลึง
“เจตจำนงดาบ คิดไม่ถึงว่าเจตจำนงดาบจะแข็งแกร่งเพียงนี้!”
ท้ายที่สุดแล้ว เป็นเพราะการปรากฏตัวของกระบี่อัคคี ที่ส่งผลต่อสถานการณ์การต่อสู้ บวกกับม่านตาภูตของหลิวอู๋เสีย หลบเลี่ยงจุดตายล่วงหน้า จึงสามารถรับมือได้อย่างง่ายดาย
“อสูรร้าย! เขาเป็นอสูรร้าย อายุเพียงสิบแปดปี ศิลปะการหลอมโอสถเหนือกว่าคนรุ่นก่อน แม้แต่วิถีแห่งศิลปะการต่อสู้ก็ยังน่าทึ่งเช่นนี้ ไม่กี่วันก็ต้องมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว ราชวงศ์ต้าเยี่ยน”
เชอเจียจวิ้นพึมพำกับตัวเอง อัจฉริยะเช่นนี้ ยากที่จะปิดบังได้ ในไม่ช้าก็จะต้องทะยานขึ้นฟ้า
จี้หยางยืนอยู่ไกล ๆ กำหมัดแน่น เส้นเลือดสองเส้นปรากฏขึ้นบนใบหน้า ดวงตาของเขาถูกปกคลุมไปด้วยความตั้งใจฆ่า
เขาจะไม่มีวันยอมให้ใครในราชวงศ์ต้าเยี่ยนเหนือกว่าเขา
“แค่ก ๆ …”
หลิวอู๋เสียกุมหน้าอก หยิบโอสถวิญญาณฟ้าออกมาหนึ่งเม็ดแล้วกลืนลงไป ระงับอาการบาดเจ็บที่หน้าอก
เคล็ดไท่หวงสูบกลืนสวรรค์ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง พลังปราณอันยิ่งใหญ่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาเหมือนกระแสน้ำ
ของเหลวกว่าสิบหยดไหลออกมาจาก ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ ไหลเข้าสู่ร่างกาย ซ่อมแซมส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ ในพริบตา อาการบาดเจ็บก็หายไปเจ็ดถึงแปดส่วน
“อวิ๋นหลาน เจ้าช่างกล้ามาก ระหว่างพวกเขาได้ตกลงในสัญญาเป็นตายไปแล้ว หลิวอู๋เสียชนะ พวกเขาสมควรตาย เจ้าในฐานะผู้อาวุโส กลับลงมือกับรุ่นหลัง ข้าไม่รังเกียจที่จะเป็นพวกเดียวกับเจ้า แต่เจ้าไม่คู่ควรที่จะเป็นประมุขหอตันเป่า”
ปี้กงอวี่มีสีหน้าเย็นชา เดินผ่านซากปรักหักพัง ยืนอยู่ตรงหน้าหลิวอู๋เสีย หากมีใครกล้าลงมืออีก ต้องผ่านเขาไปก่อน
อวิ๋นหลานพูดไม่ออก โกรธจนหน้าเขียว ปี้กงอวี่พูดถูก พวกเขามีสัญญาเป็นตาย เมื่อลงนามแล้ว ชีวิตและความตายก็ไม่สามารถควบคุมได้
“ทุกท่านอย่าพูดอีกเลย คุณชายหลิวก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก พวกเขาทั้งสามก็ถูกลงโทษแล้ว งานชุมนุมโอสถก็แล้วกันไปเช่นนี้เถอะ”
ในฐานะเจ้าภาพ ลี่อันต้องออกมาในเวลานี้ กุมหมัดให้กับทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เรื่องตลกควรจะจบลงได้แล้ว
มีโอกาสเพียงครั้งเดียว หากลงมืออีก อวิ๋นหลานจะต้องถูกปิดล้อม เขาทำได้แค่กัดฟันแน่น รอโอกาสในอนาคตแล้วค่อยแก้แค้น
โต๊ะและเก้าอี้พังเสียหายเกือบหมด ไม่มีที่นั่ง ต้องยืนอยู่บนซากปรักหักพัง
“ตอนนี้ถึงเวลาประกาศรางวัลงานประลองโอสถ!”
ซางเหยียนแค่อยากจะจบเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด นำรางวัลออกมา อันดับหนึ่งได้รับโอสถระดับสี่ อันดับสองและสามได้รับโอสถระดับสาม
สำหรับจี้หยางและฉินเล่อเทียนแล้ว โอสถระดับสามไม่มีแรงดึงดูดใด ๆ พวกเขาเองก็เป็นปรมาจารย์หลอมโอสถระดับสามอยู่แล้ว
สิ่งล่อใจที่แท้จริงคือโอสถระดับสี่เม็ดนี้ ผลลัพธ์ก็ตกเป็นของหลิวอู๋เสีย
รับขวดกระเบื้องมา เปิดออก แล้วกลืนลงคอโดยตรง ไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะรอ
โอสถระดับสี่ จะต้องดึงดูดความโลภของคนจำนวนมาก วิธีที่ดีที่สุดคือกลืนลงคอโดยตรง
เขามีติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ สามารถหลอมมันได้อย่างง่ายดาย พลังงานของโอสถระเบิดขึ้นในร่างกายของเขาทันที พุ่งทะลุระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นสี่
– โปรดติดตามตอนต่อไป –