เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 69 รวมตัวยามค่ำคืน
บทที่ 69 รวมตัวยามค่ำคืน
เมื่อเห็นประตูมิติ กอร์ดา จีค และเชอริลก็ยักไหล่
ในความเป็นจริงนั้นทั้งสามคนควรจะประหลาดใจมาก แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีเซอร์ไพรส์มากมายจนพวกเขามึนงงและไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยักไหล่แทนการพูดว่า “โอ้พระเจ้าช่วย!”
กอร์ดากล่าวว่า “คนคนเดียวสามารถสร้างประตูมิตินี้ได้ ฉันกล้าบอกเลยว่าทั้งอาณาจักรมีแค่คุณเดียวที่ทำได้”
จีคพึมพำว่า “ลูกศรติดตาม! ลูกศรติดตาม!”
“หยุดพึมพำแล้วเข้าไปซะ!” ร็อบบ์เตะจีคเข้าประตูไปในทันที
ทุกคนเดินผ่านประตูมิติและไปโผล่ที่ลานโบสถ์ในเมืองเวสต์วินด์ ลิลเลียนกำลังนั่งยอง ๆ บนพื้นด้วยกาน้ำขนาดเล็กในมือของเธอ เธอจ้องมองไปที่สนามและพึมพำว่า “ทำไม? เทพแห่งแสงควรอวยพรให้ฉันด้วยสิ! ทำไมพริกไทยที่ฉันปลูกมันถึงไม่ให้ผลภายในหนึ่งวัน? แล้วทำไมนายท่านถึงทำได้? ฉันก็ทำเหมือนเขาทุกอย่าง!”
ร็อบบ์ยิ้มและพูดว่า “ลิลเลียน เธอกำลังทำอะไรอยู่”
ลิลเลียนตกใจกับเสียงทักกะทันหันจน ‘ผายลม’ ออกมาเสียงดังขึ้นขณะที่เธอนั่งยอง ๆ บนพื้น เธอรีบหันกลับมาทันทีและเห็นเจ้านายของเธอกับนักผจญภัยทั้งสามคน แต่ละคนถือกระสอบใบใหญ่มาด้วย
ทันใดนั้นใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอก็แดงก่ำ “น…นายท่าน คุณกลับมาแล้ว! ฉัน… ฉันแอบเอาพริกไทยเมล็ดหนึ่งมาลองปลูกดูโดยไม่ขอก่อน คุณจะไม่ดุฉันใช่ไหม?’
“อย่ากังวลกับพริกไทยแค่เมล็ดเดียว เธอสามารถใช้ได้ตามที่เธอต้องการ”
“แต่นายท่าน คุณไม่สามารถเสียมันไปอย่างสิ้นเปลืองแบบนั้นได้!”
“ช่างเถอะ ๆ ไปต้มน้ำหน่อยสิ ฉันต้องการอาบน้ำ มันไม่สะดวกจริง ๆ กับการที่ต้องอยู่ห่างจากบ้าน ฉันไม่ได้อาบน้ำเมื่อคืนนี้ ฉันรู้สึกสกปรกมาก” หลังจากที่ร็อบบ์พูดจบ เขาก็จำอะไรบางอย่างได้และหันไปหานักผจญภัยทั้งสามคนก่อนจะพูดว่า “ครั้งสุดท้ายที่พวกคุณอาบน้ำคือเมื่อไหร่”
ทั้งสามผายมือออกแทบจะพร้อมกัน “วันออกเดินทาง”
“พระเจ้าช่วย!” ร็อบบ์แทบทรุด “กอร์ดากับจีค พวกนายเอาแมงมุมวางไว้ตรงนี้แหละ และไปที่น้ำพุบนภูเขาเพื่ออาบน้ำเลยนะ เชอริล คุณไม่ต้องไปที่ภูเขา รอให้ลิลเลียนต้มน้ำให้อาบ”
“ฮะ? ทำไมเราถึงได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างออกไป” กอร์ดาตะโกน “เราก็เป็นเพื่อนของคุณเหมือนกันนะโว้ย”
ลานโบสถ์เต็มไปด้วยบรรยากาศครื้นเครง
อีกด้านหนึ่ง
โครงกระดูกหลายพันโครงกำลังเดินอย่างไร้จุดหมายในหุบเขาของเทือกเขาสนดำ เพราะพวกมันเพิ่งจะสูญเสียผู้นำไป
ร่างของเนโครแมนเซอร์กลายเป็นศพอันเย็นชืด
กลุ่มชายสวมเสื้อคลุมสีดำเดินผ่านบริเวณที่โครงกระดูกเดินเตร่และมาถึงร่างของเนโครแมนเซอร์
ผู้นำของกลุ่มเอ่ยขึ้นว่า “หมายเลข 32 ถูกฆ่าตาย”
ชายอีกคนหนึ่งกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าเขาจะถูกนักบวชและนักธนูฆ่าตาย เวทมนตร์ดำของเขาถูกทำลายก่อน จากนั้นก็ถูกยิงด้วยธนู มีรอยเท้ามนุษย์จำนวนมากในหุบเขา ซึ่งน่าจะเป็นของอาณาจักรแกรนและคริสตจักรแห่งแสง”
ชายอีกคนถอนหายใจ “ฉันเคยบอกกับเขาแล้วว่าอย่าทำตัวหยิ่งผยองถึงขนาดไปขโมยโครงกระดูกจากหมู่บ้านและเมืองมนุษย์เพื่อทำทหารโครงกระดูก เพราะไม่ช้าก็เร็ว อาณาจักรแกรนและคริสตจักรแห่งแสงจะตามมาจัดการ เขาควรเรียนรู้จากเราและมองหาเพียงศพในถิ่นทุรกันดาร ถึงแม้จะช้ากว่า แต่ก็ปลอดภัยและไม่มีใครตรวจพบ”
“เป็นความคิดที่โง่จริง ๆ แต่ต้องขอบคุณเขาที่ทำให้มีโครงกระดูกมากกว่าหนึ่งพันโครงมารวมตัวกันที่นี่ในเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษ ถ้าเราใช้มันได้ดี เราก็จะมีกำลังรบที่แข็งแกร่ง”
เขาพูดจบก็ค่อย ๆ ยกมือขึ้นปล่อยเวทมนตร์แห่งความมืดแผ่ไปทั่วหุบเขา และโครงกระดูกที่เดินอยู่ใกล้ ๆ ก็หันกลับมามองเขาในเวลาเดียวกัน พวกมันคุกเข่าข้างหนึ่งอย่างเรียบร้อยและเชื่อฟัง
ชายคนหนึ่งกล่าวว่า “ทั้งคริสตจักรและอาณาจักรแกรนจะไม่ยอมให้โครงกระดูกเหล่านี้เดินเตร่ไปมาที่นี่ อัศวินเทมพลาร์จะถูกส่งมาชำระแผ่นดินนี้ให้บริสุทธิ์ในไม่ช้า และเมื่อพวกเขาตระหนักว่าโครงกระดูกมีนายคนใหม่ คงจะหลีกเลี่ยงสงครามไม่ได้”
“ใช่!” ผู้นำพยักหน้า “สงครามไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป แต่เราไม่มีอะไรต้องกลัว เราได้เตรียมตัวสำหรับสงครามครั้งนี้มานานกว่าสามปีแล้ว เราได้วางแผนที่จะส่งกองกำลังออกไปต่อสู้พร้อมกันเมื่อมังกรดำโจมตีอาณาจักรแกรน อย่างไรก็ตาม กว่าเจ็ดเดือนผ่านไป นับตั้งแต่ปีที่มังกรดำบินออกมา ป่านนี้มังกรดำยังมาไม่ถึงและไม่มีใครรู้ว่ามังกรดำที่ถูกสาปจะปรากฏที่เมืองใดในปีนี้ และถ้ามันไม่ปรากฏเลย มันจะกลายเป็นว่าเรารออย่างเสียเวลาเปล่า ๆ ไปนานกว่าเจ็ดเดือน”
“ยังมีเวลาอีกสี่เดือนก่อนที่ฤดูมังกรดำบินจะสิ้นสุดลง”
“เรารอมังกรที่ถูกสาปไม่ไหวแล้ว” ชายคนหนึ่งกล่าว “อย่างน้อยเราต้องทำลายเมืองทางตะวันตกของไบรต์โร้ด ในขณะที่อัศวินหลวงและทหารม้าสิงโตขาวยังคงอยู่ในค่ายของพวกเขา”
ผู้นำพิจารณาคำถามอย่างจริงจังและพูดว่า “คุณพูดถูก! เราไม่สามารถรอได้ กระจายตัวออกไปโจมตีเมืองเป้าหมายที่วางแผนไว้อย่างรวดเร็ว และสร้างความได้เปรียบของเราก่อนที่ทหารม้าสิงโตขาวจะตอบสนอง”
ชายคนหนึ่งชี้ไปที่ร่างบนพื้น “เป้าหมายเดิมของหมายเลข 32 คือเมืองเวสต์วินด์ แต่ตอนนี้เขาตายแล้ว ใครจะครอบครองเมืองเวสต์วินด์แทนเขา?”
“ฉันเอง!” ชายคนหนึ่งเดินมาข้างหน้าและพูดว่า “เป้าหมายเดิมของฉันคือสโตนแคนยอน แต่มันเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ เท่านั้น ฉันจึงสามารถครอบครองมันได้อย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้นฉันจะเดินทัพไปยึดครองเมืองเวสต์วินด์ต่อ” (สโตนแคนยอนเป็นบ้านเกิดของลิลเลียน สำหรับผู้ที่ลืมโปรดดูบทที่ 10)
ผู้นำคิดว่า “ดี ถ้างั้นฉันจะมอบหน้าที่นี้ให้นาย แต่รู้เอาไว้ด้วยว่าเมืองเวสต์วินด์ซึ่งมีประชากรพันคนนั้นน่าจะมีกองทหารอาสาสมัครจำนวนหลายร้อย และฉันได้ยินมาว่ามีนักบวชที่เพิ่งถูกส่งไปอยู่ที่นั่น แม้ว่านักบวชในเมืองจะไม่แข็งแกร่งมากนัก แต่เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์เป็นศัตรูตัวฉกาจของมนต์ดำของเรา ดังนั้นการจะทำอะไร นายต้องรอบคอบ”
“รับทราบ!” ชายที่เพิ่งขออาสายึดเมืองเวสต์วินด์รับปากทันที ก่อนจะวางมือประทับหน้าอกและถอยกลับ
จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันและหายตัวไปในคืนที่มืดมิด
มีเพียงชายคนสุดท้ายในชุดเสื้อคลุมดำที่เงยหน้าขึ้นมองแสงดาวบนท้องฟ้า และพูดด้วยน้ำเสียงที่มืดมนว่า “ฉันจะปกครองอาณาจักรแห่งแกรนทั้งหมด! ไม่มีใครสมควรได้รับมันนอกจากฉัน!”