เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 68 ม้วนคาถาระดับกองทัพ
บทที่ 68 ม้วนคาถาระดับกองทัพ
บารอนหยิบม้วนคาถาที่มีอักษรรูนแปลก ๆ ออกมา ซึ่งร็อบบ์ไม่เข้าใจพวกมันเลยและเขาอดไม่ได้ที่จะคิดกับตัวเองว่า ‘ฉันจะจำไอ้อักษรรูนวิเศษพวกนี้ให้ได้ในอนาคต ตอนที่อยู่ในเกมทั้งหลาย พวกมันถูกเขียนขึ้นมาลวก ๆ ประกอบกับชื่ออ่านและคำอธิบายโดยละเอียดเพื่อให้รู้ว่ามันคืออะไร แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง อักษรรูนนั้นต้องใช้การท่องจำและทำความเข้าใจ’
บารอนหยิบม้วนคาถาขึ้นมาและพูดว่า “นี่คือม้วนคาถาระดับกองทัพ ซึ่งต้องใช้นักเวทสิบคนของกองทหารม้าสิงโตขาวถ่ายพลังเวทลงในม้วนคาถา เพื่อให้มันมีอำนาจถึงขนาดเคลื่อนย้ายคนได้สองร้อยคน พูดตามตรงนะ แม้แต่ฉันที่มีสถานะและชื่อเสียงก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้”
หลังจากพูดจบ เขาก็ใช้งานม้วนคาถานั้นทันที แสงสีม่วงเข้มพวยพุ่งออกมา ซึ่งเป็นสีปกติของเวทมนตร์มิติ แสงนั้นค่อย ๆ ควบแน่นกันอย่างช้า ๆ กลางอากาศ ใช้เวลาประมาณห้านาทีกว่าที่แสงนั้นจะกลายเป็นประตูมิติที่เปล่งแสงสีม่วงออกมา
ประตูสู่ไบรต์โร้ด!
ร็อบบ์คิดในใจว่า ‘มันดูลึกลับตั้งแต่ที่นักเวทสามารถเปิดประตูมิติได้ และตราบใดที่ตัวนักเวทผู้ใช้ไม่ได้เข้าไปในประตูมิติ ประตูก็จะไม่หายไป และคนจำนวนมากเท่าที่นักเวทต้องการก็สามารถเข้าไปในนั้นได้ แต่นี่ต้องใช้นักเวทเป็นสิบคนเพื่อถ่ายเทพลังเวทร่วมกันเพื่อทำให้ม้วนคาถานี้พาคนไปได้สองร้อยคนเนี่ยนะ? โคตรจะอ่อนเลย!
ตอนนี้ร็อบบ์ค่อย ๆ เข้าใจแล้วว่าในโลกของเกมนั้นได้พยายามทำให้ผู้เล่นสะดวกมากแค่ไหนเพื่อเป็น ‘ประสบการณ์ที่ดีที่สุด’ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง มีเวทมนตร์มากมายที่ถูกจำกัดในหลาย ๆ ด้าน
การเทเลพอร์ตเป็นหนึ่งในนั้น หากเวทมนตร์นี้สามารถใช้ได้ง่ายในโลกแห่งความเป็นจริงสงครามระหว่างประเทศคงจะยิ่งรุนแรง
มันจะไปยากตรงไหนในการเข้าใกล้ศัตรู? ฉันสามารถปิดล้อมศัตรูได้โดยเปิดประตูมิติที่ด้านหลังพวกเขาโดยตรง!
มันจะยากตรงไหนที่จะโจมตีเมืองที่มีกำแพง? ฉันจะเปิดประตูมิติไปอยู่เหนือกำแพงเมือง!
หรือฉันสามารถส่งคนจำนวนมากไปที่ท้องพระโรงเพื่อฆ่าจักรพรรดิได้ด้วย!
หากสามารถใช้เทเลพอร์ตได้ด้วยวิธีนี้ แน่นอนว่าโลกคงจะปั่นป่วน
ดังนั้นในโลกแห่งความเป็น จริงการใช้เทเลพอร์ตและประตูมิติอื่น ๆ จึงถูกจำกัดอย่างรุนแรง เป็นต้นว่าต้องใช้พลังเวทมากมายในการใช้งาน หรือไม่ก็เป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้ยาก
ร็อบบ์ยังสามารถเดาได้ว่าคงมีข้อจำกัดที่เข้มงวดเกี่ยวกับเวทมนตร์ประเภทการบินและการฟื้นคืนชีพ เพราะเขายังไม่เห็นคนอื่นใช้มันเลย แต่เมื่อไหร่ที่เขาเห็นมัน เขาจะรู้ได้แน่นอนว่ากฎการใช้นั้นแตกต่างจากกฎในเกมอย่างสิ้นเชิง
ทหารของบารอนเข้าแถวเพื่อเข้าสู่ประตูมิติ
ร็อบบ์โบกมือลาพวกทหารด้วยรอยยิ้มที่ใจดี ทหารครึ่งหนึ่งในนี้ได้รับการปฏิบัติจากร็อบบ์ด้วยบทสวดศักดิ์สิทธิ์ของเขา และส่วนที่เหลือได้รับการคุ้มครองโดยเขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์ของร็อบบ์ ทุกคนจึงหันกลับมาทักทายร็อบบ์ก่อนจะเข้าประตู
บารอนยังทักทายร็อบบ์ด้วยว่า “คุณพ่อ คุณแน่ใจหรือว่าไม่อยากไปด้วยกัน? คุณต้องเดินหลายวันเพื่อกลับไปที่เมืองเวสต์วินด์เลยนะ แต่ถ้าคุณเทเลพอร์ตไปกับเราแล้วนั่งรถม้ากลับไปที่เมืองเวสต์วินด์มันจะง่ายกว่ามาก”
ร็อบบ์ยิ้มพลางส่ายหัวและพูดว่า “ฉันสะดวกกับการเดินในภูเขาที่นี่น่ะ ไม่เป็นไรหรอก”
“ก็ได้ เอาไว้หลังจากนี้ฉันจะให้คนเอาของขวัญไปมอบให้คุณในอีกไม่กี่วันนะ” บารอนโบกมือและเข้าสู่ประตูมิติไป
และในที่สุดเสี่ยวอี้ก็จากไป ก่อนจะไปนั้นเธอมองร็อบบ์จริงจัง อีกทั้งยังโค้งคำนับและพูดว่า “ขอให้เทพแห่งแสงอวยพรคุณ”
ร็อบบ์ยิ้มและตอบกลับไปว่า “ขอให้เทพแห่งแสงอวยพรคุณเช่นกัน”
ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันอีก และเสี่ยวอี้ก็เข้าไปในประตูมิติ
จากนั้นประตูมิติก็ค่อย ๆ เลือนหายไป กระทั่งในที่สุดก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ฮ่า! ในที่สุดพวกนั้นก็ไปกันหมดแล้ว” เชอริลหัวเราะขึ้นมาทันที “คุณร็อบบ์ ตอนนี้เราคุยกันได้อย่างอิสระแล้ว”
ร็อบบ์ยักไหล่และพูดว่า “แม้ว่าคนเหล่านั้นที่คลุกคลีกับองค์กรต่าง ๆ มากมายจะไม่สามารถพูดคุยกับเราได้ แต่หากไม่มีองค์กร โลกก็จะกลายเป็นความยุ่งเหยิงและปฏิบัติตามกฎของป่า ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือภูเขา ทุกคนจะไม่มีความรู้สึกปลอดภัย ดังนั้นจึงยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับองค์กรทั้งหลายที่จะดำรงอยู่เพื่อรักษาความสงบและความยุติธรรมตามจริยธรรมขั้นพื้นฐานและศีลธรรม เพื่อให้คนที่มีความแข็งแกร่งไม่รังแกคนชราและผู้อ่อนแอตามแต่ใจปรารถนา”
เชอริลยิ้มและพูดว่า “พูดได้ดี! ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะมีความคิดแบบนี้”
“ฉันก็รู้แค่หนึ่งหรือสองอย่างเท่านั้น” ร็อบบ์ตอบ
เชอริลกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ในเมื่อคนอื่น ๆ จากไปแล้วและมีพวกเราเพียงไม่กี่คนที่เหลืออยู่ ตอนนี้มันควรถึงเวลาที่คุณจะใช้ทักษะอันน่าอัศจรรย์ของคุณแล้วใช่ไหม? คุณร็อบบ์ คุณต้องสามารถใช้เทเลพอร์ตได้อย่างน่าอัศจรรย์เพื่อพาเรากลับไปที่เมืองเวสต์วินด์ได้แน่นอน ฉันไม่เชื่อว่าคุณจะเดินย่ำเท้าผ่านเส้นทางในภูเขาเพื่อกลับเมืองแน่ ๆ”
เธอเดาว่าร็อบบ์สามารถใช้เวทมนตร์เทเลพอร์ตได้แน่นอน
“คุณนี่ฉลาดมากจริง ๆ แต่ผู้หญิงที่ฉลาดน่ะผู้ชายมักไม่ชอบนะ ผู้หญิงที่โง่คือผู้หญิงที่น่ารักที่สุด”
เชอริลยักไหล่ “ให้นักเวทโง่เนี่ยนะ? เป็นไปไม่ได้หรอก”
“ฮ่าฮ่า คุณพูดแบบนี้มันก็ถูก” เมื่อเหลือแต่ตัวเองและนักผจญภัยทั้งสาม ร็อบบ์ก็ขี้เกียจเกินกว่าจะแสร้งทำเป็นพูดอะไรอีก ทันทีที่เขายกมือขึ้น แสงสีฟ้าก็สว่างขึ้นล้อมรอบบริเวณที่พวกเขาอยู่
มันคือสกิล ‘เทเลพอร์ตฉับพลัน’ เวทที่สามารถส่งกลุ่มคนเคลื่อนย้ายออกไปได้ในทันที
เมื่อกอร์ดาและจีคเห็นสิ่งนี้ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะยักไหล่และคิดกับตัวเองว่า ‘รู้แล้วว่าไอ้ม้วนคาถาเทเลพอร์ตทันทีของเชอริลตอนนั้นมันมาจากไหน คุณร็อบบ์นี่ก็เหลือเกินจริง ๆ เขาบอกว่าพวกเราเป็นเหมือนพี่น้องและผู้หญิงเป็นเหมือนเสื้อผ้า แต่เขาแอบมอบมันให้กับเชอริลคนเดียว!’
“ไม่ เดี๋ยวสิ!” ทันใดนั้นร็อบบ์ก็ยกเลิกสกิลของตัวเอง แสงสีฟ้าบนพื้นหายไปในทันที “ฉันเกือบลืมไปว่าเวทนี้สามารถใช้ได้กับคนห้าคนต่อหนึ่งครั้งเท่านั้น แต่ตอนนี้เราแต่ละคนกำลังอุ้มแมงมุมกินคนอยู่ พวกมันต้องถูกนับรวมด้วย!”
ดังนั้นด้วยการโบกมืออีกรอบของร็อบบ์ ประตูมิติสีดำม่วงก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยเสียง ฮึ่ม! ซึ่งมันไม่ต่างอะไรจากประตูมิติที่บารอนสร้างขึ้นด้วย ‘ม้วนคาถาระดับกองทัพ’ เลย!