เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 67 ฉันไม่ไปหรอก
บทที่ 67 ฉันไม่ไปหรอก
แท้จริงแล้วร็อบบ์สามารถชำระล้างโครงกระดูกได้มากกว่าหนึ่งพันตัว แต่ถึงกระนั้นสำหรับจ้าวแห่งการขี้เกียจอย่างเขา การใช้เวทมนตร์ชำระล้างพันครั้งมันคือการทำงานหนักจนเกินไป!
ไม่มีผลประโยชน์ ไม่มีค่าประสบการณ์ ไม่มีการเพิ่มระดับของทักษะ โครงกระดูกเหล่านี้ไม่ดร็อปเงินหรือสมบัติอะไรเลย
และบริเวณนี้ก็ไม่ใช่ที่ดินของเขาเช่นกัน แม้ว่ามันจะกลายเป็นดินแดนรกร้างว่างเปล่า แต่ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา เขาไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่นี่ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้อัศวินเทมพลาร์จัดการกับมัน
“ไปกันเถอะ! แค่ฝ่าผ่านโครงกระดูกพวกนี้ มันไม่ได้ยากนัก” ร็อบบ์พูดด้วยรอยยิ้มเบิกบาน
กอร์ดาพาดถุงกระสอบที่ใส่แมงมุมไว้บนไหล่ขวา ถือโล่ไว้ในมือซ้าย แล้วเดินช้า ๆ ออกจากเขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์
ทันทีที่ออกไป ทหารโครงกระดูกที่อยู่ใกล้ ๆ ก็รีบวิ่งเข้ามาโจมตีด้วยมีดสนิมเขรอะ
กอร์ดาสะบัดดาบในมือของเขากระแทกทหารโครงกระดูก ทำให้มันกระเด็นลอยไปไกลและแตกกระจาย แต่ในไม่ช้ากระดูกที่หักของมันก็กลับมารวมกันอีกครั้ง แต่หลังจากที่มันลุกขึ้นยืนอีกครั้งมันก็ไม่ได้กระโจนใส่กอร์ดาอีกต่อไป
ทุกคนพบว่าโครงกระดูกกลุ่มใหญ่นี้คล้ายเป็นหุ่นไร้จิตใจที่ยืนกระจัดกระจาย และมีเพียงโครงกระดูกที่อยู่ใกล้กับกอร์ดาเท่านั้นที่จะโจมตีเขา ส่วนโครงกระดูกในระยะไกลยังคงยืนเหม่อลอยอย่างไร้จุดหมาย
บารอนถึงกับหัวเราะร่า “ฮ่าฮ่า มันง่ายจริง ๆ คุณกอร์ดาโปรดค้นหาระยห่างที่พวกมันจะเริ่มโจมตีเราถ้าหากข้าไปใกล้ เพื่อที่หลังจากนี้เราจะได้หลบเลี่ยงออกไปได้ง่าย ๆ”
กอร์ดาพยักหน้า เขายกโล่ขึ้นและพุ่งเข้าหาทหารโครงกระดูกที่อยู่ไม่ไกล
ยี่สิบหลา ไม่มีการตอบสนอง…
สิบหลา ยังไม่มีการตอบสนอง…
แต่เมื่อกอร์ดาเดินเข้าไปภายในระยะห้าหลา ทหารโครงกระดูกก็มีปฏิกิริยาและกระโจนเข้าใส่ใส่กอร์ดาด้วยมีด
กอร์ดารีบกระโดดออกห่างทหารโครงกระดูกจนหลุดออกจากระยะห้าหลา และทหารโครงกระดูกก็เดินสะเปะสะปะอย่างว่างเปล่าอีกครั้ง
บารอนสั่งว่า “ขบวนรบอสรพิษ! เราจะฝ่าลัดเลาะไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของกองทัพโครงกระดูก จงให้ความสนใจกับระยะห่างของทหารโครงกระดูกไม่น้อยกว่าห้าหลา แต่หากทหารโครงกระดูกเข้ามาในระยะห้าหลา ก็ให้สังหารได้ทันที”
ทหารพากันตอบพร้อมเพรียงกันว่า “รับทราบ!”
นักผจญภัยทั้งสามคนเดินไปข้างหลังพร้อมกับบารอน เสี่ยวอี้และร็อบบ์เดินอย่างระมัดระวังผ่านกองทัพโครงกระดูก โครงกระดูกมากกว่าหนึ่งพันโครงที่โอบล้อมอยู่ในหุบเขาแคบ ๆ นี้ทำให้ยากที่จะหลีกเลี่ยงระยะห้าหลา โชคดีที่โครงกระดูกที่อยู่ห่างออกไปจะไม่มาช่วยพวกพ้องของมัน ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญอยู่เสมอคือโครงกระดูกเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องยากที่จะออกจากการล้อม
ทว่าสุดท้ายทุกคนก็เดินออกจากหุบเขาได้อย่างง่ายดาย
“ด้วยวิธีนี้ ภารกิจลาดตระเวนก็เสร็จสมบูรณ์ และเรายังเอาชนะเนโครแมนเซอร์ได้ด้วย เมื่อฉันกลับไปแล้ว ดยุกคงจะต้องตอบแทนฉันอย่างแน่นอน” บารอนกล่าวอย่างมีความสุขกับทุกคน “ขอบคุณนักผจญภัยทั้งหลาย และแน่นอนที่สุด ขอบคุณคุณพ่อร็อบบ์”
นักผจญภัยทั้งสามคนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “อย่าขอบคุณเรา เราอยู่ที่นี่เพื่อเงิน”
ร็อบบ์กล่าวเสริมว่า “ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก การรับใช้ประชาชนเป็นแรงจูงใจในการมีชีวิตอยู่ของฉัน” ร็อบบ์พูดด้วยสีหน้าหน้าเคร่งขรึม
บารอนรู้สึกประทับใจอย่างสุดซึ้ง “คุณพ่อเป็นคนที่ใจดีและอบอุ่นที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบมา ฉันควรจะให้ของขวัญที่ดีแก่คุณพ่อ แต่ฉันไม่ได้นำอะไรมาด้วยในการเดินทางครั้งนี้ ฉันจะให้คนส่งของขวัญให้คุณเมื่อฉันกลับไปนะ”
ร็อบบ์ยิ้มและพูดว่า “คุณไม่จำเป็นต้องสุภาพขนาดนั้น!”
บารอนยิ้ม “ก่อนที่ฉันจะเดินทางมาที่นี่ ฉันนำม้วนคาถาที่สามารถเทเลพอร์ตไปที่โบรต์โร้ดมาด้วย มันรองรับคนได้ถึงสองร้อยคน คุณจะไปกับฉันไหม?”
“ไม่ล่ะ” ตอนนี้ร็อบบ์เป็นห่วงแมงมุมกินคนสี่ตัวที่เขาจับได้และต้องการจะกลับบ้านเพื่อทำถุงน่องทันที จะมีเวลาไปที่นั่นและใช้เวลาหลายสิบวันเพื่อเดินทางกลับได้ยังไง?
เขากางมือออกและพูดว่า “ชาวเมืองเวสต์วินด์มักจะได้รับบาดเจ็บ ฉันกังวลเรื่องความปลอดภัยของพวกเขา ฉันต้องกลับไปทำหน้าที่รับใช้พวกเขา ขอบคุณน้ำใจของบารอนมาก” ร็อบบ์พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก
บารอนถอนหายใจ “คุณช่างเป็นนักบวชที่ดีเหลือเกิน”
“ชมฉันอีกแล้วนะ แต่ก็ขอยืนยันว่าฉันไม่ดีเท่าคุณหรอก”
เสี่ยวอี้ส่งแมงมุมกินคนไปให้ร็อบบ์ “ฉันจะกลับไปที่ไบรต์โร้ดกับบารอนเพื่อรายงานสิ่งที่ฉันได้เห็นในครั้งนี้ต่อคริสตจักรแห่งแสง และขอให้อัศวินเทมพลาร์ชำระล้างโครงกระดูกที่นี่ ดังนั้นเราคงลากันตรงนี้”
ร็อบบ์ยิ้ม “อย่าพูดอะไรเกี่ยวกับฉันมากเกินไป โอเค๊”
หลังจากได้ยินเช่นนี้เสี่ยวอี้ก็ใจเต้นเล็กน้อย และคิดกับตัวเองว่า ‘นี่เป็นคำใบ้ที่บอกให้ฉันห้ามปิดเผยตัวตนของเขาสินะ? นอกจากนี้ ถ้าเขาเป็นผู้พิพากษานอกรีตจริง ๆ ฉันก็ไม่สามารถบอกใครได้หรอก ช่างเถอะ เอาเป็นว่าฉันจะคุยกับอาร์คบิชอปเป็นการส่วนตัว’
จากนั้น นักผจญภัยสามคนที่ถือกระเป๋าบรรจุแมงมุมกินคนก็เดินเข้ามา
กอร์ดากล่าวกับบารอนด้วยรอยยิ้มว่า “เราจะไม่ไปที่นั่นด้วยหรอก นักผจญภัยที่รักอิสระอย่างเราไม่เหมาะที่จะไปสถานที่ที่เต็มไปด้วยคนหมู่มาก เพราะเราอาจทำให้ใครบางคนขุ่นเคืองกับบุคลิกความรักเสรีของเรา ฮ่าฮ่า เราจะช่วยคุณร็อบบ์ส่งแมงมุมกลับไปที่เวสต์วินด์ ก่อนที่เราจะพิจารณาจุดหมายปลายทางต่อไปของเราอีกที”
บารอนครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หยิบกระเป๋าเงินของเขาออกมาและนับเหรียญทองสามสิบเหรียญมามอบให้กอร์ดา “จำนวนที่ตกลงกันไว้คือ 21 แต่คราวนี้ฉันทำภารกิจสำเร็จมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ดังนั้นฉันจะให้ 30 เหรียญแก่คุณ ถือเป็นค่าผลงานเพิ่มเติม!”
กอร์ดาหัวเราะ “ฮ่าฮ่า นี่คือเหตุผลที่ฉันรักเบอร์เซิร์กเกอร์! ถ้าคุณเป็นนักเวท คุณคงจะต่อรองกับฉันละเอียดยิบ คุณรู้ใช่ไหมว่าพวกนักเวทชอบชวนทะเลาะเพราะเรื่องเล็กน้อย”
เชอริลตะโกน “เฮ้! นายหมายถึงอะไร? นายกล้าหมิ่นนักเวทอย่างฉันเหรอ? นายอยากจะกินลูกไฟสักลูกสองลูกใช่ไหม?”
กอร์ดารีบโบกมือ “ไม่ ๆ ฉันแค่ล้อเล่นน่า ฉันไม่มีเจตนาที่จะดูถูกนักเวท….อ…อ๊าก! หยุด… อย่าร่ายคาถา หยุดก๊อนนน….”