เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 48 ฟาร์มแห่งความสุข
บทที่ 48 ฟาร์มแห่งความสุข
บทที่ 48: ฟาร์มแห่งความสุข
ลิลเลียนขมวดคิ้วไปตลอดทางกลับบ้าน แม้ว่าในฐานะคนรับใช้นั้นเธอไม่ควรจะอารมณ์เสียกับเจ้านายของเธอ แต่สถานะของเธอกับร็อบบ์แตกต่างจากความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับคนรับใช้ทั่วไป นั่นเป็นเพราะว่าร็อบบ์ใจดีกับลิลเลียนมาก หลังจากอยู่ด้วยกันมานานกว่าหนึ่งเดือน ลิลเลียนก็ค่อย ๆ แตกต่างไปจากคนรับใช้ทั่วไป
เธอกับร็อบบ์สนิทสนมกัน ยิ้มแย้มด้วยกัน ใส่อารมณ์ฉุนเฉียวกันบ้างเป็นครั้งคราว แสดงสีหน้าท่าทางต่อร็อบบ์ในแบบที่คนรับใช้ทั่วไปไม่กล้าทำ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอจะตอบรับเพียงแค่ว่า “รับทราบ นายท่าน” เท่านั้น
ส่วนตอนนี้เธอก็กำลังขมวดคิ้วเพื่อแสดงความไม่พอใจให้เจ้านายของเธอได้เห็น
หากเป็นเจ้านายคนอื่น ป่านนี้เธอคงถูกหักขาไปนานแล้ว แต่แทนที่จะโกรธ ร็อบบ์กลับคิดว่ามันน่ารัก “ลิลเลียน เธอโกรธฉันเหรอ?”
“เปล่า!” ลิลเลียนปฏิเสธ แต่สีหน้าของเธอยังบูดบึ้งอยู่ หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เธอก็ยอมเอ่ยออกมาว่า “ตอนนี้เรามีเงินไม่มาก แต่คุณกลับซื้อพริกไทยมาตั้งมากมาย และหลังจากนี้เราต้องขายให้กับพ่อค้าในราคาที่ต่ำกว่า ลิลเลียนไม่เข้าใจว่านายท่านกำลังวางแผนอะไรอยู่”
ร็อบบ์อธิบายด้วยรอยยิ้ม “ฉันจะเอาพริกไทยเหล่านี้กลับไปปลูกเองต่างหาก! เธอเข้าใจไหม? ฉันคิดจะปลูกต้นพริกไทย ฉันก็เลยซื้อเม็ดพริกไทยมาจากพ่อค้าก่อน หากมีการวางแผนที่ดีคอยหมั่นรดน้ำดูแลเสมอ พริกไทยใหม่ก็จะเติบโต จากนั้นเราก็จะมีพริกไทยจำนวนมาก ซึ่งเราจะทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำเชียวล่ะ”
ลิลเลียนหัวเราะจนน้ำตาเล็ด “นายท่าน คำพูดของท่านคือสิ่งที่คนที่ไม่เคยเพาะปลูกอะไรเลยพูดออกมา คุณจะเก็บเกี่ยวผลผลิตในเวลาเพียงแค่ห้าวันได้ยังไง? ไหนจะเรื่องอุณหภูมิความชื้น สภาพภูมิอากาศ และฤดูกาลอีก สถานที่ของเราไม่มีทางปลูกพริกไทยได้หรอก”
ร็อบบ์ตอบอย่างภูมิใจว่า “แฮปปี้ฟาร์มเคยสนใจเรื่องพวกนั้นที่ไหนกันล่ะ สิ่งที่ต้องทำก็แค่ต้องรดน้ำให้มัน อันที่จริงห้าวันมันเยอะเกินไปด้วยซ้ำ ถ้าเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูง ๆ หน่อยนะ ใช้เวลาแค่หนึ่งวันก็สามารถปลูกและเก็บเกี่ยวได้แล้ว”
ลิลเลียนงุนงง “คุณพูดเรื่องอะไรเนี่ย?”
“เอาเป็นว่าแค่ทำตามที่ฉันพูดก็พอ”
คู่หูเจ้านายและคนรับใช้กลับไปที่โบสถ์ เมื่อไปถึงร็อบบ์ก็ตรงไปด้านหลังโบสถ์ทันที ซึ่งที่นี่เป็นพื้นที่โล่งแต่ไม่ได้ใหญ่มากนัก ตอนแรกที่นายกเทศมนตรีส่งมอบโบสถ์ให้กับร็อบบ์ แผ่นดินด้านหลังนั้นแห้งแล้งและถูกทิ้งร้าง แต่เมื่อลิลเลียนมาอยู่ที่นี่ ที่ดินก็เปลี่ยนไปเป็นอุดมสมบูรณ์อย่างมาก และมันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเพาะปลูก
ร็อบบ์หยิบเมล็ดพริกไทยที่เขาเพิ่งซื้อมาแล้วลงมือปลูก
ลิลเลียนรู้สึกหดหู่ใจเมื่อเห็นการกระทำที่ ‘สิ้นเปลือง’ ของเจ้านาย แต่เธอก็ยังยั้งปากไว้ได้
ทันใดนั้นเธอก็นึกบางอย่างออก เธอจึงลุกขึ้นยืนและพูดว่า “นายท่าน ให้ฉันหว่านเมล็ดพืชเองจะดีกว่า ฉันเก่งในการเพาะปลูก”
“ไม่!” ร็อบบ์ส่ายหัวอย่างจริงจัง “ฉันต้องทำเอง”
“ฮะ? ทำไมล่ะ? ชนชั้นสูงอย่างท่านนักบวชจะลดตัวมาทำงานหนักแบบนี้ได้ยังไง?”
“ก็เพราะฉันสามารถบิดเบือนกฎของโลกได้ไงล่ะ และมีเพียงเมล็ดพืชที่ฉันปลูกเองเท่านั้นที่จะงอกได้อย่างรวดเร็ว เธอน่ะทำไม่ได้แบบฉันแน่ ๆ”
ลิลเลียนไม่เข้าใจประโยคที่ว่า ‘บิดเบือนกฎของโลก’ เลยสักนิด แต่เธอก็รู้ว่าเจ้านายของเธอเป็นคนที่ยอดเยี่ยมและถูกต้องเสมอ
ตอนนี้เธอเห็นว่าเจ้านายของเธอยังคงหว่านเมล็ดพริกไทยเป็นระยะ ๆ และไม่นานพริกไทยจำนวนหนึ่งที่เขาซื้อมาก็ถูกปลูกจนเสร็จสิ้นทั้งหมด
จากนั้นร็อบบ์ก็มองย้อนกลับมาและยิ้มให้ลิลเลียน “ไปเอากาน้ำมาให้ฉันหน่อย”
ลิลเลียนอยากจะพูดว่า “ให้ฉันรดน้ำเองเถอะ” แต่เมื่อเธอเห็นว่าเจ้านายจอมขี้เกียจของเธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะทำเอง เธอจึงรู้ว่าไม่มีที่ว่างสำหรับการเจรจาอีก สุดท้ายเธอก็เดินไปหยิบกาน้ำมามอบให้อย่างเชื่อฟัง และร็อบบ์ก็รดน้ำให้เมล็ดพริกไทยเหล่านั้นจนครบ
จากนั้นเขาก็กลับไปที่เก้าอี้หินที่ประจำของเขา และนั่งลงพลางถอนหายใจออกมาเสียงดัง “เฮ้อ…การปลูกพืชนี่มันเหนื่อยจริง ๆ”
ลิลเลียนอดที่จะบ่นไม่ได้ “นายท่านอย่าเพิ่งเหนื่อยสิ คุณยังไม่ได้ใส่ปุ๋ยเลยด้วยซ้ำ แล้วแบบนี้ต้นพริกไทยมันจะโตได้ยังไง อย่าเพิ่งบ่นว่าเหนื่อยได้ไหม ทั้ง ๆ ที่ยังทำขั้นตอนสำคัญไม่เสร็จเลย”
“เธอนี่ไม่รู้อะไรเลย ฉันทำทุกอย่างเสร็จอย่างสมบูรณ์แบบมากแล้วต่างหาก ฉันไม่ได้ข้ามขั้นตอนอะไรเลย คอยดูก็แล้วกัน ไม่ว่ายังไงมันก็จะงอกภายในวันพรุ่งนี้แหละ”
แล้วคืนนี้ลิลเลียนจะหลับตาลงได้อย่างไร เจ้านายของเธอทำให้เมล็ดพริกไทยที่ซื้อมาทั้งหมดเสียไปเปล่า ๆ แบบนั้น เธอคิดว่าทันทีที่รุ่งสาง เธอจะรีบกระโดดลงจากเตียงและวิ่งไปดูแปลงเพาะปลูกนั่นทันที
แสงสีทองจาง ๆ เผยออกมาในยามเช้า ลิลเลียนยืนอยู่ที่ประตูโบสถ์และมองไปที่ทุ่งพริกไทยในสนาม สีหน้าของเธอเผยความตื่นตะลึง เธอเห็นต้นพริกไทยขนาดใหญ่เติบโตอยู่ในแปลง เห็นได้ชัดว่ามันใกล้จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว ลำต้นของมันสูงกว่าลิลเลียนและยังมีเมล็ดพริกไทยสีเขียวปรากฏให้เห็นเป็นจำนวนมาก
“น…น…นี่มัน…?” ลิลเลียนประหลาดใจ “นายท่านรีบตื่นเร็ว! พริกไทย…พริกไทยของพวกเรา…เติบโตภายในชั่วข้ามคืน!”
ร็อบบ์ออกมาจากห้องของเขาในชุดนอน เขาหาวออกมาและพูดด้วยเสียงงัวเงีย “น่าตื่นเต้นตรงไหนกัน? แฮปปี้ฟาร์มให้ผลผลิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง อยู่แล้วนี่นา ทำไมต้องเอะอะซะใหญ่โตขนาดนี้ด้วย! ยังเหลือเวลาอีกหน่อยกว่าพวกมันจะโตเต็มที่ พริกไทยเหล่านี้ยังไม่สุก แต่เธอช่วยจับตาดูพวกมันเอาไว้หน่อยก็ดี ทันทีที่มันสุกก็ให้รีบเก็บพริกไทยทั้งหมดมา เพื่อไม่ให้ใครเข้ามาขโมยพวกมันไป”
ลิลเลียนแสดงสีหน้าโง่งม “ใครจะกล้ามาขโมยถึงที่โบสถ์? พวกเขาไม่กลัวที่จะถูกสาปแช่งเหรอ? ไม่สิ ๆ ฉันเกือบหลงประเด็นอีกแล้ว! ประเด็นคือทำไมพริกไทยถึงโตขึ้นได้มากขนาดนี้หลังจากผ่านไปเพียงแค่วันเดียวต่างหาก!”
“ก็ฉันบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอไงว่าฉันสามารถบิดเบือนกฎของโลกได้”
ร็อบบ์ยิ้มและพูดต่อ “ไม่ต้องกังวล เพียงแค่เตรียมกระป๋องให้พร้อม นี่ก็เกือบจะถึงเวลาเก็บพริกไทยแล้ว แต่ปริมาณมันมีค่อนข้างเยอะ ซึ่งคงจะยากและช้าสำหรับเธอที่จะเก็บมันทั้งหมดได้ด้วยตัวเองคนเดียว เอาเป็นว่าใช้เงินบางส่วนไปจ้างชาวเมืองมาสักสองสามคน เพื่อช่วยในการเก็บเกี่ยวและถอนรากต้นพริกไทยชุดแรกพวกนี้ทั้งหมดออก หลังจากนั้นก็ค่อยปรับหน้าดินให้เหมือนเดิมให้เร็วที่สุด ฉันต้องปลูกรอบที่สอง ในห้าวันนี้เราสามารถปลูกได้ห้ารอบติดต่อกัน เอาล่ะฉันไปนอนต่อแล้ว ที่เหลือฝากเธอจัดการด้วย!”
ลิลเลียนรู้สึกงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง “ด…ได้เลยนายท่าน!”
หลังจากนั้นไม่นาน ชาวเมืองที่ลิลเลียนจ้างมาก็มาถึง เมื่อพวกเขาเห็นพริกไทยที่สวยงามเช่นนี้เติบโตในลานหลังโบสถ์ ปากของพวกเขาอ้าค้างด้วยอาการตกตะลึงไปสักพัก
หลังจากนั้นเรื่องราวปาฏิหาริย์ของคริสตจักรในเมืองเวสต์วินด์ก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จนทุกคนบอกว่าเทพเจ้าแห่งแสงได้สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นในโลก ทำให้พืชที่ปลูกในเขตโบสถ์นั้นบานสะพรั่งและออกผลในชั่วข้ามคืน นี่คือความเมตตาของพระเจ้า และเป็นการตอบแทนสำหรับการทุ่มเทเพื่อศาสนาของนักบวชแห่งแสงผู้นี้
เหล่าชาวเมืองจึงพากันมาคุกเข่าสวดบูชาต่อเทพอย่างแข็งขันอยู่นอกโบสถ์