เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 47 ซื้อขายพริกไทย
บทที่ 47 ซื้อขายพริกไทย
บทที่ 47: ซื้อขายพริกไทย
“ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้!” ร็อบบ์ส่ายหัวและพูดทันทีว่า “พริกไทยเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปรุงรสสเต็ก น่องไก่ หมู และขาแกะ หากไม่มีของพวกนี้ สูตรอาหารที่เราทำมันจะยิ่งจำกัด ฉันไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น! การกินเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สำคัญยิ่งกว่าการพิชิตโลกซะอีก! ถ้าฉันต้องการกินอาหารที่หลากหลายละก็ เครื่องปรุงรสทุกชนิดก็เป็นสิ่งจำเป็น!”
ลิลเลียนเถียงกลับทันที “ไม่ว่ามันจะสำคัญแค่ไหน คุณก็ต้องรวยก่อน ถ้าคุณไม่มีเงิน คุณก็กินได้แค่มันฝรั่งเท่านั้นแหละ”
ถ้างั้นก็มาทำเงินกันเถอะ!
ร็อบบ์เดินไปที่จุดหนึ่งซึ่งลับตาคน ในมือเขาถือพร้อมผ้าไหมผืนหนึ่งเอาไว้ หลังจากนั้นไม่นานผ้าไหมผินนั้นก็กลายเป็นเสื้อคลุมผ้าไหมที่เปล่งออร่าสีฟ้าออกมา จากนั้นเขาก็ไปหาพ่อค้าคนแคระพร้อมกับยื่นเสื้อคลุมนั้นให้ด้วยรอยยิ้ม “คุณคนแคระ คุณสนใจซื้อเสื้อคลุมนี้ไหม”
“โอ้!” พ่อค้าคนแคระอุทาน “เสื้อคลุมตัวนี้งานฝีมือไม่ธรรมดาเลย โดยเฉพาะออร่าสีฟ้านี้แสดงให้เห็นว่ามันทรงพลังสุด ๆ ไม่มีนักเวทหรือนักบวชคนไหนสามารถต้านทานความอยากที่จะครอบครองมันได้แน่”
ร็อบบ์ยิ้มและถามว่า “คุณจะจ่ายให้เท่าไหร่”
“อา! ฉันขอโทษ แต่ฉันไม่กล้าซื้อของที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้หรอก” พ่อค้าคนแคระพูดอย่างงุนงงว่า “เสื้อคลุมของคุณตัวนี้ อย่างน้อยก็มีมูลค่ามากกว่าหนึ่งร้อยเหรียญทอง แต่อย่างที่คุณเห็น ฉันเป็นเพียงพ่อค้ารายย่อยที่ขายสินค้าจิปาถะทั่วไป การแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดที่ฉันทำในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาคือผ้าไหมสิบผืนที่คุณซื้อ ซึ่งมีมูลค่าเพียงสองหรือสามเหรียญทองเท่านั้น ส่วนสินค้าอื่น ๆ อย่างเช่นเกลือและฝ้าย ฉันทำเงินได้แค่ครั้งละทองแดงหรือเงินสองสามเหรียญเท่านั้น ฉันไม่กล้าซื้อสินค้ามูลค่าร้อยเหรียญทองหรอก ไม่อย่างนั้นฉันคงจะล้มละลายถ้าขายไม่ออก”
ร็อบบ์พยักหน้า “อย่างนั้นเองเหรอ”
ดูเหมือนว่าต่อให้ฉันจะสามารถสร้างอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมได้ แต่ฉันอาจจะไม่สามารถขายมันได้ง่าย ๆ สินะ
โลกแห่งความจริงไม่ใช่เกม ในเกมจะมีระบบประมูลซึ่งผู้เล่นคนอื่นสามารถซื้อของของคุณได้อย่างง่ายดาย แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นมีช่องทางการขายที่จำกัด
เสื้อคลุมที่เขาเพิ่งทำมานี้อาจเป็นที่ต้องการของนักเวทที่ร่ำรวย แต่คนเหล่านั้นอยู่ที่ไหนกันล่ะ? ตอนนี้ฉันไม่มีช่องทางที่จะติดต่อพวกเขาได้เลย
นี่คือสถานการณ์ปัจจุบันในยุคกลาง ผู้ซื้อและผู้ขายไม่ได้เชื่อมต่อกันได้ง่าย ๆ ดังนั้นการค้าขายสินค้าจึงไม่สะดวกอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าร็อบบ์สามารถบินไปยังเมืองใหญ่ด้วยคาถาบินเพื่อตามหานักเวทที่ร่ำรวยหรือพ่อค้ารายใหญ่เพื่อที่จะขายสินค้าของเขา หลังจากนั้นยังสามารถใช้สกิลเทเลพอร์ตกลับไปมาได้อย่างสะดวกสบาย (เกมมีเงื่อนไขที่คุณสามารถเทเลพอร์ตไปเฉพาะเมืองที่คุณเคยไปเท่านั้น)
อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่สิ่งที่คนขี้เกียจอย่างเขาคิดจะทำ! หากเขาบินไปทั่วโลกเพียงเพื่อสร้างรายได้ แล้วมันจะต่างอะไรจากการทำภารกิจ ‘ส่งมอบ’ อันแสนน่าเบื่อในเกมล่ะ?
ไม่ว่าคุณจะได้รับเงินเท่าไหร่ แต่ด้วยวิธีการที่ซับซ้อนขนาดนั้น มันก็ไม่สอดคล้องกับจิตวิญญาณแห่งความเกียจคร้านของฉันน่ะสิ!
มีวิธีสร้างรายได้สำหรับคนเกียจคร้านอย่างฉันบ้างรึเปล่านะ?
ร็อบบ์กางมือออกและพูดว่า “ถ้างั้นคุณลองบอกฉันมาที ว่าอะไรที่ผู้คนซื้อง่ายขายคล่องกันมากที่สุด”
คนแคระยิ้มและพูดว่า “สิ่งที่ทุกคนสามารถจ่ายได้ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวันและพกพาง่าย ตัวอย่างเช่นพริกไทย! มันจำเป็นสำหรับการทำอาหารอร่อย ๆ ทุกชนิด ราคาก็สูง กำไรก็สูง ขายได้อย่างรวดเร็วเชียวล่ะ คนรวยในเมืองใหญ่ย่อมซื้อมันเก็บไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าฉันจะซื้อเก็บไว้มากเท่าไหร่ ฉันก็คงจะขายหมดได้อย่างง่ายดาย อย่างเช่นคุณเองก็ต้องการซื้อมันเหมือนกัน ถูกต้องไหม?”
ร็อบบ์ตอบกลับทันทีว่า “ฉันอยากซื้อพริกไทยของคุณก็จริง แต่คุณบอกว่าคุณเองก็ต้องการซื้อพริกไทยเหมือนกัน? นี่คุณกำลังล้อฉันเล่นเหรอ? เท่าที่ฉันรู้มา พริกไทยไม่ได้ผลิตจากทางตะวันตก ดังนั้นมันจะต้องมีการจัดส่งมาจากทางตะวันออก ทำให้มันมีราคาแพงกว่าทอง แต่เมื่อครู่คุณบอกว่าคุณต้องการซื้อมันที่นี่ นี่มันโคตรไร้สาระเลย”
“ฉันไม่ได้ล้อเล่นจริง ๆ นะ!” พ่อค้าคนแคระกล่าวด้วยความเคารพว่า “ไม่มีใครกล้าหยอกล้อนักบวชหรอก”
“ดี ฉันรู้แล้วว่าตอนนี้ฉันต้องทำอะไร” ร็อบบ์ยิ้มและถามว่า “คุณจะอยู่ในเมืองเวสต์วินด์นานแค่ไหน”
“ห้าวัน!” พ่อค้าคนแคระยิ้มและพูดต่ออีกว่า “ฉันจะอยู่ในเมืองเป็นเวลาห้าวัน ก่อนจะออกเดินทางต่อไป”
“ห้าวัน? เยี่ยมมาก! ก่อนที่คุณจะออกจากเมืองเวสต์วินด์ คุณช่วยมาที่โบสถ์ของฉันและเตรียมตัวซื้อพริกไทยด้วยล่ะ ฉันจะมอบโอกาสให้คุณได้ทำเงิน”
พ่อค้าคนแคระตอบด้วยความเคารพว่า “โอเค แล้วฉันจะไปที่นั่นแน่นอน”
ร็อบบ์ยังกล่าวอีกว่า “แต่ก่อนที่จะถึงเวลานั้น ตอนนี้ช่วยขายพริกไทยให้ฉันหน่อยสักหนึ่งกำมือ”
“ฮะ?” พ่อค้าสงสัยว่าเขาอาจจะได้ยินผิด “คุณบอกว่าอีกห้าวันนี้คุณจะขายพริกไทยให้ฉัน แต่ทำไมตอนนี้คุณกลับคิดจะซื้อพริกไทยของฉันล่ะ? ราคาซื้อของฉันต่ำกว่าราคาขายมาก หากคุณซื้อตอนนี้และขายให้ฉันในภายหลัง คุณจะขาดทุนเอาได้นะ!”
ร็อบบ์ยิ้มและตอบออกไปว่า “มันเป็นนิสัยของฉันที่ชอบบริจาคเงินแก่ผู้คนน่ะ ฉันเรียกมันว่าการทำทานและบรรเทาทุกข์แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย”
ลิลเลียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินแล้วก็รู้สึกอายแทน เจ้านายของเธอชอบใช้เงินราวกับโปรยไปทั่ว ตั้งแต่เธอดูแลบัญชี เธอก็พบว่าเจ้านายของเธอจุกจิกเรื่องอาหารการกินของเขามาก เขาต้องกินเนื้อสัตว์ทุกมื้อ และเธอเองก็ต้องกินเช่นเดียวกัน เรื่องเสื้อผ้าที่เขาใส่นั้นก็จุกจิกเช่นกัน เสื้อผ้าที่สวมใส่จะต้องไม่ซ้ำกันในแต่ละสถานการณ์ ซึ่งเขาบังคับให้เธอที่เป็นคนรับใช้ของเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ซ้ำกันด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้านายของของเธอยังขี้เกียจสุด ๆ และไม่สนใจที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง เขาทำถึงกระทั่งจ้างให้ใครสักคนไปเก็บผลไม้ที่ ทั้ง ๆ ที่เขาสามารถเก็บได้เองเพียงไม่กี่ก้าวจากจุดที่เขานั่งอยู่
นอกจากนี้ เขายังมีนิสัยแปลก ๆ ในการขอให้ผู้คนทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยการสร้างสิ่งที่เรียกว่า ‘กระดานภารกิจ’ ขึ้นมาที่กลางเมือง โดยบอกว่าจะมีนักผจญภัยมาทำงานให้เขา และยังมีเรื่องไร้สาระอีกหลายเรื่องที่เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด
และตอนนี้เจ้านายของเธอก็เล่นใหญ่อีกครั้ง ภายในห้าวันนี้เขาต้องการซื้อและขายพริกไทยให้กับพ่อค้าคนเดียวกัน นี่เจ้านายของเธอบ้าหรือไม่ก็เสียสติไปแล้วงั้นเรอะ?
ลิลเลียนรีบจับแขนเสื้อของร็อบบ์และพูดอย่างรีบร้อนว่า “นายท่าน จะทำอะไร? เราไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก!”
ร็อบบ์ตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง “ไม่ต้องกังวล เจ้านายของเธอเพิ่งจำได้ว่าในเกมมีมินิเกมอย่าง Happy Farm อยู่ด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า!”