เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 46 การชักจูงครั้งใหญ่
บทที่ 46 การชักจูงครั้งใหญ่
ร็อบบ์ออกเดินทางไปข้างหน้า ตามมาด้วยลิลเลียนที่ถือตะกร้าไม้ไผ่ใบเล็กติดมือมาด้วย นายและบ่าวทอดน่องเดินไปสบาย ๆ มุ่งตรงไปยังใจกลางเมือง
เมื่อเขามาถึงโลกใบนี้ครั้งแรก มันยังเป็นช่วงต้นเดือนกรกฎาคม แต่ตอนนี้เข้าสู่ช่วงต้นเดือนสิงหาคมแล้ว และนี่เป็นครั้งที่สองที่ร็อบบ์ออกจากโบถส์ไปซื้อของ เพราะส่วนใหญ่เขาขี้เกียจมากจนแทบไม่ได้ออกไปไหนเลยน่ะสิ
คราวนี้ที่ได้ไปไหนมาไหนก็ตระหนักได้ว่า …เมืองเวสต์วินด์ดูแตกต่างไปจากครั้งล่าสุดที่ได้ออกไปซื้อของ หลายครอบครัวดูเหมือนจะสร้างอ่างเก็บน้ำด้วยสกรูน้ำทุกที่ มันเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก! เพราะมีท่อเหล็กและทองแดงแขวนออกมา
เนื่องจากการขุดเหมืองเป็นอุตสาหกรรมที่ดีที่สุดในสี่อุตสาหกรรมหลัก แม้แต่ชาวเมืองที่ยากจนที่สุดก็สามารถซื้อเหล็กและทองแดงได้อย่างง่ายดาย บางคนเลียนแบบร็อบบ์โดยใช้เหล็ก แต่บางคนก็ใช้ทองแดงแทน
เมื่อเห็นท่อเหล็กเขาก็จำได้ว่า ‘เนื่องจากมีทองแดง ฉันก็ไม่ควรใช้เหล็กเป็นท่อ ทองแดงไม่มีออกซิไดซ์และเกิดสนิมได้ยาก ซึ่งต่างจากท่อเหล็ก อาเมน ฉันคิดเหมือนคนสมัยใหม่ แต่บ้านเกิดเมืองนอนที่จากมาขาดทองแดงน่ะสิ ทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้นผู้คนจึงใช้เหล็กแทนวัสดุทุกชนิด อย่างไรก็ตาม ทองแดงดูเหมือนจะหาได้ยากในโลกนี้และก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนเหล่านี้ที่จะใช้มันเป็นท่อ’
ร็อบบ์หันไปหาลิลเลียน “เมื่อกลับไปถึงบ้าน เตือนฉันทีว่าต้องขอให้ช่างตีเหล็กใช้ทองแดงแทนท่อน้ำทั้งหมดในโบสถ์ใหม่”
ลิลเลียนพยักหน้า “รับทราบค่ะนายท่าน”
ขณะเดียวกัน ชาวเมืองที่เดินผ่านก็ทักทายร็อบบ์ด้วยความเคารพ บางครั้งจะตะโกนว่า ‘อรุณสวัสดิ์คุณพ่อ’ ร็อบบ์โบกมือให้ทุกคนอย่างอ่อนโยน
เมื่อมาถึงใจกลางเมือง ผู้คนก็มารวมตัวกันอย่างเนืองแน่น ชายหนุ่มคิดในแง่ลบว่าคนพวกนี้คงไม่อยากให้เขาเห็น แต่แล้วก็ได้ยินชาวเมืองตะโกนว่า “คุณพ่อกำลังจะมา!”
ชาวเมืองที่รวมตัวกันอยู่รอบ ๆ ค่อยแหวกทางเพื่อให้ร็อบบ์เดินเข้ามาและต่างทักทายว่า “คุณพ่อ เชิญครับ”
ร็อบบ์รู้สึกเขินอายกับการกระทำเหล่านี้จึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ขอบคุณ พวกคุณใจดีมาก”
ชาวเมืองยิ้มรับอย่างปีติ “ด้วยความยินดี!”
ไม่เป็นไรที่ลูกชายจะสุภาพกับพ่อของเขา ถ้างั้นขายให้พ่อทูนหัวคนนี้ฟรีได้ไหม? หลังจากจิตใจสำนึกกู่ร้อง ร็อบบ์ก็เดินผ่านชาวเมืองและพบกับ ‘พ่อค้าเดินทาง’
เขาไม่ได้สังเกตเห็นในตอนแรก แต่เป็นสัญญาณต้อนรับที่เห็นว่าพ่อค้าที่เดินทางเป็นคนแคระหัวโต เครายาวถึงเอว รูปร่างเตี้ย เขาสูงเท่ากับเอวของร็อบบ์เท่านั้น สายตาก็เอาแต่จับจ้องร็อบบ์ด้วยความสนใจใคร่รู้
ด้านหลังคนแคระคือกลุ่มคนรับใช้ที่เฝ้ารถเข็นที่เต็มไปด้วยสินค้า ร็อบบ์เหลือบมองผ้าลินิน ฝ้าย เกลือ พริกไทย ขวดวานิลลา และของใช้ประจำวันที่ดูระเกะระกะ พวกมันมีมากเกินไปที่จะแจกแจง
“โอ้คุณพ่อที่รัก” คนแคระกล่าว “ฉันมาที่เมืองเวสต์วินด์ทุกสองเดือน แต่ไม่เคยเห็นนักบวชเลย แต่คาดไม่ถึงว่าจะเจอในวันนี้ คุณทั้งหนุ่มและหล่อมาก”
ทันทีที่ทั้งสองพบกัน คนแคระก็เริ่มประจบประแจงทันที แน่นอนว่านี่คือนิสัยของพ่อค้า ร็อบบ์ยิ้มตอบกลับมา “โอ้ ตัวละครนี้ค่อนข้างหล่อเหลาเอาการ”
คนแคระพึมพำ “ตัวละคร?”
ชายหนุ่มจึงแถลงให้ฟัว่า “เรื่องเล็กน้อยน่ะ ไม่ต้องกังวลไป ไหนขอฉันดูสินค้า”
คนแคระรีบโค้งคำนับ “โปรดเลือกตามที่คุณต้องการ”
ร็อบบ์เดินไปที่รถเข็นแล้วมองอย่างใกล้ชิดจนกระทั่งพบม้วนผ้าไหม คนแคระเดินตามก็รีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “คุณพ่อ นี่คือของคุณภาพสูง มันถูกส่งมาจากอาณาจักรมนุษย์แห่งต้าถัง มันใช้ทำเสื้อผ้าที่บางเบาและใส่สบายซึ่งเทียบไม่ได้กับผ้าฝ้าย และมันยังเป็นที่นิยมในหมู่เจ้าชายและขุนนางชั้นสูงด้วย”
เมื่อมาถึงจุดนี้ เขาก็เอนตัวกระซิบใกล้ ๆ หูของชายหนุ่ม “เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำชุดนอนสำหรับผู้หญิง ยามลูบไล้… ความรู้สึกนั้น… ฮิฮิฮิ….”
แน่นอนว่าร็อบบ์รู้เรื่องนี้และก็รู้ด้วยว่าเสื้อคลุมที่ทำจากผ้าไหมนั้นดีกว่าผ้าฝ้ายมากโข สิ่งนี้สามารถนำเข้าจากอาณาจักรมนุษย์แห่งต้าถังในแดนตะวันออกเท่านั้น นั่นหาได้ยากมากในตะวันตกและไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะซื้อ
ร็อบบ์ตอบกลับ “ดี ฉันอยากได้ คุณมีเท่าไหร่”
“ฉันมีสิบ!” เมื่อคนแคระได้ยินว่าร็อบบ์จะซื้อ รอยยิ้มที่สดใสก็ปรากฏขึ้น
“หนึ่งเหรียญทองต่อหนึ่งชิ้น”
ชายหนุ่มยิ้มกว้าง “งั้นฉันเหมาหมด”
ผ้าฝ้ายมีราคาเพียงสิบเหรียญเงิน แต่ผ้าไหมมีราคาสูงกว่าสิบเท่า แน่นอนว่าคนธรรมดาไม่อาจเอื้อมถึง ในความเป็นจริงมันค่อนข้างยากที่จะขายสิ่งนี้ที่ชายแดนตะวันตก
อีกทั้งนายกเทศมนตรียังซื้อเป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่ร็อบบ์ที่เหมาหมดแบบนี้ มันทำให้คนแคระมีความสุขยิ่งนัก เขาหุบยิ้มแทบไม่อยู่ขณะหยิบเงินจากลิลเลียนไปเก็บไว้ในกระเป๋า จากนั้นเหล่าคนรับใช้ก็นำผ้าไหมสิบผืนไปไว้ในมือลิลเลียน
สาวใช้ไม่สามารถแบกพวกมันทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง แต่มีชาวเมืองที่กระตือรือร้นรีบเข้ามาช่วยทันที
ร็อบบ์ซื้อเกลือขวดใหญ่อีกขวด วานิลลา และหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่สามารถซื้อได้ในเมืองเวสต์วินด์ ทั้งมีประโยชน์ล้วนและไม่มีประโยชน์
ครั้นจับจ่ายใช้สอยไปมากมาย ชายหนุ่มก็เหลือเงินอยู่ไม่มากนัก คราวที่แล้วเขาทำเงินได้หนึ่งร้อยเหรียญทองจากการขายชุดเกราะหนัง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเงินจำนวนมาก แต่ก็ใช้เงินจำนวนมากในการซื้อของและทำภารกิจตามคำขอ ด้วยเหตุนี้เขาจึงโบกมือลาเงินครึ่งหนึ่งในกระเป๋าไป… บ๊ายบาย
เมื่อหันไปมองพริกไทยกระป๋องใหญ่บนรถเข็นของพ่อค้าแคระ ลิลเลียนก็กระโจนไปแอบหลังชายหนุ่ม “นายท่าน อย่า อย่าซื้อพริกไทย คุณเหลือเงินนิดเดียวเท่านั้น”
“อ้าว เงินหมดแล้วเหรอ” ร็อบบ์ให้ลิลเลียนเก็บเงินไว้ให้เสมอ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าเหลือยอดเงินเท่าไหร่แล้ว
สาวใช้กระซิบว่า “เรายังมีเหรียญทองอยู่ที่บ้านอีกสิบเหรียญ ถ้าจะซื้ออย่างอื่นก็ไม่น่ามีปัญหา แต่… ไม่สามารถซื้อพริกไทยได้ เพราะมันแพงเกินไป …แพงเท่าทองคำ ต้องใช้ทองคำหนึ่งแท่งในการซื้อพริกไทยครึ่งกิโลกรัม เราควรจะประหยัดสักหน่อย และหยุดสุรุ่ยสุร่าย”