เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 45 พ่อค้าที่เดินทางกลับมาแล้ว
บทที่ 45 พ่อค้าที่เดินทางกลับมาแล้ว
ร็อบบ์ยินดีปรีดา “ดีใช่ไหมล่ะ? พวกเรามาคุยกันสักหน่อยได้ไหม”
นายกเทศมนตรีฟังอย่างตั้งใจ “คุยกันเรื่องอะไร”
ชายหนุ่มชี้แจง “ฉันจะช่วยคุณทำเครื่องดื่มประเภทนี้ แต่จะต้องหาแอปเปิ้ล องุ่น และน้ำผลไม้อื่น ๆ มาให้ฉัน เพื่อทำให้รสชาติโคคาโคล่าหลากหลายมากขึ้น คุณคิดเห็นยังไงล่ะ”
ชายวัยกลางคนพยักหน้าโดยไม่ลังเล “เอาสิ ได้เลย! ตอนนี้ก็เดือนกรกฎาคมและยังเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ฉันจะเอาน้ำผลไม้มาให้ ฮ่าฮ่า ฉันจะเก็บมันไว้อย่างดีและค่อย ๆ ละเลียดดื่มอย่างช้า ๆ สักหนึ่งปี”
ชายวัยกลางคนจากไปอย่างมีความสุข หลังจากนั้นไม่นานคนรับใช้ของเขาก็นำถังขนาดใหญ่ที่บรรจุน้ำผลหลายสิบถังมาให้ มันกินพื้นที่โบสถ์ไปกว่าครึ่ง!
เนื่องจากเมืองเวสต์วินด์ตั้งอยู่ที่แนวเขาสนดำ ถัดจากป่าภูเขาที่หนาแน่นมีการเพาะปลูกผลไม้ทุกชนิด ไม่แปลกใจเลยที่นายกเทศมนตรีจะนำมาให้เยอะขนาดนี้
หัวหน้าคนรับใช้ที่นำน้ำผลไม้มาให้ร็อบบ์พูดด้วยความเคารพ “นายท่านบอกว่ายังมีผลไม้มากมายบนภูเขาที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว หากคุณพ่อต้องการ เขาจะส่งคนไปเก็บมาให้”
ชายหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เอาล่ะ วันนี้กลับไปก่อน พรุ่งนี้ตอนเที่ยงค่อยมาใหม่ ฉันจะมอบโคคาโคล่าที่ผลิตได้ครึ่งหนึ่งให้กับท่านนายกเทศมนตรี”
ไม่นานคนรับใช้ก็จากไป…
หลังจากที่พวกเขาจากไป ร็อบบ์ก็ทำโคคาโคล่าหลายสิบถัง ในความเป็นจริงมันค่อนข้างน่าเบื่อที่จะทำสิ่งเดียวกันซ้ำ ๆ แต่สำหรับเขา การทำเช่นนี้เป็นสิ่งใหม่มาก มันง่ายมาก …ง่ายเกินไปเมื่อเทียบกับการเป็นพระสันตะปาปาเสียอีก
มื้อเย็นวันนั้น ลิลเลียนวางสเต๊กสองจานและขนมปังสองแผ่นไว้บนโต๊ะหิน เธอเห็นภาพที่หายากภาพหนึ่ง …นั่นคือภาพที่ร็อบบ์ลุกขึ้นยืนโยนขวดน้ำโคคาโคล่าไปมา
ยามแสงตะวันลับขอบฟ้า เขายกถ้วยขึ้นและบอกลิลเลียนว่า “มา! ไชโย!”
“วันนี้นายท่านน่าจะอารมณ์ดี” ลิลเลียนอดไม่ได้ที่จะพึมพำ “แม้ว่าโคคาโคล่านี้จะอร่อย แต่ไม่เห็นต้องมีความสุขขนาดนี้เลย”
เขาหันกลับมามองทันที “คุณไม่เข้าใจ ฉันไม่ได้มีความสุขเพราะเครื่องดื่ม แต่ดีใจที่สถานที่แห่งนี้คล้ายกับบ้านเกิดน่ะ บางทีวันหนึ่งฉันอาจจะทำให้ที่นี่ให้เหมือนบ้านเกิดของฉันก็ได้”
“ถ้าคิดถึงบ้านเกิดมากทำไมไม่กลับไปล่ะ” ลิลเลียนถามอย่างสงสัย “ฉันอยากติดตามไปด้วยเพื่อดูว่านายท่านเคยอาศัยอยู่ในสถานที่แบบใด”
“ฉันกลับไปไม่ได้และไม่อยากกลับไปด้วย” ร็อบบ์เงยหน้าขึ้นมองพระอาทิตย์ตกและพูดอย่างสบาย ๆ “แม้ว่าจะคิดถึงแม่มากแค่ไหน แต่เธอคงจะสนับสนุนและคงดีใจแน่นอนที่เห็นฉันใช้ชีวิตอย่างมีความสุข…”
…
ตอนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น คนรับใช้มาเอาโคคาโคล่าที่เหลือ
หลังจากที่นายกเทศมนตรีนำโคคาโคล่ากลับไป
ในช่วงบ่าย เศรษฐีหลายคนจากเมืองใหญ่ก็นำน้ำผลไม้ให้มามากมาย …เมืองนี้เล็กเกินไปที่จะเก็บความลับ!
เหล่าเศรษฐีที่ได้กลิ่นอันโอชะก็วิ่งไปหานายกเทศมนตรีเพื่อลิ้มรสชาติโคค่าโคล่า
ในไม่ช้ามันก็กลายเป็นมารตฐานในการแลกเปลี่ยนน้ำผลไม้สองถังสำหรับโคคาโคล่าหนึ่งถัง เหล่าเศรษฐีมั่งคั่งที่มาทีหลังไม่ได้พูดเรื่องราคาด้วยซ้ำ พวกเขาเพียงให้น้ำผลไม้แล้วจึงนำถังโคคาโคล่าจากไป
เดือนกรกฎาคมผ่านไปอย่างรวดเร็วและเข้าสู่เดือนสิงหาคมในพริบตา
เช้าวันนั้นร็อบบ์ลุกขึ้นบิดขี้เกียจในลานกว้าง เมื่อเห็นชาวเมืองเดินผ่านที่ประตู เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก
และเมื่อเห็นชาวเมืองสามถึงห้าคนเดินผ่านไป ทั้งหมดนั้นก็มุ่งหน้าไปยังใจกลางเมือง!
ความอยากรู้อยากเห็นผุดขึ้นมา เขาคันปากยุบยิบอยากถามใจจะขาดก็เลยโพล่งขึ้นว่า “พวกคุณไปทำอะไรที่ใจกลางเมืองกันเหรอ”
“คุณพ่อ!” ชาวเมืองกล่าวด้วยความเคารพ “วันนี้เป็นวันที่พ่อค้าที่เดินทางมาที่เมืองเวสต์วินด์”
“พ่อค้าเดินทางมาที่เมืองเวสต์วินด์? เขาเป็นคนที่ขายลิลเลียนให้ฉันรึเปล่า” ร็อบบ์ถาม
“อ๋อ ไม่ใช่คนนั้น” ชาวเมืองตอบอย่างนอบน้อม “พ่อค้าที่ขายเธอให้คุณเป็นคนร่ำรวย เขามักจะมาที่เมืองเวสต์วินด์ทุกสามเดือนถึงครึ่งปีเพื่อมาทำธุรกิจ
“ปกติเขามาที่เมืองห่างไกลเช่นเมืองเวสต์วินด์เพียงเพื่อซื้อของหายากหรือซื้อลูกสาวของครอบครัวยากจน ไม่ใช่มาขายของ และเราก็ไม่สามารถซื้อของของเขาได้เช่นกัน และเมื่อใดที่เขามาเมืองเวสต์วินด์ เราจะไม่มีทางไปที่ใจกลางเมืองอีก”
ร็อบบ์พยักหน้าอย่างเข้าใจ “สาเหตุที่คุณทั้งหมดกำลังเดินไปที่ใจกลางเมือง นั่นหมายความว่าคุณไปหาพ่อค้าระดับล่างงั้นเหรอ?”
ชาวเมืองพยักหน้า “ใช่แล้วล่ะ พ่อค้าที่เดินทางเป็นพ่อค้าที่มักขายของชำทั่วไป เขามาที่เมืองเวสต์วินด์ทุกสองเดือนเพื่อนำเกลือ เครื่องปรุงรส และผ้ามาขาย สิ่งที่เขานำมาเป็นสิ่งจำเป็นที่เมืองเวสต์วินด์ไม่สามารถผลิตได้ ดังนั้นทุกครั้งที่พ่อค้าคนนี้มา เราจะแห่กันไปซื้อของจากเขา”
ณ จุดนี้เขาดูเขินอายและพูดต่อว่า “ฉันโหมทำงานอย่างหนัก แต่เงินทุกบาทกลับไปอยู่ในมือของพ่อค้าเหล่านั้น!”
ร็อบบ์ยิ้มกริ่ม “น่าสนใจดีนี่”
“คุณพ่อ จะไม่ไปดูหน่อยเหรอ” ชาวเมืองกระซิบกระซาบ “หลายสิ่งที่เขาขาย หาซื้อตามเมืองไม่ได้นะ คุณอาจต้องการพวกมัน ถ้าว่างก็ลองไปดู”
ชายหนุ่มครุ่นคิด ไปหรือไม่? แม้จะไม่รู้ว่าตนเองต้องการอะไร แต่ถ้าไปอาจจะพบสิ่งที่น่าสนใจก็ได้ อย่างไรนี่ก็เป็นเพียงการชอปปิงนี่เนอะ ไม่ใช่ภารกิจซะหน่อย
เขาตะโกนว่า “ลิลเลียน เอาตระกร้าจ่ายตลาดมา พวกเราจะไปซื้อของกัน”
สาวใช้รีบวิ่งไปด้วยความดีใจ “อ่า ตอนที่พ่อแม่ของฉันยังอยู่ ฉันชอบไปซื้อของกับพวกเขา …ของดีมากมายหาซื้อได้จากเมืองใหญ่เสมอ”
เมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มที่น่ารักของเธอ ร็อบบ์ก็มีความสุขไม่ต่างกัน “ต่อไปนี้ทุกครั้งที่พ่อค้าเดินทางไปที่นั่น เราจะไปซื้อของกัน”