เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 164 เขตที่อยู่อาศัยริเวอร์โฮป
บทที่ 164 เขตที่อยู่อาศัยริเวอร์โฮป
บารอนโนแลนแสดงอาการหนักใจเมื่อได้ยินคำพูดของร็อบบ์
สิ่งที่ร็อบบ์พูดมาทั้งหมดนั้นถูกต้อง และแท้จริงแล้วเขาเองก็ขบคิดปัญหานี้มาตลอดทาง การที่เคิร์ทกล้าพอที่จะส่งกองกำลังมาโจมตีคริสตัลแคนยอนนั้นไม่ใช่เรื่องปกติ
อาณาจักรเคิร์ทไม่ได้ร่ำรวยและยังมีประชากรน้อย แต่ทำไมพวกเขาถึงกล้ายั่วยุอาณาจักรใหญ่อย่างแกรน?
เหตุผลนั้นก็เดาได้ไม่ยาก นั่นก็เพราะแกรนตะวันออกและแกรนตะวันตกกำลังมีสงคราม และมอนดราก็ใช้โอกาสนี้ไปเจรจาให้อาณาจักรเคิร์ทช่วยบุกอีกทางเพื่อแลกกับสิ่งตอบแทนบางอย่าง ซึ่งอาจจะเป็นเงินทอง หรือไม่ก็ยกดินแดนบางส่วนให้เลยด้วยซ้ำ
ภายใต้การโจมตีหลายทิศทางนี้ มันคงจะแปลกหากมอนดราไม่ฉวยโอกาสที่จะโจมตีไบรต์โร้ด
ดังนั้นต่อให้เขาวิ่งโร่ไปหลบภัยที่ไบรต์โร้ด เขาก็คงไม่สามารถหนีไฟสงครามได้อยู่ดี และไม่แน่ว่าเขาอาจถูกบังคับให้ทำสงครามด้วยซ้ำ เพราะท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นอัศวิน ทว่าเขาสามารถซ่อนตัวอยู่ที่นี่ได้ในคฤหาสน์เล็ก ๆ ที่เมืองชายแดนซึ่งอยู่ห่างจากเรื่องการเมืองและพันธนาการของความขัดแย้งระดับชาติ แต่ถ้าเขาวิ่งโร่ไปที่ไบรต์โร้ด เขาจะไม่สามารถหลบหนีอะไรได้เลย
บารอนโนแลนครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะถามออกมาอย่างจริงจัง “คุณพ่อมีทางออกดี ๆ ที่พอจะชี้แนะให้ฉันได้บ้างไหม?”
ร็อบบ์ชี้ลงไปที่พื้นและพูดด้วยรอยยิ้มเบิกบาน “ปักหลักที่นี่! ในเมืองเวสต์วินด์! รับรองว่าคุณจะไม่ได้รับผลกระทบจากสงคราม!”
“แต่นี่… ด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้ง….” บารอนโนแลนกล่าวว่า “สถานที่แห่งนี้กำลังจะถูกกองทัพของอาณาจักรเคิร์ทโจมตี และมันคงต้านได้ไม่ถึงสามวันหรอกถ้าวัดจากขนาดของเมืองนี้! ไม่สิ มันต้านได้ไม่ถึงสามชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ”
ร็อบบ์จึงเริ่มอธิบายว่า “ฉันเข้าใจนะว่าคุณกังวลอะไร แต่ฉันจะบอกคุณว่าคุณไม่จำเป็นต้องซื้อบ้านเลย เพียงแค่เช่าไปก่อนก็ได้ และเมื่อกองทัพอาณาจักรเคิร์ทมาถึง คุณก็พาครอบครัวของคุณไปที่ประตูทิศใต้เพื่อรอฉันจัดการกับพวกผู้บุรุกทางประตูทิศเหนือ ถ้าฉันสามารถจัดการกับกองทัพอาณาจักรเคิร์ทได้ คุณก็อาศัยอยู่ในเมืองนี้ต่อไป แต่ถ้าฉันทำไม่ได้ พวกคุณก็รีบขี่ม้าหนีไปทางใต้ก็ยังทัน”
บารอนโนแลนลังเล แต่ไม่ว่าเขาจะฟังร็อบบ์หรือไม่ สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องค้างคืนในเมืองเวสต์วินด์นี้อยู่แล้ว เพราะเขาเบื่อเหลือเกินกับการต้องนอนกลางแจ้งมานานหลายวัน
“ฉันจะส่งคนไปเรียกนายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชมา เขาจะพาคุณไปดูเขตที่อยู่อาศัยริเวอร์โฮป คุณสามารถเช่าได้สองสามวัน จะจ่ายเป็นรายวันหรือรายเดือนก็ตามสะดวก”
หลังจากนั้นไม่นาน ลิลเลียนก็ไปเรียกนายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชมา
ทันทีที่นายกเทศมนตรีมาถึง เขาก็ส่งยิ้มการค้ามาให้บารอนโนแลนด้วยท่าทีประจบประแจง
อย่างไรก็ตาม บารอนผู้นี้ก็สัมผัสได้ทันทีว่าชายคนนี้ไม่ได้เคารพและปฏิบัติต่อเขาเหมือนบารอน แต่ทำราวกับว่าเขาเป็นแกะตัวอ้วน ซึ่งคล้ายกับจะบอกว่า ‘หลงเข้ามาแบบนี้ แกโดนฉันเชือดแน่! หึ ๆ’
นี่มันเป็นท่าทางของพวกพ่อค้าชัด ๆ!
เกิดอะไรขึ้นในเมืองเวสต์วินด์กันแน่? ทหารยามของเมืองนี้ก็กล้าที่จะพูดเสียงดังกับฉัน นักบวชคนนี้ก็ดูเหมือนเป็นสัตว์ประหลาดมากกว่าคน แม้แต่นายกเทศมนตรีตัวเล็ก ๆ ก็ปฏิบัติต่อฉันราวกับว่าฉันเป็นแกะตัวอ้วน!
นายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชลูบมือตัวเองและพูดว่า “บารอน โปรดมากับฉันเถอะ ฉันจะพาไปชมเขตที่อยู่อาศัยริเวอร์โฮปยังไงล่ะ หึหึหึ!”
บารอนโนแลนถามอย่างขุ่นเคืองว่า “เขตที่อยู่อาศัยริเวอร์โฮปคืออะไร?”
“เขตที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งที่คล้ายกับเขตเมือง ซึ่งสร้างขึ้นอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มีบ้านหลายหลังเรียงอยู่ใกล้กัน” นายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เขตที่อยู่อาศัยริเวอร์โฮปคือชื่อของมัน ผู้อยู่อาศัยภายในสถานที่แห่งนี้จะสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของคลองที่ตัดผ่านเมืองเวสต์วินด์ได้ตลอดเวลา ทิวทัศน์ของคลองนั้นสวยงามสุด ๆ ไปเลย!”
บารอนโนแลนนิ่งงัน “…”
“อีกเดี๋ยวคุณจะได้เห็นด้วยตาตัวเอง”
เขาเดินนำบารอนไปยังสถานที่ที่กำลังก่อสร้าง
บารอนโนแลนเห็นเขตที่อยู่อาศัยริเวอร์โฮปจากระยะไกลแล้วก็รู้สึกตกหลุมรักมันทันที
ในยุคนี้ บ้านของทุกคนจะถูกสร้างขึ้นแบบสุ่มไม่เป็นระเบียบ ทว่าในเขตที่อยู่อาศัยริเวอร์โฮปนี้แผนผังของเขตที่อยู่อาศัยดูเป็นระเบียบเรียบร้อย บ้านไม้สร้างเรียงกันเป็นแถวยาวตามแม่น้ำ และบ้านทั้งหมดมีรูปทรงเดียวกัน ประตูและหน้าต่างทั้งหมดก็อยู่ในทิศทางและจุดเดียวกัน
ด้านหน้าของบ้านไม้แต่ละหลังจะมีต้นไม้เล็ก ๆ ที่มีความสูงเท่ากันปลูกอยู่ และยังมีแปลงดอกไม้เป็นแถวยาวอยู่ด้านหน้า ทว่าตอนนี้มันเป็นฤดูหนาว ดังนั้นมันจึงดูไม่ดีนัก แต่บารอนโนแลนสามารถจินตนาการได้ว่าย่านนี้จะสวยงามเพียงใดในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
บารอนโนแลนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “เฮ้อ~ บ้านแถวนี้ดูแล้วเจริญหูเจริญตาจริง ๆ การได้อาศัยอยู่ในบ้านแบบนี้น่าจะสะดวกสบายกว่าอยู่ในถิ่นทุรกันดารมาก”
เขาตัดสินใจได้แล้วว่าเขาจะเช่าบ้านแถวนี้สักสองสามวันแล้วค่อยหนีไปที่ไบรต์โร้ด
นายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชยิ้มร่าพลางอธิบายว่า “ส่วนนี้เป็นแค่การก่อสร้างระยะแรกของโครงการเท่านั้น บ้านทั้งหมดเป็นเพียงห้องเดี่ยวซึ่งมีไว้สำหรับคนยากจน ส่วนคนที่มีสถานะสูงส่งอย่างบารอนต้องไปดูโครงการก่อสร้างระยะที่สองนู่น”
บารอนโนแลนแอบดีใจ มีอะไรที่ดีกว่านี้อีกเหรอ? “โครงการก่อสร้างระยะที่สองคืออะไร?”
“โปรดตามฉันมาดูให้เห็นด้วยตาของคุณเองจะดีกว่า” นายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชเป็นผู้นำทาง
ไม่นานนัก บ้านหินแถวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขา บ้านเหล่านี้ไม่ได้ทำจากหินธรรมดาที่ดูขรุขระไม่น่ามอง แต่ทำจากหินสี่เหลี่ยมที่สม่ำเสมอกัน ซึ่งพอนำมาประกอบกันแล้วกลายเป็นผนังเรียบที่ดูสวยงาม
นายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชกล่าวด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจว่า “นี่คือสิ่งประดิษฐ์ของคุณพ่อ มันเรียกว่าอะไรนะ? โอ้ใช่ มันเรียกว่าอิฐ! เขาขอให้เราใส่ดินเหนียวลงในแม่พิมพ์ทรงก้อนสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ แล้วเผาให้แห้งด้วยเวทมนตร์ไฟเพื่อสร้างอิฐสี่เหลี่ยมแปลก ๆ แบบนี้ แต่ละก้อนมีขนาดเท่ากันและมันมีประโยชน์มากเมื่อเอามาสร้างบ้าน การสร้างบ้านด้วยอิฐชนิดนี้ทำให้บ้านแข็งแรงและสวยงาม อีกทั้งยังสะดวกสบายในการพักอยู่อาศัยมากกว่าบ้านที่สร้างจากหินธรรมดา”
บารอนโนแลนพยักหน้าทันที “ใช่เลย หินพวกนี้มีขนาดสม่ำเสมอกัน มันง่ายต่อการก่อเป็นผนังกำแพง และยังช่วยให้บ้านมีโครงสร้างที่มั่นคงมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม บ้านส่วนนี้ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ และงานบางอย่างยังคงต้องดำเนินต่อไป
เมื่อกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บารอนโนแลนก็เห็นคนงานแบกก้อนหินบนไหล่ของพวกเขา แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดก็คือหินแต่ละก้อนไม่ใช่ก้อนเล็ก ๆ เลย แต่ละก้อนดูมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่าห้าหรือหกร้อยปอนด์! แต่คนงานกลับสามารถแบกพวกมันไปยังสวนหน้าบ้านที่กำลังสร้างได้อย่างง่ายดายแล้วค่อย ๆ วางมันลง ฉากนี้ทำให้บารอนตกใจจนแทบอ้าปากค้างเป็นรูปตัว O
“น…นั่น ทำไมพวกคนงานถึงแข็งแรงจัง?”
“พวกเขาเป็นแค่คนงานธรรมดานั่นแหละ แต่พวกเขาได้รับบัฟจากคุณพ่อ มันเรียกว่า ‘พรแห่งราชา’ มันทำให้พวกเขามีพละกำลังเพิ่มมากขึ้น” นายกเทศมนตรีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
บารอนโนแลนได้ยินแล้วก็แอบกลัว เขาเคยได้ยินเรื่อง ‘พรแห่งราชา’ มาก่อน
มันเป็นคาถาของพาลาดินที่สามารถทำให้คนคนหนึ่งมีพละกำลังมากขึ้น แต่เขาไม่เคยได้ยินว่ามันสามารถเพิ่มพละกำลังให้คนธรรมดาได้มากขนาดนี้ ต้องเป็นพาลาดินที่แข็งแกร่งขนาดไหนถึงจะสามารถใช้ ‘พรแห่งราชา’ ได้อย่างมีอำนาจมากมายขนาดนี้?
ไม่สิ นั่นไม่ใช่ประเด็น! เพราะนี่คือการใช้ ‘พรแห่งราชา’ กับคนงานในการสร้างบ้าน…
แล้วแบบนี้พาลาดินจะไม่เสียหน้าหรอกเหรอ?