เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 160 ยินดีต้อนรับสู่เมืองเวสต์วินด์
บทที่ 160 ยินดีต้อนรับสู่เมืองเวสต์วินด์
ทหารยามอธิบายในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองก็ยังสับสน ซึ่งคนรับใช้ชราที่ฟังอยู่ก็งุนงงเช่นกัน กว่าจะได้สติกลับมาก็ผ่านไปหลายวินาที จากนั้นจึงพูดอย่างโกรธเคืองว่า “คุณกำลังพูดถึงอะไร? เจ้านายของฉันไม่ใช่ผู้ลี้ภัย และจะไม่ซื้อบ้านในเมืองของคุณหรอก ฟังฉันนะ เจ้านายของฉันคือบารอนโนแลน นักเวทลมผู้เป็นหนึ่งในสมาชิกของอัศวินลม ครอบครัวของเขาเดินทางมาจากคริสตัลแคนยอนเพื่อมุ่งหน้าไปยังไบรต์โร้ด ดังนั้นช่วยให้เกียรติต่อเจ้านายของฉันด้วย เจ้าชาวเมืองผู้ตาบอด!”
“ชาวเมือง?” พาลาดินหัวเราะและคิดในใจว่า ‘ฉันควรบอกเขาดีไหมว่าฉันเป็นหนึ่งในกลุ่มของอัศวินเทมพลาร์ แม้ว่าฉันจะไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ แต่ฉันก็ยังเป็นพาลาดิน บารอนต๊อกต๋อยคนไหนที่กล้าหยาบคายกับฉันบ้าง?’
ยิ่งไปกว่านั้น สมาชิกของอัศวินลมอย่างนั้นเหรอ เหอะ! นั่นไม่ใช่กลุ่มคนที่ถูกอัศวินสายฟ้าเยาะเย้ยอยู่ตลอดรึไง? เห็นได้ชัดเลยว่าบารอนของคุณน่ะอยู่ในตำแหน่งที่น่าสังเวช
หากให้อธิบายอย่างละเอียดก็คือ ก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องบาดหมางกันระหว่างอัศวินลมและอัศวินสายฟ้า
ตั้งแต่สมัยโบราณ เวทมนตร์ถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ
ทว่าธาตุลมมีความพิเศษเล็กน้อยตรงที่มีการแยกย่อยออกเป็นอีก 2 ฝ่ายคือ “ลม” และ “สายฟ้า”
ด้วยเหตุนี้ การต่อสู้ระหว่างลมและสายฟ้าจึงมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทั้งสองฝ่ายจะใช้วิธีการต่าง ๆ ในการปราบปรามซึ่งกันและกัน แต่เนื่องจากทั้งคู่มีรากฐานมาจากธาตุลมเหมือนกัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถทำลายซึ่งกันและกันได้อย่างแท้จริง
อธิบายสั้น ๆ คือทั้งสองมักจะแข่งขันกันเอง บางครั้งลมชนะ บางครั้งสายฟ้าชนะ
เมื่อใดที่ฝ่ายลมชนะ เมืองหลวงของเวทมนตร์แห่งลมซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของอาณาจักรแกรนจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “หอคอยแห่งลม” แต่เมื่อฝ่ายสายฟ้ามีชัย เมืองหลวงของเวทมนตร์แห่งลมจะเปลี่ยนเป็น “หอคอยสายฟ้า”
ปัจจุบันชื่อของหอคอยนั้นคือ “หอคอยสายฟ้า” และอัศวินที่ประจำเมืองหลวงของเวทมนตร์แห่งลมก็ถูกเรียกว่า “อัศวินสายฟ้า” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงชัยชนะของพวกเขา
ลืมมันไปเถอะ! พาลาดินมีจิตใจที่สงบมากขึ้นตั้งแต่ที่เขาอยู่กับร็อบบ์มาเป็นเวลานาน วิสัยทัศน์ของเขาแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขามองผู้คนนอกเมืองเวสต์วินด์ราวกับว่าเขากำลังมองตัวตลก
ตัวตลกเคยใช้น้ำประปาไหม? แล้วเค้กครีมล่ะ เคยกินไหม? เคยเห็นลูกกวาดขนาดเท่าผลวอลนัทไหม? อา~ เขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคุยกับตัวตลกเหล่านี้หรอก…
พาลาดินพูดอย่างใจเย็นว่า “อ้อ พวกคุณแค่จะเดินทางผ่านไปสินะ โอเค! มันไม่เป็นไรหรอกที่จะเดินทางผ่านเมืองของเรา คุณพ่อร็อบบ์เคยกล่าวไว้ว่าแขกที่ผ่านไปมาก็เป็นแขกเช่นกัน ผู้ที่สามารถนำเงินตราต่างประเทศมาที่เมืองได้ก็คือคนดี โปรดเข้ามาเถิด”
ประตูเมืองจึงเปิดออกช้า ๆ
คนรับใช้ชราที่ซื่อสัตย์ถอยกลับไปข้างถนนเพื่อหลีกทางให้ขุนนางที่อยู่ข้างหลังหรือก็คือนักเวทลมของอดีตกลุ่มอัศวินลม
บารอนโนแลนอยู่บนหลังม้า เขาสวมเสื้อโค้ตผ้าไหมที่ทำโดยช่างตัดเสื้อระดับปรมาจารย์ และเหล่าผู้คนอีกร่วม 150 คนก็เดินเข้าไปในเมืองเวสต์วินด์
ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในเมือง พวกเขาก็ได้ยินพาลาดินบนกำแพงเมืองตะโกนว่า “ตอนนี้พวกคุณเป็นส่วนหนึ่งของแกรนตะวันตกใช่ไหม? ถ้าใช่ ฉันอยากจะเตือนพวกคุณเอาไว้ก่อนว่าถ้าคุณเห็นผู้คนของคริสตจักรแห่งแสงในเมืองนี้ อย่าทำอะไรที่ไม่ดีเด็ดขาด มันโอเคถ้าจะสาดสงครามน้ำลายใส่กัน แต่ทันทีที่คุณเริ่มต่อสู้แล้วละก็ คุณจะถูกแขวนเอาไว้กับพัดลมที่เปิดเบอร์สามเพื่อเป็นการลงโทษ ซึ่งนั่นมันแย่มาก แต่ถ้าคุณต่อสู้กับคนที่มีความเชื่อเดียวกัน มันก็ไม่เป็นไร”
“คุณหมายถึงอะไร อะไรคือถูกแขวนเอาไว้กับพัดลมเปิดเบอร์สาม?” บารอนโนแลนดูงุนงง แต่คนรับใช้ชราที่ซื่อสัตย์ถามแทรกขึ้นทันทีว่า “คุณเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรแห่งแสงงั้นเหรอ? นี่…สถานที่แห่งนี้ถูกแกรนตะวันออกครอบครองแล้วงั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่หรอก ดูตรงนั้นสิ” พาลาดินชี้ไปที่คลองในเมือง
บารอนโนแลนหันหลังกลับไปดูก็เห็นมนุษย์แมวหลายคนกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ริมคลองเหมือนรูปปั้น และพวกมนุษย์แมวเหล่านั้นเพียงหันหูแหลมของพวกเขาเป็นครั้งคราว ทันใดนั้นมนุษย์แมวคนหนึ่งก็พุ่งมือลงไปที่คลองอย่างรวดเร็วและจับปลาขึ้นมาได้คามือ ก่อนจะหัวเราะร่าออกมาอย่างมีความสุข
“มีมนุษย์แมวด้วยเหรอ! พวกเขาเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริงของศาสนจักรแห่งความมืด และไม่สามารถที่จะเปลี่ยนใจไปเลื่อมใสคริสตจักรแห่งแสงได้แน่นอน” บารอนโนแลนตกใจ “เกิดอะไรขึ้นในเมืองนี้กันแน่?”
พาลาดินยักไหล่และพูดว่า “ก็อย่างที่คุณเห็น นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองนี้ คนแปลกหน้าที่ยังใหม่กับสถานที่แห่งนี้ควรเรียนรู้ที่จะสังเกตสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวให้ดี จงอย่าได้พูดอะไรไร้สาระต่อสิ่งที่คุณยังไม่เข้าใจ และจงคิดไตร่ตรองทุกอย่างให้มากด้วยสมองของคุณ เช่นเดียวกับที่ฉันเคยทำเมื่อฉันมาที่นี่ครั้งแรก”
คนรับใช้ชราที่ซื่อสัตย์ของบารอนไม่พอใจเล็กน้อย ชายคนนี้หยาบคายกับบารอนของเขามากจนเขาต้องการจะกระโดดเตะสักป้าบ
โชคดีที่บารอนโนแลนเป็นนักเวทและไอคิวของเขาก็ไม่ต่ำ ดังนั้นเขาจึงปรามคนรับใช้ชราของเขาจากการทำสิ่งหุนหันพลันแล่นทันที แน่นอนว่าเขารู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นเช่นกัน อีกฝ่ายดูการแต่งตัวของเขาไม่ออกเลยเหรอว่าเขาสูงส่งแค่ไหน? น่าแปลกที่คนธรรมดากล้าพูดกับเขาแบบนี้? แต่ก็อย่างว่า เขาเพิ่งมาใหม่ ดังนั้นเขาควรทำตามที่อีกฝ่ายชี้แนะ เขาควรรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของเมืองนี้ให้ดีก่อนจะทำอะไรลงไป
เป็นครั้งแรกที่เขาวางความภาคภูมิใจของเขาลงและถามพาลาดินอย่างเป็นกันเองว่า “ฉันมีกลุ่มคนติดตามมาด้วยมากกว่า 150 คน มีโรงแรมที่สามารถรองรับกลุ่มคนของฉันได้ไหม?”
“ที่นี่ไม่มีโรงแรม” พาลาดินกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “แต่เขตที่อยู่อาศัยริเวอร์โฮปที่คุณพ่อกำลังสร้างอยู่กำลังว่าง คุณพ่อบอกว่าผู้ที่มาใหม่สามารถซื้อหรือเช่าที่นั่นได้ ดูจากจำนวนคนที่มากมายของพวกคุณแล้ว คงมีเพียงสถานที่นี้เท่านั้นที่จะสามารถรองรับคนของคุณได้ทั้งหมด ไปที่บ้านของนายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชและถามเขาซะ นายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชเป็นคนรับผิดชอบการก่อสร้างและการจัดการเขตที่อยู่อาศัยริเวอร์โฮป”
“นายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ช?”
“อืม!” พาลาดินกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เดินไปตามถนนสายนี้ มันจะผ่านโบสถ์สองแห่งที่อยู่ใจกลางเมือง แล้วทีนี้คุณจะสามารถหานายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชได้แถว ๆ บริเวณบ้านไม้บนเนินเขา หรือถ้าหาไม่เจอจริง ๆ แค่ถามใครก็ได้ที่อยู่แถวนั้น”
บารอนโนแลนโบกมือ หลังจากนั้นขบวนของเขาก็เดินต่อไปทางโบสถ์
เมื่อเดินผ่านเมืองและสังเกตดูสภาพบ้านเมืองที่อยู่ทั้งสองฝั่ง บารอนโนแลนก็พบว่าเมืองนี้ใหญ่กว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก แถมยังแปลกประหลาดมากอีกต่างหาก
คนรับใช้ชรากระซิบว่า “ครั้งสุดท้ายที่เคยมาที่นี่ ตอนนั้นเห็นว่ามีคนราว ๆ แปดร้อยคนเท่านั้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีมากกว่าสองพันคนแล้วล่ะ”
“ทำไมบ้านเรือนเหล่านี้ถึงได้เชื่อมต่อกับท่อเหล็กและทองแดงแปลก ๆ?”
“โอ้ มีต้นพริกไทยอยู่ในบ้านหลังนั้นด้วย เป็นไปไม่ได้!”
“ฮะ เฮ้ย? มองตรงนั้นสิ… มีโบสถ์ตั้งสองแห่ง!”
“โอ้พระเจ้า! โบสถ์แห่งแสงและโบสถ์แห่งความมืดตั้งอยู่ข้างกัน!”
ในขณะที่พวกเขากำลังกำลังตื่นตากับสิ่งต่าง ๆ พวกเขาก็เห็นเก้าอี้หินในลานของโบสถ์แห่งแสงบนเก้าอี้นั้นมีนักบวชจอมขี้เกียจคนหนึ่งกำลังนั่งตกปลาในคลองใกล้ ๆ
เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปใกล้นักบวชคนนั้น เขาก็ส่งยิ้มมาให้จากระยะไกลและตะโกนว่า “ยินดีต้อนรับสู่เมืองเวสต์วินด์!”