เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 158 สงครามกำลังใกล้เข้ามา
บทที่ 158 สงครามกำลังใกล้เข้ามา
วันนี้ราชินีไม่สามารถอยู่สนทนากับ “เพื่อนออนไลน์” ของเธอได้นานนัก เนื่องจากเธอต้องเตรียมการรับมือจากสถานการณ์ฉุกเฉินนี้เพื่อจัดการกับการโจมตีของอาณาจักรเคิร์ท
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่จำเป็นต้องเดาเลยว่ามอนดราจะใช้โอกาสนี้โจมตีไบรต์โร้ดอย่างแน่นอน
และก็ไม่ต้องสงสัยอีกเช่นกันว่าพวกคริสตจักรแห่งแสงก็คงจะเข้ามาผสมโรงด้วยแน่นอน
มันจะเป็นการต่อสู้ระหว่างตะวันออกและตะวันตกพร้อมกัน ดูเหมือนว่าสถานการณ์นี้ไม่ต่างอะไรจากการเดินอยู่บนเชือกที่ปากเหว
แน่นอนว่าราชินีไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากร็อบบ์ เพราะมันไม่จำเป็นเลยสักนิด กองทัพฝั่งตะวันออกของอาณาจักรเคิร์ทจะต้องเดินทัพผ่านเมืองเวสต์วินด์อยู่แล้วหากต้องบุกเข้ามาที่ใจกลางแกรนตะวันตก ดังนั้นไม่ว่าร็อบบ์จะต้องการหรือไม่ เขาย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงการรบในครั้งนี้
ร็อบบ์ยักไหล่ ในเมื่อเพื่อนของเขาประสบปัญหา เขาเองก็ต้องกังวลเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ตั้งใจจะช่วย เพราะนี่เป็นปัญหาทางการเมืองระดับชาติ เขาไม่ได้อยากเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้อง เขาไม่ได้เป็นคนขยันพอที่จะร่วมต่อสู้กับสงครามระดับชาติเพื่อเพื่อนออนไลน์ของเขาคนนี้ เขาจะแก้ปัญหาเฉพาะเมืองเวสต์วินด์เท่านั้น
ร็อบบ์โบกมือให้ลิลเลียนซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ เขาและพูดว่า “ไปเรียกนายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชมาให้ฉันที”
หลังจากนั้นไม่นาน นายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชก็มาถึง เขาคนนี้นับได้ว่าเป็นหนึ่งในสามผู้นำกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเวสต์วินด์ เอ๊ะ! ไม่สิ หนึ่งในสี่ต่างหาก
สี่ผู้นำกลุ่มใหญ่ที่สุดในเมืองเวสต์วินด์หรือที่เรียกว่า ‘บิ๊กโฟร์’ ได้แก่ นายกเทศมนตรีเมืองเวสต์วินด์ นายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ช นายกเทศมนตรีสโตนแคนยอน และผู้นำกลุ่มมนุษย์แมว
แต่ละคนมีชื่อเสียงในหมู่ชาวเมืองหลายร้อยคน แน่นอนว่านายกเทศมนตรีเมืองเวสต์วินด์นั้นทรงพลังที่สุดในกลุ่มบิ๊กโฟร์
ปัจจุบันนายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชอยู่อันดับที่สองของบิ๊กโฟร์ เขามีชาวเมืองอยู่ในสังกัดของตัวเองมากกว่าสามร้อยคน ซึ่งแทบทั้งหมดรับผิดชอบงานช่างไม้และการล่าสัตว์ และเขากำลังพยายามอย่างมากที่จะถางที่ดินใหม่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำฟาร์มบีตรูต
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของร็อบบ์ สีหน้าของนายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชก็ดูแจ่มใส เพราะในความคิดของเขาแล้ว เมื่อใดก็ตามที่ร็อบบ์เรียกหาเขา แน่นอนว่าจะต้องมีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้น “คุณพ่อมีเรื่องอะไรให้ฉันรับใช้งั้นเหรอ?”
ร็อบบ์กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันเรียกหาคุณให้มาที่นี่เพราะคุณมีช่างไม้จำนวนมากที่สามารถสร้างสิ่งก่อสร้างได้อย่างรวดเร็ว ฉันก็เลยอยากร่วมมือกับคุณเพื่อดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์”
“อสังหาริมทรัพย์?” นายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชงุนงงกับคำนี้ “คุณหมายถึงอะไร?”
ร็อบบ์กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “พูดง่าย ๆ ก็คือ เมื่อมีคนธรรมดาย้ายเข้ามาที่เมืองเวสต์วินด์ พวกเขามักจะจ่ายเงินเพื่อขอให้คุณช่วยพวกเขาสร้างบ้านใช่ไหม?”
นายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชพยักหน้า “ใช่!”
“ในกรณีนั้นชาวเมืองของคุณจะสร้างบ้านให้พวกเขาในรูปแบบของ ‘คนงานรับจ้าง’ ขั้นตอนคือเก็บค่าจ้าง สร้างบ้าน และมอบบ้านที่สร้างเสร็จให้เจ้าของเงิน”
นายกเทศมนตรียังคงพยักหน้า “ถูกต้อง”
ร็อบบ์กล่าวว่า “วิธีการแบบนี้จริง ๆ แล้วไม่มีประสิทธิภาพสักเท่าไหร่ และไซต์งานที่ไม่ได้สร้างขึ้นพร้อมกันเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นอย่างยุ่งเหยิง ไม่เป็นหนึ่งเดียว ก็เลยทำให้เมืองเวสต์วินด์ดูวุ่นวายมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะตรงคลอง”
ปรากฏว่ามีการก่อสร้างบ้านจำนวนมากอยู่แถวริมคลอง ซึ่งเป็นบ้านของพวกมนุษย์แมวที่เพิ่งย้ายเข้ามา พวกเขาจ่ายค่าจ้างให้ผู้ลี้ภัยเมืองไวต์เบิร์ชด้วยปลาที่พวกเขาจับมาได้ และด้วยความช่วยเหลือของคริสตจักรแห่งความมืด พวกเขาจึงพอมีเงินอยู่บ้าง ดังนั้นพวกเขาจึงว่าจ้างให้ช่างไม้ช่วยสร้างบ้านไม้ ซึ่งเวลานี้ได้กระจัดกระจายไปทั่วริมฝั่งคลอง
ร็อบบ์ยิ้มและพูดว่า “มันน่าเกลียดใช่ไหมล่ะ? ฉันก็เลยตัดสินใจให้ทุนในฐานะนักลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และคุณจะเป็นผู้รับเหมาที่จะช่วยฉันจัดระเบียบช่างไม้ เราจะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างหมู่บ้าน บ้านทั้งหมดจะมีการวางแผนและสร้างไปพร้อม ๆ กันอย่างเป็นระบบแบบแผน และในอนาคต เมื่อมีผู้อพยพหลั่งไหลเข้ามา เราจะขายบ้านเหล่านั้นที่สร้างรอไว้แล้วให้พวกเขา เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องมานั่งรอบ้านใหม่ให้สร้างเสร็จ มันเป็นการช่วยให้ผู้อพยพมีที่อยู่อาศัยได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาจึงไม่ต้องเบียดเสียดกันเข้ามาในโบสถ์ทุกครั้งที่อพยพมา นอกจากนี้ยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าบ้านของพวกเขาจะดูเป็นระเบียบเรียบร้อย”
เมื่อนายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชได้ยินเช่นนี้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจขึ้นมา “มันคือการสร้างบ้านในราคาที่ต่ำ แล้วขายให้กับผู้อพยพในราคาสูงใช่ไหม?!”
“บิงโก!” ร็อบบ์ปรบมือและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณค่อนข้างมีไหวพริบนะ”
นายกเทศมนตรีกล่าวว่า “ถ้ามีผู้อพยพเข้ามาเรื่อย ๆ เราก็สามารถทำได้แน่นอน แต่… ถ้าผ่านไปแล้วไม่มีผู้อพยพเข้ามาในเมืองอีกล่ะคุณพ่อ? บ้านเหล่านั้นที่เราสร้างไว้จะไม่ไร้ประโยชน์เหรอ? ต้องเข้าใจว่าถ้าไม่มีคนเข้าไปอยู่อาศัยนาน ๆ พวกมันจะผุพังและสูญเสียคุณค่าไปตามกาลเวลา”
“ถ้างั้นฉันจะลงทุนเอง ถ้าขาดทุน มันก็เป็นฉันคนเดียวที่เสียหาย คุณมีหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบในการเป็นผู้รับเหมาจัดระเบียบคนงานให้ฉัน และดูแลความคืบหน้าของโครงการเท่านั้น คุณจะไม่สูญเสียเงินแน่นอน คุณคิดว่าไง?”
นายกเทศมนตรีไวต์เบิร์ชคิดอย่างรอบคอบ… แบบนี้ก็ดีน่ะสิ? ความเสี่ยงตกเป็นภาระของผู้อื่นและฉันแน่ใจว่าจะสามารถทำกำไรได้แน่จากการรับเหมานี้ ฉันจะหาธุรกิจที่ดีแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก? ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนคุณพ่อร็อบบ์กำลังทำดีกับเราอีกแล้ว เขาคงพยายามทำให้พวกช่างไม้จากเมืองไวต์เบิร์ชมีรายได้อย่างไม่ขาดมือสินะ
ชายสองคนจับมือกันแน่นและหัวเราะ
ปาร์ตี้คริสต์มาสในคืนนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยที่ชาวเมืองทุกคนกลับบ้านไปด้วยความพึงพอใจสุด ๆ อีกทั้งเด็ก ๆ ยังได้รับของขวัญคริสต์มาสกันทั่วหน้า
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
นายกเทศมนตรีเมืองไวต์เบิร์ชนำช่างไม้กลุ่มใหญ่ไปยังสถานที่ที่ร็อบบ์กำหนด และโครงการก่อสร้างใหญ่ก็เริ่มต้นขึ้น
จากนั้นหมู่บ้านริมแม่น้ำแห่งแรกของเมืองเวสต์วินด์อย่าง “เขตที่อยู่อาศัยริเวอร์โฮป” ก็ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างอย่างเป็นทางการแล้ว!
ระยะแรกของโครงการนี้ คาดว่าจะสร้างบ้าน 500 หลัง ตามการประมาณการของร็อบบ์ ผู้อพยพคงจะยากจนมาก และไม่สามารถซื้อบ้านหลังใหญ่ได้ในตอนแรก ดังนั้นโครงการระยะแรกนี้จึงเป็นแค่บ้านไม้หลังเล็ก ๆ ซึ่งร็อบบ์เรียกมันว่า “บ้านห้องเดี่ยว”
ผังเขตที่อยู่อาศัยทั้งหมดได้รับการวางแผนอย่างสมบูรณ์แบบ และบ้านทั้งหมดก็ได้รับการวางแผนที่จะสร้างอย่างเป็นระเบียบและแบ่งออกเป็นถนนรูป “井” นอกจากนี้ เพื่อเอาใจผู้คนที่อาศัยอยู่ภายใน เขาก็ยังสร้างสวนดอกไม้ ต้นไม้ และสิ่งอื่น ๆ ที่ดูจรรโลงใจวางไว้ตรงกลาง
แน่นอนว่าหลังจากที่โครงการนี้เริ่มขึ้น มันก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนในเมือง นายกเทศมนตรีเมืองเวสต์วินด์และสโตนแคนยอนไม่อาจนั่งเฉยได้ ทั้งสองรีบมาขอเข้าร่วมโครงการก่อสร้างนี้ทันที ซึ่งร็อบบ์ก็จัดให้ “ผู้รับเหมาใหม่” อีกสองเจ้านี้เข้าร่วมการก่อสร้างในรูปแบบระยะที่สองของโครงการ ซึ่งเขาวางแผนว่าบ้านที่สร้างจะต้องเป็นบ้านที่ทำจากหิน โดยที่ต้นทุนและราคาของมันจะคูณเข้าไปอีกหลายเท่าเพื่อให้ผู้อพยพที่ร่ำรวยซื้อ
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครรู้ว่าจะมีผู้อพยพใหม่เข้ามาที่เมืองเวสต์วินด์จริงหรือไม่
เพราะนอกจากร็อบบ์แล้ว ยังไม่มีใครรู้ว่าสงครามกำลังใกล้เข้ามาอย่างเงียบ ๆ ร็อบบ์รู้ดีว่าจะมีผู้ลี้ภัยจำนวนมากในสงครามครั้งนี้ ดังนั้นเขาจึงขอให้คนงานทุกคนมาที่เก้าอี้หินของเขาทุกวัน และก่อนที่พวกคนงานจะเริ่มทำงาน แต่ละคนจะได้รับ BUFF จากร็อบบ์เพื่อนำไปใช้ในการทำงาน
ด้วยวิธีนี้ ความคืบหน้าในการก่อสร้างของเขตที่อยู่อาศัยริเวอร์โฮปจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว