เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 157 การโจมตีอย่างกะทันหันของอาณาจักรทะเลทราย
- Home
- เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก
- บทที่ 157 การโจมตีอย่างกะทันหันของอาณาจักรทะเลทราย
บทที่ 157 การโจมตีอย่างกะทันหันของอาณาจักรทะเลทราย
ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ในภายหลัง
วันคริสต์มาสปี 1344 มีเหตุการณ์สำคัญที่พลิกโฉมประเพณีของคริสตจักรทั้งหมด นั่นคือคริสตจักรแห่งแสงและความมืดเฉลิมฉลองคริสต์มาสร่วมกันเป็นครั้งแรกแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ในเมืองเวสต์วินด์ เมืองเล็ก ๆ ที่มีประชากรเพียง 2,000 คน แต่มันกลับมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นแบบอย่างรากฐานสำหรับการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของทั้งสองคริสตจักรในอนาคต
เย็นวันที่ 31 ธันวาคม!
น้ำในคลองที่อยู่ติดกับลานโบสถ์ไหลไปตามสายธารอย่างเงียบ ๆ และกังหันน้ำที่สร้างขึ้นใหม่ก็หมุนย้ายน้ำไปเรื่อย ๆ โดยไม่หยุดหย่อนเพื่อส่งไปยังหอเก็บน้ำ
กระทั่งเวลาใกล้ค่ำ คบเพลิงนับไม่ถ้วนก็ถูกจุดขึ้นในโบสถ์แห่งแสงและความมืด ชาวเมืองหลั่งไหลเข้าไปในโบสถ์และพบว่ารั้วไม้ระหว่างโบสถ์ทั้งสองแห่งหายไป แน่นอนว่าทุกคนมีความสุข เพราะชาวเมืองที่นี่คุ้นเคยกับการผสมผสานของสองคริสตจักรทั้งสองแล้ว โดยเฉพาะชาวเมืองสโตนแคนยอน พวกเขาสามารถท่องบทสวดได้ทั้งพระคัมภีร์แห่งแสงและพระคัมภีร์แห่งความมืด
พวกเขาร้องเพลงและเต้นรำกันในสนาม
เวลานี้ลูกบอลคริสตัลอัญเชิญบนโต๊ะของร็อบบ์เปิดอยู่
ราชินีมองฉากต่าง ๆ จากอีกฝั่งของลูกบอลคริสตัลอัญเชิญด้วยสีหน้าสงบนิ่งตามปกติ ทว่าส่วนใหญ่สายตาของเธอมักไปหยุดอยู่ที่โต๊ะอาหารในลานโบสถ์
ร็อบบ์ยิ้มและพูดว่า “หยุดแอบดูได้แล้ว! ให้ฉันบอกคุณเองเลยดีกว่าว่าบนโต๊ะนั่นมีโคคาโคล่าที่คุณเคยกิน มีมันฝรั่งทอดเลย์ซึ่งคุณก็เคยกินแล้วเช่นกัน และยังมีเค้กหลายรสไม่ว่าจะเป็นเค้กครีมวานิลลา เค้กครีมบลูเบอร์รี…”
ทันใดนั้น ราชินีก็ตบโต๊ะด้วยความโกรธจัด “แล้วทำไมฉันถึงไม่ได้กินเค้กครีมบลูเบอร์รีล่ะ?! ทำไมคุณถึงจงใจซ่อนเค้กรสชาติใหม่จากฉัน?! คุณกล้ากลั่นแกล้งฉันเพราะฉันไม่มีพ่อแม่คอยปกป้อง!”
ร็อบบ์กล่าวว่า “โว้ว! คุณกำลังใส่อารมณ์เพียงเพื่อให้ได้ลิ้มรสชาติใหม่สินะ แต่อย่าเพิ่งรีบร้อน มีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมายบนโต๊ะนั่น..”
จากนั้นร็อบบ์ก็ชี้ไปที่โมเดลบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ทำจากคุกกี้ “นั่นเรียกว่าบ้านขนมปังขิง….”
ทันทีที่ราชินีเห็นมัน หัวใจของเธอก็เต้นรัวมากกว่าเดิม แค่เห็นมัน เธอก็อยากจะกระโจนเข้าไปกินให้หมดแล้ว!
“มันทำจากขิง แป้ง น้ำผึ้ง น้ำตาล อัลมอนด์ และเครื่องเทศ” ร็อบบ์กล่าวด้วยรอยยิ้ม “กระบวนการทำนั้นซับซ้อนมาก ตอนนี้มีแต่ฉันเท่านั้นที่ทำได้”
ราชินีตบโต๊ะอีกฉาดและตะโกนว่า “แค่บอกฉันมาว่ามันราคาเท่าไหร่! แล้วก็รีบส่งมาให้ฉัน!”
ร็อบบ์ยิ้ม “ราชินี…ปกติแล้วคุณมักจะใจเย็นเสมอเลยไม่ใช่เหรอ? แต่ตอนนี้คุณไม่แสร้งทำเป็นมีศักดิ์ศรีเอาซะเลย คุณถึงกับตบโต๊ะเลยด้วยซ้ำ”
ราชินีถึงกับพูดอะไรไม่ออก
“โอ๋ ๆ ไม่ต้องทำหน้าตาน่าสงสารแบบนั้น” ร็อบบ์ยิ้ม “เอาเป็นว่าคราวนี้ฉันจะไม่เรียกเก็บเงินจากคุณ ฉันจะให้บ้านขนมปังขิงกับคุณฟรี ๆ เนื่องในโอกาสฉลองวันคริสต์มาส เอาไว้ฉันจะบอกให้กูกูและจีจี้นำมันไปให้คุณในครั้งต่อไปที่พวกเขามาเติมสต็อกสินค้าก็แล้วกัน”
ราชินีดีใจจนแทบจะกระโดด
ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เผยรอยยิ้ม เนโครแมนเซอร์คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน “ฝ่าบาท! มีสารด่วนจากกองทัพ เรื่องร้ายกำลังเกิดขึ้น!”
เมื่อเธอได้ยินว่ามีเรื่องเร่งด่วนเกิดขึ้น ปฏิกิริยาแรกของราชินีคือต้องการปิดลูกบอลคริสตัลอัญเชิญเพื่อเก็บเป็นความลับ แต่เมื่อเธอเห็นร็อบบ์ที่อยู่อีกฝั่งกำลังเงี่ยหูฟังอย่างสนใจ เธอก็รู้สึกว่าเธอปิดลูกบอลคริสตัลอัญเชิญไม่ลง หลังจากถอนหายใจเล็กน้อย ราชินีก็ชักมือกลับและพูดกับเนโครแมนเซอร์คนนั้นว่า “หมายเลข 1 รายงานมาซิว่าเกิดอะไรขึ้น?”
เนโครแมนเซอร์ที่รู้จักในชื่อหมายเลข 1 กล่าวอย่างเร่งรีบว่า “อาณาจักรทะเลทราย เคิร์ท จงใจเลือกที่จะเปิดฉากโจมตีเราแบบฉับพลันในวันคริสต์มาส โดยโจมตี ‘สถานีนักเดินทาง’ และ ‘คริสตัลแคนยอน’ ซึ่งอยู่ทางเหนือของอาณาจักรเรา ระหว่างที่ถูกโจมตี ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองอยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงลดการป้องกัน พวกเขาถูกปล้นฆ่าและไม่สามารถติดต่อได้ ปัจจุบันกองทัพของเคิร์ทกำลังมุ่งหน้าลงใต้และตรงมายังเมืองหลวงของเรา”
เคิร์ท “อาณาจักรทะเลทราย” เป็นอาณาจักรเล็ก ๆ ที่คั่นอยู่ระหว่างนอร์มาทางตอนเหนือและแกรนทางตอนใต้ ความจริงแล้วในแง่ของขนาดพื้นที่ อาณาจักรนี้ไม่ได้เล็กถึงขนาดที่ควรถูกเรียกว่าอาณาจักร ‘เล็ก’ แต่เพราะดินแดนส่วนใหญ่ของอาณาจักรเคิร์ทเป็นทะเลทราย ดังนั้นประชากรจึงมีจำนวนไม่มาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความแข็งแกร่งของชาติ
และเนื่องจากอาณาจักรเคิร์ทอยู่ในตำแหน่งที่คั่นกลางระหว่างอาณาจักรนอร์มาและอาณาจักรแกรน มันจึงกลายเป็นเหมือนอาณาจักรกันชนระหว่างสองมหาอำนาจ
ถ้าไม่ใช่เพราะการดำรงอยู่ของเคิร์ท นอร์มา และแกรน ก็คงจะมีสงครามใหญ่ไปหลายรอบแล้ว
ที่ผ่านมาอาณาจักรนี้เป็นกลางมาโดยตลอด พวกเขาจะไม่ก่อกวนแกรนและนอร์มา เพราะรู้ดีว่าจำนวนทหารของพวกเขาไม่เพียงพอที่จะทำสงครามกับมหาอำนาจอย่างแกรนและนอร์มา
ทว่าตอนนี้อาณาจักรทะเลทรายจงใจส่งทหารบุกเข้ามาในวันคริสต์มาสผ่านเมืองชายแดนสองแห่งในคราวเดียว!
ราชินีขมวดคิ้ว แต่การแสดงออกบนใบหน้าของเธอไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก สีหน้าของเธอยังคงดูสงบนิ่ง “ส่งทหารออกมาบุกเราเป็นสองทางในคราวเดียว เห็นได้ชัดว่านี่คือแผนการสมรู้รวมคิด พวกเขาคงวางแผนเรื่องนี้กันมานานแล้ว”
หมายเลข 1 พยักหน้า “เป็นเช่นนั้นแน่นอนฝ่าบาท! อาณาจักรทะเลทรายจะต้องได้รับการชักชวนจากคริสตจักรแห่งแสงและตัดสินใจร่วมมือกับมอนดราเพื่อโจมตีเรา”
ราชินีหยิบแผนที่ออกมาและตรวจสอบอย่างระมัดระวัง นิ้วสีขาวราวหิมะของเธอชี้ไปยังสถานีนักเดินทาง ก่อนลากจากเหนือจรดใต้ และหลังจากนั้นไม่กี่วินาที เธอก็พูดขึ้นว่า “หยิบม้วนเวทมนตร์เชิงกลยุทธ์ที่คุณร็อบบ์มอบให้เราครั้งล่าสุดมา แล้วส่งกองทัพไปที่ถ้ำวายุธาตุ พวกเขาจะได้เผชิญหน้ากับกองทัพฝั่งตะวันตกของอาณาจักรเคิร์ท”
หมายเลข 1 พยักหน้าทันที “รับทราบ!”
ราชินีชี้ไปที่คริสตัลแคนยอนซึ่งเต็มไปด้วยภูเขา ซึ่งพื้นที่ถัดมาจากตรงนั้นมีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้นที่สามารถเข้าสู่ใจกลางแกรนตะวันตกได้ นั่นคือหากลงมาทางใต้จากคริสตัลแคนยอน ก็จะต้องผ่านสโตนแคนยอน และจากนั้นก็คือเมืองเวสต์วินด์ซึ่งไม่มีทางอื่นให้อ้อมไปอีกแล้ว เพราะมีภูเขาขนาดใหญ่ทั้งสองด้านขนาบเส้นทาง
ราชินีลากนิ้วมาถึงจุดนี้และหยุดลง
จากนั้นเธอก็เหลือบมองลูกบอลคริสตัลอัญเชิญอย่างมีเลศนัย ก่อนจะหันไปหาหมายเลข 1 และพูดว่า “กองทัพฝั่งตะวันออกของเคิร์ท… เราไม่จำเป็นต้องสนใจพวกเขา ปล่อยให้พวกเขาเดินทัพเข้ามาตามใจชอบ”
หมายเลข 1 นิ่งงัน “…”
ร็อบบ์ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของลูกบอลคริสตัลอัญเชิญถึงกับประท้วงขึ้นมาทันที “เฮ้ราชินี! แผนการของคุณมันชัดเจนเกินไปหน่อยไหม! ทำไมดูเหมือนคุณไม่คิดจะซ่อนกลยุทธ์ของคุณต่อหน้าฉันเลย!”
ราชินีพูดอย่างใจเย็นว่า “ก็ถ้าฉันปกปิดมัน คุณก็จะด่าว่าฉันเป็นนักการเมืองที่ร้ายกาจ แต่ถ้าฉันแสดงให้คุณเห็นว่าฉันไม่ได้ปิดบังอะไร คุณก็จะไม่สามารถว่าอะไรฉันได้อีก จริงไหม?”
ร็อบบ์หัวเราะอย่างหงุดหงิดและพูดว่า “มันไม่ยุติธรรมเลยที่จู่ ๆ ก็มาสร้างเรื่องวุ่นให้ฉันแบบนี้? หึ ๆ อย่าตกอยู่ในมือของฉันก็แล้วกันนะคุณราชินี ไม่งั้นฉันจะให้คุณเผชิญกับผลที่ตามมา”