เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 140 ฉวยโอกาสจับมือเธอไว้
บทที่ 140 ฉวยโอกาสจับมือเธอไว้
“ฮ่า ๆ การทำในสิ่งที่พวกคุณไม่รู้ย่อมดีที่สุด มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะถ้าฉันทำในสิ่งที่พวกคุณรู้อยู่แล้ว” ร็อบบ์เผยรอยยิ้มอันเป็นเครื่องหมายการค้าของเขาที่มักแสดงให้เห็นทุกครั้งที่เขาคิดค้นเมนูอาหารอร่อย ๆ ขึ้นมา
ลิลเลียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เจ้านายอดไม่ได้ที่จะโน้มตัวลงมาถาม “นายท่าน มีอะไรอร่อย ๆ อีกแล้วเหรอ?”
เสี่ยวอี้พ่นลมหายใจอย่างเย็นชา แต่ก็เดินเข้ามาใกล้อีกสองสามก้าวโดยไม่ลังเล
เชอริลกอดคอของร็อบบ์ทันทีพร้อมกับเบียดหน้าอกอันอวบอิ่มของเธอบี้ลงบนแผ่นหลังของร็อบบ์ “มีของอร่อยกำลังจะออกมาอีกแล้วใช่ไหม?”
แม่ชีน้อยสี่คนจากทั้งคริสตจักรแห่งแสงและความมืดไม่สามารถทนความอยากรู้ได้ พวกเธอจึงแอบฟังเช่นกัน
ร็อบบ์คว้ากระเพาะปลาขึ้นมากำมือหนึ่งแล้วหัวเราะ “สิ่งที่ฉันจะทำในครั้งนี้คือสิ่งที่ผู้หญิงจะต้องชอบที่สุด!”
ผู้หญิงทั้งหลายพากันดีใจ พวกเธอคงจะไม่เชื่อถ้าเป็นคนอื่นพูด แต่ถ้าเป็นร็อบบ์พูด… พวกเธอย่อมเชื่อทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข เพราะเขาได้คิดค้นของว่างแสนอร่อยมาแล้วนับไม่ถ้วน และไม่มีใครน่าเชื่อถือไปกว่าเขาแล้วในการรังสรรค์ของอร่อย
ร็อบบ์ได้ยินเสียงฝูงชนกลืนน้ำลาย “ลิลเลียน เธอน้ำลายไหลแล้วเหรอ?”
“เปล่านะนายท่าน ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น!” ลิลเลียนส่ายหัวอย่างรวดเร็ว
“ถ้างั้นต้องเป็นเชอริลแน่ ๆ”
“ไม่ใช่ฉันสักหน่อย” เชอริลกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ขืนฉันทำแบบนั้น มันก็ไม่ต่างจากฉันเป็นเหมือนเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ไม่เคยเห็นโลกมาก่อนน่ะสิ”
“ถ้าอย่างนั้น… ใครกันน้า?” ร็อบบ์มองเสี่ยวอี้ด้วยความสนใจ
สีหน้าเย็นชาของเสี่ยวอี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมาเรื่อย ๆ จนในที่สุดมันก็ลามไปถึงใบหูของเธอ แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธ
“ฮ่า ๆ!” ร็อบบ์มีความสุขและอยากจะหยอกล้อเธออีกครั้งหลังจากเห็นหน้าแดง ๆ ของเธอ แต่ลืมมันไปเถอะ รอบนี้เขาจะปล่อยเธอไปสักครั้งก็ได้
“เอาล่ะ ตอนนี้เตรียมตัวทำงานได้แล้ว” ร็อบบ์สั่งทันทีว่า “ลิลเลียน ไปเอาแป้ง นม ไข่ ลูกกวาด และน้ำมันถั่วเหลืองมาให้ฉันหน่อย อ้อ เตรียมชามและหม้อมาด้วย เพื่อเอาไว้ใส่ส่วนผสมทุกชนิด”
ลิลเลียนรีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว และส่วนผสมทุกอย่างก็ถูกจัดวางอยู่ทั่วโต๊ะในเวลาไม่นาน
ร็อบบ์ยิ้ม “ฉันจะทำมันให้เร็วที่สุด ฉันจะมอบรสชาติที่ลึกล้ำแก่พวกคุณ แล้วฉันจะบอกวิธีทำด้วย ดูไว้นะ อย่ากระพริบตา”
ร็อบบ์พูดจบก็ถูกระเพาะปลาในมือ จากนั้นภายในพริบตา กระเพาะปลาก็กลายเป็นเจลาตินกระเพาะปลา
จากนั้นร็อบบ์ก็ใช้ทักษะ ‘พ่อครัว’ ในการเลือกส่วนผสม ‘เจลาตินกระเพาะปลา’ ‘นม’ และ ‘น้ำตาล(ลูกกวาดบดละเอียด)’
[เริ่มการผลิต!]
[ได้รับ: ครีม!]
เมื่อเห็นว่าชามนั้นเต็มไปด้วยสิ่งแปลก ๆ ที่มีสีน้ำตาลอมเหลือง สาว ๆ ก็ดูสับสนและถามขึ้นมาว่า “นี่อะไรน่ะ?”
เชอริลผู้กล้าหาญที่สุดพยายามใช้นิ้วจิ้มลงไปในชามเพื่อลิ้มรสสิ่งที่อยู่ด้านใน แต่ทันทีที่เธอเอื้อมมือออกไปก็ถูกร็อบบ์จับมือไว้และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อย่าขโมยจนกว่าอาหารจะเสร็จ!”
เชอริลเดาะลิ้นอย่างสนุกสนาน “คุณนี่เร็วจริง ๆ”
สิบห้าวินาทีต่อมา เธอก็พูดขึ้นว่า “คุณจับมือฉันเพื่อห้ามไม่ให้ฉันขโมยอาหาร แต่จนป่านนี้คุณกลับยังไม่ปล่อยมือเนี่ยนะ คุณกำลังฉวยประโยชน์จากสถานการณ์นี้ใช่ไหม?”
“ฮะ? จริงเหรอ?!” จากนั้นร็อบบ์ก็ปล่อยมือเธอและเผยสีหน้าจริงจัง “ฉันจับค้างไว้เพราะฉันกลัวว่าคุณจะขโมยอีกต่างหาก นี่คือการปกป้องอาหารอันแสนอร่อย คุณกล้าพูดได้ยังไงว่าฉันกำลังพยายามฉวยโอกาสจากคุณ? เห็นได้ชัดว่าคุณกำลังพยายามขโมยอาหาร คุณนั่นแหละเป็นฝ่ายที่เอาเปรียบ!”
ทุกคนกลอกตาแทบจะพร้อมกัน!
มีเพียงเสี่ยวอี้เท่านั้นที่พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “แค่ผู้หญิงต้องการขโมยอาหาร แต่คุณกลับลอบฉวยโอกาสจับมือเนี่ยนะ? นี่ถ้าเชอริลต้องการขโมยของมีค่า คุณไม่ลากเธอเข้าไปในห้องอย่างหน้าด้าน ๆ เลยเหรอ? ไอ้คนบ้าเอ๊ย!”
แววตาของเชอริลสว่างวาบขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินประโยคนี้
ร็อบบ์รีบพูดว่า “ไม่! ฉันยังใช้ชีวิตโสดได้ไม่หนำใจเลยนะ ดังนั้นพยายามอย่าทำให้ฉันรับผิดชอบด้วยวิธีการแบบนั้น! ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนจะขโมยอะไรไป ฉันจะไม่ทำเลยเถิดถึงขั้นนั้นแน่นอน!”
เชอริลบุ้ยปาก “เชอะ!”
ร็อบบ์หันไปพูดกับเสี่ยวอี้อีกครั้งว่า “ดูหน้าเชอริลสิ เห็นได้ชัดว่ามือที่ฉันคว้าเป็นของคนที่เต็มใจจะตายไป คุณจะเดือดร้อนทำไมกัน?”
เสี่ยวอี้นิ่งงัน “…”
ดูเหมือนจะเป็นการเปลืองน้ำลายโดยใช่เหตุที่จะพูดคุยกับชายและหญิงที่น่าอายคู่นี้ ดังนั้นเสี่ยวอี้จึงเงียบและไม่พูดอะไรอีก
ปัง!
ทันใดนั้นแม่ชีน้อยสี่คนที่อยู่ข้าง ๆ ก็เอื้อมมือออกมาตบโต๊ะหินพร้อมกัน “พวกคุณอย่าสนใจเรื่องอื่นกันจะได้ไหม? ตอนนี้เรากำลังทำอาหารกันอยู่ไม่ใช่เหรอ? และทุกคนก็กำลังรอชิมของอร่อย ทำไมพวกคุณถึงเอาแต่เสียเวลากับเรื่องอื่นล่ะ? รีบทำอาหารต่อสิ!”
หลังจากตวาดพร้อมเพรียงกัน แม่ชีน้อยทั้งสี่ก็หันหน้ามามองกันและตระหนักได้ว่าแม่ชีฝ่ายตรงข้ามของพวกเธอก็พูดประโยคแบบเดียวกันเป๊ะ!
‘โอ้พระเจ้า! มันเป็นไปได้อย่างไรที่พวกฉันกับสาวกมืดเหล่านั้นพูดเหมือนกัน? ผู้ศรัทธาแห่งแสงย่อมไม่ควรจับมือกับพวกงมงายในความมืด!’
จากนั้นทั้งสี่สาวจึงพ่นลมหายใจ “ฮึ่ม!” ใส่กัน และเชิดหน้าหนีกันไปคนละทาง
“แค่ก ๆ! จริงด้วย ๆ” ร็อบบ์จึงกลับไปทำอาหารต่อ “สิ่งที่ฉันเพิ่งทำเรียกว่า ‘ครีม’ แต่มันเป็นเพียงส่วนประกอบของสิ่งที่ฉันกำลังจะทำเท่านั้น มันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เรามาทำกันต่อก็แล้วกัน”
จากนั้นร็อบบ์ใช้ทักษะ ‘พ่อครัว’ อีกครั้ง และเลือกส่วนผสม ‘แป้ง’ ‘ไข่’ ‘น้ำตาล’ และ ‘น้ำมันถั่วเหลือง’
[เริ่มการผลิต!]
[ได้รับ: เค้ก!]
ทุกคนเริ่มจับทางได้เล็กน้อยกับสิ่งที่ร็อบบ์กำลังทำ เชอริลถามว่า “นี่เป็นขนมปังชนิดหนึ่งใช่ไหม? แต่มันดูฟูกว่าขนมปังปกติมากเลยนะ”
ลิลเลียนกล่าวว่า “มันน่าจะเป็นขนมปัง เพราะมันทำด้วยไข่และแป้ง แต่ปกติแล้ววิธีทำคือต้องอบมันในเตา แต่ทำไมนายท่านไม่ได้อบมัน แต่แค่ถูกับมือ?”
ร็อบบ์ยิ้มและพูดว่า “สวรรค์ให้พรอันสูงส่งแก่ฉันน่ะสิ ฉันเลยไม่ต้องอบมันเหมือนแบบที่ทุกคนต้องทำ”
จากนั้นร็อบบ์ก็หยิบ ‘เค้ก’ และ ‘ครีม’ ขึ้นมา
[เริ่มการผลิต!]
[ได้รับ:เค้กครีม!]
*วิ้ง!*
เค้กครีมที่สวยงามและดูเหมือนเค้กวันเกิดปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างเค้กของร็อบบ์และเค้กสมัยใหม่คือน้ำตาลที่ร็อบบ์ใช้นั้นเป็นน้ำตาลออกสีแดง ซึ่งได้มาจากการบดลูกกวาดให้ละเอียด หรือจะเรียกว่ามันคือน้ำตาลทรายแดงที่ไม่ฟอกขาวก็ไม่ผิด ดังนั้นสีของครีมจึงเป็นสีน้ำตาลเล็กน้อย มันไม่ได้เป็นสีขาวเหมือนหิมะแบบเค้กครีมสมัยใหม่
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้สาว ๆ จ้องมองตาเป็นมัน
เชอริลน้ำลายสอ “มันดูน่าอร่อยมาก!”
กูกูกล่าวว่า “มันจะไม่อร่อยได้ยังไง ใช้น้ำตาลมากขนาดนั้น”
จีจีเสนอแนะว่า “สิ่งนี้แพงเกินไป แค่คิดค่าน้ำตาลเพียงอย่างเดียว ถ้าคิดจะขายมันก็ต้องขายในราคาไม่ต่ำกว่าสองเหรียญทองเพื่อกู้คืนต้นทุนค่าวัตถุดิบ”
ทันทีที่พวกเขาพากันกล่าวเช่นนั้น เค้กครีมก็ถูกกำหนดให้เป็น ‘อาหารชั้นสูง’ ที่คนธรรมดาไม่มีทางได้ลิ้มรส
แม้ว่าเสี่ยวอี้จะไม่พูด ทว่าราวกับใบหน้าด้านซ้ายของเธอมีคำว่า ‘หักห้ามใจ’ เขียนเอาไว้ แต่ที่ด้านขวาของใบหน้าเธอมีคำว่า ‘กิน’ ประทับเด่นหราเป็นประกาย
แม่ชีแห่งแสงอีกสองคนทำหน้าตาน่าสงสารแล้วบ่นพึมพำว่า “อ่า เราอยากขโมยมันกินจังเลย แต่เราไม่อยากถูกนักบวชคนนี้ฉวยโอกาสจับมือ!”
ส่วนแม่ชีแห่งความมืดสองคนหันไปหาเนโครแมนเซอร์และพูดด้วยหน้าตาน่าสงสารเช่นกันว่า “อาจารย์ คุณร็อบบ์จะแบ่งมันให้เราไหม?”
ร็อบบ์หยิบมีดออกมาและหั่นเค้กครีมออกเป็น 16 ชิ้น จากนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา “เอาล่ะทุกคน หยิบคนละชิ้นแล้วลิ้มรสมันกันเถอะ!”
[ร็อบบ์ได้รับ: เค้กครีม]