เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 138 นักบวชตัวปลอม
บทที่ 138 นักบวชตัวปลอม
ขณะที่ผู้หญิงทั้งสามคนสนทนากันอยู่นั้น พวกเธอก็เห็นลิลเลียนกำลังเข็นร็อบบ์ใกล้เข้ามา พวกเธอประหลาดใจมากกับภาพที่เห็นจนต้องขยี้ตาด้วยความไม่เชื่อ
ร็อบบ์โบกมือให้พวกเขา “สวัสดีสหาย!”
เขาคิดว่าเขาจะได้รับการตอบรับทักทายว่า “สวัสดีคุณพ่อ!” กลับมา แต่ผู้หญิงสามคนนี้กลับมีสีหน้าแข็งค้าง ก่อนจะพูดอย่างโกรธเคืองว่า “ทำไมถึงมีตัวปลอมที่แกล้งทำเป็นคุณพ่อโผล่มาที่นี่ล่ะ? คุณพ่อผู้เป็นที่รักของเราไม่มีทางออกมาจากโบสถ์ตอนนี้แน่นอน!”
“ฮ…ฮะ? ฉันคือตัวจริงนะ!” ร็อบบ์ตะโกนเถียง
“โกหก!” หญิงวัยกลางคนสามคนก้มลงหยิบก้อนหินข้างถนนโยนใส่ร็อบบ์และตะโกนว่า “ใครสักคนมาช่วยที! มีนักเวทบางคนกำลังปลอมตัวเป็นคุณพ่อและลิลเลียนออกมาเดินเตร่หลอกลวงผู้คน!”
“อะไรนะ? ไอ้บ้าคนไหนกล้าปลอมตัวเป็นคุณพ่อ!” บ้านใกล้เรือนเคียงพากันเปิดประตูออกมา และนักล่าก็วิ่งปรี่ออกมาพร้อมกับธนูในมือ
“ฉันจะทุบไอ้สารเลวนั่นให้ตาย!” ช่างตีเหล็กอีกคนกระโดดออกมาจากบ้านหลังใกล้ ๆ ด้วยค้อนในมือ
ร็อบบ์รีบพูดกับพวกเขาว่า “ช้าก่อน ๆ ทุกคน! ฉันคือคุณพ่อตัวจริงของพวกคุณนะ”
ลิลเลียนยังกล่าวอีกว่า “จริง!”
“โกหก!”
ก้อนหินจากผู้หญิงสามคนพุ่งเข้าใส่ร็อบบ์
ลูกศรของนักล่าพุ่งทะยานเข้ามา
และค้อนของช่างตีเหล็กก็เหวี่ยงเข้ามาโจมตี
Miss, Miss ,Miss…[1]
การโจมตีของทุกคนล้มเหลว
ผู้หญิงวัยกลางคนทั้งสาม นักล่า และช่างตีเหล็กยืนตัวแข็งอย่างพร้อมเพรียงเมื่อเห็นว่าการโจมตีของตัวเองไม่ได้ผล จากนั้นพวกเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“คุณพ่อจริง ๆ ด้วย”
พวกเขาต่างคุกเข่าลง “คุณพ่อ พวกเราขอโทษ พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะโจมตีคุณ เราแค่ต้องการโจมตีผู้แอบอ้าง”
ลิลเลียนพูดอย่างโกรธเคืองว่า “พวกคุณล้อเล่นฉันหรือเปล่า? คุณมาทุบตีเจ้านายของฉันเพราะตัดสินว่าเขาเป็นตัวจริงหรือตัวปลอมเนี่ยนะ?”
พวกเขาพูดพร้อมกันว่า “ถ้าไม่มีสงครามหรือไม่มีพ่อค้าเดินทางมา ใครบ้างที่จะเคยเห็นคุณพ่อออกมาเดินเตร็ดเตร่ในเมือง? ใครเห็นก็คิดว่าเขาเป็นตัวปลอมทั้งนั้น!”
ลิลเลียนคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วก็พบว่า “เอ่อ… นั่น…นั่นก็จริง”
พวกเขาพูดต่อไปว่า “และถ้าเขาเป็นคุณพ่อตัวจริง คุณก็ไม่จำเป็นต้องกลัวเลยว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บ คุณพ่อตัวจริงไม่มีทางที่ใครจะสามารถทำร้ายได้ แต่ถ้าเป็นตัวปลอมก็สมควรเจ็บตัวแล้ว!”
“พวกคุณพูดถูก” ลิลเลียนเริ่มเห็นด้วย
ร็อบบ์ชะงัก “….”
วิธีการตรวจสอบว่าฉันเป็นตัวจริงหรือตัวปลอมก็คือการทุบตีฉันเนี่ยนะ?
ช่างเถอะ! ไม่ว่าจะยังไง ชาวเมืองพวกนี้ต่างก็เป็นคนจิตใจดี
ร็อบบ์โบกมือและพูดว่า “ลุกขึ้นเถอะ ฉันไม่โทษพวกคุณ ฉันเห็นด้วยกับการกระทำของพวกคุณที่พยายามยืนหยัดต่อสู้หาทางพิสูจน์ว่าฉันเป็นตัวปลอมหรือตัวจริง และหวังว่าพวกคุณจะยังคงทำเช่นนี้ต่อไป เมื่อสงสัยว่ามีคนแอบอ้างเป็นฉัน คุณต้องรีบโจมตีอย่างกล้าหาญ คุณไม่สามารถปล่อยให้คนหนุ่มสาวหน้าไหนปลอมตัวเป็นฉันมาหลอกรับอาหารและเครื่องดื่มไปฟรี ๆ ได้!”
“คุณพ่อประเสริฐที่สุด!” ชาวเมืองโห่ร้องไชโยและกลับไปทำสิ่งต่าง ๆ ของตัวเองต่อ
ลิลเลียนยังคงเข็นร็อบบ์ไปรอบ ๆ เมือง แต่ระหว่างนั้น ใครบางคนก็จะกระโดดออกมาทุกสองสามก้าวเพราะคิดว่าเขาเป็นตัวปลอม
ร็อบบ์ไม่สามารถนับจำนวนครั้งที่เขาถูกโจมตีได้เลย เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจแล้วบ่นว่า “ฉันควรร่างกฎหมายเพื่อรักษากฎระเบียบในเมืองเวสต์วินด์ดีไหมนะ?”
“คงไม่จำเป็น” ลิลเลียนกล่าว “กฎหมายและระเบียบของเมืองจะเป็นผลดีตราบใดที่นายท่านไม่ออกไปไหน”
ร็อบบ์ “…”
ทันทีที่ทั้งสองพูดถึงเรื่องนี้ พวกเขาก็ได้ยินชาวเมืองอีกคนตะโกนว่า “ไอ้ตัวปลอมนี้มาจากไหน? เด็ก ๆ ไปกัดมันเร็วเข้า!”
ชาวเมืองรีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับฝูงห่าน!
เมื่อร็อบบ์เห็นสิ่งนี้ เขาก็สาปแช่งในใจ ‘ไอ้บ้า! แม้แต่สัตว์ก็ถูกใช้ให้มากัดฉันเลยเหรอ?’
เดี๋ยวก่อนนะ… ห่าน?
เขาเหลือบมองรถเข็นของเขา ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็น ‘จูกัดเหลียง ขงเบ้ง’[2] เขามองไปที่ห่านที่วิ่งไปมาและอดไม่ได้ที่จะดีใจ
ฮ่า ๆๆ ดีมากเลย เข้ามาเลย!
สิบนาทีต่อมา ห่านที่ถูกถอนขนหลายตัวก็ยืนเคียงข้างกันอย่างน่าสงสาร
ร็อบบ์มีพัดขนห่านที่เพิ่งทำใหม่อยู่ในมือ เขาแสร้งทำตัวเป็นขงเบ้งและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ฮ่า ๆๆ ลิลเลียน เข็นอัครมหาเสนาบดีผู้นี้กลับบ้านเราที!”
“นายท่าน อัครมหาเสนาบดีหมายความว่าอะไร?”
“หมายความว่าฉันหล่อ”
“โอ้ เข้าใจแล้ว นายท่านช่างเหมือนอัครมหาเสนาบดีจริง ๆ”
“ทำไมฟังดูแปลก ๆ?”
หลังจากเสียงหัวเราะหยุดลง ลิลเลียนก็เข็นร็อบบ์กลับไปที่โบสถ์
และทันทีที่เขากลับมาถึง เขาก็ได้ยินเสียงเชียร์ที่ไซต์ก่อสร้างข้าง ๆ ซึ่งคนเหล่านั้นกำลังสร้างโบสถ์แห่งความมืด
ร็อบบ์หันไปเห็นว่าชาวเมืองดูมีความสุขมาก พวกเขากระโดดและโยนหมวกของพวกเขาขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับว่าพวกเขาเพิ่งถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่
ร็อบบ์อดไม่ได้ที่จะตะโกนถามว่า “เฮ้ พวกคุณมีความสุขเรื่องอะไรกัน?”
ชาวเมืองตอบด้วยรอยยิ้มว่า “คุณพ่อ! คุณเนโครแมนเซอร์ได้ให้เงินค่าจ้างกับเราแล้ว เขาให้เหรียญเงินพวกเราคนละสิบเหรียญแน่ะ!”
“ฮะ? เขาได้เงินมาจากไหน?” ร็อบบ์ถึงกับสงสัย
คนของคริสตจักรแห่งความมืดทั้ง 32 คนที่หนีมายังเมืองเวสต์วินด์นั้นยากจนมาก หากพวกเขาไม่ขายม้าของตัวเอง พวกเขาคงไม่มีปัญญาซื้อวัสดุสำหรับสร้างโบสถ์ขึ้นมาได้ ต้องรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะซื้อเสื้อผ้าสำหรับแม่ชีน้อยสองคนได้เลย แล้วจะมีเงินมาให้ชาวเมืองได้ยังไง?
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ร็อบบ์ถามคำถามนี้ เขาก็ได้เห็นฉากที่ทำให้เขาเข้าใจขึ้นมา
เมื่อชาวเมืองที่ได้เงินแล้วเริ่มแยกย้าย ร็อบบ์ก็เห็นคนสองคนที่มีเคราดกอยู่ตรงกลางกลุ่ม นั่นคือกูกูและจีจี้ ซึ่งเป็นพ่อค้าขององค์ราชินีและเคยมาทำการค้ากับเขาครั้งล่าสุด
คราวก่อนนั้นทั้งสองคนนี้สร้างภาพอุจาดตาให้ร็อบบ์ โดยที่คนหนึ่งสวมถุงน่องสีดำและอีกคนสวมถุงน่องสีขาว ทันทีที่ร็อบบ์เห็นพวกเขา ดวงตาของร็อบบ์ก็แทบบอด ดังนั้นเขาจึงต้องปิดตาตลอดเวลาระหว่างสนทนา
แต่คราวนี้พ่อค้าทั้งคู่มาในเดือนพฤศจิกายนซึ่งมีอากาศหนาวเย็น ดังนั้นทั้งสองคนจึงไม่สามารถเดินไปรอบ ๆ ด้วยกางเกงขาสั้นที่โชว์ถุงน่องได้ คราวนี้พ่อค้าทั้งสองใส่กางเกงขายาวดังนั้นแม้ว่าพวกเขาจะสวมถุงน่อง ร็อบบ์ก็จะไม่เห็นมัน ในที่สุดร็อบบ์ก็สามารถถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เมื่อพวกเขาเห็นร็อบบ์ พวกเขาก็ทักทายทันที “สวัสดีคุณพ่อร็อบบ์!”
ร็อบบ์ยิ้มและทักทายกลับไป “โย่! คุณให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่หมายเลข 8 ใช่ไหม?” (เนโครแมนเซอร์ในเมืองเวสต์วินด์คือหมายเลข 8)
ชายสองคนพยักหน้า “ใช่ องค์ราชินีทรงทราบเมื่อไม่กี่วันก่อนว่าหมายเลข 8 ถูกกองโจรไล่ล่าหนีเข้ามาในเมืองเวสต์วินด์ ดังนั้นฝ่าบาทจึงสั่งให้เรานำทรัพยากรชุดหนึ่งมามอบให้เป็นพิเศษเพื่อที่เขาจะได้ดำเนินการก่อสร้างโบสถ์แห่งความมืดในเมืองเวสต์วินด์ต่อไปได้”
ร็อบบ์ถามด้วยความสนใจว่า “ราชินีรู้ไหมว่าฉันไม่อนุญาตให้หมายเลข 8 ออกจากเมืองได้อีก?”
ทั้งสองพยักหน้า “รู้!”
“แล้วราชินีไม่มีความคิดจะพาคนออกไปเลยเหรอ?”
พ่อค้ากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “มันเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่สำหรับเราแล้วที่ได้เข้ามาในเมืองเวสต์วินด์เพื่อเผยแพร่คำสอนของเทพเจ้าแห่งความมืด มีเหตุผลอะไรที่จะพาตัวคนของเรากลับไปด้วยล่ะ? ผู้คนในเมืองเวสต์วินด์ต้องการความช่วยเหลือจากเทพเจ้าแห่งความมืด ขอให้พระคุณของเทพเจ้าแห่งความมืดแผ่ขยายไปทั่วทุกตารางนิ้วของโลกนี้!”
ร็อบบ์ยิ้ม เขาคิดว่าการนำคนของราชินีมากักบริเวณในเมืองจะทำให้ราชินีส่งคนมารับคนของเธอกลับไป แต่กลับกลายเป็นว่าราชินีคนนี้ฉลาด เธอใช้โอกาสนี้เป็นหนทางทำให้คริสตจักรแห่งความมืดแทรกซึมเข้ามาในเมืองเวสต์วินด์ แต่นี่ก็คือสิ่งที่ร็อบบ์คาดหวังเช่นกัน
ท้ายที่สุด เมืองเวสต์วินด์ถูกล้อมรอบด้วยผู้คนของคริสตจักรแห่งความมืด หากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข การเพิ่มจำนวนประชากรของเมืองก็จะเป็นเรื่องยาก
ร็อบบ์ยิ้ม “ราชินีทรงมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลจริง ๆ”
พ่อค้าทั้งสองหัวเราะและพูดว่า “แน่นอน! ทายาทของราชวงศ์ย่อมมีวิธีบริหารประเทศที่เหนือกว่ามอนดรา”
ร็อบบ์ยักไหล่ “ทำไมพวกคุณถึงชอบเหยียบหัวคนอื่นเสมอหลังจากที่สรรเสริญตัวเอง?”
[1] Miss คือศัพท์ที่ใช้ในเกมออนไลน์อย่างแพร่หลาย หมายถึง โจมตีไม่โดนเป้าหมาย
[2] จูกัดเหลียง หรือ ขงเบ้ง คือ กุนซือผู้โด่งไร้เทียมทานของรัฐฉู่หรือจ๊กก๊กในวรรณกรรมอันโด่งเรื่อง “สามก๊ก”