เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 107 ฉันมีสิ่งประดิษฐ์อื่นอีกที่จะผลิตออกมา
- Home
- เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก
- บทที่ 107 ฉันมีสิ่งประดิษฐ์อื่นอีกที่จะผลิตออกมา
บทที่ 107 ฉันมีสิ่งประดิษฐ์อื่นอีกที่จะผลิตออกมา
ในที่สุดร็อบบ์ก็ปล่อยตัวเนโครแมนเซอร์และนักเวทฝึกหัดไป เนื่องจากไม่มีเหตุผลที่จะต้องฆ่าสองคนนี้
เขาไม่ต้องการเก็บคนที่เขาไม่คิดจะฆ่าทิ้งเอาไว้ที่นี่ เพราะมันจะมีแต่เรื่องยุ่งยาก แถมลิลเลียนก็ต้องเสียเวลาในการส่งอาหารให้พวกเขาอีก
ตามปกติแล้วเสี่ยวอี้คงจะไม่ยินยอมที่จะปล่อยสาวกของเทพเจ้าแห่งความมืดสองคนนี้ไปแน่ แต่หลังจากที่ได้ยินทุกสิ่งที่เธอไม่ต้องการได้ยินและไม่กล้าได้ยิน เสี่ยวอี้ในปัจจุบันนี้ก็มีสภาพจิตใจและความคิดต่างไปจากเดิม
เธอไม่คัดค้านการปล่อยตัวเนโครแมนเซอร์ เธอปีนขึ้นไปบนก้อนหินก้อนใหญ่บนเนินเขาและเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ไม่มีใครรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่
ก่อนจากลา ร็อบบ์บอกกับเนโครแมนเซอร์ว่า “กลับไปแจ้งเจ้าหญิงของนายว่า แผนการที่เธอทำขึ้นเพื่อล้างแค้นอาณาจักร หรือแม้แต่โค่นล้มคริสตจักรแห่งแสงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฉัน ตราบใดที่เธอไม่ส่งคนมาโจมตีเมืองเวสต์วินด์ ฉันก็จะไม่ปฏิเสธความเป็นมิตรกับเธอ”
เนโครแมนเซอร์มองร็อบบ์อย่างลึกซึ้ง “มิตรภาพของคุณไม่มีความหมายอะไรกับเรา แต่เมืองเวสต์วินด์ของคุณคั่นกลางอยู่ระหว่างสโตนแคนยอน เมืองเบิร์ช และไบรต์โร้ด ซึ่งจะคุกคามเราในทางภูมิศาสตร์”
“อ๋อ? เป็นอย่างนั้นเองเหรอ” ร็อบบ์ยิ้มและพูดว่า “ใครจะรู้? บางทีถ้านายไม่มองว่าฉันเป็นภัยคุกคามและผูกมิตรกับฉันแทน ชีวิตในอนาคตของพวกนายอาจจะมีความสุขมากก็ได้ นี่! ถังนี้คือโคคาโคล่า มันเหมาะกับนาย ลองดื่มถ้วยเล็ก ๆ ก่อน แล้วฉันจะมอบอีกถังให้เจ้าหญิงของนาย!”
เนโครแมนเซอร์หยิบถ้วยมาด้วยใบหน้างุนงงและลองจิบ จากนั้นใบหน้าผอมแห้งของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นเปี่ยมสุขทันที เขารีบกอดถังโคคาโคล่าที่ลิลเลียนมอบให้และคิดในใจว่า ‘เครื่องดื่มนี้น่าทึ่งมาก ฉันจะนำมันกลับไปให้เจ้าหญิง เธอจะต้องรักมันอย่างแน่นอน!’
“อ้อ ใช่” ทันใดนั้นร็อบบ์ก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “อย่าเพิ่งไป ฉันมีสิ่งประดิษฐ์อื่นอีกที่จะผลิตออกมาเร็ว ๆ นี้ มันยังไม่สายเกินไปสำหรับนายที่จะลองชมมันก่อนจะกลับไปหาพรรคพวก”
เนโครแมนเซอร์และนักเวทฝึกหัดนั่งลงข้างร็อบบ์โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าทำไม
ร็อบบ์เรียกช่างไม้ผู้ที่ลี้ภัยมาจากเมืองเบิร์ชและบอกเขาว่า “ฉันต้องการแม่พิมพ์ไม้ ด้านบนของมันควรจะเต็มไปด้วยร่องลึกสี่เหลี่ยมจำนวนมากขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ”
ขณะที่เขาบอก เขาก็วาดภาพเล็ก ๆ
ช่างไม้เข้าใจอย่างรวดเร็วว่า “คุณพ่อต้องการให้ฉันเจาะรูสี่เหลี่ยมจำนวนมากบนแผ่นไม้หนาใช่ไหม? นี่เป็นเรื่องง่ายมาก ฉันสามารถทำเพื่อคุณพ่อได้ทันที”
“ดีมาก” ร็อบบ์เรียกช่างไม้อีกคนว่า “ทำแท่งไม้ให้ฉันด้วย แต่ละแท่งมีความยาวประมาณนิ้วชี้และความกว้างไม่เกินนิ้วก้อย”
ช่างไม้พูดด้วยความเคารพว่า “ตามคำขอของคุณพ่อ ฉันจะทำเพื่อคุณพ่อทันที”
ช่างไม้สองคนตอบในขณะที่เนโครแมนเซอร์และนักเวทฝึกหัดของเขาอดไม่ได้ที่จะถามว่า “คุณจะทำอะไรกันแน่?”
“อย่าเพิ่งรีบร้อน พวกนายจะเข้าใจในไม่ช้า” ร็อบบ์ยิ้มและพูดกับลิลเลียนว่า “ต้มน้ำหม้อเล็กให้หน่อย แล้วเอาลูกกวาดหวานสองสามก้อนใส่ลงไปในน้ำเดือด นั่นจะทำให้น้ำกลายเป็นน้ำเชื่อม จากนั้นก็เติมน้ำผลไม้เล็กน้อย เธอไม่จำเป็นต้องใส่มากเกินไป ตราบใดที่มันมีรสผลไม้ อืม… ใส่เนื้อส้มเข้าไปสักหน่อยก็ได้”
ลิลเลียนรีบไปเตรียมการ
ไม่นานน้ำเชื่อมรสส้ม แม่พิมพ์ไม้ และแท่งไม้ก็พร้อมแล้ว
ร็อบบ์ยิ้มให้ลิลเลียน ช่างไม้สองคน เนโครแมนเซอร์ นักเวทฝึกหัด และนักผจญภัยสามคนที่เพิ่งมาดู “ได้เวลาเป็นสักขีพยานในปาฏิหาริย์แล้ว!”
เขาเทน้ำเชื่อมรสส้มลงในทุกร่องของแม่พิมพ์ และวางแท่งไม้เล็ก ๆ ลงในแต่ละร่องสี่เหลี่ยมโดยเหลือเพียงส่วนปลายโผล่ออกมา
จากนั้นเขาก็โบกมือ เวทมนตร์น้ำแข็งจึงปกคลุมแม่พิมพ์ทั้งหมด และน้ำเชื่อมในร่องแม่พิมพ์ก็แข็งตัวทันที แช่แข็งแท่งไม้ตรงกลางที่อยู่ภายใน
ร็อบบ์จับปลายแท่งไม้ที่ยื่นออกมาและดึงมันด้วยความพยายามเล็กน้อย จากนั้นน้ำเชื่อมรสส้มที่แข็งตัวติดกับแท่งไม้ก็หลุดออกจากแม่พิมพ์ เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ท่าด๊า! ไอติมรสส้มผลิตเสร็จแล้ว!”
[ร็อบบ์ได้รับไอติม]
ทุกคนนิ่งงัน “…”
ร็อบบ์เอ่ยต่อไปว่า “ทำไมพวกคุณถึงงุนงงกันล่ะ? มีไอติมในแม่พิมพ์เยอะแยะเลย ลองหยิบขึ้นมาชิมสักคนละแท่งสิ!”
พูดจบ ร็อบบ์ก็ยัดไอติมในมือของเขาเข้าไปในปากของตัวเอง ความสุขปะทุขึ้นทันที… อ่า~ การกินไอติมแบบที่เขาเคยกินในวัยเด็กมันช่างให้ความสุขที่แตกต่างไปจากการดื่มโคคาโคล่าอย่างสิ้นเชิง
ลิลเลียนซึ่งอยู่ข้าง ๆ นั้นตกใจมาก “ฮะ? ทำไมนายท่านถึงร้องไห้?”
ร็อบบ์ขมวดคิ้ว “แปลกตรงไหน ก็แค่น้ำตาไหลที่ได้กินไอติม!”
ลิลเลียนหยิบไอติมออกจากแม่พิมพ์อย่างระมัดระวัง แล้วใส่เข้าไปในปากอย่างไม่แน่ใจ จากนั้นใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอก็บานสะพรั่งออกมาเหมือนดอกไม้
นักผจญภัยสามคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่รีรอแล้วเช่นกัน แต่ละคนหยิบไอติมขึ้นมาแล้วใส่เข้าไปในปาก ความสุขพลันพวยพุ่งขึ้นมาทันที
หลังจากนั้นช่างไม้ทั้งสองคนก็หยิบไอติมขึ้นมาคนละหนึ่งแท่งและลองเลียมัน หลังจากนั้นแทบจะในทันที พวกเขาก็แทบจะอดไม่ไหวกับการห้ามตัวเองไม่ให้ยัดไอติมทั้งแท่งเข้าปาก พวกเขาอดทนต่อความรู้สึกอยากที่จะรีบวิ่งไปที่บ้านบนเนินเขา และตะโกนว่า “เมียจ๋า! ไอ้ลูกชายเอ๋ย! รีบออกมาลองชิมของอร่อย ๆ ที่คุณพ่อร็อบบ์ทำขึ้นเร็วเข้า ฉันเอามาฝากแล้ว!”
เนโครแมนเซอร์และนักเวทฝึกหัดมองกลุ่มคนทั้งหมดที่ทำตัวแปลกประหลาด ใบหน้าผอม ๆ นั้นดูสับสน
ร็อบบ์ถามกระตุ้นว่า “ยังงงอะไรอยู่อีก? เดี๋ยวฉันก็กินส่วนของพวกนายหรอก”
เนโครแมนเซอร์ปาดเหงื่อและกล่าวว่า “เจ้าหญิงน่าจะเดินทัพไปถึงไบรต์โร้ดแล้ว และตอนนี้ทั้งอาณาจักรอยู่ในความโกลาหลและสงครามที่ไม่มีที่สิ้นสุด แต่คุณ…คุณยังอยู่ในอารมณ์ที่จะทำขนม?”
ร็อบบ์พ่นลมหายใจ “นั่นมันเรื่องของพวกนายนี่นา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน ทำไมฉันถึงจะทำขนมกินไม่ได้ในขณะที่พวกนายกับคนอื่น ๆ ฆ่าฟันกัน? นี่ถ้าฉันไม่ขี้เกียจ ฉันก็คงจะไปสนามรบที่พวกนายฆ่าล้างกันพร้อมกับเก้าอี้และร่มบังแดด นั่งมองดูฉากการรบไปพลางแทะเมล็ดแตงโมและกินถั่วลิสงไปพลางแล้ว”
เนโครแมนเซอร์นิ่งงัน “…”
“จะกินหรือไม่กิน? ถ้าไม่อยากกิน งั้นฉันจะกินแทนแล้วนะ” ร็อบบ์เอื้อมมือไปหาไอติมสองแท่งสุดท้าย
ในที่สุดนักเวทฝึกหัดของเนโครแมนเซอร์ก็ไม่สามารถอดทนได้ เขารีบหยิบไอติมขึ้นมาและอมไว้ในปากทันที ก่อนจะร้องอุทานออกมาเสียงหลง “อ…อาจารย์ นี่มัน… ไอติมนี้อร่อยสุด ๆ เลยพระเจ้าช่วย! มันโคตรอร่อยเลย อาจารย์รีบลองเร็ว! มันคือขนมแบบที่อาจารย์ไม่เคยกินมาก่อนแน่นอน!”
เมื่อได้ยินนักเวทฝึกหัดของตัวเองพูดขึ้นมาแบบนี้ เนโครแมนเซอร์ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบไอติมขึ้นมา เขาเลียมันเบา ๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
แม้แต่คนเลวก็ไม่อาจต้านทานเสน่ห์ของไอติมได้!
เนโครแมนเซอร์รีบโค้งกายก้มศีรษะและพูดอย่างสุภาพเป็นที่สุด “ท่านที่เคารพ! คุณช่วยมอบไอติมให้ฉันอีกสักแท่งได้ไหม เพื่อที่ฉันจะได้นำมันกลับไปให้เจ้าหญิง เจ้าหญิงจะทรงชอบสิ่งนี้มากแน่นอน!”