เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 106 ไบรต์โร้ด
บทที่ 106 ไบรต์โร้ด
ณ ไบรต์โร้ด!
ปราสาทอันงดงามตั้งอยู่ในหุบเขาระหว่างภูเขาสองลูก และปิดกั้นถนนสายเดียวที่ผ่านภูเขา
กำแพงสูงสิบห้าหลาที่ทำจากหินขาวทำให้ปราสาททั้งหลังดูแข็งแกร่งและศักดิ์สิทธิ์
แกรนด์ดยุก อิงซี วัย 55 ปี ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มขุนนางกลุ่มใหญ่กำลังยืนอยู่บนเชิงกำแพง
ในบรรดาขุนนางกลุ่มนี้ มีทั้งมาร์ควิส[1] ไว[2] เอิร์ล[3] และบารอน สรุปสั้น ๆ ก็คือมีแต่ผู้ที่มีสถานะสูงส่งทั้งหมดในไบรต์โร้ด และพวกเขาก็กำลังยืนอยู่บนเชิงกำแพงเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีนักบวชกลุ่มใหญ่จากคริสตจักรแห่งแสงล้อมรอบพวกเขา ตั้งแต่อาร์คบิชอป ไปจนถึงนักบวชและแม่ชีระดับล่าง
ทุกคนมองไปที่กองทัพอันเดธจำนวนมหาศาลนอกเมือง
กองทัพหลักของอันเดธมีความแข็งแกร่งคนละระดับอย่างสิ้นเชิงกับพวกกองทัพโครงกระดูกทั้งสองพันโครงที่โจมตีเมืองเวสต์วินด์
มีโครงกระดูกและซอมบี้มากมายนับไม่ถ้วน
รวมถึงสุนัขโครงกระดูก ม้าโครงกระดูก นักธนูโครงกระดูก นักเวทโครงกระดูก และแม้แต่มังกรโครงกระดูก
เรียกได้ว่ามีทุกอย่าง!
นอกจากนี้ ยังมีมนุษย์จำนวนมาก อัศวิน นักเวท และแม้แต่เผ่าครึ่งมนุษย์มากมาย
อิงซีมองภาพเหล่านี้และขมวดคิ้ว
ข้าง ๆ เขาคืออาร์คบิชอปแห่งคริสตจักรแห่งแสง ผู้ใช้คทาที่ประดับประดาไปด้วยอัญมณีและชี้ไปยังกองทัพอันเดธที่อยู่นอกเมือง เขาพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกว่า “ไอ้พวกนี้คือการรวมกลุ่มของความชั่วช้า ไบรต์โร้ดมีการวางเขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์ระดับยุทธศาสตร์ ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องกลัวการรุกรานของไอ้พวกสิ่งมีชีวิตชั่วช้าเหล่านี้”
อิงซีไม่สนใจสิ่งที่อาร์คบิชอปแสร้งพูด และถามบารอน เพอร์ซิอัสว่า “คุณได้รายงานฉันว่าคุณกำจัดศัตรูและฆ่าเนโครแมนเซอร์ไปแล้ว แต่ทำไมตอนนี้กลับมีเนโครแมนเซอร์โผล่มาอีกล่ะ แถมยังมีไอ้พวกครึ่งมนุษย์ปะปนมาด้วย ฉันสงสัยว่าคุณทำงานลาดตระเวนภาษาอะไร!”
บารอนดูกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที “เราฆ่าเนโครแมนเซอร์ที่อยู่ในเทือกเขาสนดำไปแล้วจริง ๆ แต่เราไม่รู้ว่าพวกมันมีมากกว่าหนึ่ง”
“หน้าที่ของกองกำลังลาดตระเวนคือการเปลี่ยนสิ่งที่เราไม่รู้ให้กลายเป็นสิ่งที่เรารู้!” อิงซีพูดอย่างโกรธเคืองว่า “ฉันไม่มีเวลาจัดการกับคุณตอนนี้ เอาไว้ฉันจะคุยกับคุณทีหลัง!”
บารอนโค้งกายและถอยกลับไปด้วยความเสียใจ
หลังจากอิงซีตำหนิบารอนเสร็จ เขาก็หันไปเผชิญหน้ากับกองทัพอันเดธที่อยู่นอกเมืองอีกครั้ง ก่อนจะหยิบของวิเศษที่ดูเหมือนลำโพงออกมาและตะโกนว่า “เหล่าผู้บุกรุกทั้งหลาย! บอกให้ผู้นำของพวกคุณออกมาพูดซิว่าทำไมถึงต้องสร้างสงคราม?!”
“เรียกหาฉันเหรอ?” เสียงที่น่ากลัวดังขึ้น แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นชายหรือหญิง ทุกคนแค่คิดว่าเสียงนี้มันช่างน่าขนลุกจริง ๆ
ทหารบนเชิงกำแพงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
แต่อิงซีไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เขาเป็นพาลาดิน[4] ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยออร่าแสงศักดิ์สิทธิ์ เขายังคงแน่วแน่และไม่ถูกสั่นคลอนง่าย ๆ หลังจากเห็นหน้าตาที่ย่ำแย่เสียขวัญของเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเอง เขาก็รีบใช้ทักษะเฉพาะของพาลาดิน
รัศมีศักดิ์สิทธิ์!
แสงสีทองแผ่กระจายไปทั่วตัวเขา และจากนั้นก็เข้าปกคลุมทหารทุกคน
เหล่าทหารรู้สึกได้ทันทีว่าความกลัวของตัวเองค่อย ๆ จางหายไป อาการปวดเนื้อปวดตัวตามร่างกายทุกส่วนทุเลาลง กำลังใจของพวกเขาอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยม
อิงซีเยาะเย้ยว่า “หึหึ อย่าคิดว่าออร่าแห่งความกลัวของคุณจะทำอะไรพวกเราได้ คุณกล้าออกมาจากเงามืดของกองทัพคุณไหมล่ะ?!”
“จะต้องกลัวอะไรล่ะ?” ร่างหนึ่งที่สวมเสื้อคลุมสีดำปกปิดทั้งร่างจนมิดชิดเดินออกมาจากกองทัพอันเดธ
อิงซีมองไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง เห็นเพียงแค่ว่าอีกฝ่ายรูปร่างไม่สูงนัก
คนในเสื้อคลุมดำยังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่น่ากลัวว่า “อย่างที่คิดไว้จริง ๆ เสาหลักของกองทหารม้าสิงโตขาวผู้ซึ่งเป็นพาลาดินแกรนด์ดยุกอิงซีไม่ธรรมดาจริง ๆ ออร่าความกลัวและเวทมนตร์ควบคุมจิตใจทั้งหมดล้วนไร้ประโยชน์”
อิงซีกล่าวอย่างโอ้อวด “ไม่มีใครในไบรต์โร้ดที่จะต้องรู้สึกหวาดกลัวหรือถูกสั่นคลอนได้ง่าย ๆ ตราบใดที่มีฉันอยู่!”
“แต่จริง ๆ แล้วฉันสามารถสั่นคลอนขวัญและกำลังใจได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเวทมนตร์ใด ๆ!” คนในเสื้อคลุมสีดำหัวเราะออกมา และเสียงพูดของเขาก็ไม่น่ากลัวหรือแหบแห้งอีกต่อไป
ทุกคนสามารถบอกได้ชัดเจนแล้วว่านั่นเป็นเสียงของผู้หญิง
“หืม?” อิงซีรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
จากนั้นคนที่ปกคลุมร่างตัวเองด้วยเสื้อคลุมสีดำก็ยกเสื้อคลุมออก ปล่อยให้เสื้อคลุมนั้นปลิวไปตามแรงลม
และท่ามกลางการจับจ้องของทุกคน คนทั้งหมดจึงได้เห็นว่าแท้จริงแล้วอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงที่ดูสูงส่งและงดงาม
เธออยู่ในชุดสีขาวและมีผมสีบลอนด์ที่เปล่งประกาย ชุดสีขาวของเธอเป็นรูปแบบที่มีเพียงราชินีเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้สวมใส่ และเธอยังสวมมงกุฎระยิบระยับประดับอยู่บนศีรษะ
ทันทีที่เขาเห็นใบหน้าของหญิงสาวผู้นี้ อิงซีก็ดูคล้ายกับถูกชกเข้าที่หน้าอย่างรุนแรง และอุทานอย่างลืมตัวว่า “นี่… เป็นไปไม่ได้!”
เหล่าขุนนางบนเชิงกำแพงและพวกทหารที่มีอายุสักหน่อยต่างก็แสดงสีหน้าแข็งค้าง เพราะพวกเขาทุกคนจำเธอได้ในทันที!
เธอคือราชินีองค์สุดท้ายของอาณาจักรแกรน!
ผู้หญิงที่งดงามที่สุดในอาณาจักรแกรน!
แม้ว่าหลายคนจะไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเธอ แต่พวกเขาก็เคยได้เห็นภาพเหมือนของเธอมาแล้ว
ความงามของเธอนั้นสมบูรณ์บริสุทธิ์ และไม่มีคำอธิบายใดในโลกที่สามารถใช้เอ่ยสรรเสริญได้ เธอแผ่กลิ่นอายของการเป็นมารดาและภรรยาที่สมบูรณ์แบบ เธอคือราชินีที่มีชื่อเสียงของอาณาจักรแกรน ความอ่อนโยนและความเมตตาของเธอนั้นหาที่เปรียบมิได้กับความงามของเธอ
ทว่าราชินีที่สวยงามและเปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรมคนนี้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบหกปีก่อนภายใต้ลมหายใจของมังกรดำไม่ใช่เหรอ? ทำไมเธอถึงปรากฏตัวที่นี่? แถมยังเป็นผู้นำกองทัพใหญ่ของอันเดธ?
“รู้แล้ว!”
ทันใดนั้นเอิร์ลคนหนึ่งก็ตะโกนว่า “เธอไม่ใช่ราชินี! เธอดูอายุน้อยกว่าราชินี และนี่ก็ผ่านมาสิบหกปีแล้ว…เธอคือ… เธอคือเจ้าหญิง!”
วิสเคาท์คนหนึ่งพยักหน้า “จริงด้วย นี่คือเจ้าหญิง!”
“ไม่ผิดหรอก ใบหน้าของเธอเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ชัดเจนแล้ว”
“บางทีมันอาจจะเป็นภาพลวงตา?”
“มันไม่สามารถเป็นภาพลวงตาได้หรอกเพราะแกรนด์ดยุกอิงซีก็ยืนอยู่ที่นี่ ด้วยทักษะรัศมีศักดิ์สิทธิ์ของเขา ไม่มีภาพลวงตาใดที่สามารถหลอกลวงเราได้”
“เจ้าหญิง? ไม่ใช่ว่าเธอถูกส่งไปอยู่ในพื้นที่ศักดินาเล็ก ๆ และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแล้วเหรอ? ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?”
“นั่น… ฉันเองก็สงสัยเกี่ยวกับข่าวนั้นมานานแล้ว”
เหล่าขุนนางเข้าใจแล้วว่าเจ้าหญิงพูดถูก
เธอไม่จำเป็นต้องใช้เวทมนตร์ใดเพื่อสั่นคลอนขวัญกำลังใจของไบรต์โร้ดเลย
“อาณาจักรแกรนเอ๋ย เจ้าหญิงของพวกท่านกลับมาแล้ว!” เจ้าหญิงแสนสวยหัวเราะด้วยน้ำเสียงไพเราะ “ใช่! ฉันกลับมาแล้ว ฮ่า ๆๆ! ผ่านไปสิบหกปี ฉันกลับมาเพื่อบอกให้ทุกคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อสิบหกปีก่อน!”
ทันใดนั้น ใบหน้าของแกรนด์ดยุกอิงซีก็ดูย่ำแย่มากเสียจนแม้แต่สุนัขเห็นก็ยังต้องหอน
หากเรื่องราวในตอนนั้นถูกเปิดเผย การปกครองของกษัตริย์มอนดราก็จะสั่นคลอน!
อิงซีตะโกนสั่งทันทีว่า “เปิดประตูเมือง! กองทหารม้าสิงโตขาวทุกคนจงออกไปสังหารไอ้ตัวปลอมนั่นซะ!”
[1] มาร์ควิส (Marquess) เป็นขุนนางลำดับชั้นรองลงมาจากดยุก และเป็นบรรดาศักดิ์ขุนนางที่มีความสำคัญกว่าเคานต์
[2] ไวเคานต์ (Viscount) เป็นขุนนาง ทำหน้าที่เป็นเชริฟหรือผู้บริหารมณฑล เป็นผู้แทนหรือมีตำแหน่งรองจากเอิร์ล
[3] เอิร์ล (Earl) เป็นบรรดาศักดิ์ ขุนนาง ที่คอยประจำดินแดนต่าง ๆ เพื่อปกครองแทนกษัตริย์
[4] พาลาดิน ( Paladin) อัศวินศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงแห่งศริสตจักร ใช้ธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์ในการป้องกันตนเองและศัตรู มีจุดเด่นในการป้องกันที่แข็งแกร่ง