Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

หมื่นวิถี… หนึ่งกระบี่ พิฆาตสวรรค์! - ตอนที่ 81

  1. Home
  2. หมื่นวิถี… หนึ่งกระบี่ พิฆาตสวรรค์!
  3. ตอนที่ 81
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บท​ที่​ 81

ใน​จวน​เจ้าเมือง​

หลิว​เมิ่งฉีรีบ​มาถึง การเคลื่อนไหว​รวดเร็ว​

“ท่าน​เย​ว่​ ท่าน​หา​ข้า​รึ​?”

หลิว​เมิ่งฉีเห็น​เจ้าเมือง​ที่นี่​ อีก​ฝ่าย​รับผิดชอบ​ความปลอดภัย​ของ​ทั้งเมือง​ปีก​คราม​

เฉินเว่ย​ปีนี้​ 40 กว่า​ ทั่ว​ร่าง​มีกลิ่นอาย​ของ​บัณฑิต​ เขา​มอง​หญิงสาว​ที่​วิ่ง​มา ใน​ส่วนลึก​ของ​แววตา​ฉายแวว​ทอดถอนใจ​

อายุ​ 20 ต้น​ๆ ก็​บรรลุ​ถึงขอบเขต​วิญญาณ​สัญจร​แล้ว​ และ​ยัง​เป็น​ขอบเขต​ที่​ใกล้​จะบรรลุ​ นี่​คือ​ความแตกต่าง​ระหว่าง​อัจฉริยะ​ชั้นยอด​กับ​ตนเอง​

“ท่าน​ผู้ตรวจการ​ซ่ง ลำบาก​แล้ว​ เมื่อวาน​เพิ่งจะ​มาก็​ให้​ท่าน​สังหาร​อสูร​ โชคดี​ที่​มีท่าน​ ทำให้​เมือง​หนึ่ง​รอดพ้น​จาก​ภัยพิบัติ​” เฉินเว่ย​ยิ้ม​เบา​ๆ

หลิว​เมิ่งฉีเพิ่งจะ​มาจาก​คฤหาสน์​นั้น​ อารมณ์ไม่ดี​ สีหน้า​เคร่งขรึม​กล่าว​ “กำจัด​อสูร​คือ​หน้าที่​ของ​นัก​สู้อย่าง​พวกเรา​ ไม่มีอะไร​ ไม่ทราบ​ว่า​ท่าน​เย​ว่​หา​ข้า​มามีเรื่อง​อะไร​?”

เฉินเว่ย​อยู่​ใน​ตำแหน่ง​สูงมานาน​ รู้จัก​คน​มากมาย​ เมื่อ​เห็น​อีก​ฝ่าย​ไม่ใช่คน​ที่​ชอบ​คำ​ประจบประแจง​ ใน​ใจก็​พลัน​เกิด​ความรู้สึก​ที่​ดีขึ้น​ สีหน้า​ก็​เคร่งขรึม​ขึ้น​มา:

“เชื่อ​ว่า​ท่าน​ผู้ตรวจการ​ซ่งคงจะ​ได้​ดู​แฟ้มบันทึก​การสังหาร​อสูร​ของ​เมือง​ข้า​เมื่อ​เร็ว​ๆ นี้​แล้ว​ ครึ่ง​ปีมานี้​ อสูร​ปรากฏตัว​บ่อยครั้ง​ และ​ก่อนหน้านี้​ประมาณ​ครึ่ง​เดือน​ ใน​เทือกเขา​วายุ​ดำ​นอกเมือง​ 100 ลี้​ มีอสูร​จำนวน​ไม่น้อย​กำลัง​รวมตัวกัน​ ขบวน​คุ้มภัย​ที่​ผ่าน​ไปก็​ประสบ​เคราะห์ร้าย​”

เฉินเว่ย​นำ​แผนที่​ภูมิประเทศ​ทั่ว​ทั้ง​เขตแดน​ออกมา​ปูบน​โต๊ะ​ ชี้ไปยัง​เทือกเขา​ทาง​ทิศตะวันออก​ “ข้า​ส่งคน​ไปสำรวจ​มาแล้ว​ สละ​อาจารย์​ปราบ​อสูร​ไป 4 ท่าน​ ถึงได้​สืบ​สถานการณ์​มาได้​บ้าง​”

พูดถึง​ตรงนี้​ เขา​ก็​มอง​ไปยัง​หลิว​เมิ่งฉี สายตา​เคร่งขรึม​จน​น่ากลัว​ “ใน​บรรดา​อสูร​เหล่านี้​ มีมหา​อสูร​ตน​หนึ่ง​ คิด​จะนำ​ทัพ​อสูร​น้อย​ใกล้​ๆ กลืน​กิน​ทั้งเมือง​ปีก​คราม​!”

หลิว​เมิ่งฉีชะงัก​ไป สีหน้า​พลัน​เปลี่ยนไป​ เมือง​ปีก​คราม​มีประชากร​หลาย​ล้าน​คน​ กลืน​กิน​ทั้งหมด​? อสูร​ตัว​นี้​คิด​จะสังหาร​หมู่​รึ​?

เรื่อง​แบบนี้​ ถึงแม้จะอยู่​ที่​ชายแดน​ ก็​ไม่นับว่า​พบ​บ่อย​

“แล้ว​ท่าน​แจ้งตระกูล​จิน​แล้ว​รึ​ไม่?” หลิว​เมิ่งฉีถามทันที​

ตระกูล​จิน​คือ​หนึ่ง​ใน​ 4 ขุนพล​เท​วะ​ แคว้น​มหึมา​คือ​แคว้น​ใหญ่​ที่​พวกเขา​พิทักษ์​รักษา​

เฉินเว่ย​หัวเราะ​อย่าง​ขมขื่น​ กล่าว​ “แจ้งแล้ว​ แต่​ตระกูล​จิน​ดูเหมือน​จะกำลัง​ต่อสู้​ใน​สนามรบ​อีก​แห่ง​หนึ่ง​ บอ​กว่า​รอ​ให้​อสูร​ตัว​นั้น​โจมตี​มาจริงๆ​ แล้ว​ค่อย​ส่งคน​มาจัดการ​ ให้​พวกเรา​อย่า​จับ​ลมจับ​เงา”

ใน​แววตา​ของ​หลิว​เมิ่งฉีฉายแวว​โกรธ​ขึ้น​มาสาย​หนึ่ง​ แต่กลับ​รู้ดี​ว่า​จวน​ขุนพล​เท​วะ​ไม่ใช่ที่​ที่​นาง​จะวิพากษ์วิจารณ์​ได้​ หาก​คำพูด​ที่​พูด​ที่นี่​ แอบ​ส่งไปถึงหู​ของ​ตระกูล​จิน​ แม้แต่​ตำหนัก​จันทน์​ก็​จะเสียเปรียบ​อยู่​บ้าง​ นาง​ถาม “แล้ว​ข่าว​นี้​ จริง​เท็จ​แค่​ไหน​?”

เฉินเว่ย​สีหน้า​ขรึม​ขึ้น​มา กล่าว​อย่าง​จริงจัง​ “ย่อม​เป็น​เรื่องจริง​”

จากนั้น​ก็​กล่าว​ต่อ​ “แต่​ข้า​ก็​ไม่มีความมั่นใจ​ร้อย​เปอร์เซ็นต์​ ดังนั้น​… หาก​เป็นไปได้​ ท่าน​ดู​ว่า​จะให้​ท่าน​ผู้ตรวจการ​ซ่งเป็น​คน​ออกหน้า​ ไปขอความช่วยเหลือ​จาก​ตระกูล​จิน​ได้​หรือไม่​?”

หลิว​เมิ่งฉีขมวดคิ้ว​ นาง​ไม่คุ้นเคย​กับ​เจ้าเมือง​เย​ว่​ผู้​นี้​ ไม่อยาก​จะถูก​คนใช้​เป็น​เครื่องมือ​

คิด​อยู่​ครู่หนึ่ง​ นาง​กล่าว​ “ข้า​มีเพียง​สถานะ​ผู้ตรวจการ​ ก็​ใช่ว่า​จะเชิญได้​ ถ้าอย่างนั้น​ ข้า​จะไปสำรวจ​ความจริง​เท็จ​ก่อน​แล้ว​ค่อย​ว่า​กัน​”

เฉินเว่ย​ดูเหมือน​จะคาด​ไว้​แล้ว​ว่า​นาง​จะพูด​เช่นนี้​ พยักหน้า​ “ก็ได้​ หรือว่า​ ข้า​จะไปกับ​ท่าน​ เทือกเขา​วายุ​ดำ​มีมหา​อสูร​ปรากฏตัว​ อันตราย​เกินไป​แล้ว​”

“ไม่จำเป็น​ ข้า​จะสำรวจ​แค่​ชายขอบ​เท่านั้น​” หลิว​เมิ่งฉีก​ล่า​ว​ จากนั้น​ก็​ขอตัว​จาก​เขา​

เมื่อ​เห็น​อีก​ฝ่าย​จากไป​ เฉินเว่ย​ก็​จ้องมอง​อยู่​นาน​ อด​ไม่ได้​ที่จะ​ถอนหายใจ​ยาว​

…

อีก​แห่ง​หนึ่ง​ ในกรม​ปราบ​อสูร​

เซียว​เหยียน​ได้​อ่าน​บันทึก​การสังหาร​อสูร​เมื่อ​เร็ว​ๆ นี้​จบ​แล้ว​ นอกจากนี้​ ยัง​ได้​เห็น​ข้อมูล​ร่องรอย​ของ​อสูร​อื่นๆ​ อีก​บ้าง​

“เทือกเขา​วายุ​ดำ​ อสูร​รวมตัวกัน​…” เซียว​เหยียน​แววตา​เหลือบ​ไปเห็น​

อาหาร​ของ​กรม​ปราบ​อสูร​ดีมาก​ นอกจาก​เซียว​เหยียน​แล้ว​ คน​อย่าง​เซียว​จื่อเซวียน​ที่​คุ้นเคย​กับ​อาหาร​เลิศ​รส​ ก็​ล้วนแต่​กิน​ข้าวคำ​ใหญ่​ กิน​อิ่ม​ดื่ม​พอ​

ใช้คำพูด​ของ​เจียง​ผิง​ก็​คือ​ พวกเรา​คน​ปราบ​อสูร​ต้อง​เผชิญหน้า​กับ​ความเป็นความตาย​ได้​ทุกเมื่อ​ จะให้​ตอน​ใกล้​ตาย​ยัง​เป็น​ผี​อดอยาก​ครึ่ง​ท้อง​ได้​อย่างไร​?

สมเหตุสมผล​อย่างยิ่ง​

เมื่อ​กิน​อิ่ม​แล้ว​ พัก​ครึ่ง​เค่อ​ เจียง​ผิง​ก็​หยิบ​สถานที่​ที่จะ​ลาดตระเวน​ใน​ช่วง​บ่าย​ออกมา​ ชี้ให้​เซียว​เหยียน​และ​คนอื่นๆ​ ดู​ จากนั้น​ก็​ให้​พวกเขา​เตรียมตัว​ ไปรวมตัวกัน​ข้างนอก​

สถานที่​ที่จะ​ลาดตระเวน​ก่อนหน้านี้​มีร่องรอย​อสูร​ปรากฏ​ขึ้น​ ถูก​จัดการ​ไปแล้ว​ ครั้งนี้​คือ​การ​ไปตรวจสอบ​สิ่งที่​อาจ​ตก​หลง​ เหมาะสม​อย่างยิ่ง​ที่จะ​พา​ผู้มาใหม่​ไป

เมื่อ​ถึงเวลา​รวมพล​ เจียง​ผิง​กลับ​เห็น​เพียง​เซียว​จื่อเซวียน​กับ​หลิว​รั่ว​ซีและ​คนอื่นๆ​ 4 คน​ อด​ไม่ได้​ที่จะ​ประหลาดใจ​สอบถาม​ “แล้ว​อีก​ท่าน​หนึ่ง​เล่า​?”

“พี่​เหยียน​บอ​กว่า​เขา​ไปเข้า​ห้องน้ำ​ ให้​พวกเรา​ไม่ต้อง​รอ​เขา​ ส่วน​เรื่อง​คะแนน​ภารกิจ​ ให้​ท่าน​อาจารย์​เจียง​ดู​แล้ว​ให้คะแนน​ได้​ตามสมควร​เลย​ขอรับ​”

เซียว​จื่อเซวียน​ถ่ายทอด​คำพูด​ของ​เซียว​เหยียน​ตาม​ความจริง​

เจียง​ผิง​พูดไม่ออก​

จากนั้น​ใน​ใจก็​หัวเราะ​อย่าง​ขมขื่น​

สมแล้ว​ที่​เป็น​คุณชาย​น้อย​จาก​ตระกูล​ใหญ่​ มาที่นี่​ก็​เพียงแค่​เที่ยวเล่น​เปิดหูเปิดตา​เท่านั้น​ โชคดี​ที่​ตนเอง​ก็​ไม่ได้​จริงจัง​

ปีนี้​ใคร​จริงจัง​ใคร​ก็​ขาดทุน​

“ก็ได้​”

เจียง​ผิง​ไม่ได้​พูด​อะไร​มาก​ นำ​ 4 คน​ออกเดินทาง​ ตลอดทาง​ก็​ครุ่น​คิดในใจ​ ว่า​ควรจะ​หา​เหตุผล​อะไร​มาให้​คะแนนเต็ม​กับ​คุณชาย​น้อย​ผู้​นั้น​ดี​

สรุป​แล้ว​ การ​ให้คะแนน​ต่ำ​เป็นไปไม่ได้​ที่จะ​ให้คะแนน​ต่ำ​

ยอม​พูดว่า​ตนเอง​บกพร่อง​ต่อ​หน้าที่​ ก็​ไม่สามารถ​ให้คะแนน​ต่ำ​ได้​

ท้ายที่สุด​แล้ว​สิ่งที่​อีก​ฝ่าย​ได้รับ​ผลกระทบ​เป็น​เพียงแค่​การเรียนหนังสือ​ สิ่งที่​ตนเอง​ได้รับ​ผลกระทบ​กลับเป็น​การตกงาน​

เมือง​ปีก​คราม​สี่เหลี่ยมจัตุรัส​ สี่ด้าน​ล้อมรอบ​ด้วย​ภูเขา​

ห่าง​จาก​ทิศตะวันออก​ของ​เมือง​ 30 ลี้​ มีเทือกเขา​สาย​หนึ่ง​ทอด​ข้าม​แม่น้ำ​ใหญ่​ที่​มุ่งสู่เมือง​ปีก​คราม​ เทือกเขา​ทอด​ยาว​หลาย​สิบ​ลี้​ ยอด​เขาสูงชัน​สลับซับซ้อน​ ต้นไม้​หนาแน่น​

แสงแดด​ยาก​ที่จะ​ทะลุ​ผ่าน​ใบไม้​ขนาดใหญ่​ได้​ ทำให้​ใน​ป่ามีความชื้น​ค่อนข้าง​หนัก​ ถึงแม้จะเป็น​เวลากลางวัน​ ก็​ยัง​ให้​ความรู้สึก​เหมือน​มีเงาภูตผี​อยู่​มืดมัว​

ใกล้​ๆ เทือกเขา​ ราวกับ​จุด​โคลน​ กระจาย​ไปด้วย​หมู่บ้าน​บางแห่ง​ ทุก​หมู่บ้าน​มีนายพราน​อยู่​หลาย​ครัวเรือน​ อาศัย​หากิน​กับ​ภูเขา​ ดำรงชีพ​ด้วย​การล่าสัตว์​

ที่​เรียก​ว่า​น้ำอุ่น​เป็ด​รู้​ก่อน​ ใน​ภูเขาใหญ่​อันตราย​หรือไม่​ นายพราน​ที่​ล่าสัตว์​มาตลอด​ทั้งปี​เหล่านี้​รู้ดี​ที่สุด​

นับตั้งแต่​นายพราน​ที่​กล้าหาญ​ไม่เชื่อ​เรื่อง​ผีสาง​หลาย​คน​ถูก​เก็บ​ชิ้นส่วน​กลับ​มาจาก​ใน​เขา​ ก็​ไม่มีใคร​กล้า​ขึ้น​เขา​อีก​เลย​ แม้แต่​เก็บ​ฟืน​ก็​ทำได้​เพียง​เก็บ​ๆ อยู่​ที่​ตีนเขา​เท่านั้น​

ณ เวลานี้​ เงาร่าง​หนึ่ง​กลับ​บิน​ฉิว​ผ่าน​ท้องฟ้า​เหนือ​เทือกเขา​ไปอย่าง​รวดเร็ว​ มุ่งหน้า​ไปข้างหน้า​

สวม​ชุด​ขุนนาง​ปราบ​อสูร​สีดำ​ คน​ผู้​นี้​ก็​คือ​เซียว​เหยียน​นั่นเอง​

ไปเข้า​ห้องน้ำ​เป็น​เพียง​ข้ออ้าง​ เรื่อง​อย่าง​การ​ลาดตระเวน​ ไม่จำเป็นต้อง​ใช้เขา​ อาจารย์​เจียง​ผู้​นั้น​ก็​ไม่มีทาง​ที่จะ​พา​พวกเขา​ไปสังหาร​อสูร​จริงๆ​ ถึงจะมี ก็​เป็น​เพียง​อสูร​น้อย​สำหรับ​ฝึก​มือ​เท่านั้น​

ส่วน​คะแนน​สำนัก​อะไร​นั่น​ เขา​ยิ่ง​ไม่ใส่ใจ ของ​ที่​ตำหนัก​ขาว​ดำ​สามารถ​ใช้คะแนน​แลกเปลี่ยน​ได้​ ตระกูล​เซียว​ของ​เขา​มีทั้งหมด​

และ​เคล็ด​วิชา​ชั้นเลิศ​แขนง​นั้น​ที่​น่าสนใจ​ ก็​ไม่ใช่แค่​คะแนน​เล็กน้อย​จะแลกเปลี่ยน​มาได้​

เขา​มาที่​เทือกเขา​วายุ​ดำ​นี้​ มีเป้าหมาย​เพียง​อย่าง​เดียว​ ก็​คือ​ตามหา​ร่องรอย​ของ​อสูร​ตน​นั้น​

เซียน​พยัคฆ์​อาภรณ์​

ระหว่างทาง​ที่​ผ่าน​ไป เซียว​เหยียน​สังเกตเห็น​ว่า​ใน​ป่าเขา​ใต้​ฝ่าเท้า​ มีเงาร่าง​ของ​อสูร​มากมาย​สั่น​ไหว​อยู่​ และ​ยังมี​ภูตผี​ปีศาจป่าเขา​ซุ่มซ่อน​อยู่​

แต่​ล้วนแต่​เป็น​อสูร​น้อย​ ไอ​อสูร​ค่อนข้างจะ​จาง

เมื่อ​บรรลุ​ถึงขอบเขต​สืบทอด​วิญญาณ​ ก็​จะสามารถ​มองเห็น​ไอ​อสูร​ได้​

ผ่าน​มุมมอง​ของ​ลักษณ์​วิญญาณ​ จะสามารถ​มองเห็น​พลังงาน​ระหว่าง​ฟ้าดิน​ได้​ และ​พลังงาน​ที่​ล่องลอย​เหล่านี้​ก็​เหมือนกับ​หิมะ​ที่​สะสม จะตกลง​บน​ขุนเขา​สายน้ำ​สรรพสิ่ง​ เมื่อ​สะสมเป็นเวลา​นาน​ ก็​จะเกาะติด​อยู่​

ไม้ไผ่​ ก้อนหิน​ สัตว์​ ล้วนแต่​มี “ปราณ​” ปกคลุม​อยู่​

เพียงแต่​จางอย่างยิ่ง​ และ​ยัง​บริสุทธิ์​ เหมือนกับ​หมอก​บาง​ๆ ที่​ไม่มีสีสัน​ใดๆ​

แต่​นัก​สู้ที่​ก้าว​สู่เส้น​ทางการ​ฝึก​ยุทธ์​กลับ​แตกต่าง​ออก​ไป ไอ​พลัง​ราวกับ​ไฟใน​เตา​ที่​ลุกโชน​ ตาม​เคล็ด​วิชา​ที่​ฝึกฝน​แตกต่าง​กันไป สีของ​ไอ​พลัง​ก็​จะปรากฏ​การเปลี่ยนแปลง​ขึ้น​มา อย่างเช่น​ไอ​พลัง​ของ​ขอบเขต​วิญญาณ​สัญจร​หรือ​แม้กระทั่ง​ขอบเขต​สิบห้า​ลี้​ ก็​เหมือนกับ​แสงดาว​ที่​เจิดจ้า​ หาก​ไม่จงใจเก็บงำ​ ก็​จะสามารถ​มองเห็น​ได้​ไกล​หลาย​ลี้​

อสูร​ก็​เป็น​เช่นเดียวกัน​

แต่​โดยทั่วไปแล้ว​อสูร​ที่​มีตบะ​ ส่วนใหญ่​ก็​จะซ่อน​ไอ​อสูร​ ปะปน​อยู่​ใน​ฝูงชน​ ไม่ง่าย​ที่จะ​ถูก​สังเกตเห็น​

ณ เวลานี้​ ใน​เทือกเขา​วายุ​ดำ​แห่ง​นี้​ ก็​มีไอ​สีต่างๆ​ ลอย​อ้อยอิ่ง​อยู่​ ความลึก​ตื้น​ไม่เท่ากัน​

แสงสีทอง​บน​ศีรษะ​ของ​เซียว​เหยียน​บิน​ออก​ไป จิตวิญญาณ​สัญจร​ไปข้างหน้า​ สืบ​สถานการณ์​

ส่วนลึก​ของ​เทือกเขา​ หน้า​ถ้ำหิน​ประหลาด​

บน​ก้อนหิน​ขนาดใหญ่​ พิง​อยู่​ด้วย​อสูร​กึ่ง​คน​กึ่ง​หมี​สูง 4-5 จั้งตน​หนึ่ง​

ข้าง​เท้า​ของ​มัน​กระจาย​ไปด้วย​กระดูก​ขาวโพลน​ ขอบ​ก้อนหิน​ที่​ค่อนข้างจะ​เรียบ​ใต้​ก้น​ ปูรอง​ไว้​ด้วย​หนัง​มนุษย์​ที่​ขาด​รุ่งริ่ง​ยับยู่ยี่​ กลิ่น​เหม็น​เน่า​รุนแรง​คละคลุ้ง​อยู่​รอบ​ๆ

ข้างๆ​ ยังมี​เงาร่าง​ใน​ท่าทาง​ต่างๆ​ อีก​ มีทั้ง​งูยาว​ที่​ท่อน​บน​เป็น​หญิงสาว​ยั่วยวน​ มีทั้ง​หนอน​ที่​หัว​แห้งเหี่ยว​ และ​ยังมี​สัตว์ประหลาด​ที่​ท่อน​ล่าง​เป็น​ขา​เด็กทารก​ขาวสะอาด​ เอว​กลับเป็น​ตะขาบ​

“อสูร​จอม​พลัง​ เทือกเขา​วายุ​ดำ​ของ​พวกเรา​รวบรวม​อสูร​น้อย​ได้​สอง​หมื่น​กว่า​ตน​ ภูตผี​ 800 ตน​ ผู้​ที่​กลายร่าง​ได้​มี 25 ตน​ พร้อม​ที่จะ​ร่วมมือ​กับ​นักพรต​คิ้ว​แดง​ได้​ทุกเมื่อ​ กลืน​กินเมือง​ปีก​คราม​นั่น​!”

หญิงสาว​งูที่​ลำตัว​คดเคี้ยว​ใบหน้า​ยั่วยวน​คน​หนึ่ง​ ศีรษะ​ส่าย​ไปมากลางอากาศ​กล่าว​อย่าง​ยั่วยวน​

ใน​แววตา​ของ​นาง​ปรากฏ​ความอยาก​อาหาร​ แลบลิ้น​งูออกมา​ ดูเหมือน​จะรู้สึก​อด​ทนไม่ไหว​อยู่​บ้าง​

“รอ​กิน​จน​เกลี้ยง​แล้ว​พวกเรา​ก็​ถอย​ ที่​ขุนเขา​ชมธารา​ทาง​นั้น​ได้​ทะลวง​เปิดทาง​แล้ว​ พร้อม​ที่จะ​จากไป​ได้​ทุกเมื่อ​” ชาย​ชรา​แห้งเหี่ยว​ผมบาง​อีก​คน​หนึ่ง​กล่าว​อย่าง​ยิ้มแย้ม​

“ต้อง​รอจังหวะ​”

ใบหน้า​ของ​หมี​ยักษ์​เต็มไปด้วย​กลิ่นอาย​ที่​ป่าเถื่อน​ แต่​เสียง​กลับ​สงบนิ่ง​:

“รอ​นักพรต​คิ้ว​แดง​นำ​ทัพ​พวก​ทางเหนือ​ขึ้นไป​ก่อน​ พวกเรา​ค่อย​ลงมือ​ เจ้าคน​แซ่เฉิน​นั่น​ครึ่ง​เดือนก่อน​แอบ​ส่งข่าว​ให้​ตระกูล​จิน​ โชคดี​ที่​นักพรต​คิ้ว​แดง​มีวิธี​ ตระกูล​จิน​ชั่วคราว​ไม่มีทาง​มาได้​”

“นาน​ขนาด​นี้​ ในที่สุด​ก็ได้​อิ่มหนำสำราญ​สักที​ สบาย​ละ​!”

“เมล็ดพันธุ์​เนื้อที่​เจ้าคน​แซ่เฉิน​ส่งมา คุณภาพ​นับวัน​ยิ่ง​แย่​ลง​ ครั้งนี้​ข้า​จะต้อง​กิน​มัน​ให้ได้​”

“เหอะ​ นั่น​คงจะ​ไม่ถึงตา​เจ้าหรอก​ ท่าน​พยัคฆ์​อาภรณ์​จอง​ไว้​แล้ว​”

หมี​ยักษ์​ก็​เหลือบมอง​อสูร​หมาป่า​ที่​พูด​แวบ​หนึ่ง​ กล่าว​อย่าง​เย็นชา​ “เจ้าคน​แซ่เฉิน​นั่น​คือ​พี่น้อง​ของ​พยัคฆ์​อาภรณ์​ ทำได้​เพียง​ให้​มัน​”

“ข้า​ก็​แค่​พูดเล่น​ๆ น่ะ​สิ ข้า​จะไปกล้า​แย่ง​อาหาร​กับ​ท่าน​พยัคฆ์​อาภรณ์​ได้​อย่างไร​” อสูร​หมาป่า​รีบ​ยิ้มแห้ง​ๆ

ในขณะที่​พวก​มัน​กำลัง​พูดคุย​กัน​อยู่​ ทันใดนั้น​ หมี​ยักษ์​ก็​ดูเหมือน​จะรับรู้​ถึงอะไร​บางอย่าง​ เงยหน้า​ขึ้น​มอง​ไปยัง​ป่าไม้

ที่นั่น​ เด็กหนุ่ม​ใน​ชุด​สีดำ​คน​หนึ่ง​ เอว​เหน็บ​ดาบ​ แหวก​พงหญ้า​ริม​ทาง​ เดิน​เข้ามา​อย่าง​ช้าๆ ใน​ยอดเขา​ที่​อสูร​ใหญ่​มากมาย​นี้​

ณ เวลานี้​ อสูร​อื่นๆ​ ก็​ล้วนแต่​ตกใจ​ตื่นขึ้น​มา กลับ​มีมนุษย์​เข้ามา​ใกล้​ และ​ยัง​เข้ามา​ใกล้​ขนาด​นี้​ พวก​มัน​กลับ​ไม่สามารถ​ค้นพบ​ได้​!

“อสูร​เยอะ​จัง…”

เซียว​เหยียน​สายตา​กวาด​มอง​ไป กวาด​ผ่าน​อสูร​ใหญ่​เหล่านี้​ทีละ​ตน​

ไอ​พลัง​ของ​พวก​มัน​เพียงแค่​เก็บงำ​เล็กน้อย​ แต่​ไม่ได้​ซ่อน​ไว้​อย่าง​สมบูรณ์​ เหมือนกับ​เปลว​เทียน​ใน​ยาม​คำ​คืน​ที่​โดดเด่น​

เมื่อ​มอง​เห็นภาพ​ที่​ราวกับ​นรก​บน​ดิน​ที่นี่​ชัดเจน​แล้ว​ สีหน้า​ของ​เขา​ก็​อด​ไม่ได้​ที่จะ​เปลี่ยนไป​เล็กน้อย​ ยาก​ที่จะ​จินตนาการ​ว่า​ ที่นี่​มีคน​เท่าไหร่​ที่​ถูก​สังหาร​อย่าง​โหดเหี้ยม​

“เจ้าหน้าที่​ปราบ​อสูร​รึ​?”

เหล่า​อสูร​เมื่อ​มองเห็น​การ​แต่งกาย​ของ​เซียว​เหยียน​ชัดเจน​ ก็​ล้วนแต่​ชะงัก​ไป

ลาย​มังกร​บน​แขน​เสื้อ​ จำนวน​ลวดลาย​บน​ชุด​สีดำ​ ล้วนแต่​บ่งบอก​ว่า​ อีก​ฝ่าย​เป็น​เพียง​เจ้าหน้าที่​ปราบ​อสูร​

แค่นี้​กลับ​กล้า​มาอยู่​ต่อหน้า​พวก​มัน​รึ​?

“หืม?​ มาส่งเมล็ดพันธุ์​เนื้อ​รึ​ แต่​เมื่อ​ไม่กี่​วันก่อน​เพิ่งจะ​ส่งมา และ​… ข้าง​กาย​เจ้าก็​ไม่มีเมล็ดพันธุ์​เนื้อ​นี่​นา​”

ชาย​ชรา​ที่​หัวเราะ​เสียงแหลม​คน​หนึ่ง​ ร่าง​เตี้ย​เหมือน​คน​แคระ​ กระโดด​มาทาง​เซียว​เหยียน​ แต่​สาย​ตากลับ​ระมัดระวัง​อย่างยิ่ง​

เซียว​เหยียน​รู้ดี​ว่า​เมล็ดพันธุ์​เนื้อที่​อสูร​พูดถึง​ หมายถึง​อะไร​

ส่งเมล็ดพันธุ์​เนื้อ​รึ​?

เขา​ชะงัก​ไปเล็กน้อย​ ทันใดนั้น​ก็​รับรู้​ถึงข้อมูล​ที่​น่า​เหลือเชื่อ​อย่างยิ่ง​ใน​คำพูด​นี้​ ชวน​ให้​ขนลุก​

ใน​สมอง​ปรากฏ​ความคิด​ขึ้น​มามากมาย​ เซียว​เหยียน​กวาดตา​มอง​เหล่า​อสูร​ ถาม “พวก​เจ้า ใคร​คือ​เซียน​พยัคฆ์​อาภรณ์​?”

“มาหา​พยัคฆ์​อาภรณ์​รึ​?” เหล่า​อสูร​ประหลาดใจ​

ชาย​ชรา​แห้งเหี่ยว​คน​นั้น​แยก​ปาก​กล่าว​ “เจ้าหนู​ เจ้ากล้า​ดี​นี่​นะ​ หรือว่า​ไม่กลัว​พวกเรา​รึ​?”

“กลัว​รึ​?”

เซียว​เหยียน​ค่อยๆ​ ชักดาบ​สังหาร​อสูร​ที่​เอว​ออกมา​ “พวก​เจ้าก็​กล้า​ดี​เหมือนกัน​ ถูก​ข้า​ล้อม​ไว้​แล้ว​กลับ​ยัง​ไม่หนี​ไปอีก​”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 81"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย