Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

หมื่นวิถี… หนึ่งกระบี่ พิฆาตสวรรค์! - ตอนที่ 19

  1. Home
  2. หมื่นวิถี… หนึ่งกระบี่ พิฆาตสวรรค์!
  3. ตอนที่ 19
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บท​ที่​ 19

ในที่สุด​จางอ​วิ๋น​ซีก็​จากไป​

แต่​แตกต่าง​จาก​ความเสียใจ​และ​หดหู่​ใน​ตอนแรก​ เขา​กลับ​จากไป​ด้วย​หัวใจ​ที่​เต้น​ระรัว​อย่าง​ตื่นเต้น​ ราวกับ​จะเหาะ​เหิน​ออกจาก​จวน​ขุนพล​เท​วะ​ให้ได้​ในทันที​ เขา​ต้อง​การนำ​ข่าวดี​อัน​ยิ่งใหญ่​นี้​ไปรายงาน​ให้​แม่ทัพ​ที่​ชายแดน​ทราบ​ด้วย​ความเร็ว​ที่สุด​

หาก​ท่าน​แม่ทัพ​และ​ฮูหยิน​รู้​ว่า​บุตรชาย​ของ​ตนเอง​มีพรสวรรค์​ด้าน​เพลง​กระบี่​ที่​พันปี​จะมีสักครั้ง​ คงจะ​ต้อง​ประหลาดใจ​และ​ยินดี​เป็น​อย่างยิ่ง​!

เพลง​กระบี่​กระบวนท่า​นั้น​ จางอ​วิ๋น​ซีมองออก​ แต่​ก็​มอง​ไม่ทะลุปรุโปร่ง​ทั้งหมด​

เขา​รู้จัก​เพลง​กระบี่​นั้น​ดี​ มัน​คือ​เพลง​กระบี่​ที่​มีชื่อเสียง​ที่สุด​ใน​คลังสมบัติ​ของ​ตระกูล​เซียว​ เคล็ด​วิชา​กระบี่​คลื่น​สมุทร​ แห่ง​เพลง​กระบี่​สมุทร​ไร้​ขอบเขต​!

แต่​เมื่อ​เทียบ​กับ​เคล็ด​วิชา​กระบี่​คลื่น​สมุทร​ระดับ​สมบูรณ์แบบ​ที่​เขา​เคย​เห็น​มา ฝีมือ​ของ​เซียว​เหยียน​ไม่เพียง​ไม่ด้อย​ไปกว่า​กัน​เลย​แม้แต่น้อย​ แต่​ยัง​ให้​ความรู้สึก​ที่​พิเศษ​กว่า​นั้น​อีก​ เขา​รวบรวม​ความคิด​ สุดท้าย​ก็​นึกออก​เพียง​สอง​คำ​:

กลมกลืน​ ไร้​ที่​ติ​!

มัน​คือ​ความ​ไร้​ที่​ติ​ที่อยู่​เหนือกว่า​ความ​สมบูรณ์แบบ​!

จางอ​วิ๋น​ซีรู้ดี​ว่า​ เหนือกว่า​ความ​สมบูรณ์แบบ​ของ​เคล็ด​วิชา​ ยังมี​อีก​ขอบเขต​หนึ่ง​ที่​ลึกซึ้ง​กว่า​นั้น​ เรียก​ว่า​ ขั้น​เท​วะ​

แต่​แม้แต่​ผู้​ที่​จมดิ่ง​อยู่​กับ​เคล็ด​วิชา​หนึ่ง​มานาน​นับ​สิบ​ปี ก็​ยัง​ยาก​ที่จะ​บรรลุ​ถึงได้​ นอกจาก​ความพากเพียร​แล้ว​ ยัง​ต้อง​มีพรสวรรค์​ระดับ​สุดยอด​อีกด้วย​

ทว่า​ กระบี่​ที่​สะท้าน​โลก​หล้า​กระบวน​นี้​กลับ​ปรากฏ​ขึ้น​ใน​มือ​ของ​เซียว​เหยียน​ เด็กน้อย​วัย​เพียง​หก​ขวบ​

สำหรับ​เหล่า​อัจฉริยะ​ที่​น่าทึ่ง​ การฝึกฝน​เคล็ด​วิชา​ใด​เคล็ด​วิชา​หนึ่ง​จน​ถึงขั้น​เชี่ยวชาญ​ได้​ใน​วัย​หก​ขวบ​ก็​ถือ​ว่ายาก​ยิ่ง​แล้ว​ ที่​สำคัญ​ จางอ​วิ๋น​ซีไม่เคย​เห็น​เซียว​เหยียน​ฝึก​กระบี่​เลย​แม้แต่​ครั้ง​เดียว​

แต่​ไม่ต้องสงสัย​เลย​ว่า​ เขา​คิด​ว่า​เซียว​เหยียน​ต้อง​แอบ​ฝึกฝน​อยู่​เงียบๆ​ แน่นอน​

กระนั้น​ ไม่ว่า​จะเป็น​ใคร​ ทุกคน​ต่าง​ก็​มีสิบสอง​ชั่ว​ยาม​ต่อ​วัน​ เบื้องหน้า​กาลเวลา​ ทุกคน​ล้วน​เท่าเทียมกัน​ และ​เวลา​ส่วนใหญ่​ที่​เขา​เห็น​เซียว​เหยียน​ ก็​คือ​การ​เล่น​หมาก​ เที่ยวเล่น​ เดิน​เตร่​ เหม่อลอย​ หรือ​กิน​ดื่ม​ ไม่เคย​เห็น​เขา​ฝึก​กระบี่​เลย​ หรือ​แม้แต่​แตะต้อง​มัน​ด้วยซ้ำ​

ต่อให้​แอบ​ฝึกฝน​อยู่​ลับ​ๆ แล้​วจะ​ยังมี​เวลา​เหลือ​อีก​เท่าไหร่​กัน​?

เขา​ถามเซียว​เหยียน​ว่า​เหตุใด​จึงต้อง​แอบ​ฝึก​กระบี่​ และ​ทำไม​ถึงต้อง​ปิดบัง​พรสวรรค์​อัน​น่า​สะท้าน​โลก​หล้า​นี้​ไว้​ แต่​เซียว​เหยียน​เพียงแค่​ยิ้ม​ส่ายหน้า​ ไม่ได้​เอ่ย​คำ​ใด​

จางอ​วิ๋น​ซีนึกถึง​เรื่องราว​ความขัดแย้ง​ใน​ราชสำนัก​และ​ตระกูล​ใหญ่​ที่​เคย​ได้ยิน​มา ใน​ใจก็​พอ​จะคาดเดา​ได้​ลาง​ๆ เมื่อ​มอง​ใบหน้า​เล็ก​ๆ ที่​ยิ้ม​อย่าง​เงียบสงบ​ของ​เซียว​เหยียน​ จางอ​วิ๋น​ซีก็​รู้สึก​จมูก​แสบ​ขึ้น​มา เขา​เข้า​ใจดี​ว่า​ หาก​บุรุษ​ผู้​นั้น​ที่​ชายแดน​กลับมา​ เด็ก​คน​นี้​จะไม่มีทาง​ต้อง​อยู่​อย่าง​ไร้​ที่พึ่ง​เช่นนี้​เด็ดขาด​

เขา​ควรจะ​เจิด​จรัส​ได้​ไกล​นับ​หมื่น​ลี้​ แต่​ตอนนี้​กลับ​ทำได้​เพียง​เก็บงำ​ประกาย​ของ​ตนเอง​ไว้​

‘หาก​ไม่ใช่เพราะ​เด็ก​คน​นี้​มองเห็น​ความจริงใจ​ของ​ข้า​ มีหรือ​ที่​เขา​จะยอม​เผยโฉม​หน้าที่​แท้จริง​นี้​ให้​ข้า​ได้​เห็น​…’ จางอ​วิ๋น​ซีนึกถึง​ตรงนี้​ ใน​ใจก็​ทั้ง​ซาบซึ้ง​และ​ยินดี​

กระบี่​กระบวน​นั้น​ ไม่เพียงแต่​ทำให้​จางอ​วิ๋น​ซีได้​เห็น​พรสวรรค์​ด้าน​เพลง​กระบี่​ของ​เซียว​เหยียน​ แต่​เมื่อ​รวม​กับ​คำพูดคำจา​ใน​ทุกๆ​ วัน​ ก็​ทำให้​เขา​เข้าใจ​อย่าง​แท้จริง​ว่า​ เด็ก​คน​นี้​ฉลาด​หลักแหลม​เพียงใด​!

จางอ​วิ๋น​ซีจากไป​อย่าง​เร่งรีบ​ ถึงขนาด​ตอนที่​ผ่าน​สวน​ด้านหน้า​ ก็​ไม่ได้​ทักทาย​เย​ว่​ชิงเห​อ​แม้แต่​คำ​เดียว​

เมื่อ​จางอ​วิ๋น​ซีจากไป​ ใน​สวน​ก็​กลับคืน​สู่ความสงบ​ดังเดิม​

เพียงแต่​ตอนนี้​เซียว​เหยียน​อายุ​หก​ขวบ​แล้ว​ เขา​จำเป็นต้อง​ตื่น​แต่เช้า​ทุกวัน​เพื่อ​ไปคารวะ​ฮูหยิน​ใหญ่​ที่​เรือน​วสันต์​นิรันดร์​ นี่​คือ​ธรรมเนียม​ปฏิบัติ​เพื่อ​บ่ม​เพาะ​จิตใจ​ให้​เคารพ​ผู้อาวุโส​และ​รู้จัก​บุญคุณ​ตั้งแต่​ยัง​เล็ก​

เย​ว่​ชิงเห​อ​ใน​ฐานะ​คู่หมั้น​ของ​เซียว​เหยียน​ ก็​นับ​เป็น​คน​ของ​ตระกูล​เซียว​ไปแล้ว​ครึ่งหนึ่ง​ ย่อม​ต้อง​ติดตาม​เขา​ไปคารวะ​ด้วยกัน​

เมื่อ​ไปถึง ก็​เลี่ยง​ไม่ได้​ที่จะ​ได้​พบ​กับ​เด็ก​ๆ จาก​เรือน​อื่น​บ้าง​ แต่​ก็​มีเพียง​สี่ห้า​คน​เท่านั้น​ ล้วนแต่​อยู่​ใน​วัย​ไล่เลี่ย​กับ​เซียว​เหยียน​ เช่น​ ลูกชาย​คน​ที่สอง​และ​ลูกสาว​คน​เล็ก​ของ​ฮูหยิน​ห้า​ ลูกชาย​กำพร้า​ของ​ฮูหยิน​หก​ และ​ลูกชาย​หนึ่ง​หญิง​หนึ่ง​ของ​ฮูหยิน​แปด​

ส่วน​เด็ก​คนอื่นๆ​ ที่​เหลือ​ หาก​ไม่เหมือนกับ​เซียว​จื่อเจี๋ย​และ​เซียว​ชิงหลวน​ที่​มีพรสวรรค์​เป็นเลิศ​จน​ถูก​อาจารย์​ชื่อดัง​รับ​ตัว​ไป ก็​คือ​อายุ​มาก​แล้ว​และ​ได้​เข้า​กรม​เป็น​ทหาร​เพื่อ​ไปสร้างชื่อเสียง​เกียรติยศ​ อย่างเช่น​บุตรชาย​และ​บุตรสาว​ของ​ฮูหยิน​ใหญ่​ ซึ่งอายุ​ยี่สิบ​กว่า​แล้ว​และ​ดำรงตำแหน่ง​นายพล​น้อย​ใน​กองทัพ​ หาก​ไม่มีศึกสงคราม​ก็​จะกลับมา​บ้าง​เป็นครั้งคราว​ แต่​ใน​ฐานะ​คน​ตระกูล​เซียว​ พวกเขา​ได้​สลัก​กฎ​ทหาร​ไว้​ใน​กระดูกสันหลัง​ มีระเบียบวินัย​เข้มงวด​และ​เป็น​แบบอย่าง​ที่​ดี​ ดังนั้น​ตลอด​ทั้งปี​ ฮูหยิน​ใหญ่​จึงยาก​ที่จะ​ได้​พบ​หน้า​บุตร​และ​ธิดา​สักครั้ง​

หลังจาก​คารวะ​เสร็จ​ เซียว​เหยียน​และ​เย​ว่​ชิงเห​อ​ก็​ถูก​ฮูหยิน​ใหญ่​ไป๋เฟิงอู่​รั้ง​ให้​อยู่​ต่อ​เพื่อ​รับประทาน​อาหารเช้า​บำรุง​สุขภาพ​ที่​นาง​ปรุง​ขึ้น​เป็นพิเศษ​ บน​โต๊ะอาหาร​ เซียว​เหยียน​ก็ได้​พูดคุย​เล่น​กับ​ฮูหยิน​ผู้​สง่างามท่าน​นี้​อีก​สอง​สามคำ​ ก่อน​ที่สอง​ร่าง​เล็ก​ๆ จะพา​กัน​เดิน​กลับ​ไปยัง​เรือน​ของ​ตนเอง​

เซียว​เหยียน​ยังคง​เหม่อลอย​และ​คิด​เรื่อง​หมากล้อม​ตามปกติ​ ส่วน​เย​ว่​ชิงเห​อ​ก็​ฝึก​กระบี่​อยู่​ใน​สวน​ ก่อนที่​จางอ​วิ๋น​ซีจะไป เขา​ได้​ถ่ายทอด​เคล็ด​วิชา​ชั้นสูง​ให้​นาง​ไว้​ ซึ่งเพียง​พอให้​นาง​ฝึกฝน​ได้​อีก​หลาย​ปี

เดิมที​พวกเขา​คิด​ว่า​ช่วงเวลา​ที่​สงบสุข​เช่นนี้​จะค่อยๆ​ ไหลผ่าน​ไปเรื่อยๆ​

จนกระทั่ง​หลาย​วัน​ต่อมา​ ข่าว​หนึ่ง​ก็​ถูก​ส่งกลับ​มาถึงจวน​ขุนพล​เท​วะ​

จางอ​วิ๋น​ซีกลับมา​แล้ว​

นายทหาร​ร่าง​กำยำ​สวม​เกราะ​หนัก​ แววตา​เย็นชา​ผู้​หนึ่ง​ ได้​นำ​จางอ​วิ๋น​ซีกลับมา​…แต่กลับ​นำมา​เพียง​แขน​ข้างเดียว​

ตอนที่​ได้ยิน​ข่าว​จาก​ปาก​ของ​ท่าน​ลุง​สวี​ เซียว​เหยียน​ก็​ตะลึงงัน​ไป เม็ด​หมาก​ใน​มือ​ของ​เขา​ร่วงหล่น​ลงพื้น​ แต่​เขา​ที่​ปกติ​ใน​สายตา​มีเพียง​เม็ด​หมาก​ ตอนนี้​กลับ​ไม่ได้​เหลือบมอง​มัน​แม้แต่น้อย​

เขา​ลืม​แม้กระทั่ง​จะสวม​รองเท้า​ วิ่ง​เท้าเปล่า​ออก​ไป พุ่งตรง​ไปยัง​เรือน​วสันต์​นิรันดร์​ สาวใช้​ที่​ประตู​พยายาม​จะเข้าไป​รายงาน​ แต่​ก็​ไม่ทัน​เซียว​เหยียน​ที่​พุ่ง​เข้าไป​ด้านใน​แล้ว​

จากนั้น​ เขา​ก็​เห็น​ว่า​ใน​ห้องโถง​ใหญ่​ของ​เรือน​วสันต์​นิรันดร์​ สถานที่​ที่​ตนเอง​มาคารวะ​ทุกวัน​ ตอนนี้​กลับ​มีนายทหาร​ผู้​หนึ่ง​คุกเข่า​อยู่​

ใน​ใจของ​เซียว​เหยียน​สั่นสะท้าน​ เขา​ก้าว​ข้าม​นายทหาร​ผู้​นั้น​ไป ก็​เห็น​ว่า​เบื้องหน้า​มีผ้า​สีแดง​ผืน​หนึ่ง​วาง​อยู่​บน​พื้น​ และ​บน​ผ้า​นั้น​มีแขน​ข้าง​หนึ่ง​วาง​อยู่​

รอยตัด​ที่​แขน​เหมือน​ถูก​ฉีก​กระชาก​ เลือดเนื้อ​เละเทะ​ไม่เป็น​รูป​ แขน​เสื้อ​สีเขียว​นั่น​ คือ​เสื้อผ้า​ของ​จางอ​วิ๋น​ซีตอนที่​จากไป​ แขน​ข้าง​นี้​…เมื่อ​หลาย​วันก่อน​ ยัง​เคย​ลูบ​หัว​ของ​เย​ว่​ชิงเห​ออ​ยู่​เลย​

ข้าง​หู​ นายทหาร​ผู้​นั้น​กำลัง​รายงาน​ให้​ไป๋เฟิงอู่​ฟัง:

“นาย​กอง​จางถูก​อสูร​ที่​ซุ่มอยู่​ลอบ​โจมตี​ระหว่างทาง​ไปยัง​ชายแดน​วิหค​อุดร​ ตอนที่​ผ่าน​ถนนหลวง​แคว้น​มหึมา​ขอรับ​”

“สนามรบ​ที่​ชายแดน​วิหค​อุดร​ยืดเยื้อ​ เมื่อ​เร็ว​ๆ นี้​มีอสูร​ลอบ​เข้ามา​ใน​เมือง​ต่างๆ​ เพื่อ​พยายาม​กระจาย​กำลัง​ทหาร​ของ​เรา​ แคว้น​อื่น​ก็​ปรากฏ​สถานการณ์​ที่​อสูร​ออก​อาละวาด​บ่อยครั้ง​…”

“หยุด​ก่อน​” ไป๋เฟิงอู่​ขัดจังหวะ​นายทหาร​ผู้​นั้น​

นาง​ชะงัก​ไปเล็กน้อย​ เมื่อ​เห็น​เซียว​เหยียน​วิ่ง​เท้าเปล่า​เข้ามา​ใน​ห้องโถง​อย่าง​ร้อนรน​ ทันใดนั้น​ก็​นึก​อะไร​บางอย่าง​ขึ้น​มาได้​ ใน​แววตา​ปรากฏ​ร่องรอย​ของ​การ​ทอดถอนใจ​ แล้วจึง​สั่งชิว​เย​ว่​ที่อยู่​ข้าง​กาย​ “นำ​แขน​ลง​ไปก่อน​”

“เจ้าค่ะ​” ชิว​เย​ว่​พยักหน้า​เบา​ๆ จากนั้น​ก็​เงย​ดวงตา​รูป​เมล็ด​ซิ่งขึ้น​มอง​เซียว​เหยียน​แวบ​หนึ่ง​ สำหรับ​เด็กน้อย​คน​นี้​ นาง​ค่อนข้าง​คุ้นเคย​ดี​ และ​รู้​ว่า​เจ้าของ​แขน​ข้าง​นี้​คือ​อาจารย์​ผู้​ทำการ​วางรากฐาน​ให้​เขา​ เพียงแต่​ใน​ตระกูล​ขุนพล​แห่ง​นี้​ นาง​เคย​เห็น​การพลัดพราก​จากกัน​มานับไม่ถ้วน​แล้ว​ นอกจาก​จะถอนหายใจ​ใน​ใจแล้ว​ ก็​ไม่ได้​รู้สึก​อะไร​เป็นพิเศษ​

ตอนที่​ชิว​เย​ว่​กำลังจะ​เข้ามา​ เซียว​เหยียน​ก็​ก้าว​ไปข้าง​หน้าหนึ่ง​ก้าว​เพื่อ​ขวาง​นาง​ไว้​ โดย​ไม่สนใจ​สีหน้าที่​ประหลาดใจ​ของ​อีก​ฝ่าย​ เซียว​เหยียน​หันกลับ​ไปจ้องเขม็ง​ที่​นายทหาร​ผู้​นั้น​:

“อสูร​ตน​ใด​ฆ่าท่าน​อา​จาง?”

นายทหาร​เงยหน้า​ขึ้น​ ก็​เห็น​เด็กชาย​ตัวเล็ก​ที่สูง​เท่ากับ​ตนเอง​ตอน​คุกเข่า​ กำลัง​จ้องมอง​มาด้วย​ใบ​หน้าที่​เต็มไปด้วย​ความโกรธ​ แววตา​นั้น​เย็นชา​และ​เกรี้ยวกราด​อย่างยิ่ง​ ราวกับ​ไม่ใช่สายตา​ของ​เด็กน้อย​ จาก​เครื่อง​หยก​ที่​ห้อย​อยู่​ที่​เอว​ เขา​ก็​จำได้​ว่า​นี่​คือ​หนึ่ง​ใน​บุตรหลาน​ของ​ตระกูล​เซียว​ แต่​ไม่รู้​ว่า​เป็น​ของ​เรือน​ไหน​

เขา​จึงตอบ​ตาม​ความจริง​ทันที​ “เป็น​มหา​อสูร​พันปี​ขอบเขต​ที่สี่​ตน​หนึ่ง​ นำ​อสูร​อีก​หลาย​ตน​ร่วมกัน​ล้อม​โจมตี​ กัด​กิน​ร่าง​ของ​นาย​กอง​จางจน​หมด​ ตอนที่​เจ้าเมือง​ทาง​ฝั่งแคว้น​มหึมา​ไปถึง ก็​เหลือ​เพียง​แขน​ข้าง​นี้​ขอรับ​”

กัด​กิน​!

สมอง​ของ​เซียว​เหยียน​พลัน​ว่างเปล่า​ ขอบตา​ของ​เขา​แดงก่ำ​ เลือด​ทั่ว​ร่าง​ราวกับ​ไหล​ย้อนกลับ​ เขา​นึก​ภาพ​ออก​ได้​ไม่ยา​กว่า​นั่น​เป็น​สถานการณ์​ที่​โหดร้าย​เพียงใด​!

ตั้งแต่​มาถึงโลก​ใบ​นี้​ แม้เซียว​เหยียน​จะได้ยิน​ข่าว​เกี่ยวกับ​อสูร​มาไม่น้อย​ แต่​ไม่เคย​ได้​ประสบ​กับ​ตัวเอง​มาก่อน​ นี่​เป็นครั้งแรก​ที่​เขา​ได้​สัมผัส​กับ​ความโหดร้าย​ของ​มัน​โดยตรง​

“อสูร​ตน​นั้น​ มีฉายา​หรือไม่​?” เซียว​เหยียน​ถามเสียงต่ำ​

นายทหาร​กล่าว​ “มี อสูร​ตน​นั้น​อาศัย​อยู่​นอกเมือง​มหึมา​มานาน​แล้ว​ ตั้งฉายา​ให้​ตนเอง​ว่า​ ‘เซียน​พยัคฆ์​อาภรณ์​’”

เซียว​เหยียน​จดจำ​ฉายา​นี้​ไว้​ใน​ใจอย่าง​เงียบๆ​ จิต​สังหาร​ที่​ไม่อาจ​บรรยาย​ได้​พลุ่งพล่าน​อยู่​ภายใน​ แต่​เขา​ก็​ควบคุม​อารมณ์​ของ​ตนเอง​ไว้​ ไม่ได้​ถามอะไร​อีก​ เพียงแค่​หันกลับ​ไป ม้วน​ผ้า​สีแดง​บน​พื้น​ขึ้น​มา คลุม​แขน​ข้าง​นั้น​ไว้​

จากนั้น​ เซียว​เหยียน​ก็​เงยหน้า​ขึ้น​มอง​ฮูหยิน​ใหญ่​บน​ที่นั่ง​ประธาน​ “ท่าน​ย่า​ใหญ่​ แขน​ของ​ท่าน​อา​จางข้า​จะนำ​กลับ​ไป วันนี้​ข้า​เสียมารยาท​แล้ว​ ท่าน​ย่า​ใหญ่​อย่า​ได้​ถือสา​”

พูด​จบ​ เขา​ก็​อุ้ม​แขน​ข้าง​นั้น​เดิน​เท้าเปล่า​หันหลัง​กลับ​ไป

แววตา​ของ​ไป๋เฟิงอู่​สั่น​ไหว​เล็กน้อย​ จากร่าง​ของ​เซียว​เหยียน​ นาง​เห็น​บางสิ่ง​ที่​ไม่ค่อย​จะได้​เห็น​ใน​ยาม​ปกติ​ เด็ก​คน​นี้​เป็นผู้ใหญ่​และ​ฉลาด​เกิน​วัย​กว่า​ที่​นาง​คิด​ไว้​มาก​

“ชิว​เย​ว่​ นำ​รองเท้า​ของ​จิน​ไห่​ไปให้​เหยียนเอ๋อร์”​ ไป๋เฟิงอู่​สั่ง

ชิว​เย​ว่​พยักหน้า​แล้ว​รีบ​ไปหา​รองเท้า​ แต่​เมื่อ​นาง​กลับ​ออกมา​ ก็​เห็น​เพียง​ร่าง​เล็ก​ๆ นั้น​เดิน​จากไป​ไกล​จน​ลับสายตา​ไปแล้ว​

เมื่อ​กลับ​มาถึงเรือน​ขุนเขา​สายน้ำ​ เซียว​เหยียน​หา​สถานที่​แห่ง​หนึ่ง​แล้ว​ฝังแขน​ข้าง​นั้น​ลง​ไป จากนั้น​ก็​หา​แผ่น​ไม้มาสลัก​คำ​ว่า​ “สุสาน​จางอ​วิ๋น​ซี” ปัก​ไว้​บน​ผืนดิน​

เขา​สั่งให้​ท่าน​ลุง​สวี​ล้อม​บริเวณ​นี้​ไว้​ ห้าม​ใคร​เหยียบย่าง​เข้ามา​

ท่าน​ลุง​สวี​เมื่อ​รู้​ว่า​ข้างใน​ฝังแขน​ที่​เหลืออยู่​ของ​จางอ​วิ๋น​ซี ก็​รีบ​เกลี้ยกล่อม​ “คุณชาย​น้อย​ ที่นี่​เป็น​เรือน​ที่พักอาศัย​ จะใช้ฝังศพ​ไม่ได้​นะ​ขอรับ​ พวกเรา​มีสุสาน​สำหรับ​วีรชน​อยู่​ ส่งนาย​กอง​จางไปที่นั่น​เถิด​ขอรับ​”

“ที่​สุสาน​วีรชน​ก็​จัดเตรียม​สุสาน​เสื้อผ้า​ให้​ท่าน​อา​จางด้วย​” เซียว​เหยียน​ส่ายหน้า​เล็กน้อย​ กวาดสายตา​มอง​ไปทั่ว​เรือน​ “เรือน​ขุนเขา​สายน้ำ​อัน​กว้างใหญ่​นี้​ พอที่จะ​จุแขน​ข้าง​หนึ่ง​ของ​ท่าน​อา​จางได้​”

“คุณชาย​น้อย​…” ท่าน​ลุง​สวี​ยัง​จะพูด​ต่อ​ แต่​ถูก​เซียว​เหยียน​ขัดจังหวะ​เสีย​ก่อน​ จึงทำได้​เพียง​ยอมแพ้​

“อย่า​ลืม​มอบ​เงินช่วยเหลือ​ให้​ครอบครัว​ของ​ท่าน​อา​จาง และ​ดูแล​พวกเขา​ให้​ดี​” เซียว​เหยียน​กล่าว​กับ​ท่าน​ลุง​สวี​

ท่าน​ลุง​สวีต​อบ​ “นาย​กอง​จางเป็น​ทหาร​ ทาง​ชายแดน​วิหค​อุดร​น่าจะ​ทราบ​ข่าว​และ​จัดการ​เรื่อง​ครอบครัว​ของ​เขา​อย่าง​ดีแล้ว​ขอรับ​”

“ทาง​นั้น​ก็​คือ​ทาง​นั้น​ ที่นี่​ก็​คือ​ที่นี่​” เซียว​เหยียน​มอง​ท่าน​ลุง​สวี​ “ท่าน​ลุง​น่าจะ​เข้าใจ​ความหมาย​ของ​ข้า​”

ท่าน​ลุง​สวี​ชะงัก​ไปครู่หนึ่ง​ ก่อน​จะพยักหน้า​เล็กน้อย​ “ข้า​เข้าใจ​แล้ว​ขอรับ​”

ข่าว​การตาย​ของ​จางอ​วิ๋น​ซีเป็น​เหมือน​ก้อนหิน​เล็ก​ๆ ที่​โยน​ลง​ไปใน​ทะเลสาบ​ ไม่ได้​ทำให้เกิด​คลื่น​ลม​อะไร​ใน​จวน​ขุนพล​เท​วะ​ เป็น​เพียง​ระลอกคลื่น​เล็ก​ๆ ที่​จางหาย​ไปอย่าง​รวดเร็ว​ เรือน​อื่น​ยังคง​ดำเนิน​ไปตามปกติ​ ส่วน​ใน​เรือน​ขุนเขา​สายน้ำ​ เซียว​เหยียน​กลับ​ยิ่ง​หมกมุ่น​อยู่​กับ​หมากล้อม​มากขึ้น​ ถึงกับ​ละเลย​การ​ฝึก​กระบี่​ของ​เย​ว่​ชิงเห​อ​ไป เขา​ไม่ได้​บอก​เรื่อง​ของ​ท่าน​อา​จางให้​เด็กหญิง​น้อย​รู้​ เพื่อ​ไม่ให้​นาง​ต้อง​เสียใจ​

กาลเวลา​ผ่าน​ไปอย่าง​รวดเร็ว​

คืนหนึ่ง​ เซียว​เหยียน​ตกใจ​ตื่น​จาก​ฝันร้าย​ เขา​กำลัง​เล่น​หมากล้อม​กับ​ท่าน​อา​จางอยู่​ ทันใดนั้น​ก็​มีเสือ​ร้าย​ตัว​หนึ่ง​พุ่ง​เข้า​มาจาก​นอก​กระดาน​ พลิก​กระดาน​หมาก​คว่ำ​ แล้ว​กด​จางอ​วิ๋น​ซีลง​กับ​พื้น​ก่อน​จะขย้ำ​เข้าที่​คอ​ของ​เขา​

เขา​นั่ง​พรวด​ขึ้น​บน​เตียง​ หอบ​หายใจ​อย่าง​หนัก​

เด็กหญิง​น้อย​ข้างๆ​ ถูก​ปลุก​ให้​ตื่นขึ้น​มา นาง​งัวเงีย​ขยี้ตา​พลาง​กล่าว​ “พี่​เหยียน​ เป็น​อะไร​ไปเจ้าคะ​?”

เซียว​เหยียน​ได้สติ​กลับมา​ ส่ายหน้า​กล่าว​ “ไม่มีอะไร​”

รอ​จน​เด็กหญิง​น้อย​หลับ​ไปอีกครั้ง​ เซียว​เหยียน​ก็​ห่ม​ผ้า​ที่​เลื่อน​หลุด​ไปให้​นาง​ จากนั้น​จึงลุกขึ้น​มานั่ง​ที่​ริม​หน้าต่าง​

แสงจันทร์​สาดส่อง​ลงมา​ ทันใดนั้น​ตัวอักษร​ก็​ปรากฏ​ขึ้น​ตรงหน้า​เขา​:

[ท่าน​ได้​บรรลุ​ถึงใจหมาก​แล้ว​]

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 19"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย